หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยเรื่ององค์พระธรรมสายสัญญา  (อ่าน 527 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 16, 2011, 10:44:48 AM »

"อายุบวร"

 Cheesy   สายสัญญานั้น “ลึกแลบ” มาก  โดยเฉพาะองค์พระธรรมในสายสัญญา  ซึ่งพ่อต้นฯ ท่านได้เปิดเอาไว้ให้บรรดาสายานุศิษย์ทั้งหลายได้นำมาใช้  มีหัวตั้งแต่ ๑, ๔, ๘, ๙, ๑๒, ๑๕, ๑๗, ๑๙, ๒๑, ๒๕, ๒๙, ๓๒ และ ๕๑ ฯลฯ ซึ่งมีมากกว่านี้อีก  ในสมัยเมื่อพ่อต้นฯ ท่านเปิดองค์พระธรรมนั้น  ก็จะเปิดให้สำหรับผู้มีบุญที่ยังมาไม่ถึงวิหารใหญ่  โดยองค์พระธรรมเหล่านั้นก็จะฝากไว้กับบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย  ส่วนมากแล้วเมื่อลูกศิษย์ที่ได้รับฝากองค์พระธรรมเอาไว้ก็ไม่สามารถใช้องค์พระธรรมเหล่านี้ได้  เพราะว่าบารมียังไม่ถึง แม้จะปฏิบัติไปจนแก่ก็ยังมีบารมีไม่ถึงอยู่ดี  แล้วองค์พระธรรมเหล่านี้เมื่อเจ้าของเขามา  เขาก็จะได้รับจากบรรดาอาจารย์ที่รับฝากเอาไว้  มีองค์พระธรรมเป็นร้อย ๆ องค์ที่ได้เดินทางออกจากวิหารใหญ่ ไปอยู่ที่หาดใหญ่  จนอาจารย์ที่รับฝากเอาไว้นั้นก็ได้เลิกปฏิบัติจากสายสัญญา  เมื่อมาเจอกับ อาจารย์ชาญยุทธ์  ก็ได้เอาองค์พระธรรม เหล่านั้นให้อาจารย์ชาญยุทธ์  แล้วองค์พระธรรมเหล่านั้นก็ได้เดินทางจากหาดใหญ่ไปเชียงใหม่  ไปหาอาจารย์ประหยัด  ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๕ ปี  ซึ่งเมื่อไปถึงแล้ว ถ้าเปรียบกับรถยนต์  องค์พระธรรมเหล่านี้ก็จะตกรุ่น เหมือนกับรถกระบะโตโยต้ารุ่นแรก เวลาจะสต้าทต้องเผาหัวก่อน วิ่งได้เร็วสูงสุด ๑๒๐ ก.ม./ช.ม ส่วนรุ่น Vego นั้น สต้าทเหมือนรถเบนซิน  สมัยเมื่อยังไปโปรดญาติที่ปอยเปตนั้น นั่งรถรุ่นนี้เขาขับ ๑๖๐ ก.ม./ช.ม. วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งเสียอีก
 ถ้าเปรียบฤทธิ์ขององค์พระธรรมเป็นไฟฟ้า  ไฟฟ้านั้นเราจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้  แล้วเราก็ไม่รู้ว่าฤทธิ์เดชของไฟฟ้านั้นแรงแค่ไหน  จนกว่าเราจะเอามือไปแตะหรือจับ ก็จะถูกไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ามีประโยชน์ก็มีโทษมหันต์สำหรับคนที่ไม่รู้จักไม่เคยเรียนรู้ได้เหมือนกัน  ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราไปซื้อตู้เย็นมาตู้หนึ่ง ตู้เย็นใบนี้ทำไม่ดีคือไฟรั่วเมื่อเอาตู้เย็นไปวางไว้กับพื้นที่เป็นซีเมนต์ แล้วไม่ได้ต่อสายดิน  เราอาจจะถูกไฟดูดได้เพราะว่าเราไม่เห็นว่าไฟมันรั่ว ถ้าร่างกายเราไม่แข็งแรง ตกใจ ไฟฟ้าก็จะดูดเราตายคาตู้เย็นนั่นแหละ แล้วก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมายที่สามารถจะฆ่าผู้ที่ไม่มีความรู้แล้วนำไปใช้  ไม่ใช่เฉพาะไฟฟ้าฆ่าคนได้ แม้แต่บ้านเรือนหากสายไฟเก่า ไม่เปลี่ยนวันใดที่สายทั้งสองแต๊ะกัน ไฟช๊อตขึ้นมาก็สามารถที่จะเผาบ้านหลังนั้นให้วอดวายได้
 Grin   มนุษย์เรานั้นก็ฉลาด ทำไขควงไฟฟ้าขึ้นมา  เอาไปแตะสายไฟสายไหนก็รู้ได้ทันทีว่ามีไฟฟ้าเดินหรือไม่เดิน ซึ่งมีเอาไว้สำหรับมนุษย์ที่รู้ ฉลาด ที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตของตนเอง  ไฟฟ้านั้นเดินทางด้วยสายไฟใหญ่และเล็ก ถ้าเดินมาตามสายเมนเข้าบ้านเวลาดูดคนก็จะแรงมาก อาจตายได้หรือไม่ตายก็ได้ แต่ถ้าเป็นไฟฟ้าที่เรียกว่า ๓-๔ เฟสนั้น หม้อก็น่าจะ ๒๐ แอมแปร์ ขึ้นไป ดูดคนแล้วก็รอดค่อนข้างยาก ถ้าเป็นสายที่อยู่บนเสาไฟฟ้านั้น เด็กบางคนเล่นว่าวเอาสายป่านไปถูกสายเข้า ไฟฟ้ายังวิ่งลงตามสายเว่าลงมาดูดถึงตายได้
 Wink   ทีนี้มากล่าวถึง องค์พระธรรมในสายสัญญา เป็นสิ่งที่ลึกแลบ มองไม่เห็นเหมือนกระแสไฟฟ้านั่นแหละ องค์พระธรรมในสายสัญญานั้นไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใด ๆ ในโลกนี้นำมาวัดได้  นอกจากจะสร้างขึ้นจาก บุญเก่า ก็จะสามารถรู้ฤทธิ์ รู้บารมี ขององค์พระธรรมได้  ศิษย์สายสัญญาที่  “รู้ไม่เท่าทันพระบารมี” มีบุญวาสนาน้อย แต่อยากจะเป็นใหญ่ อยากจะโด่งดังในสายสัญญา  ไม่ศึกษาประวัติพ่อต้นฯ ให้ดี  ก็จะไม่รู้ว่า การทำเกินว่าอำนาจพระบารมีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง องค์พระธรรมที่มีหัววนรอบ ๕๑ เป็นองค์พระธรรมสำหรับผู้ที่ปฏิบัติอยู่ในระดับขั้น อานิสงส์ สูงสุด ใช้  ศิษย์สายสัญญาที่มีบารมีน้อยนำไปใช้ก็ไม่เกิดเหตุเห็นผลแต่ประการใด  ศิษย์สายสัญญาที่เกือบพอจะใช้ได้ หากนำไปใช้ถ้าจิตเจตนาในบริสุทธิ์  แทนที่จะเป็นประโยชน์กับตัวเอง  ก็จะไม่รู้เลยว่าองค์พระธรรมหัว ๕๑ นั้นเทียบเท่ากับกระแสไฟฟ้าที่อยู่บนเสาไฟฟ้า หากว่าศิษย์สายสัญญาเป็นช่างก่อสร้าง สร้างตึกใกล้กับสายไฟฟ้าเหล่านี้ เพียงแค่นำไม้หรือนำสื่อไฟฟ้าไปแตะเข้าโดยบังเอิญ ก็จะถูกไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่ร่าง ตาย ตัวไหม้เกรียม ถ้ารอดอยู่ได้ก็น่าจะพิการไปเลย  องค์พระธรรมหัว ๕๑ นั้น ผู้ใดที่เป็นศิษย์สายสัญญา อวดรู้ รู้มาก เมื่อนำไปประจุให้กับตัวเองนั้น ก็เหมือนคนที่กินยาเกินขนาด เคยรับองค์พระธรรมหัว ๑๕,๒๑ สูงสุด เมื่อเกิดความอยาก ก็ประจุองค์พระธรรมหัว ๕๑ เข้าไป  ก็น่าจะดี แต่การกินยาเกินขนาดนั้นก็ต้องไปล้างท้อง ส่วนองค์พระธรรมที่ไม่มีบารมีพอที่จะรับ ก็คงจะไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่จะ “เพี้ยน” ไปเท่านั้นเอง  ซึ่งอาจารย์สายสัญญาที่เพี้ยนนั้นก็จะไม่รู้ตนเองเลยว่าเพี้ยน ซึ่งสามารถสังเกตได้ว่าไม่มีลูกศิษย์คนใดกล้ามารักษา  แล้วในที่สุดก็จะไม่มีคนมารักษาด้วย
 Cry   ถ้าเปรียบอาจารย์สายสัญญาเป็นเจ้าของร้านข้าวมันไก่ ร้านขายก๊วยเตี๊ยว ร้านขายอาหารต่าง ๆ นั้น ร้านอาหารเหล่านี้เจ้าของร้านเขาจะไม่สนใจในเสื้อสีไหน  บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เขาก็จะตั้งหน้าตั้งตาค้าขายเอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียว  เขาพูดว่าพวกเขาไม่มีเวลาแล้วก็ไม่อยากไปยุ่งด้วย  แต่เมื่อได้ประชาธิปไตย พวกเขาก็ได้ด้วย หากบ้านเมืองล่มจมเพราะผู้บริหาร ค้าขายไม่ดีพวกเขาก็ล่มจมตามได้เหมือนกัน  ซึ่งอาจารย์สายสัญญานั้นก็เปรียบเสมือนเจ้าของร้านอาหาร ไม่เห็นว่าอาจารย์สายสัญญาคนไหนสนใจในบ้านเมือง แล้วสายสัญญานั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองแต่ประการใด  อาจารย์สายสัญญานั้นหากินกับชาวบ้าน ไม่ได้หากินกับนักการเมือง หรือพวกรัฐมนตรีทั้งหลาย  สมัยเมื่อพ่อต้นฯ ท่านอยู่นั้น ท่านไม่ได้บอกว่าพวกนั่งโกงกินเมืองนั้นเป็นศัตรูของบ้านเมือง  แต่พ่อต้นฯ ท่านจะตีหลักปราบ “มาร” ในวาระที่ท่านจะละทิ้งสังขารนั้น พ่อต้นฯท่านจะตีหลักปราบมารอย่างมากมาย  แต่พ่อต้นฯ ท่านไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า พวก “มาร” ที่ท่านปราบไปนั้น  ภายภาคหน้ามันจะเกิดมาตามสังขารของมนุษย์รุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาใหม่  เมื่อสมัยที่พ่อต้นฯ ตีหลักปราบมารมัน  มารพวกนี้เพิ่งจะเกิด ซึ่งพ่อต้นฯ ก็ไม่ได้มีสายตายาวไกลจึงไม่ได้ทิ้งองค์พระธรรมปราบมารรุ่นใหม่ที่มานั่งอยู่ในสภา  กู้ โกง กิน ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ศิษย์พ่อต้นฯ คนใดบ้างในปัจจุบันก่อนที่ท่านจะตาย  ท่านได้ช่วยบ้านเมืองที่กำลังเดือดร้อนอยู่ น่าจะไม่มีเลยสักคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2011, 10:21:26 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Adisorn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 10:03:28 AM »

  องค์พระธรรมนั้นลึกแลบจริงครับอาจารย์ เวลาที่ผมลงบางองค์นั้นเวลาลงอึดอัดหายใจไม่ออก เหมือนจะเป็นไข้ก็มี น้ำมูกหลั่งโดยไม่มีสาเหตุก็มี หัวหมุนโดยไม่ใช่เวียนหัวก็มี บางองค์ที่เป็นหัว 21 เล่นเอาหมอบราบกระแตครับ
  แต่ก็ไม่ท้อครับผมจะตั้งใจทำและเดินหน้าต่อไปให้ดีทีสุด จนสุดความสามารถครับ
บันทึกการเข้า
Adisorn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 10:14:37 AM »

 Azn แต่พอกล่าวคำภาวนาเสร็จจะรู้สึกเบาตัวจิตใจปลอดโปร่งสบายเหมือนไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้เลยครับ
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 10:31:48 AM »

"อายุบวร"
    Cry คนที่เริ่มปฏิบัติในสายสัญญาใหม่ ๆ นั้น  เริ่มแรกจะต้องประจุองค์พระธรรมที่มีหัววนน้อย ๆ ไปก่อน โดยเฉพาะองค์นะธรรมธาตุ ซึ่งถือว่าจะต้องประจุให้มาก เป็นฐานรากรองรับองค์พระธรรมอื่น  หากองค์พระธรรมเบื้องต้นที่เราประจุไปนั้นยังไม่แน่นพอ เราข้ามไปประจุองค์พระธรรมที่มีหัวรอบมาก ๆ หากรับไม่ไหวก็จะเกิดอาการต่าง ๆ
    Cry สำหรับคุณอดิศร นั้นเมื่อประจุองค์๋พระธรรมแล้ว เกิดอาการต่าง ๆ ขึ้นมานั้น เป็นการแสดงว่าองค์พระธรรมนั้นรับรอง หากปฏิบัติไปก็จะเจริญในสายสัญญาอย่างรวดเร็ว  แต่ต้องไม่เดี้ยงเสียก่อนนะ เดี้ยงนี้ก็ต้องไปอ่านในเรื่องของ เล็ก..หนองไน ซึ่งคิดว่าตัวเองนั้นแน่ ก็ข้ามขั้นเร็วเกินไป  เข้าใจเอาเองว่าตัวเองนั้นเก่งกว่าอาจารย์ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีความสามารถ หรือมี "บารมี" พอที่จะสนทนากับองค์ตัวเองให้รู้เรื่องได้  ก็พูดเอง เออเอง ในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองนั้นเก่งจริง ซึ่งคำว่าลึกลับนั้นก็ยังไม่เข้าใจ แล้วจะไปเข้าใจคำว่า "ลึุกแลบ" ได้ยังไง เมื่อเป็นอย่างนั้น เล็ก...หนองไน ก็ดับสูญไปตามสัญญา
    Grin ประวัติศาสตร์ ตัวอย่าง เขามีไว้ให้ศึกษา  ลูกศิษย์พ่อต้นฯ มากมายหลายท่าน เมื่อพ่อต้นฯ ท่านละวางสังขารไปแล้ว ก็ไมได้เชื่อในคำสั่งสอน  เวลานี้ก็กลายเป็นอาจารย์ประเภท เสือหิว อยากรู้ว่าเสือหิวในสายสัญญาเป็นยังไง ก็ไปที่วิหารใหญ่ได้เลย แล้วก็จะรู้เอง จะไปเจอคำว่า "คาเวรคากรรม"
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Adisorn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 11:42:05 AM »

  กราบขอบพระคุณครับอาจารย์ กระผมจะตั้งใจปฏิบัติให้ดีที่สุดครับและจะรายงานผลให้อาจารย์ทราบเป็นระยะๆ ครับ เผื่อว่ามีญาติใหม่ในสายสัญญามาอ่านพบจะได้นำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้ไปพิจารณาซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: