หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สายสัญญา+การเมือง  (อ่าน 463 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
fairanong
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« เมื่อ: เมษายน 10, 2011, 10:39:58 AM »

ผมเพิ่งเข้ามาอ่านในเวปนี้ มันก็แปลกดี ผมก็สนใจ อ่านไปได้ 2-3 วัน ก็มาทะเลาะกัน แล้วเหตไฉน สายสัญญา มาคุยรวมกับการเมือง เสื้อเหลือง-เสือแดงกันละคับ อ่านแล้วปวดหัว

ควรจะคุยเรื่องสายสัญญา ประสบการณ์อะไรก็ว่าไป แต่มาคุยเรื่องการเมือง ผมว่าไม่เวิร์คนะคับ ไม่ใช่สอน ผมเพิ่งเข้ามาอ่าน ยังงง เลย

ตัวอย่าง คัดลอกมาจากเนื้อหาในแวป
ลิงค์  http://satusanya.com/webboard/index.php/topic,39.0.html

กฎหมายในเมืองมนุษย์นั้น  โดยเฉพาะเวลานี้เป็น ๒ มาตรฐาน  ดีเจ.แหล่ เสื้อแดง  ถูกจับในข้อหามีอาวุธปืน .๔๕ ปืนเถื่อนเอาในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ  ศาลเพียงแค่ปรับ ๑๒,๕๐๐ บาท โทษจำให้รอลงอาญา ๒ ปี  ใช้เวลาทำงานไม่เกิน ๓ เดือน เสร็จ  แต่การที่พวก "ควายเหลือง" ไปยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดสนามบินดอนเมือง  เวลาผ่านมาตั้ง ๑ ปีเศษ  คดียังไปไม่ถึงศาล

คุยเรื่องธรรมะกันดีกว่านะคับ  อย่าเอาการเมืองมาคุยเลย คนที่เค้าเข้ามาศึกษาธรรมะกันในเวป ไม่อยากให้มีการเมืองอะไรเข้ามาปนกับธรรมะ (ไม่ใช่สอนนะคับ)

อยากให้สายสัญญาเป็นหนึ่ง

( ธรรมะ นั้นไม่สามารถนำมากินให้อิ่มท้องได้เหมือนข้าว  คุยไปก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ หากจะมีประโยชน์ก็ต้อง "นำเอาคำสั่งสอนของพระุพุทธเจ้า" ไปปฏิบัติ จึงจะออกเหตุเห็นผล  เพียงแค่สายสัญญายังไม่สามารถทำได้ อย่าไปเสียเวลาคุยเรื่องธรรมะจะดีกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เขาไม่ได้คุยกันเรื่องธรรมะของพระพุทธเจ้านะ แต่เขาก็ยังเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าประเทศไทย อย่าไปหลงว่าพระพุทธเจ้าเป็นของเรานะ พระพุทธเจ้าเป็นแขกอยู่ประเทศอินเดีย พวกอินเดียขับไล่ศาสนาพุทธออกนอกประเทศ แล้วมาเจริญงอกงามในประเทศไทย แต่ศาสนาพุทธก็หาได้เป็นศาสนาประจำชาติไทยไม่) ๒๘ กันยายน ๒๕๕๔
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 12:11:54 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
fairanong
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 10, 2011, 10:41:42 AM »

เพื่อนๆ สมาชิกเห็นแล้วเป็นไง ชอบแสดงความคิดเห็นมาด้วยคับ
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 10, 2011, 02:48:44 PM »

"อายุบวร"
    Sad เรียนคุณ fairanong ทราบ  เว็บนี้เป็นเว็บสายสัญญาก็จริงอยู่  ก็ได้เอาความรู้ทางภาคปฏิบัติของสายสัญญามาสอนให้บรรดาลูกศิษย์ที่อยากรู้  ซึ่งหากว่าเก่งแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอ่าน  เมื่ออ่านเว็บนี้แล้วก็จะฉลาดพอสมควรที่จะไม่ถูก บรรดาอาจารย์สายสัญญาต้มเหมือนอาจารย์ประัหยัด ที่โดนมา
      Angry แต่ควรจะทราบเอาไว้ว่า อาจารย์ประหยัดนั้นเป็นเสื้อแดง ๑๐๐ % เป็น นายประกันให้กับ กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ โดยประกันตัว นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล นางกัญญาภัคร มณีจัก และ ดีเจ.ต้อม  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสายสัญญา หรือเป็นเสื้อแดง ก็จะไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องทั้งนั้น
    Angry ที่ยกเอามาให้อ่านนั้น อย่าเอามาเพียงแค่เล็กน้อย เพื่อว่าคนที่ไม่รู้อะไรก็จะเข้ามาโจมตีอาจารย์ประหยัดนั้นเลิกคิดได้แล้ว  เพราะว่า ดีเจ.แหล่ นั้น อาจารย์ประหยัด เป็นคนประกันตัวให้ จนเสร็จสิ้นคดี ถูกปรับไป ๑๒,๕๐๐.บาท โดยที่ว่าเป็นการปิดทองหลังพระ ก็จำเป็นที่จะต้องมาแจ้งให้ลูกศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ทราบ ซึ่งการช่วยเหลือพวกเสื้อแดงไปนั้น ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับการตอบรับแบบที่ว่า เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ ผอ.เพชร นั้น เอาอาจารย์ประหยัด ไปด่าทางวิทยุของเขา ทั้ง ๆ ที่เวลานี้อาจารย์ประหยัด ก็ยังเป็นนายประกันให้อยู่
     ไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดหรอก ที่จะเข้ามายุ่งกับการเมือง  เฉพาะหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แม้จะเอาวิชาสายสัญญาไปร่วมด้วย ก็ยังหากินไม่คุ้มปากคุ้มท้องเลย  อาจารย์ประหยัดทำสายสัญญามานานกว่าสิบปี รู้สึกว่าจะรู้อะไรมากมายในสายสัญญา  เจตนาของพ่อต้นฯ นั้นไม่ได้มาสอนธรรมะโดยตรง  ซึ่งถ้าพ่อต้นฯ ผู้ก่อตั้งสายสัญญาจะสอนธรรมมะ ท่านก็คงจะไม่ลาสิกขาออกมา  อ่านเวบนี้แค่หน้าสองหน้าก็อย่าได้อวดมาเป็นผู้รู้ดีกับสายสัญญา  สายสัญญาที่ไม่เป็นกบในกะลาครอบก็คือสายสัญญา-ประยุกต์นี่แหละ  บ้านเมืองเดือดร้อน มีมารครองเมืองเต็มไปหมด  พวกอาจารย์สายสัญญาไปมุดหัวอยู่ไหน ช่วยอะไรบ้านเมืองหรือเปล่า
    Angry เว็บนี้เขียนให้ลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดอ่าน  คนภายนอกอ่านแล้วไม่พอใจ ก็เชิญไปอ่านเว็บ สายสัญญาเว็บอื่น ๆ ได้  ทุกวันนี้ก็เบื่อลูกศิษย์ประเภทอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว
    Embarrassed แล้วที่พูดว่าอยากให้สายสัญญาเป็นหนึ่ง นั้น อย่าเพียงแค่พูดแต่ปากเหมือน นายหมีน่าฮาก ไปปฏิบัติตนเองให้มันเก่งแล้วค่อยมาพูดกัน  ซึ่งสายสัญญา-ประยุกต์นั้น ตั้งแต่ อาจารย์ประหยัด ลงไปถึงลูกศิษย์หลาย ๆ คน ที่เบื่อคนในเว็บเลยไม่เข้ามาเขียน สามารถทดสอบได้ว่า สายสัญญานั้นเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร  
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 11:56:58 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 10, 2011, 03:13:26 PM »

"อายุบวร"
      Sad ใครที่ต้องการศึกษาธรรม ก็ให้ไปะเปิดเว็บ "ธัมมะ" ของ อาจารย์สุจินต์ บริหารวรเขต ซึ่ง อาจารย์ประหยัดนั้นเคยไปฟัง อาจารย์สุจินต์ อยู่ ๒ ปี  ก็มารู้ตอนหลังโดย เว็บนายกบแก่ บอกว่า อาจารย์ไม่รู้หรือว่า ตัวอาจารย์นั้นเป็นพุทธภูมิ ซึ่งการเป็นพุทธ นั้นไม่ได้อยู่ที่การไปเรียนไปนั่งกราบพระ  การช่วยเหลือคน การทำบุญทำทาน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำบุญกับพระเท่านั้นจะได้บุญ  การให้ทานแก่นกพิลาปโดยซื้อข้าวให้กินอาทิตย์ละ ๕๐๐.-บาท นั้น ก็ได้บุญมากอยู่แล้่ว  ไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งออกไปนอกบ้านไปหาบุญ  การทำบุญไม่จำเป็นต้องไปอวดกันที่วัด หรือไปในสถานที่จะได้หน้าได้ตา
    Embarrassed ธรรมะนั้นเรียนรู้มาก่อนแล้ว รู้มากกว่าอาจารย์สายสัญญาทุกคนเสียอีก  ธรรมมะก็คือ เวลาลูกศิษย์ มาขอให้เปิดพระโอษฐ์ ไล่ผี ปราบคุณไสย ปราบมาร เมื่อทำให้ก็ไม่เรียกร้องเอาเงินเอาทอง อย่างนี้เป็นธรรมะ ๑๐๐ % อยู่แล้ว ธรรมะในสายสัญญาที่เจอมาตั้งแค่เข้าสายสัญญาครั้งแรกนะ ต้องทำสังฆทาน ครั้งแรกก็พันกว่าบาท แล้วก็เพิ่มมากขึ้น ทำน้อยก็ได้น้อยทำมากก็ได้มาก ในครั้งสุดท้ายก็ทำไปสองหมื่นกว่าบาท  แต่ก็ยังมีคนทำมากกว่า อาจารย์ประหยัด อีก ก็คือเมียเรานี่แหละ ทำไปแปดหมื่นกว่าบาท ธรรมะแบบนี้  ไม่สามารถทำให้ลูกศิษย์สายสัญญาได้ก้าวหน้าหรอก  คนใดที่ได้อ่านเรื่องและบทความของอาจารย์ประหยัดหมดแล้ว  มีคำถามมันก็น่าแปลก  เพราะว่าส่วนมากมันมีคำตอบอยู่แล้ว  คนที่ไม่ลงมือปฏิบัติในสายสัญญาด้วยตนเองนั้น จะไม่สามารถพบปัญหาแปลก ๆ ที่ไม่มีในเว็บนี้ได้เลย ต้องทำจึงจะได้รู้และเจอปัญญาที่ตัวเองตอบไม่ได้
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 10, 2011, 11:36:01 PM »

    Grin กราบสวัสดีอาจารย์ค่ะ ในฐานะสมาชิกและขอแอบอ้างว่าเป็นศิษย์อาจารย์ประหยัดนะค่ะสาเหตุที่ขอใช้คำว่าแอบอ้างเพราะยังมิได้ยกถาดด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการแต่เนื่องจาก 5-6เดือนที่ผ่านมานั้นก็ได้เรียนรู้เรื่องการปฏิบัติสายสัญญาอย่างมากมายในเวปของอาจารย์ ได้อ่านในโพสต์ของคุณ Fairanong หากอ่านไม่ผิดคงเป็น ไฝระนอง ใช่มั้ยค่ะ ก็เลยขอเข้ามาแจมด้วยนิดหน่อย >Cheesy เราเข้าใจว่าคำว่า "ธรรมมะ" นั้นก็คือธรรมชาตินั่นเอง หากคุณไม่มีจิตที่ลำเอียงเมื่อคุณอ่านแล้วคุณก็จะเห็นธรรมมะชัดเจนยิ่งขึ้น ในทุกๆหัวข้อหรือแต่ละประเด็นนั้น เราคนอ่านมิต้องเสียเงินหรือเสียเวลาด้วยตัวเองเลย เข้ามาอ่านในนี้แล้วมีแต่ได้กับได้ ถามว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ ไม่ว่าจะสีไหนๆ หรือเรื่องใดๆ หากโดยธรรมชาติ เป็นคนดี มีธรรมมะ เทพเทวดาย่อมต้องคุ้มครอง การที่ท่านอาจารย์ยกเรื่องการเมืองขึ้นมาคุยนั้น เราเองเข้าใจว่าอ่านแล้วคนทั่วๆไปสามารถติดตามข่าวคราวของคนในเรื่องหรือเนื้อหานั้นดูได้ง่ายว่าจริงไหมที่ว่า ทำดีต้องได้ดีทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว แต่หากท่านอาจารย์นำเอาชื่อตาสียายสาที่ไหนมาลง คนทั่วไปก็ไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่าเป็นใคร อันนี้จริงไหมค่ะ ทุกๆ เรื่องราวบนโลกเราใบนี้คือธรรมมะทั้งนั้นล่ะค่ะ แต่หากคุณมีใจเอนเอียงไปเข้ากับสีใดสีหนึ่งแล้ว คุณก็จะรู้สึกได้ว่าไม่เป็นธรรมกับฝ่ายนั้น แต่หากไม่เข้ากับสีใดสีหนึ่งเลยคุณก็จะได้เห็นในความเป็นจริงว่า ที่ท่านอาจารย์นำมาลงนั้น "ธรรมมะ" ทั้งสิ้นค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 10:28:44 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 11, 2011, 12:04:07 AM »

 Grin เราเองนั้นก็ไม่เคยได้ศึกษาเรื่องธรรมมะกับสถานที่ใดมาก่อนเลยในชีวิต แต่ก็โดนพ่อแม่บังคับให้ใส่บาตรเช้ามาตั้งแต่จำความได้ แล้วก็ได้มารู้เห็นเอาเองว่าธรรมมะนั้นคือธรรมชาติจริงๆตามพระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ ก็เมื่อได้มาไตร่ตรองเอาจากที่ชีวิตผ่านร้อนหนาวมา 40 กว่าฤดูแล้ว  และอีกเรื่องที่นับถือท่านอาจารย์ก็คือในชีวิตนั้นนอกจากพ่อแม่ของตัวเองแล้วยังไม่เคยได้เห็นใครที่ทำอะไรโดยไม่หวังเงินทองเลย ยิ่งในระยะเวลาอันยาวนานยิ่งต้องมาจากข้างในตัวตนจริงๆ เพราะหากคนเราทำอะไรที่ไม่ใช่ด้วยตัวตนของตัวเองโดยแท้จริงแล้วไซร้ ทำได้ไม่นานหรอกค่ะ ลายกี่พร้อยกี่จุดก็จะโชว์ตัวตนออกมา ซึ่งข้อนี้ก็เรียกได้ว่า "ธรรมมะ"อีกเช่นกัน    หวังว่าคุณคงเห็นด้วยนะค่ะ ท้ายสุดนี้ก็กราบสวัสดีท่านอาจารย์ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์นะค่ะ "มารไม่มี บารมีไม่เกิด " น่ะค่ะอาจารย์
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 11, 2011, 08:52:39 AM »

"อายุบวร"
    Grin ก็ขอขอบคุณ ที่คุณ Monta อ่านข้อความที่เป็นประสบการณ์ของ อาจารย์ประหยัด แล้วเข้าใจ ซึ่งคนที่เข้ามาสายสัญญาใหม่ ๆ หรือเพิ่งเข้ามาอ่านนั้น  คิดว่าตัวเองนั้นมีภูมิปัญญาสูง แต่ก็ยังหาเข้าใจในความ "ลึกแลบ" ของสายสัญญาไม่  คนที่พูดว่า "ธรรมะ" คือ ธรรมชาติ นั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียน ธรรมะ ที่ไหนอีกแล้ว
    ใช่ว่าเมื่ออาจารย์ประหยัดเข้ากับฝ่ายเสื้อแดงแล้ว  ก็จะเชื่อแกนนำไปทุกอย่าง  เป็นอาจารย์สายเทพแล้วโง่ไปเชื่อผู้นำที่ในตัวมีแต่ผี ก็น่าจะเป็นอาจารย์สายสัญญาปัญญาอ่อนแล้ว อาจารย์ประหยัดนั้นปฏิบัติตามที่ว่า "กา่รพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" แม้แต่ในสายสัญญาที่เขียนบัญญัติ ๑๐ ประการขู่เอาไว้ก็ไม่เคยกลัว ซึ่งถ้าพูดความจริงแล้วมันตายก็คงจะตายไปจากสายสัญญาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ แล้ว
    Angry คนใดที่มีบุญวาสนาได้ "เปิดพระโอษฐ์" แล้ว ปฏิบัติตนฝึกฝนจนสามารถสื่อกับ "องค์บารมี" ประจำสังขารได้ ก็จะรู้ว่าตัวเองนั้นเกิดมาในโลกนี้ เพื่อสร้างบารมี จะเป็นบารมีสายไหนนั้นก็ทราบได้เลย  ถ้ามาสายเทพก็ไปสายเทพ หากเราเป็นสายเทพแล้วเราไปปฏิบัติทางสายพุทธ เราก็จะไม่มีวันที่จะสำเร็จ แม้แต่ขั้น โสดา่ปฏิมัค  พูดง่าย ๆ ก็คือเมื่อเบื้องบนให้คุณมาเกิดเป็นชาวนา แล้วคุณก็เติบใหญ่มากับท้องนา คุณจะกลายเป็นหมอผ่าตัดนั้นคงจะไม่ได้
       แต่ก็มีข้อยกเว้นเหมือนกันคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือสุนทราภรณ์ นั้นท่านมิได้เกิดมาในตระกูลของ วงดนตรีวงใดวงหนึ่ง ซึ่งก็ไม่เคยได้ยินว่าบิดาของท่านเป็นครูสอนดนตรี  แต่พูดตามที่รู้มาจากฝ่ายโลกทิพย์ ครูเอื้อนั้นท่านเเป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง มีหน้าที่บนสวรรค์คือเป็น คอนดักเตอร์ ท่านลงมาพักผ่อนที่เมืองมนุษย์ เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ท่านก็สามารถที่จะแต่งเพลงได้เป็นหมื่น ๆ เพลง อย่างอัศจรรย์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 11, 2011, 09:10:03 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 09:14:16 AM »

"อายุบวร"
    Tongue ความจริง ธรรมะ นั้นได้มีการเรียนรู้มานานกว่า ๒๕๕๔ ปีแล้ว  ในประเทศไทยนั้นมีพระผู้เผยแพร่ธรรมให้แก่ประชาชนชาวไทยมากกว่าสี่แสนองค์  พระไตรปิฎก็มีอยู่้เล่มเดียวเรื่องเดียวนั่นแหละ  ที่เป็นคำสั่งสอนตกทอดมาจากพระพุทธเจ้า หากว่าการเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องง่าย  พระในวัดและอยู่ตามป่าก็คงจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์นับแสนองค์ การเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น ส่วนมากก็ได้ได้เพียงแค่กระพี้เท่านั้น ไม่สามารถเรียนรู้เข้าไปถึงแก่นแท้ของคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้  นอกจากว่าในอดีตชาตินั้นได้ศึกษาเล่าเรียนมาก่อน เรียกว่าเป็นกุศลมูลเดิมมาตั้งแต่อดีตชาติเท่านั้น
    Cheesy การเรียนรู้ในเรื่องของ "ธรรม" นั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เฉพาะจากพระไตรปิฎกและพระเท่านั้น เพราะว่าศาสนาทุกศาสนานั้นก็มีคำสั่งสอนคนให้เป็นคนดีเหมือนกันหมด  ไม่ใช่ว่าจะมีศาสนาเพียงแค่้ศาสนาเดียวที่ดีที่สุด  เมื่อโลกนี้มีคนมากมายหลายเผ่าพันธุ์ก็ย่อมจะมีมีศาสนามากมาย เพราะฉะนั้นหากคนเรายังต้องทำมาหากิน ก็อย่าไปเรียนแบบพระหรือผู้นำทางศาสนามาก เพราะว่าบารมียังไม่ถึงก็ให้พยายามสร้างบารมีสะสมไปก่อน ร่วมไปกับการมีชีวิตอยู่แบบมนุษย์ธรรมดานั่นแหละ
     ไม่เพียงแค่เรียนรู้ในศาสนาเท่านั้น แม้มาเรียนรู้ในสายสัญญาก็ยังมีธรรมะร่วมอยู่บ้าง  แต่ธรรมะในสายสัญญานั้นเป็นเพียงส่วนประกอบ แต่ไม่ใช่จุดมุ่งหมายที่จะไปนิพพาน  เมื่ออาจารย์ประหยัดเข้ามาในสายสัญญานั้น แรก ๆ ก็น่าจะรู้ว่าไม่ใช่มาเรียนในเรื่องธรรมะ แต่เข้ามาเพราะว่าสายสัญญานั้นมีอิทธิฤทธิ์แฝงอยู่  เมื่อได้ศึุกษาเรียนรู้นานเข้านั้นก็จะรู้ธรรมะจากการปฏิบัติในสายสัญญา ยิ่งในการโปรดญาติโดยการใช้องค์พระบารมีแล้ว ก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษจากชาติที่แล้วและในปุเรนชาติที่ผ่านมา  ได้เรียนรู้ถึงบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ หลาย ๆ ประเภท ที่มีดีน้อยแต่มีเลวมาก หลอกลวงต้มตุ๋นเอาเงินของลูกศิษย์ เพราะว่ามี "อวิชชา" ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองนั้นมีบารมีไม่ถึง เมื่อทำไปก็ไม่ออกเหตุเห็นผล เรียกได้ว่ามั่ว แต่ก็อยากได้เงิน ก็เหมือนต้มคนดี ๆ นั่นแหละ
     เมื่อได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ก็เอามาเขียนสอนบรรดาลูกศิษย์  เมื่อเข้าไปในการเมือง กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ หากไม่เข้าไปคลุกคลีถึงวงในก็จะไม่รู้ว่า  ประ่ชาชนทั้งหลายที่มาร่วมชุมนุมอยู่ด้วยนั้น เป็นกลุ่มคนที่น่าสงสาร ส่วนมากถูกหลอกด้วยคำพูด การสร้างฉาก ด้วยตัวร่วมแสดง เป็นลิเกโรงใหญ่ คนของเขาทั้งนั้น ก็จะถูกหลอกให้วิ่งเข้ามาร่วมด้วย  หากยังไม่ถูกจับก็จะตามกันไปเป็นฝูง พวกที่ถูกจับแล้วแกนนำก็จะไม่ช่วยเหลือ แล้วเรื่องก็จะถูกเก็บเงียบ ก็ต้องรับกรรมไปนอนพักผ่อนในคุก มีสมาชิกของกลุ่มรักเชียงใหม่น่าจะมีเป็นสิบๆ คนที่ยังอยู่ในคุก ที่ตัดสินจำคุกไปแล้วก็มี
     ถ้าใครที่ได้ฟังคุณแอนตี้ ในวันที่ ๒๖ มี.ค.๕๔ พูดเกี่ยวกับแกนนำของเชียงใหม่  แอนตี้เขาพูดว่า ก่อนวันที่ ๑๙ พ.ค.๕๓ ก่อนที่จะมีการสลายม๊อบนั้น  ได้มีผู้มีพระคุณนำเอาปืนมาให้กับแกนนำเชียงใหม่ เอาไว้ป้องกันตัว พวกก็เอาปืนเหล่านี้ไปขายกระบอกละ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วแกนนำนี้ก็หอบเงินหนีไปอยู่้ที่เขมร  ซึ่งแผ่น VCD ที่เขานำมาแจกให้อ่านนั้น ก็ได้รับแจกมาจากแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่นั่นแหละ ขนาดที่ว่าเข้ามาเป็นนายประกันแล้ว ว่ารู้ดีถึงความเห็นแก่ตัวของพวกแกนนำก็ยังรู้น้อยกว่าคุณแอนตี้ นปช.USA เสียอีก  เปิดตาให้ศิษย์สายสัญญาตาสว่างมาแล้ว เวลานี้ก็มาเปิดตาให้สมาชิกมวลชนคนเสื้อแดงตาสว่างขึ้น  แม่ค้าในตลาดวโรรสเวลานี้เขาก็รู้เกือบเท่าทันอาจารย์ประหยัดแล้ว ทั้ง ๆ อาจารย์ประหยัดนั้นไม่เคยเข้าไปซื้อของในตลาดเลย นอนอยู่ที่บ้านก็รู้เหมือนที่คุณแอนตี้อยู่ USA ก็รู้นั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 10:36:17 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 11:00:04 AM »

"อายุบวร"
    Angry ศิษย์สายสัญญา สายตรง ซึ่งเรียกว่า "สายสัญญา พันธุ์แท้" นั้น  อาจารย์ประหยัดได้เจอครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๓๕ ชื่อว่า อ.พงษ์วิทย์ บูรณะอุดม  เจอวันแรกก็ทำสังฆทาน หมดไป หนึ่งพันเศษ ยังไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านเลย  เมื่อไปครั้งต่อไปก็จะมีการชี้แนะให้ทำสังฆทานไปเรื่อย ๆ ครั้งละไม่ต่ำกว่าหนึ่งพัน  ก็เสียเงินไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่เห็นผลอยัมภทันตา ในที่สุดเมื่อเข้าไปคลุกวงในเหมือนเข้าไปคลุกวงในของเสื้อแดง ก็จำเป็นต้องตีตนออกห่าง หยุดการไปหาอาจารย์สายสัญญาท่านนี้ ก็ไม่ใช่ว่าเสียเงินน้อยนะ เสียเงินไปเป็นแสน แต่ไม่ได้เป็นไปตามราคาคุยของอาจารย์
    Angry เมื่อเราได้เรียนรู้สายสัญญา จากอาจารย์หลาย ๆ คน ใช้เวลาหลายปี  ในเมื่อตัวเราเองนั้นทำงานและคบคนประเภทเขี้ยวลากดินมามาก  ทำไมเราจะไม่รู้เท่าทันอาจารย์สายสัญญา  ก็สงสารคนที่ไปหาอาจารย์สายสัญญา เพราะว่าอาจารย์สายสัญญานั้น พูดตามภาษาสายเทพ อาจารย์สายสัญญาส่วนมากนั้นก็คือ "วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง" ผีที่แอบอ้างว่าเป็นเทวดา สายสัญญาก็คือคนธรรมดาที่แอบอ้างเป็นอาจารย์สายสัญญา  คนที่สายป่านสั้นก็คือมีเงินน้อย ไปไม่กี่ครั้งก็ต้องหยุด เพราะไม่มีเงินให้อาจารย์ไถ ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้นเข้าไปในสายสัญญา ติดตามไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็จำเป็นต้องรู้ว่า อาจารย์สายสัญญานั้นเขาอยู่ในระดับไหน  จนเวลานี้ไปหาอาจารย์สายสัญญาคนใด เพียงแค่เข้าไปนั่งไม่เกิน ๕ นาทีก็จะรู้ว่าอาจารย์สายสัญญาคนนี้ของแท้หรือเทียม เทียมนอกหรือเทียมใน
     อาจารย์สายสัญญาวิหารใหญ่ พวกท่านเป็นสายสัญญาที่ปฏิบัติสายสัญญาโดยตรง  แต่ก็ต้องทำตัวเสมือนว่าใครที่เข้าไปหานั้น จำเป็นต้องจ่าย เพราะว่าท่านได้นำความรู้ในสายสัญญามาให้ นำเอาองค์พระธรรมมาบรรจุให้ เรียกว่าโปรดญาติ แต่ก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน นั่นก็คือ "ปััีจจัย" หรือเงินนั่นแหละ  ความจริงเงินไม่กี่ร้อยบาทแลกกับการปฏิบัติตัวมานานกว่า ๓๐ ปี มันก็คุ้ม  ซึ่งถ้าเราลงมือไปปฏิบัติเอาเองเป็นเวลาเพียงแค่ ๑๐ ปี เวลามีคนมาหา เราคิดว่าเราจะทำให้เขาฟรี ๆ หรือ การที่อาจารย์ประหยัดทำให้ฟรี ๆ โดยไม่ได้เรียกร้องเอาเงิน  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นมีบุญที่ีได้ทำไว้ในอดีตชาติ มีค่าเช่ากิน มีเงินฝากกินดอกเบี้ย จึงไม่จำเป็นต้องไปหากินกับศิษย์ที่เดือดร้อนมา  เมื่อพวกเขาไปถูกต้มมาเป็นแสน ๆ อย่างนายเล็ก...หนองใน เขาได้ดีเพราะอาจารย์ประหยัด เขาก็เอาเงินที่ได้จากการเอาอาจารย์ประหยัดเป็นหน้าม้า ไปเรียกเอามาจาลูกศิษย์ของเขา มาจ่ายให้อาจารย์ประหยัดในฐานะเป็นหน้าม้า เราก็รับเอาไว้ แต่มิได้เอาไปจ่ายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แต่จะเอาไปธรรมบุญ เวลานี้จะเอาเงินที่ลูกศิษย์ให้ไว้ไปทำบุญซื้อข้าวให้นกกิน
    Afro คนอย่างเล็กหนองจอกที่เอาอาจารย์ประหยัดไปหากิน พูดกันทุกครั้งยกถาด ๒๐ คน แต่ก็มีมากกว่า ๓๕ คนทุกเที่ยว เหตุที่มีคนมากโดยไม่รู้ว่าทำไมถึงมามาก เพราะว่ามามากก็จะได้เงินมาก เรียกค่าเครื่องบิน ๕๐๐.บาท ค่าขันครู ๑๐๘.บาท ก็เป็น ๖๐๘ X ๓๕ = ๒๑,๒๘๐.-บาท จ่ายเป็นค่าเครื่องบิน ๓,๐๐๐-บาท ใส่ซองให้ อาจารย์ ๒,๐๐๐-บาทก็จะเหลือเงิน ๑๖,๒๘๐.บาท ใส่กระเป๋าตนเอง ไม่ใช่เป็นการเอาเปรียบ อาจารย์ประหยัดนะ นายเล็กได้เงินมากกว่าอาจารย์ประหยัด ๓ เท่าตัว โดยคิดว่าตัวเองนั้นฉลาด ในที่สุดก็มีคนที่ไปหานั้นนำเรื่องนี้มาฟ้อง ก็หยุดการเป็นหน้าม้า ซึ่งเมื่อคิดเอง เออเอง ก็เปิดสำนักหากินโดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าม้า เวลานี้ที่เป็นสายสัญญาไม่รู้จริง  ยังไม่ทันที่อาจารย์ประหยัดจะหยุดการหลอกลวงต้มตุ๋นของนายเล็ก ก็ถูกพระบารมีสายสัญญาปลดไปแล้ว งานที่กำลังรุ่งก็ถูกจัดการโดยโลกทิพย์ คือทำไปก็เจ๊งไป กลายเป็นอาจารย์สายสัญญาที่เรียกว่า เอาตัวไม่รอด เพราะว่าพระบารมีไม่อำนวยการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2011, 03:31:37 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: