"อายุบวร"

"องค์สุริยะเทพ" นั้นเคยเจอแล้วเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นองค์บารมีประจำสังขารของคุณ"อรอนงค์" เพื่อนน้องสาว ที่ได้เจอกันนั้นก็เพราะว่า คุณนงค์ได้มาเชิญอาจารย์ประหยัด ไปรักษาเพื่อนของเธอที่เป็นอำมพาติ เมื่อไปถึงนั้นคุณนงค์แกส่งเราลงที่บ้านเพื่อน แล้วแกก็ไปธุระที่อื่นก่อน เมื่อเดินเข้าไปในบ้านนั้น คนป่วยนอนอยู่ชั้นร่างริมประตู เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้คนป่วยเท่านั้น ก็จะมีกระแสส่้งเข้ามากระทบที่ใจจะทำให้ใจเต้นแรงเร็ว ก็รู้ว่าคนป่วยคนนี้มีเทพองค์หนึ่งดูแลอยู่ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นท่านใด ซึ่งมันก็แปลกที่เราจะเข้าใกล้คนป่วยไม่ได้เลย เพราะการที่ท่านส่งพลังมากระทบหัวใจเรา มันไม่เป็นที่น่าสนุกอะไรเลย ทำให้เรารู้สึกว่าเราก็ป่วยตามไปด้วย

เจ้าของบ้านเขาก็พาน้องสาวและเราขึ้นไปบนบ้าน ที่ห้องพระก็เชิญองค์ที่เขาดูแลอยู่ลงประทับร่าง ปรากฎว่าเป็นองค์บารมีของคุณนงค์ มีนามว่า "สุริยะเทพ" เป็นผู้ดูและรักษา เขาห้ามอาจารย์ประหยัดไปรักษาคนป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะว่าท่านเป็นคนรักษาอยู่ ก็คงจะมีเวรกรรมกันมากับองค์สุริยะเทพ เมื่อไม่ให้รักษาก็กลับเท่านั้นเอง ซึ่งเราก็ไม่อยากจะไปก้าวก่ายคนของเทพเทวดาอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นนั้น ท่านสามารถทำอันตรายเราได้ หากเราไม่รู้จักประมาณตน ก็จะเจอดีเท่านั้น

หลังจากนั้นก็ชวนน้องสาวไปบ้านคุณนงค์หลายครั้ง ทุกครั้งที่ไปนั้นก็ให้คุณนงค์แกยกฝ่ามือขวาขึ้น แล้วเราก็ยกมือซ้ายขึ้นกระกบ กล่าวคำออกมาว่า "สัญญานะ" แล้วก็สูดลมหายใจเข้า ก็จะมีกระแสชนิดหนึ่งที่มองไม่เห็น วิ่งผ่านแขนเข้าสู่ร่างกายซึ่งก็จะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเรานี้พองขึ้น ก็สูดเอาบารมีขององค์สุริยะเทพ หลาย ๆ ครั้ง หลังจากนั้นก็กลับไปสูดเอาบารมีของท่านอีก ก็ไปเจอกับอาจารย์ของคุณนงค์ ซึ่งตั้งสำนักอยู่ที่กาญจนบุรี เพียงแค่เขาเดินขึ้นบันไดมาเท่านั้น พอเห็นหน้าเราเขาก็ทักองค์บารมีของเราถูกทุกคน เธอเรียกพวกเราว่า พวกสายสัญญา ซึ่งเพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องพูดอะไร เธอทักทายแล้วก็บอกว่าที่เราปฏิบัตินั้นถูกต้องแล้ว จึงไม่ให้คำแนะนำอะไรอีก หลังจากนั้นก็ตามไปที่สำนักที่กาญจนบุรี ไปเจอสำนักแล้ว แต่เธอไม่อยู่ ไปส่งคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพ (ซึ่งการเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ ถ้าใจไม่ถึง ไม่มีเงิน ไม่กล้าลงทุน ก็อย่าหวังว่าจะก้าวหน้า เคยได้ยินคำว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ" หรือไม่)

คุณนงค์นั้นเดินสายวิปัสนากัมมัฎฐาน ไม่ยอมเชื่อในองค์บารมีประจำสังขาร องค์ของคุณนงค์เล่นงานหลายอย่างแม้แต่ร่างกาย ท่านก็เผาด้วยแสงสุริยะเทพ ทำให้เนื้อหนังมังสาของเธอดำ ลอกออกมาเป็นเกล็ด เธอก็ไม่ยอมที่จะทำตามองค์บารมีของของเธอ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดาย ชีวิตความเป็นอยู่ก็ถูกสั่งสอนด้วยความไม่เชื่อนั่นแหละ คุณนงค์แกเชื่อในพระ แม้แต่ไปฟัง อาจารย์สุจินต์ มาเทศนา เมื่อไหร่ก็เจอคุณนงค์ แต่แกก็ไม่ยอมลงทุนที่จะไปฟัง อาจารย์สุจินต์ ที่กรุงเทพฯ เหมือนกับ อาจารย์ประหยัด และน้องสาว คุณนงค์จะหลงไปหาเกจิอาจารย์ต่าง ๆ จนถึงเวลานี้เธอก็หยุดแล้ว ถ้าไม่หยุดก็น่าจะไม่ไป เพราะว่าเงินไม่มี ยิ่งไปหาพระก็ยิ่งจน เพราะว่า "พระ" ไม่เคยให้อะไรกับลูกศิษย์ สู้ "องค์บารมี" ประจำสังขารไม่ได้เลย ใครเชื่อ "พระ" ก็ไม่ว่ากัน แต่ก็ขอบอกก่อนนะว่า ถ้าพระจะให้อาจารย์ประหยัดเชื่อนั้น ก็ต้องมาไล่ผีปราบคุณไสยแข่งกันก่อนนะ ซึ่งถ้าทำได้เหนือจากอาจารย์ประหยัดแล้ว ก็จะกราบท่านเป็นอาจารย์เลย แล้วเว็บนี้ก็จะกลายเป็นเว็บ "ธรรมะ" ไป หมดความตื่นเต้นเสียที