"อายุบวร"

องค์พระธรรมหัว ๕๑ ที่ได้มานั้น นำไปทดสอบกับคุณมนูนั้น ไม่ได้ผล เพราะว่าได้มาก็สายเกินไปแล้ว เพราะว่าคุณมนูนั้นเป็นมะเร็งอยู่ในขั้นสุดท้าย แม้แต่ร่างของพระแม่ลักษมีได้นำองค์พระธรรมในด้านรักษามาให้ ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ในเมื่อคุณมนูเขาหมดอายุขัยแล้ว ซึ่งในด้านการรักษานั้น หมดอายุขัย มีเจ้ากรรมนายเวร ติดตามมาเป็นฝูง หลีกเลี่ยงในการรักษาได้ก็น่าจะหลีกเลี่ยง ซึ่งถ้าปฏิบัติตัวไม่ถึงแล้ว เจ้ากรรมนายเวรเขาก็จะหันมาเล่นงานผู้รักษาด้วย

สู้มาเล่นกับพวกที่มาทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนวุ่นวายดีกว่า เมื่อครั้งที่ กกต.ประกาศ เหลือ ๔ คนสุดท้าย ซึ่งมีชื่อ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมอยู่ด้วย แต่แรกนั้นได้ตีหลักประหารมาร ไป ๒ คน คือ นายอภิชาติ สุขขุคานนท์ และ นางสดศรี สัตยธรรม ก็เลยต้องเพิ่ม อีก ๒ คน คือ นายประหกพันธ์ นัยโกวิทย์ และ นายสมชัีย จึงประเสริฐ พร้อมทั้งตีตัดท่อส่งสายมาทาง คุณหญิง จจจ.และนางเปรม อีกคนหนึ่ง ในที่สุดก็ฟรุ๊คได้ผลอีก คือ คุณจตุพรได้รับรอง สส.เป็นคนที่ ๕๐๐ ซึ่งกาลภายหน้าที่คุณจตุพร เดินทางไปนั้น ก็ยังไม่รู้ว่า คนที่จะถูกตีหลักประหารมารจะมีอยู่อีกกี่คน

แกนนำเสื้อแดงสู้กันมา เสียทั้งชีวิต และเลือดเนื้อ กลายเป็นคนพิการไปเกือบสองพันคน
เวลานี้ก็มีคนกีดกันที่จะไม่ให้แกนนำเสื้อแดงเป็น เพียงแค่ รมช. พวกที่ชุบมือเปิบ ไม่ได้ทำอะไรเลย คุยฟุ้งว่าเป็นคนที่มีความรู้ ก็ได้เข้ามาเป็น สส.ปาตี้ลิส อย่างง่ายดาย อย่างแกนนำ กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ นั้น ประเภทปอดแหก หนีไปอยู่เขมรมา ก็ยังได้ลงลำดับที่ ๘๖ ซึ่งต้องรอให้พวกลำดับก่อนหน้าตายไปสัก ๒๐ คน ก็คงจะได้เป็นแหละ แกนนำ นปช.ที่สู้แล้วติดคุกตั้ง ๘-๙ เดือน รวมทั้งคุณจตุพร ที่ติดไป ๒ เดือนกว่า
ก็มีคุณหญิงหน้าโง่มาอ้างว่า หากมีพวกเสื้อแดงอยู่ใน ครม.ด้วย ก็จะทำให้่ นายกทักษิณ จะกลับประเทศไทยยาก ความจริงมันก็ยากมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๙ แล้ว เพราะว่าหลักที่เสียบอยู่นั้นก็ยังไม่มีใครแก้ไขให้

ตามที่ติดตามอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงมาเกือบ ๒ ปี นั้น รัฐบาลเพื่อไทยนั้น ถ้าไม่มีกลุ่มเสื้อแดง ไม่มีวันที่จะได้เป็นรัฐบาลหรอก พวกที่เข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีนั้น ก็มีเสื้่อแดงเพียงแค่ ๑ คน คือ ท่าน ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ส่วนรัฐมนตีช่วยนั้นก็มีแต่พวกปากหมาพูดขัดไม่ให้พวก นปช.เสื้อแดง เป็น ซึ่งหากผู้ใหญ่ในพรรคไม่เห็นคุณงามความดีของแกนนำเสื้อแดง
ไม่รู้จักคุณความดีของ นปช. ทำตัวเป็นคนไม่รู้จักบุญคุณคน มันก็น่าจะเหมือน ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม ซึ่งเวลานี้ต้องหลบ ๆ ซ่อน มุดรูอยู่ แล้วก็จะไม่มีวันได้กลับมาชูคอเป็นแกนนำอีก เหตุทีั่เป็นอย่างนี้เพราะ ๒ ท่านนี้ เป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน แล้่วยังไม่พออวดกำแหงด่าลับหลังผู้มีพระคุณ จึงได้กลายมาเป็นผู้ที่ทดสอบการตีหลัก ผลก็เห็นชัดยิ่งกว่าคุณจตุพรเสียอีก ซึ่งใครก็ตามที่มานั่ง รมช.มหาดไทย หากไม่มีชื่อคุณจตุพร เป็น รมช.มหาด ไทยด้วยละก้อ ผู้ที่แต่งตั้ง มันจะเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน คนที่ถูกแต่งตั้ง มันจะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ แต่ไม่อยู่ในสายตาอาจารย์ประหยัดละก้อ
น่าที่จะต้องเป็นผู้ที่มีโอกาสที่จะได้รับการทดสอบหลักประหารมาร หัว ๕๑ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นการไปรังแกใคร แต่เป็นการไปช่วยให้ความยุติธรรมมันเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อไม่มีความยุติธรรม ก็น่าจะจมอเวจีไปตามสัญญา ผู้ใหญ่ในโลกมนุษย์นี้ หากไม่มีสัจจะ ไม่มีความยุติธรรม ก็ใหญ่ได้เพียงแค่โลกมนุษย์นี้เท่านั้น จะมาใหญ่ในภาคโลกทิพย์ไม่ได้

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ คำพูดนี้ใช้มานานแล้ว และก็ได้ทดสอบว่า สิ่งลึกลับที่มองไม่เห็นนั้น สามารถดลบันดาลให้เป็นไปได้ เป็นนายกอยู่ดี ๆ ๑๙ ก.ย.๔๖ ยังกระเด็นไปอยู่ต่างประเทศได้ ส่วนคนที่ได้ถูกทำนายว่าเป็น ทหารเอกพระเจ้าตาก แล้วก็ทำการรัฐประหาร คือ พล.อ.สนธิ พรรคทั้งพรรคก็ได้มาเป็น สส.เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ความฝันที่คิดว่าจะมาทำงานเพื่อไถ่โทษนั้นคงจะต้องฝันไปจนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้านั่นแหละ

การต่อสู้ของ อาจารย์ฺสายสัญญา นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ ในเต๊นท์ บนถนนราชดำเนิน หรือราชประสงค์ เหมือนผู้กล้าทั้งหลาย สายสัญญาก็รบแบบสายสัญญา อาวุธของอาจารย์ฺหรือบรรดาลูกศิษย์สายสัญญา ก็คือ "หลักประหารมาร" จะได้ผลหรือไม่ได้ผลนั้น จะรู้ได้โดยการลงมาปฏิบัติแล้วทดสอบด้วยตนเอง มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยนั้น มีคนสามารถเข้าเรียนได้ปีละหมายหมื่นคน แต่มหาวิทยาลัยโลกแห่งวิญญาณของสายสัญญานั้น ปีหนึ่ง ๆ เข้ามาเรียนไม่กี่คน แล้วคนที่จะสามารถเลื่อนชั้นขึ้นในระดับอานิสงฆ์สูง ๆ นั้น มีน้อยมาก รุ่นอาจารย์ประหยัด นั้นน่ารจะมี ๒ คน อีก ๑ ก็คือ อาจารย์ชาตรี ศิษย์อาจารย์บุญมา ส่วนศิษย์อาจารย์ประหยัด นั้น น่าจะเป็น อาจารย์ชาญยุทธ์ หาดใหญ่ และ คุณเนเน่ี่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็พึ่งจะมาเข้าใจคำพูดที่ว่า "คัดเซ็น" ของสายสัญญา คือคนที่เข้ามาในสายสัญญานั้น กว่าจะได้ก็จะต้องถูก "คัด" จาก "พระบารมี" ซึ่งด่านคัดเซ็นนั้น วิธีผ่านนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่ว่าปฏิบัติเพื่อสร้างบารมี ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อทำมาหากิน