"อายุบวร"

พวกแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่นั้น เคยได้ฟังลิเกคณะ "อี่จั๋นเจอะเหวอะ" มาแล้ว ที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรส เชียงใหม่ ตอน ๑ และ ตอน ๒ หลังจากนั้น หลังจากนั้นคณะลิเกชุดนี้ก็ไปแสดงที่ "ราชประสงค์" เป็นที่ฮือฮามาก เมื่อเกิดมีการลายม๊อบ หรือขอพื้นที่คืน หัวหน้าคณะลิเกเรื่องนี้ก็ได้หนีไปอยู่ที่ประเทศเขมร เมื่อกลับมามอบตัวก็ได้คดี "หมิ่นเบื้องสูง" แต่เนื่องจากว่าเส้นใหญ่ก็ได้ประกันตัวเป็นคนแรก ในคดีหมิ่นซึ่งจะประกันตัวไม่ได้

เมื่อวานนี้นางเอกคณะยี่เกคณะนี้ก็ได้ นำ ตอนที่ ๓ มาแสดง ออกทางวิทยุ FM92.5 ซึ่งวิทยุเครื่องนี้ ซื้อมาด้วยเงินบริจาคของประชาชนชาวเสื้อแดง เอาไว้เป็นสื่อกลางสำหรับพี่น้องเสื้อแดง แต่ปรากฎว่ามีการแสดงยี่เกตอน "อี่จั๋นโศกา" เนื้อเรื่องนั้นเป็นเพราะว่า สองสามีภรรยาคู่นี้ได้พลัดพรากจากกัน ในเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๓ ก็ไม่ทราบว่า ดีเจ.แหล่ นั้นไปอยู่ที่ไหน จึงไม่สามารถที่จะเข้าไปในเขมรได้ ก็เฝ้ารอแม่ยาหยีด้วยความรักและคิดถึง ดีเจ.แหล่ นั้นจะเป็นคนดีสำหรับคนที่เป็นคนดี แต่จะร้ายกับคนที่ร้าย เป็นหัวหน้าการ์ดของกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ซึ่งสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ รักและชื่นชอบ ดีเจ.แหล่มาก

หลังจากที่ได้อยู่ว้าเหว่เอกาเดียวดายมาถึง ๙ เดือน เวลานี้ก็ปาเข้าไป ๑ ปี แล้ว ยังไม่เคยได้ประสบพบปะกันแม่ยอดยาหยี เมี่ยไม่รักแล้วยังกล่าวหาหลาย ๆ เรื่อง หาว่าผัวใจไม้ไส้ระกำ ขู่เอาชีวิต ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ว่า ดีเจ.แหล่ จะเป็นคนไม่ดีอย่างนั้น เจ้าของยี่เกก็ได้นำเอาวิทยุของประชาชนมาพร่ำพรรณา เรื่องส่วนตัวให้กับพวกเสื้อแดงฟัง

คนที่ทำพิธีการขู่ดีเจ.อ้อม น่าจะเป็นคนที่ "เชือดไก่ให้ลิงดู" มากกว่า เพราะเท่าที่ฟังจากเฮียอ้วน สามีอดีตหัวหน้าการ์ดนั้น เฮียอ้วนรู้ว่าดีเจ.แหล่อยู่ที่ไหน แล้วก็รู้ว่า การที่ น้องเจมส์ และ แดงคชสารนั้น ถูกฆ่า เพราะมีคนจองกฐินเอาไว้สำหรับลูกพี่ของเขาทั้งสอง แล้วมีคนจองกฐิน ๒ ท่านนี้เอาไว้มากด้วย ก็ได้ฟังเอาไว้เพื่อประดับความรู้

สุดท้ายก็มีการออดอ้อนแม่ยกทั้งหลาย แต่แม่ยกของดีเจ.อ้วน คงจะไม่สบอารมย์ด้วย บอกว่าวันนี้ คือ ๒๕ พ.ค.๕๔ ก็จะไปงานศพคุณป้าลำดวน ใครอยากเจอก็ให้ไปเจอที่งานศพ ที่ไปนั้นก็เพราะมีคนพูดว่า ข้าวซอยลำดวนนั้นเอาเงินและข้าวซอยมาบริจาคหลายร้อยชุด บริจาคกันทั้งปี หากไม่ไปงานศพนี้ก็เท่ากับว่าเป็นคน "เนรคุณ" หากข้าวซอย๑๐๐๐ ชุดก็สามหมื่นบาท แต่ถ้าไปเช่าโฉนดที่ดินที่แม่ของท่านโต้งคือคุณป้าบัวคำประกันตัว ๓ คนก็เป็นแสนบาทแล้ว