หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *สายสัญญาเก๊ออกโปรดญาติ*  (อ่าน 809 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 01:10:26 PM »

 Azn "อายุบวร"
     Huh? วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

   Cool ในขณะที่ อาจารย์โหน่ง ไปโปรดญาติที่พัทยา  ก็มีอาจารย์สายสัญญาท่านหนึ่งไปโปรดญาติใกล้ ๆ กับสำนักของ ท่านธนากร ซึ่งเป็นบริเวณที่อาจารย์โหน่งไปโปรดญาติอยู่บ่อย ๆ  ข่าวมาว่าท่านอาจารย์ท่านนี้ไป 3 คน  ได้เปิดพระโอษฐ์ให้คุณผู้หญิงท่านหนึ่ง (ขอสงวนนาม)  แต่เปิดไม่ได้หรือเปิดไม่ออก  ท่านอาจารย์ท่านนี้จึงได้ถามพ่อต้นฯ ซึ่งพ่อต้นฯ ก็ได้บอกว่า เนื้อตัวของหญิงท่านนี้ยังไม่สะอาดพอ  หมายความว่าจะต้องไปปฏิบัติตัว  ซึ่งคุณผู้หญิงท่านนี้ก็ถามอาจารย์ว่า  มีอาจารย์อื่นอีกไหมที่จะเปิดพระโอษฐ์ให้ เขาตอบว่าไม่มีนอกจากพวกเขา ๓ คนเท่านั้นแหละ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการพูด “ตอแหล” ชัด ๆ
   Shocked การที่ไม่รู้จักตน  เป็นคนเห็นแก่ตัว จึงได้พูดเข้าข้างตนเอง  ยกย่องตนเอง นั้น  ทำให้เกิดสาเหตุหลายประการที่อาจารย์ท่านนี้ไม่สามารถเปิดพระโอษฐ์ให้ได้เนื่องจากบารมีไม่ถึง  จึงไม่รู้ว่าตัวเองนั้นปฏิบัติตัวน้อย ทำให้มี “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง”  เข้ามาครอบครองวิถีจิต  ซึ่งวิญญาณนี้เป็นตัวร้ายกาจมาก  จึงทำให้พ่อต้นได้เปิดองค์พระธรรมและคำดับล้าง “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง” เอาไว้  แต่พวกศิษย์ที่มีสมองน้อยก็ตามไม่ทัน
   Cool ที่อาจารย์ท่านนี้พูดว่าติดต่อกับพ่อต้นฯ และพ่อต้นฯบอกว่า  ผู้ที่มาเปิดพระโอษฐ์นั้น ยังเปิดไม่ได้เพราะว่า เนื้อตัวยังสะอาดไม่พอนั้น  เป็นการพูดเอาตัวรอดไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น  และเป็นการพูด “ตอแหล” ชัด ๆ  เพราะว่าในสายสัญญาที่อาจารย์ประหยัดปฏิบัติมานั้น  ไม่มีเรื่องการเปิดพระโอษฐ์  ซึ่งการเปิดพระโอษฐ์นั้น  เป็นสายเทพที่อาจารย์ประหยัดได้ท่องไปใน “ยุทธจักรสายเทพ”  แล้วเอามาประยุกต์กับสายสัญญา
   Shocked เมื่ออาจารย์ท่านนี้อวดอุตริอวดอ้างว่าติดต่อกับพ่อต้นฯได้  แต่ไม่เคยรู้เลยว่าในขณะที่พ่อต้นฯ ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น  พ่อต้นฯ ท่านไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการ “เปิดพระโอษฐ์” เลย  เมื่ออาจารย์ท่านนี้ถามพ่อต้นฯ แล้วมาบอกลูกศิษย์ว่า  เนื้อตัวไม่สะอาด ก็เป็นการแสดงว่า “โกหก”  ซึ่งในสมัยเมื่อพ่อต้นฯ ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น  ถ้าลูกศิษย์คนใดประทับทรง  ท่านจะบอกให้ศิษย์คนอื่นๆ ไปดู  ท่านจะพูดล้อเลียนว่า  ให้ไปดูเขาเล่น “ยี่เก”  ซึ่งพ่อต้นฯ ท่านจะไม่สนับสนุนในเรื่องการทรงเจ้าเข้าผี  เพราะท่านรู้ว่าถ้าศิษย์ปฏิบัติตัวน้อย  ก็จะถูกวิญญาณแถนบัลลังก์ทองเข้าแทรก  ทั้ง ๆ ที่ความจริงนั้นตัวพ่อต้นฯ เองก็เป็นร่างทรง ที่พ่อต้นฯ ท่านไม่นำเรื่องการประทับทรง  มาสอนให้บรรดาศิษย์ทั้งหลาย  ก็เป็นเพราะว่าท่านรู้ว่าลูกศิษย์ของท่านจะรับไม่ได้  ซึ่งถ้าสอนไปแล้วก็จะ “เพี้ยน” ไปตาม ๆ กัน อาจารย์ประหยัดก็ไม่คิดที่จะไปดูถูกคนบุรีรัมย์  ซึ่งถ้าพ่อต้นฯท่านไม่รู้จริงแล้ว  เวลานี้คนบุรีรัมย์ที่มาเข้าสายสัญญาก็จะเพี้ยนกันไปหมด  ดูเอาง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น คนกรุงเทพฯ หรือคนเมืองใหญ่ที่คิดว่าตัวเองนั้นเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์  เมื่อเปิดพระโอษฐ์ไปแล้ว  ส่วนมากเมื่อไม่ปฏิบัติก็จะเพี้ยนไปตาม ๆ กัน  ซึ่งถ้าเข้าใจว่าทำไมถึงมีองค์พระธรรมที่เรียกว่า “แถนบัลลังก์ทอง”  ก็น่าจะเข้าใจว่าพ่อต้นฯ ท่านให้ไว้เพื่ออะไร ?
   Shocked ตัวพ่อต้นฯ นั้นท่านจะจัดพานครูถวาย “พระบารมี” อยู่บ่อย ๆ  ลูกศิษย์พ่อต้นฯ ที่ท่านไม่ได้ “เน้น” ในเรื่อง องค์บารมีประจำสังขาร  แต่ก็ไปสรรหาเอามาใส่ตัว เช่น อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ อ.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง  ซึ่งจะขอยกตัวอย่างเพียงท่านเดียวที่ได้สัมผัสมาอย่างลึกซึ้ง  อ.หอมฟุ้ง ท่านจะพูดภาษาเทพได้  แต่แปลไม่ได้  แต่ท่านจะกล่าวอ้างว่าองค์ของท่านนั้นเป็น ร.๕  เพราะฉะนั้นเมื่อมีลูกศิษย์สาวสุดสวยไปหาท่าน ท่านชอบที่จะบอกว่าองค์ของลูกศิษย์นั้นเคยเป็นชายาขององค์ท่าน  ซึ่งถ้าใครเชื่อก็จะต้องไปถวายตัวไปชายา หรือเป็นเมียของ อ.หอมฟุ้ง  ก็มีผู้หญิงมากมายหลายคนที่หน้าโง่ตกเป็นเหยื่อของ อ.หอมฟุ้ง  เพราะฉะนั้น อ.หอมฟุ้ง จึงมีเมียคงจะมากกว่า ๕ คน
   Cool ในระดับ อ.หอมฟุ้ง นั้นเพียงแค่พูดภาษาเทพได้  แต่ไม่มี “บารมี” พอทั้งในสายสัญญาและสายใดๆ ทั้งสิ้น  จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้ผู้หญิงคนใดพูดภาษาเทพได้ แต่ก็มีผู้หญิงหน้าโง่มากมายที่ไปหลงเชื่อคารมย์คมคาย  ตัวเธอทั้งหลายนั้นยังพูดภาษาเทพไม่ได้  ทำไมจึงรู้ว่าตัวเองนั้นเคยเป็นอดีตชายาของ ร.๕  ก็เป็นได้คือเป็นชายาระดับปัญญาอ่อนทั้งนั้นแหละ
   Shocked เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าจะมีการหลอกลวงในยุทธจักรร่างทรงเท่านั้น  ในสายสัญญาก็ได้ไปเอาแบบอย่างร่างทรงมาประยุกต์ใช้หลอกลวงลูกศิษย์เหมือนกัน  แม้แต่ อ.เพ็ญจันทร์ ซึ่งเป็นร่างทรงของผี  ยังกล่าวอ้างว่าตัวเองนั้นเป็นร่างของ “พระบารมี” ชอบที่จะเล่านิทานเรื่องเดียว  ที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ของจีน  ประเภทฮ่องเต้นั่นแหละ หากินกับคนที่ไปเข้าสายสัญญาใหม่ ๆ   ทำไมอาจารย์ประหยัด ถึงได้รู้  ก็ตอบได้เลยว่า อ.เพ็ญจันทร์ ท่านบอกว่า  อาจารย์ประหยัดนั้นเคยเกิดเป็นฮ่องเต้มาแล้ว  ถ้าเชื่อโดยไม่ใช้สติปัญญาละก้อ ทำไมเมื่อฮ่องเต้มาเกิดในเมืองไทย จึงไม่มาเกิดเป็นลูกเจ้าสัว
   Shocked ถ้าอาจารย์เพ็ญจันทร์เป็นร่างพระบารมีผ่าน  ก็แสดงว่าท่านมีบุญบารมีมาก  แต่ทำไมจึงปล่อยให้สามีคือ อ.สุวิช เที่ยวเร่ร่อน ไปทุกจังหวัด  หาเงินหาทองจากสายสัญญา โดยตัวเองนั้นเป็นผู้เล่านิทานเรื่องฮ่องเต้ไปตลอด  ทำไมพระบารมีถึงได้หิวเงินหิวทองขนาดที่ว่าขึ้นไปหาเงินถึงเชียงใหม่  ไม่ทราบว่าพระบารมีท่านเอา “เงินไทย” ไปซื้ออะไรกินบนสวรรค์  เมื่ออาจารย์ประหยัดได้ฟังนิทานของ อ.เพ็ญจันทร์แล้ว  ก็ไม่กล้า “แกล้งโง่” ต้องเสียเงินหลายพันบาท  ก็เลยไม่ได้ทำพิธีกรรมแต่อย่างหนึ่งอย่างใด  ก็เป็นอันว่าไม่ต้องถูกอาจารย์สายสัญญาท่านใหม่มาต้มอีก  ถ้าเจออาจารย์สายสัญญามากมายหลายท่านแล้วไปเชื่อ  แม้แต่กระดูกในสังขารก็คงจะถูกตุ๋นเปื่อยยุยไปหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 03:03:37 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 01:11:34 PM »

  "อายุบวร"

  Cool Cool วันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

    Grin   อาจารย์สายสัญญาระดับกระจ๊อกทั้ง ๓ ท่าน  ที่ไปเปิดพระโอษฐ์ให้กับคุณอิ๋วนั้น  ทั้งหน้าโง่และปัญญาอ่อนกันทั้งสิ้น กระทำตัวเหมือนกบอยู่ในกะลาครอบ  ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ อาจารย์ประหยัดลงมากรุงเทพฯ  ไปพักที่โรงแรมมิราเคิลกับอาจารย์ชาญยุทธ  ทั้งเปิดพระโอษฐ์  ยกถาด และประจุองค์พระธรรมให้กับลูกศิษย์ที่ไปพบปะเต็มห้อง  เลิกเกือบตีหนึ่ง  และก่อนวันที่ ๑๒ ก็ได้ลงมากรุงเทพฯ มาศึกษาเรื่อง Efinance  ไปโง่อยู่ที่ไหน  พ่อต้นฯ เก๊ ไม่ได้บอกหรือว่า อาจารย์ประหยัด ได้บินข้ามหัวไปลงที่ดอนเมืองแล้ว

    :Smiley ศิษย์ทั้งสามท่านที่ได้ตั้งตนเป็นอาจารย์ใหญ่นั้น  ตั้งแต่ได้รับยกถาดไปจากอาจารย์ประหยัดแล้ว  ก็คิดเอาเองเหมือนกับลูกพี่ธนากร  ว่าตัวเองนั้นสามารถเป็นอาจารย์ได้แล้ว  ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยอาจารย์ประหยัด  แล้วก็คงจะไม่เข้ามาอ่านในเว็บนี้ด้วย  จึงไม่ทราบข่าวว่าอาจารย์ประหยัดลงมากรุงเทพฯ  ถึงแม้จะลงมาก็คงจะไม่สนในเมื่อตัวเองนั้นคุยกับพ่อต้นฯ ได้  ก็จะขอบอกให้เป็นการประดับความรู้ว่า  พ่อต้นฯ ที่พวกท่านสนทนาด้วยนั้น  ก็คือ “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง”  พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือ  เป็นวิญญาณระดับสัมภเวสีที่แทรกเข้ามาแสดงเป็นพ่อต้นฯ  ซึ่งพ่อต้นฯ พูดเล่นว่าพวกเล่น “ยี่เก”  
    :Smiley การที่ไม่รู้เท่าทันพระบารมีก็จะไม่รู้ว่าตนเองนั้นทรง “พ่อต้นฯเก๊”  เรียกได้ว่าอาจารย์ ๓ ท่านนี้ตั้งก๊วนเหมือนกับกลุ่มนายกบเฒ่า  เพราะว่าเคยเป็นศิษย์อาจารย์กันมาก่อน  การแสร้งโง่ปัญญาอ่อนคิดว่าตนเองนั้นเหนือกว่าอาจารย์ประหยัด  พูดออกมาได้ว่า เวลานี้อาจารย์ประหยัด เปิดพระโอษฐ์ ไม่ได้หรือเปิดไม่ออกแล้ว ก็มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่เปิดได้  คงจะไม่รู้ว่ามีศิษย์สายสัญญาท่านหนึ่งที่เป็นกลุ่มของเจ๊จูพี่สาวของคุณหมู  มีชื่อเล่นว่าคุณติ๋ม  ซึ่งปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน  ก็เมื่อมีตาทิพย์แล้วคงไม่ต้องบอกว่าอยู่ในระดับไหน  ไม่เหมือนกับคน ๓ คนที่ตั้งตนเป็นอาจารย์สายสัญญา  ปฏิบัติสายกัมมัฏฐานมานานกว่า ๓๐ ปี  ไม่มีตาทิพย์มีแต่ตาถั่วเท่านั้น จึงได้มองเห็นวิญญาณแถนบัลลังก์ทองเป็นพ่อต้นฯ  คุณติ๋มนั้นเนื่องจากว่าเป็นสายกัมมัฏฐานจริง  เมื่อได้รับการประจุองค์พระธรรมจากอาจารย์ชาญยุทธ์แล้ว  ก็ได้ติดตามให้อาจารย์ชาญยุทธ์ประจุองค์พระธรรมให้เรื่อยมา  เมื่ออาจารย์ประหยัดลงมากรุงเทพฯ ในวันที่ ๑๒ มิ.ย. นั้นก็ไปให้อาจารย์ประหยัดประจุองค์พระธรรมให้

     อย่าเป็นคนประเภท “ตัณหาอุปทาน”  คิดว่าตนเองเป็นอาจารย์สายสัญญาได้  คิดว่าตนเองนั้นคุยกับพ่อต้นฯ ได้  เพราะจะทำให้เสียหน้า  เมื่อคืนนี้เอง ๑๐ ก.ค. ๕๑  คุณโหน่งหลังจากได้ตบหน้าพวกอาจารย์ปลอมทั้ง ๓ ท่าน  คนละฉาดใหญ่ ๆ  ก็ได้โทรไปหาอาจารย์ประหยัด บอกว่า เปิดพระโอษฐ์ให้คุณอิ๋วกับเพื่อน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องให้คุณ “อั๋น” หรือคุณอั้น มาทรงถามพ่อต้นฯให้แต่อย่างใด  คุณ “อิ๋ว” ที่อาจารย์เก๊ทั้ง ๓ ท่านบอกว่าเนื้อตัวไม่สะอาด  สงสัยว่าตอนไปหาอาจารย์โหน่งนั้นได้อาบน้ำขัดฉีฉวีวรรณไปเรียบร้อยแล้ว  จึงทำให้เปิดพระโอษฐ์ได้  กว่าจะเปิดได้นั้นก็ต้องเคลียร์หลายรอบ  เอาสิ่งที่ไม่ดีออก  ก็ไม่ทราบว่าอาจารย์คนใดเอาสิ่งไม่ดีใส่เข้าไป  คุณอิ๋วนั้นมีองค์พระบารมีเป็น “พระแม่อุมา”  ซึ่งผู้ที่จะเปิดให้เธอได้นั้นต้องมีองค์บารมีเทียบเท่ากับพระแม่อุมา ระดับที่ต่ำกว่าเธอนั้นจะเปิดไม่ออก ที่อาจารย์โหน่งเปิดออกนั้นก็เพราะว่า องค์บารมีของอาจารย์โหน่งนั้นเป็น “องค์พระศิวะ”  แล้วถ้าไปหาอาจารย์ประหยัดจะเปิดออกไหม  ตอบได้ว่า “องค์พระศิวะภาคสำเร็จ” ของอาจารย์ประหยัด นั้นเปิดได้แน่นอนอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้นคำพูดที่ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” ยังใช้ได้อยู่  ใครเป็นศิษย์ใครเป็นอาจารย์  ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำยังไงก็ทราบกันดีอยู่แล้ว น่าที่จะใช้สมองใช้สติปัญญาคิด  แล้วจะไม่กล้าพูดว่า อาจารย์ประหยัดนั้นทำไม่ได้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 03:12:35 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 10:24:12 AM »

Smiley บุคคลใดที่ปฏิบ้ติ ก้าวหน้าในสายสัญญาแท้จริงก็แสดงความยินดีด้วย  Wink

 Huh? แต่บุคคลใดที่ปฏิบัติแกร่งกล้าเกิน ครูบาอาจารย์ในขณะที่เรียกว่า ยกตนมาข่มท่าน ต้อง
พิจารณาตัวเองใหม่ เพราะปัจจุบัน สายสัญญาเก๊ ระบาดหนักขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังโปรดญาติ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
วิญญาณแถนบังลังค์ทอง กำลังมาเยือนโดยแท้

พินิจ พิจารณาบ้างไหมหนอ
 :Smiley


May
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 03:13:30 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: