หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การภาวนาองค์พระธรรม  (อ่าน 632 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2011, 02:04:08 PM »

  กราบสวัสดีอาจารย์ค่ะ วันนี้เข้ามาอ่านเจอในหัวข้อ ขั้นตอนปฏิบัติการดับล้าง
ก็ไม่เข้าใจในการภาวนาองค์ธรรมค่ะ ได้ก้อปปี้หัวข้อนี้เข้ามาเรียนถามอาจารย์ค่ะ
6. การภาวนาธาตุหนุน หลังจากดับล้างจนพอใจแล้ว ตั้งใจว่าตอนนี้เอาเพียงแค่นี้ นั่งพนมมือพับเพียบภาวนาธาตุ ปั่นกายหลาย ๆ ครั้ง เสร็จแล้วภาวนาองค์พระธรรมองค์ต่าง ๆ เข้ามาหยั่งจนพอใจ แล้วลุกขึ้นไปกรวดน้ำ
  การภาวนาองค์ธรรมคืออะไรค่ะ  กราบขอบพระคุณอาจารย์น่ะค่ะ

บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 03:20:09 PM »

"อายุบวร"
  ในสมุดองค์พระธรรมนั้นจะมี บทภาวนากำกับเอาไว้ให้ด้วย  ในขณะที่มีลูกศิษย์เข้ามาหาอาจารย์มาก คือมากกว่าสิบคนขึ้นไป  อาจารย์ก็จะแจกเหล็กจารให้คนละอัน แล้วเอาจิ้มไว้ที่โคนลิ้น จากนั้นก็จะให้ว่าตามโดยอาจารย์ก็จะกล่าวคำภาวนาองค์พระธรรมแต่ละองค์  เมื่อเห็นสมควรแล้ว ก็จะให้ภาวนาธาตุ ปั่นกาย ก็เป็นอันเสร็จคือประจุองค์พระธรรมเสร็จเรียบร้อย แบบรวบรัดตัดความ
  แต่เราไม่จำเป็นต้องทำตามอาจารย์ เราทำเองก็ได้ อ่านคำภาวนาเอาเอง มันก็ได้เท่า ๆ กับที่อาจารย์เป็นผู้นำประจุให้  แต่ถ้าจะให้เต็ม ๑๐๐ % มันก็ต้องประจุด้วยเหล็กจาร  ประจุด้วยเหล็กจารเหมือนกับการเขียนคิ้วถาวร คือให้ทางร้านสักให้ เขียนชั่วคราวแบบประจุองค์พระธรรมที่ลิ้น ก็เหมือนเขียนคิ้วด้วยดินสอนั่นแหละ
 Smiley เมื่อวานนี้มีคนโทรเข้าไปถามว่า  ทำไมปฏิบัติแล้วไม่ก้าวหน้า  ถามเขาว่าเขียนองค์พระธรรมใหม ? ซึ่งองค์พระธรรมที่ได้ไปนั้นได้ไปสามร้อยกว่าองค์ เขียนองค์เดียว คือองค์พระร่วง เขียนที่ฝ่ามือ  รู้สักว่าจะเป็นคนที่มีปัญญาน้อยมาก  อ่านสมุดองค์พระธรรมไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่เป็นภาษาไทย แล้วก็ถามต่อไปว่า เข้าไปอ่านในเว็บบ้างหรือเปล่า เขาก็บอกว่าอ่าน  อ่านแล้วไม่รู้เลยว่าอาจารย์ประหยัดไปกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๘ แล้วมาถามว่าเมื่อไหร่อาจารย์จะลงไปกรุงเทพฯ  แบบนี้แหละปฏิบัติไปเถอะ มันไม่มีวันจะสำเร็จหรือก้าวหน้าหรอก  เมื่อไม่ตั้งใจที่จะปฏิบัติในสายสัญญาก็ไม่ควรเข้ามายกถาด เสียเวลาเปล่า ๆ
 Wink พอวางหู ก็มีคุณติ๊ิกโทรเข้ามา  บอกว่าจะเข้าไปหาตอนบ่าย  ซึ่งคุณติ๊กนั้นไปแสวงบุญที่จังหวัดเชียงราย  โทรมานัดเอาไว้ก่อนแล้ว  หลังจากที่ปฏิบัติสายสัญญาแล้วทิ้งไปหลายปี  เป็นรุ่นที่อาจารย์ประหยัดไปโปรดญาติที่พัทยา คุณติ๊กนั้นอยู่ที่ศรีราชา  ก็เข้าไปคุยเกี่ยวกับสายสัญญาและสายพระ จนถึง ๒ ทุ่มก็กลับไปพันผ่อนที่โรงแรม  วันนี้ก็ได้กลับมาอีก มายกถาด เพื่อที่จะเริ่มต้นปฏิบัติสายสัญญาใหม่ ก็ไม่ทราบว่าเพิ่งจะคิดได้หรือว่า สายเทพ นั้นสามารถช่วยเหลือเราได้  หากปฏิบัติสายพระ ได้ฌาณ ๔ รับรองว่ามาไล่ผี ปราบผี ปราบคุณไสย แข่งกับอาจารย์ประหยัด นั้นสู้อาจารย์ประหยัดไม่ได้ ยิ่งฌาณยิ่งสูงยิ่งเหมือนกับเห็นแก่ตัวจะไม่ยอมช่วยเหลือใคร  ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นเลิกคบเพื่อน ๆ ที่มีฌาณสูง ๆ ไปหมดแล้ว มันเดินคนละเส้นทาง  สายพุทธภูมิมันต้องมีทาน จิตใจต้อง อยาก ที่จะช่วยเหลือคน ไม่ใช่นั่งอยู่ในวัด เอาแต่ของบริจาค เวลามีทุกข์ ก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของโยม พระอย่างนี้อาจารย์ประหยัดจะไม่เข้าหา จะเข้าหาพระอาริยะเท่านั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 11:36:39 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 11:57:04 AM »

  กราบขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับคำสอนค่ะ ขออาราธนาองค์พ่อต้นบรมครู องค์ศักดิ์สิทธิ์ องค์พระบารมีทุกๆพระองค์โปรดคุ้มครองอาจารย์ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง เจริญทั้งทางโลกแลทางธรรม ให้เป็นที่รักของทั้งเทวดาแลมนุษย์ทั่วๆไป ห่างไกลจากภัยพาลทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้ได้โฉนดที่ไปค้างอ้างแรมที่ศาลตั้งสองปีนั้นได้กลับคืนมาโดยเร็ววันนี้นะค่ะ ที่นี่เรื่องขายร้านใกล้จะเสร็จแล้วหวังว่าจะได้ไปกราบอาจารย์ด้วยตัวเองจริงๆเดือนมิถุนานี้ล่ะค่ะ วันนี้คงแค่นี้ก่อนกราบสวัสดีน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 02:54:42 PM »

"อายุบวร"
    Embarrassed คุณ Monta รู้หรือเปล่าว่า คุณได้นำองค์พระธรรมที่มีคุณค่ามาก  เอามาให้มนุษย์ที่ไม่รู้อะไรเลย แม้แต่ได้ยกถาดเป็นศิษย์ในสายสัญญาแล้ว ก็ยังไม่รู้เป็นส่วนมากว่า "องค์นะกุศล" ในสายสัญญานั้น เป็นองค์พระธรรมที่เทพ-เทวดา ทุกพระองค์ ต้องการทั้งนั้น แต่จะรับได้ก็โดยต้องลงมาสรวมสังขารของมนุษย์ จึงจะรับได้  แต่ผู้ที่จะให้กุศลกับใครนั้น ก็จะต้องปฏิบัติในสายสัญญา ด้วย จิตบริสุทธิ์ คิดแต่จะให้กุศลแต่คนทั่วไป  ไม่ใช่ว่าเข้ามาในสายสัญญานั้นก็เพื่้อความอยากดัง อยากเป็นอาจารย์ เพื่อที่จะได้ลาภ สักการะ หรือที่เรียกว่า เข้ามาหากินในสายสัญญา แล้วในที่สุดก็จะถูกถอดถอนก่อนที่จะได้หากิน หรือเริ่มหากินก็เจ๊งแล้ว
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 09:41:15 AM »

  กราบสวัสดีค่ะอาจารย์  Azn ดีใจและปราบปลื้มเป็นที่สุด ที่ได้รู้ความจริงวันนี้ เกี่ยวกับความหมายขององค์นะกุศลค่ะ เมื่อก่อนจะเริ่มเข้ามาปฏิบัติสายสัญญานั้น ก็ได้เพียรหาอ่านหลายๆเวปเกี่ยวกับสายสัญญาและได้อ่านความหมายขององค์พระธรรมหลายร้อยองค์มากๆ แต่ก็ไม่รู้เหตุผลอะไรที่ชอบองค์นะกุศลเป็นที่สุด   มาจนถึงวันนี้ก็ยังชอบที่จะลงองค์นะกุศลก็พยายามหาเหตุผลตอบกับตัวเองว่าทำไมเราชอบเพราะเขียนง่ายหรืออย่างไร คำตอบก็ไม่ใช่เพราะเขียนง่ายแต่ทุกวันหลังจากที่ได้ลงองค์นะกุศลแล้วจะรู้สึกสบายใจ มีความสุข และอีกหลายๆความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้แต่วันนี้ได้มาอ่านที่อาจารย์สอนแล้วยิ่งดีใจและรักองค์นะกุศลอีกมากมายค่ะ  Cryเมื่อเข้ามาปฏิบัติใหม่ๆนั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานกับองค์พ่อต้นไว้ว่า ขอให้ท่านแผ่เมตตาบารมียั้งลงมาประคับประคองให้ลูกได้ปฏิบัติให้ถูกต้องได้เจอกับอาจารย์ที่มีความเมตตาบารมีอย่างจริงใจโดยมิได้หวังในอามิตสินจ้าง และเมื่อลูกได้เอาตัวเองรอดแล้วตามคำสั่งสอนของพ่อลูกก็จะช่วยเหลือคนอื่นโดยสาบานว่าจะไม่แตะต้องเงินทองเหล่านนั้นโดยเด็ดขาด เพราะเหล่านั้นเป็นสิ่งของที่ควรจะนำไปทำบุญทำกุศลให้กับองค์พระบารมีและครูบาอาจารย์เท่านั้น หากลูกสามารถเอาตัวเองรอดแล้วลูกก็ไม่มีความจำเป็นในการที่ต้องเห็นแก่เงินทองของผู้อื่น แล้วก็รู้ตัวด้วยว่าตัวเองจะสามารถรักษาคำสัตย์นี้ได้จนตัวตายเพราะครั้งหนึ่งเคยนั่งดูไพ่ยิปซี ได้เงินมาสามสี่แสนบาทก็ถวายให้พระท่านสร้างโบสถ์หมดโดยที่ตัวเองไม่มีความรู้สึกเสียดายหรืออะไรเลย มีแต่ความปลื้มปิติใจ สุขใจที่สุดค่ะ   หลังจากอธิษฐานในครั้งนั้นได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์พ่อต้นท่านก็ได้ประทานสิ่งที่ลูกอธิษฐานมาหนึ่งอย่างแล้วก็คือได้เข้ามาเจอเวปของอาจารย์ อ่านๆ แล้วก็ชอบสไตล์ในความคิดและการพูดตรงๆของอาจารย์มาก ซึ่งคนในปัจจุบันนี้เขาทั้งเกลียดและกลัวน่ะค่ะ อาจารย์คนที่พูดตรงๆ นี่นะ   กราบสวัสดีค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:26:52 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 11:32:45 AM »

"อายุบวร"
     ลืมบอกไปว่า องค์พระธรรม หัว ๕๑ ที่ให้ไปนั้น  เป็นองค์พระธรรมที่พ่อต้นฯ ท่านเปิดเอาไว้ให้ อาจารย์ประหยัดใช้ ซึ่งผู้ที่จะใช้ได้นั้นก็จะต้องปฏิบัติสายสัญญา ด้วยจิตบริสุทธิ์ เรียกว่าไม่หากิน ก็ได้เอาให้อาจารย์สายสัญญาไปอีก ๒ ท่าน ซึ่งหากไม่มีองค์บารมีที่มีบารมีสูง ก็ไม่สามารถจะรู้ได้ว่า องค์พระธรรมที่ได้ไปนั้นใช้ได้ในทางไหน  ก็สงสารอาจารย์คนหนึ่งที่พอเปิดสมุดองค์พระธรรมให้ดู  พอเขาเห็นเท่านั้น เขาก็ประจุองค์พระธรรมหัว ๕๑ ทันที  เขาบอกว่าองค์นี้ก็รับรองเขา องค์นั้นก็รับรองเขา ก็เอาคุณว่าเถอะ เมื่อองค์พระธรรมที่พ่อต้นฯ เปิดเป็นส่วนตัวให้กับอาจารย์ประหยัด คุณใช้ได้ พระบารมีรับรอง อาจารย์ประหยัดก็ไม่ว่าอะไร ก็ขอให้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นก็แล้วกัน หากคิดเอาเองก็ระวังตัวเองจะเพี้ยนนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 11:38:32 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 12:34:29 PM »

  กราบสวัสดีค่ะอาจารย์ 
         Smiley   ลืมบอกเหมือนกันค่ะ หลังจากที่ได้เคยบอกกับอาจารย์ไปแล้วว่าอาจารย์น้อยท่านไม่รู้ว่าองค์พระธรรมที่อาจารย์ฝากมาให้ดูนั้นมีชื่อว่าอะไร และท่านก็ยังบอกว่าไม่เคยเห็น มาก่อนเลยองค์พระธรรม หัว 51 แบบนี้ ท่านก็ยังเตือนจอยเหมือนกันว่าเพิ่งเข้ามาปฏิบัติ ไม่ควรเอามาลงนะเพราะยิ่งหัวมากรอบก็หมายความว่าบารมียิ่งสูงและเราควรสะสมบารมีเราให้มากๆกว่านี้ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าท่านจะรับรองเราหรือเปล่าหากไม่ใช่ของเราจะไม่ดีนะ จอยก็บอกว่าไม่เคยมีความคิดที่จะเอามาลงให้ตัวเองเลย ที่ปริ้นส์ออกมาจากคอมพิวเตอร์และถือมานี้ก็ยังไม่ได้พิจารณาเลยว่ารูปร่างองค์พระธรรมเป็นอย่างไร
  Wink แต่ส่วนตัวจอยนั้นไม่ได้สนใจเลยค่ะ เหมือนลิงได้เพชร์ก็ว่าได้เพราะปฏิบัติมา7-8เดือนมาแล้วเพิ่งจะลงองค์พระธรรมได้แค่  8 องค์ คือ องค์นะกุศล, องค์พระธรรมธาตุ, องค์พระร่วง, องค์พะนะมะ, องค์นะกำจัดมารเบื้องล่าง, องค์ปราบมารเบื้องสูง,องค์ปราบแถนบัลลังก์ทอง และ องค์ทรัพย์รับรอง และทุกองค์นั้นก็ลงแค่ หัว คาง คอ ที่ 107 ก็หยุดแค่นั้น ทุกวันนี้ก็ลงซ้ำๆอยู่ที่ 2 องค์คือ องค์นะกุศล และ องค์พะนะมะ ที่จะลงอยู่เป็นประจำค่ะ ก็ด้วยรู้สึกว่าตั้งแต่เด็กมาลำบากมามาก เราคงบุญน้อยก็เลยไม่ค่อยจะกล้าทึี่จะลงองค์อื่นๆ ก็รอว่าเมื่อกลับไปเมืองไทยได้เจออาจารย์ก็จะไปรบกวนอาจารย์ให้สอนให้ด้วยตัวเองนะค่ะ       พูดไปพูดมาก็วนมารบกวนอาจารย์อีกล่ะ  กราบสวัสดีค่ะ
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 10:07:11 AM »

"อายุบวร"
 Sad มันเป็นแปลกที่ว่า คนที่ยังไม่ได้ยกถาด และ ไม่ได้ "เปิดประโอษฐ์" กับ อาจารย์ประหยัด สนใจในเรื่องเกี่ยวกับองค์พระธรรมในสายสัญญา มากกว่า คนในกรุงเทพฯ หลายร้อยคนที่ได้ยกถาดไปแล้ว  ได้วิชาเกี่ยวกับสายสัญญามากมายที่สามารถจะนำไปปฏิบัติเรียนรู้นายกว่า ๒๐ ปี ก็ยังเรียนไม่หมด  ซึ่งคุณ Monta ปฏิบัติมา ไม่กี่เดือน สามารถเขียนองค์พระธรรมได้ ๘ องค์ ก็นับว่าเก่งแล้ว น่าจะเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของสายสัญญา  ซึ่งคนที่มายกถาดกับอาจารย์ประหยัด อย่าว่าแต่ปฏิบัติในสายสัญญาเลย แม้แต่จะ "พัฒนา" องค์บารมีของตัวเองให้ก้าวหน้าก็ยังไม่มี "มันสมอง" ที่จะนำมาใช้ได้  น่าจะเป็นคนในระบอบ หรือระบบโบราณของรถไฟไทย ซึ่งเคยเห็นตั้งแต่ปีก่อนปี พ.ศ.๒๔๙๕ เวลานี้ก็ยังเหมือนเดิม  รถไฟบ้านอื่นเมืองอื่นเขาพัฒนา วิ่งได้มากกว่า ๓๕๐ ก.ม./ช.ม. บ้านเราก็ยังวิ่งได้เร็วเหมือนเดิม เคยไปนั่งรถไฟ Bullet Train ที่ประเทศญี่ปุ่นมา ๓ ครั้ง ทำให้ไม่คิดที่จะนั่งรถไฟไทยอีกเลย  ผ่านมา ๕๐ ปีว่าไม่นั่งก็เคยนั่งไปกับ ผกก.เชียงใหม่ ๑ ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ แล้วก็ไม่นั่งอีกเลย
    Embarrassed ก็มีลูกศิษย์มากพอสมควรที่ไม่มีความสามารถ หรือไม่ได้เป็นญาติธรรมในสายสัญญา  ก็เอาเพียงแค่เปิดพระโอษฐ์พูดภาษาเทพได้ ไปหากิน ตั้งสำนักมากมาย  แต่จะไม่ให้อาจารย์ประหยัดรู้ คงจะกลัวว่ามีเพียงแค่นี้ก็สามารถหากินได้แล้ว ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว เมื่อพอใจในสิ่งที่ได้มาแค่นั้น ต้องการแค่นั้น ก็หากินไปเถอะ ความจริงความรู้ในสายโลกทิพย์นั้น เมื่อเวลาตายไปมันไม่ใช่จบเพียงแค่ในโลกมนุษย์เหมือนวิชาอื่นๆ แต่มันจะติดตามเราไปในโลกหน้าด้วย  การปฏิบัีติในสายสัญญา หากทำไปได้นานพอสมควร ก็น่าจะปิดประตูนรกได้เลย จะไม่มีโอกาสที่จะลงไปพักผ่อนในนรกได้ เพราะว่าคนที่ปฏิบัติในสายสัญญาจริงๆ สายสัญญาแท้ ๆ นั้น จะทำให้เบื่อหน่ายในการที่จะทำบาป เพียงแค่จะช่วยเหลือคนแล้วเรียกร้องเอาเงินนั้นก็ยังไม่ปรารถนาที่จะทำอยู่แล้ว  แต่ก็จะทำให้เกิดการเบื่อหน่ายกับคนที่หวังที่จะเข้ามาเรียนรู้เพื่อ นำสายสัญญาไปทำมาหากิน ซึ่งในที่สุดก็จะเพิ่มสายสัญญา "เ๊ก๊" มากขึ้น  ซึ่งพวกสายสัญญาเก๊เหล่านี้ หากเขามีอาวุธคือ "เว็บไซด์" อยู่ในมือ เขาก็ยิ่งหลอกลวงคนได้มาก เพราะคนที่ไม่รู้นั้นมีมาก  กว่าจะรู้ก็เสียเงินเสียทองไปกับบรรดาอาจารย์สายสัญญา "เก๊" เหล่านี้ไปแล้ว  อยากรู้ว่า "ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ" เป็นยังไง ก็น่าจะไป ที่วิหาร "หนองโดน" มีทั้งวิหารใหญ่และวิหาร อาจารย์บุญมา ไปแล้วก็จะรู้เอง วิหารทั้ง ๒ แห่งนี้ เปิดประตูต้อนรับทุกคนอยู่แล้ว ไปแล้วก็อย่าลืมมาเขียนเล่าประสบการณ์ให้ฟังด้วยนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2011, 10:20:16 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: