หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "ต้อเนื้อ" ที่ดวงตา  (อ่าน 332 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 03:16:40 AM »

      กราบสวัสดีอาจารย์ค่ะ      
Cry     วันนี้อยากเข้ามาแชร์ประสพการณ์ที่ได้รับจากสายสัญญาอีกครั้งค่ะ เพราะเพิ่งรู้ตัวเองได้สองสามวันมานี้เองว่า ได้มีเรื่องที่ทำให้อัศจรรย์อีกแล้วหลังจากได้เข้ามาปฏิบัติสายสัญญา เรื่องมีอยู่ว่าเป็นต้อเนื้อที่ดวงตาด้านซ้ายมาเกินยี่สิบปีแล้ว และมีแต่จะใหญ่และลามเข้าหาตาดำเข้าไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เคยเข้าไปหาหมอหรือปรึกษาหมอมาก่อนว่าต้อเนื้อนี้จะสามารถหายไปได้เองหรือไม่ แต่รู้จากเพื่อนที่เขาก็เป็นเหมือนกันว่าเขาไปหาหมอมา หมอก็แนะนำให้เขาเลิกกินเนื้อวัวควายสัตว์ใหญ่เพราะจะทำให้ต้อเนื้อนั้นโตเร็วกว่าปกติ และต้อเนื้อนี้จะไม่สามารถหายไปเองได้ แต่เมื่อสองสามวันมานี้ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกโดยปกติก็เป็นคนที่ไม่แต่งตัวหรือเสริมสวยอะไรแบบผู้หญิงๆสักเท่าไหร่ ( อยากสวยข้างในมากกว่าข้างนอก ) ก็เพิ่งสังเกตุว่าต้อเนื้อนั้นหดลงไปเหลือแค่ 1 ใน 10 จากที่เราเป็นอยู่ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านพ่อต้นบรมครู แล องค์พระบารมี และครูมนุษย์แท้ๆ ( ที่เสียสละเวลาสั่งสอนโดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตน  ) ชาตินี้เกิดมามีบุญเหลือเกินที่ได้มาเจอสายสัญญาบารมี  Cry ก็จะขอบอกว่าชาตินี้จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อต้นบรมครูจนตัวตาย ดับล้าง แล ลงองค์พระธรรม จวบจนสิ้นลมหายใจสุดท้าย เพราะได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ มาตลอดนับจากเริ่มปฏิบัติมา ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องไม่ดีๆ เข้ามาบ้างแต่ ก็นะมันจะหนักหนากว่านั้นกี่เท่าตัวหากเราไม่ปฏิบัติ ใครจะรู้ได้ ตั้งแต่เด็กจำความได้มาก็มีเพลง   "หนึ่งในร้อย" เป็นเพลงที่ชอบมากๆ http://www.youtube.com/watch?v=b1g2z5lEJg4  แต่สำหรับสายสัญญาบารมีแล้ว บอกไม่ถูกว่า หนึ่งในอะไร ประมาณคุณค่าไม่ได้จริงๆ ท้ายสุดนี้ก็ขออารธนาคุณพ่อต้นบรมครูและคุณพระบารมีทุกๆ พระองค์โปรดยั่งลงมารับรองและคุ้มครองให้พระคุณครูบาอาจารย์แท้ๆ ทุกๆ ท่าน เช่น อาจารย์ประหยัด และอาจารย์ น้อย ที่เสียสละเวลาสั่งสอนศิษย์และญาติทั้งหลายโดยไม่หวังในลาภยศเงินทองให้เจริญทั้งทางโลกแลทางธรรม มีสุขภาพที่แข็งแรง คิดสิ่งใดก็สมดั่งที่ท่านปราถนาทุกสิ่งอย่างอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ความรู้แก่ศิษย์ไปตราบนานเท่านาน  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 08, 2011, 09:17:15 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
kobdam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนา


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 08:19:47 AM »

 ขอร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยครับ คุณMonta คงเป็นหน่อเนื้อสายสัญญาจริงๆคนหนึ่ง ขอให้ปฎิบัติต่อไปครับ สาธุ..สัญญา
บันทึกการเข้า

"สติมาปัญญาเกิด สติไม่มีปัญญามิเกิด"
"ความหลง คือหนทางสู่ความทุกข์"
"ทางสายกลาง คือหนทางแห่งความสุข"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 09:38:24 AM »

"อายุบวร"
     คุณ Monta นั้นเป็นศิษย์สายสัญญา ที่ปฏิบัติตนอยู่ห่างไกลที่สุดก็ว่าได้  อยู่ไกลถึง สหรัฐอเมริกา ยังไม่เคยยกถาดกับอาจารย์ประหยัด เพราะตั้งแต่เข้ามาเจอในเว็บนี้ คุณ Monta ก็ยังไม่เคยกลับมาประเทศไทยเลย  เป็นศิษย์สายสัญญาที่กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า "ชาตินี้เกิดมามีบุญเหลือเกินที่ได้มาเจอสายสัญญาบารมี" ซึ่งยังไม่เคยได้ยินศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ ที่ได้ยกถาดกับอาจารย์ประหยัดแล้ว ในกรุงเทพฯ น่าจะมากกว่าสี่ร้อยคนขึ้นไป  เข้ามาคุยประสบการณ์ให้ศิษย์ร่วมรุ่นสายสัญญาฟัง  แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จในสายสัญญานะ ในกรุงเทพฯ ก็มีอยู่หลายคน อย่าง อ.เล้ง อ.กวง และ อ.กบดำ ซึ่งก็โปรดญาติอยู่ในกรุงเทพฯ
    Embarrassed คนที่อยู่้ใกล้อาจารย์ประหยัดกว่าคุณMonta น่าที่จะพูดว่า ตัวเองนั้นมีบุญที่ได้มาเจอสายสัญญา ก็มีบุญจริงแหละที่มาเจอ แต่เห็นสายสัญญาเป็นสิ่งที่ "งั้นแหละ" น่าจะเป็นคำพูดของไก่ที่ว่า "ไก่ได้พลอย" ไก่มันกินข้าวแต่มันไม่รู้จักคุณค่าของพลอย เพราะไก่ไม่ใช่สัตว์ประเสริฐเหมือนมนุษย์ ไม่มีวิญญาณ จึงไม่มีภูมิปัญญาเหมือนคน ที่จะรู้ว่าอะไรมีค่าหรือไม่มีค่า คนนั้นจะถูกฝังให้คิดตามบรรพบุรุษ หรือบิดา มารดา ฝังเอาไว้ในสมองตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยคิดพิจารณา ก็เป็นคนอยู่ในศาสนาตามทะเบีัยนบ้านเท่านั้นเอง  เมื่อนับถือพุทธศาสนาตามทะเบียนบ้านแต่ไม่สามารถเข้าซึ้่งถึงคำสั่งสอนของศาสดาได้ แล้วเมื่อมาเจอสายสัญญา มันจะไปรู้อะไรหรือ
    มีคนในศาสนาพุึทธ ปรารถนาพุทธภูมิ มาก แต่ไม่เข้าใจว่าพุทธภูมินั้น เขาปฏิบัติตัวกันยังไง หากว่าเมื่อได้ "เปิดพระโอษฐ์" แล้ว  ถามองค์พระบารมีของตนเองดูก็ได้ว่า เวลานี้ท่านอยู่ในพุทธภูมิ หรือเป็นพุทธภูมิหรือยัง ถ้ายังถามไม่ได้ก็ให้ปฏิบัติต่อไป สิ่งที่จะทำให้องค์บารมีของท่านเก่งนั้นก็คือ ดับล้างประจุองค์พระธรรม ซึ่งถ้าไม่เข้าใจก็ให้ไปถามคุณกบดำเอาก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
kobdam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนา


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 10:25:14 AM »

 กราบขอบพระคุณอ.ประหยัดครับ ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการปฎิบัติสำหรับทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นสายใด ศาสนาใดก็ตามคือ ต้องมีความตั้งใจจริงและต้องให้ความเคารพนับถือครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เรา ไม่ว่าท่านจะตำหนิหรือสั่งสอนเราอย่างไร เราต้องน้อมรับฟังและนำไปปฎิบัติถ้าเราเห็นว่าเหมาะและควร สิ่งใดที่เราคิดว่าไม่ถูกใจก็เก็บไว้ในใจ อย่าได้กล่าวล่วงเกินครูบาอาจารย์โดยเด็ดขาด "ดีชั่วตัวเราย่อมรู้ดีกว่าใครๆ" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม มีอะไรขาดตก บกพร่องไป รบกวนท่าน อ.ประหยัดชี้แนะด้วยครับ
บันทึกการเข้า

"สติมาปัญญาเกิด สติไม่มีปัญญามิเกิด"
"ความหลง คือหนทางสู่ความทุกข์"
"ทางสายกลาง คือหนทางแห่งความสุข"
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 12:17:28 PM »

  ขอบคุณมากค่ะ คุณกบดำ แล้วก็เช่นเดียวกันน่ะค่ะ ขอให้ปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไปและ เจริญทั้งทางโลก แล ทางธรรมน่ะค่ะ 


บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: