"อายุบวร"

ฟังวิทยุ FM ๙๒.๕ ว่า ถึงแม้งานครบรอบวันตายของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ จะเป็นงานใหญ่ก็ตาม แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ก็ไม่ไปแต่จะจัดงานที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสแทน ไม่เคยนึกถึงสมัยก่อนที่ยังไม่ดังก็ไปอ้อนวอนแกนนำ นปช.ที่กรุงเทพฯ มาโปรโมทตนเอง จะมากี่คนก็ตามก็ไปขวัญขวายหาเงินค่าเครื่องบินไปกลับมาออกให้ทุกคน

เมื่อ ผอ.เพชร ทำตนเป็นคนไม่รู้จักบุญคุณคน ไม่ลงไปร่วมงานพร้อมกับไปเยี่ยมเยียนคุณจตุพร พรหมพันธุ์ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ร่วมงานนี้หมายถึงพาสมาชิกเสื้อแดงลงไปร่วมด้วย ก็ได้ยินประกาศออกทีวี Asia Update ว่าเชียงใหม่จะไป ๑๐ คันรถ ก็ไม่รู้ว่าราคาคุยหรือเปล่า ซึ่งคุณจตุพร ดร.อภิวันท์ วีระชัย คุณสมหวัง อัคราศี และแกนนำอีกหลาย ๆ คน ยังมาร่วมงานพิธีเผาศพ แดงคชสาร และ น้องเจมส์ การ์ดเสื้อแดง หรือว่า แกนนำ นปช.นั้น จำเป็นจะต้องมาเพราะว่า ผอ.เพชร ท่านใหญ่ แต่ถึงจะใหญ่ยังไง ดังยังไง ก็ยังทำตัวเป็นคนจนอยู่ดี ต้องให้อาจารย์ประหยัดเอาโฉนดที่ดินไปค้ำประกันตัวให้ ก็แกล้งจนไปอย่างงั้นเองนะ ในงานวันเกิดพระครูสุเทพ และงานศพของ แดงคชสาร ก็ได้ไปเจอคุณจตุพร และแกนนำหลาย ๆ คนในงาน เมื่อท่านมีน้ำใจสละเวลาให้กับคนบ้านนอกอย่างลูกสมุนที่ถูก “เชือดไก่ให้ลิงดู” ก็เลยเอาบัตรโดยสารรถทัวร์ ๙๙๙ จำนวน ๑๐ ใบไปแลกตั๋วเดินทางไปกรุงเทพฯ ในคืนวันที่ ๑๘ พ.ค. แล้วไปตีตั๋ว วันทูโก กลับวันที่ ๒๐ บ่ายสามโมงครึ่งเอาไว้

ไปถึงกรุงเทพฯ ตี ๕.๓๐ น. ก็นั่งรถเมล์เบอร์ ๓ ฟรี ไปลงหน้าโรงแรม นอนดูข่าวไปถึง ๘.๐๐ น. ก็โทรไปปลุกหลานชายตื่นให้มารับไปเยี่ยมคุณจตุพร แกขับรถด่วนจี๋มารับทันที ออกจากบ้าน ๙.๐๐ น. มาถึงโรงแรม ๑๒.๑๐ น. ก็หมดเวลาเยี่ยมแล้ว ออกจากโรงแรมไปที่ อิมพีเรียลเวิลด์ ไปซื้อหนังสือ และ VCD ลงมาทานข้าวที่ชั้นล่าง ก็เห็นแกนนำหลาย ๆ คนที่เขาเตรียมตัวที่จะไป ราชประสงค์กันแล้ว กินข้าวเสร็จก็ไป ม.เกษตร บางเขนไปซื้อ VCD ของ อาจารย์ชัยณรงค์ แต่ปรากฏว่าร้านปิด ก็เลยต้องไปนอนพักผ่อนอิริยาบถอยู่ที่โรงแรม เตรียมที่จะไป ราชประสงค์ ก็ไปราชประสงค์เวลา ๑๘.๐๐ น. โดยรถไฟฟ้า ๓๕.-บาท ไปลงที่ชิดลม ห่างจากเวทีปราศรัยสัก ๕๐ เมตร คนก็มีมากพอสมควร ซึ่งถ้าไม่มากก็คงจะเข้าไปหน้าเวทีได้ แต่จะเบียดเสียดเยียดยัดยังไงก็เข้าไปไม่ได้ ก็เลยนั่งฟังอยู่ที่ข้าง ๆ ร้านเกษร ที่ขายแบนด์เนม “หลุยติงต๊อง” ก็มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ก็หลบฝนอยู่ใต้รถไฟฟ้า นั่งฟังไปคุยกับคนอีสานไป ๒ ชั่วโมงก็เดินทางกลับโรงแรม

ตื่นเช้าขึ้นมาหลังจากอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว ๙.๐๐ น.ก็เดินทางไปเรือนจำพิเศษ ไปแท็กซี่ ๘๖.-บาท เอาไปเลย ๑๐๐ บาท ไม่ต้องทอน บริจาคให้พวกเสื้อแดงทีละหลายร้อยบาท มากกว่าเงินทอนแท็กซี่ ๑๔ บาทเสียอีก แต่ดันเอาไปลงฝั่งที่เป็นเรือนจำทั่วไป ก็เลยต้องซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ไปลงที่เรือนจำพิเศษ เสียไปอีก ๑๐ บาท เอาแบ๊ง ๒๐ ให้ ไม่ต้องทอน เสี่ยมาเอง เงินนี้ได้มาแต่กำไรขายหุ้นมา ไม่ได้ไถใครมา ไม่ได้เป็นเงินบริจาคอย่างที่ ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม ได้มา คนที่จะเข้าเยี่ยมคุณจตุพรนั้น จะต้องนำ “ปาก” ไปด้วย ไม่อย่างงั้นก็จะไม่รู้วิธีการเข้าเยี่ยมได้ยังไง

ก่อนอื่นนั้นต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ๒ บาท ที่บ้านกูถ่ายใบละ ๕๐.-สตางค์ แล้วเอาไปแลกบัตรคิว จากนั้นก็นั่งรอไปเถอะ ไปจนถึงเวลา ๑๑.๐๐ น. ในขณะที่นั่งรอนั้น ก็จะมีแกนนำร่วมรุ่นของคุณจตุพรมา ดร.อภิวันท์ คุณวิเชียร ขาวขำ คุณกอแก้ว พิกุลทอง เจ๋ง ดอกจิก ส่วน อ.ธิดา และหมอเหวง นั้นจะอยู่ข้างนอก คอยให้พวก ทีวี.มาสัมภาษณ์ ถ้ามีกระเป๋าไปก็ต้องเอาบัตรประชาชนไปแลกกุญแจล็อคเกอร์ แล้วเอากระเป๋าไปใส่เอาไว้ ฟรี ไม่เก็บเงิน เนื่องจากอากาศร้อน ก็ต้องไปซื้อกาแฟเย็นมาดื่มแก้กระหาย แก้วเล็ก ๒๕ บาท ก็ไม่แพง จนในที่สุดเมื่อถึงเวลาเยี่ยม การเข้าคิวก็แบบไทย ๆ ใครมาก่อนมาหลังก็แย่งกันเข้าแถว เมื่อถึงเวลาเขาก็ปล่อยเข้าไปในห้องที่กว้างมาก ประมาณ ๓ เมตร คูณ ๔ เมตร แทบจะไม่มีที่ยืน โทรศัพท์ก็มีให้พูดอยู่เครื่องเดียว มีลูกกรงกั้นแล้วก็มีกระจกกั้นเอาไว้อีกที ไม่เหมือนในหนังฝรั่งนะ จนคุณจตุพรต้องยืนบนเก้าอี้ให้คนที่ไปเยี่ยมได้เห็นหน้า ใบหน้าคุณจตุพรนั้นยิ้มระรื่น มีความสุขมาก ที่ยังมีประชาชนไปเยี่ยมกัน ซึ่งจะเข้าไปได้เพียงแค่ ๑ ชั่วโมงเท่านั้น ก็ประมาณ ๒๐๐ คน ก็ปิดการเยี่ยม ซึ่งที่เชียงใหม่นั้นพวกแม่ยกจะไปเยี่ยม ดีเจ.อ้วน นั้นคงจะไม่ได้ เพราะว่าดีเจ.อ้วนนั้นยังไม่ได้ประกันตัว แล้วก็มีคนไม่อยากให้ ดีเจ.อ้วน ประกันตัวด้วย

ทีแรกยังโมโหอยู่ในใจที่เห็นพวกแกนนำนั้นเป็นบุคคลพิเศษ เข้าไปเยี่ยมได้ก่อน อีกห้องหนึ่ง ก็ไม่นึกว่าเสื้อแดงจะมี ๒ มาตรฐานเหมือนกัน แต่เมื่อได้เจอหน้าคุณจตุพรแล้ว ก็ลืมไปเสียแล้ว เห็นหน้าคุณจตุพร ก็หายเหนื่อยหายร้อน มีแต่ความสงสาร แต่ก็มีความสุขที่คุณจตุพรมีความสุขกับคนที่ไปเยี่ยม

ออกมาจากการเยี่ยมเยียนก็เดินไปข้างนอก อ.ธิดา กับ หมอเหวง ก็กำลังให้สัมภาษณ์กับ ช่อง ๗ และ Asia Update ก็ไปยืนฟังสักครู่หนึ่ง ก็เดินไปขึ้นรถเมล์สาย ๖๙ ตลอดสาย ๘ บาท ไปต่อ สาย ๒๙ แอร์ ไปดอนเมือง ๑๒.-บาท เป็นอันว่าเสียค่าโดยสารไป ๒๐ บาท ถ้านั่งแท็กซี่น่าจะเกือบร้อยบาท เอาเงินที่เหลือไปนั่งกินข้าวหน้าเป็ด จานละ ๙๙.-บาท น้ำผลไม้ปั่น ๘๕ บาท หากเป็นน้ำเย็นก็ ๒๐.บาท อยู่บ้านนั้นไม่เคยซื้อน้ำกิน เติมน้ำมันรถเขาก็แถมให้อยู่แล้ว ไปนั่งสนามบินคอยเครื่องบิน ๒ ช.ม. ก็ไม่น่าเบื่อ เพราะว่า แอร์เย็นชื่นฉ่ำดีมาก เมื่อถึงเวลาก็ check in ขึ้นเครื่องกลับบ้าน

การที่ได้ทำการแสดงตนเป็นคนไม่ไร้น้ำใจ ก็ลงทุนไปสามพันกว่าบาท เดินทางไปเยี่ยมคุณจตุพร เพื่อแสดงว่า อาจารย์ประหยัด นั้นเป็นอาริยะชน หรือ เป็น “พุทธภูมิ” มีน้ำใจเป็นเยี่ยม ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่เคยไปขอขึ้นเวที นปช.ที่กรุงเทพฯ ไปเชิญคุณจตุพรมาเป็นหน้าม้าหาเงิน อยู่กับคนที่มีเทวดาเป็นองค์บารมี ก็จะดีกว่า พวกที่มีสัมภเวสี อยู่เป็นผีประจำสังขาร กลับมาก็มีความสุข ไปก็มีเทวดาหาเงินให้ ขายหุ้น PHATHA ได้กำไรสองพันกว่า กลับมาก็เปิดหุ้นที่ซื้อวันที่ ๑๙ พ.ค.เอาไว้ สี่พันหุ้น ได้กำไร ๑๑,๐๐๐ บาท แต่ขาดทุนหุ้นการบินไทยไป หกพันบาท ซึ่งถ้าปล่อยเอาไว้ ในราคา ๓๘ บาท มันก็จะขึ้นไปเท่าเดิมที่ขายไปสี่สิบกว่าบาทนั่นแหละ เล่นหุ้นดีกว่าเล่นกับชาวบ้าน เราได้เงินจากการเล่นหุ้นดีกว่าไปต้มเอาเงินชาวบ้าน บาปกรรมเปล่า ๆ