หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำบุญซื้อพระไตรปิฏกและตู้  (อ่าน 811 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ptteppawong
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2011, 11:53:29 AM »

เนื่องจากตัวกระผมเองได้จัดทำโครงการพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรีไปแล้ว เกิดความปีติยินดีมีความสุขที่ได้ทำ และมีกำลังใจในการต่อสู้และแก้ไขปัญหาชีวิตได้มากขึ้น เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาและได้มีเกิดความคิดที่จะมีโครงการถวายพระไตรปิฎกพร้อมตู้เพื่อถวายวัดเป็นสะพานในการเชื่อมบุญสำหรับทุกท่านด้วยอีกโครงการหนึ่ง โดยจะได้ดำเนินการจัดซื้อดังนี้

1. ชุดพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน 91 เล่ม 25,000 บาท

พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล 91 เล่ม

ฉบับครบ 200 ปี แห่งราชวงศ์จักรีกรุงรัตนโกสินทร์

มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์

จะดำเนินการสั่งซื้อที่ มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
โค๊ด:
http://mahamakuta.inet.co.th/index2.html

2. ตู้สำหรับใส่พระไตรปิฏก สำหรับตู้จะสั่งให้ช่างที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ใกล้บ้านทำเองอีกทีนึง คาดว่าใช้งบประมาณ 15,000 บาท

ร่วมบุญผ่านบัญชีธนาคารได้ที่
ธนาคารกรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขา แม่สรวย-เชียงราย
ชื่อบัญชี นายพิทักษ์ เทพวงค์
เลขที่บัญชี 511-0-43109-4
 
พิทัีกษ์ เทพวงค์
โทร. 087-679-6601
อีเมล์. ptteppawong@hotmail.com

 ขอเชิญเป็นเจ้าภาพร่วมบุญสมทบทุนจัดซื้อชุดหนังสือพระไตรปิฎกพร้อมตู้ถวายวัด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2012, 10:19:22 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 09:46:53 AM »

  Lips Sealed คุณพิทักษ์ เทพวงค์  นั้นคงจะเข้ามาบอกบุญผิดเว็บเสียแล้ว  ในเว็บนี้มีลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด นับหลายพันคน แล้วก็มีอีกหลายพันคนที่เล่น Internet ไม่เป็น  ซึ่งลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดนั้น ชอบของฟรี ไม่ค่อยจะยอมจ่ายเป็นค่าทำบุญเท่าไรนักหรอก  เพิ่งจะบอกบุญไปประมาณ ๑ อาทิตย์ที่ผ่านมา  โดยอาจารย์ประหยัดเป็นประธานในการทอดผ้าป่าในวันนี้แหละ  รู้หรือเปล่าว่า ที่มาขอให้เปิดพระโอษฐ์ ขอให้่ปราบผี ปราบมาร ปราบคุณไสย  เขาบริจาคเงินช่วยสมทบอาจารย์ของเขากี่บาท  ขึ้นต่ำเท่าแม่ค้าในตลาด ๒๐ บาท ยังไม่มีสักราย ส่วนที่บอกบุญในเว็บนั้นได้มาถึง ๐.-บาท จำนวน ๐ ราย
     Sad ก็ลืมบอกคุณพิทักษ์ไปว่า  คุณพิทักษ์น่าจะเป็นคนโบราณ จึงใช้พระไตรปิฏกเป็นเล่ม  เพราะในสมัยนี้พระไตรปิฏกเขาใช้เป็นแผ่น VCD ไปแล้ว  ใช้ง่ายแล้วก็ค้นหาข้อความได้ง่ายด้วย  แผ่นพระไตรปิฎกที่อาจารย์ประหยัดใช้อยู่นั้นเป็นแผ่นที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะใช้มาตั้งสิบกว่าปี  รุ่นใหม่ก็ไม่ได้ไปขวัญขวายหามาอีก  เพราะว่าตัวอาจารย์ประหยัดนั้น ไม่ได้เดินทางสายอรหันต์ แต่เดินสายเทพ มุ่้ง่ตรงไปหา พระศรีอาริยะเมตรัย ก่อน แล้วจึงจะให้ พระศรีฯ ท่านอบรมย์ พาเดินทางต่อไปอีก
       อย่าหาว่าสอนเลยนะ  อย่าไปทำบุญกับวัตถุให้มากเลย  ทำบุญกับสิ่งที่มีชีวิต น่าจะได้บุญมากกว่า เช่นทำกับคนก็โดยการบวชให้เขา  ทำกับสัตว์ที่ีหิวโหย ก็น่าจะได้บุญมากว่าทำให้คนเสียอีก  เพราะว่าสัตว์ต่าง ๆ นั้นก็มี เทวดา นางฟ้า ที่ถูกทำโทษลงมาเกิดเป็นสัุตว์ เมื่อเราทำบุญให้กับเขา ไม่นานเมื่อเขาพ้นบ่วงกรรม กลับขึ้นไปสวรรค์ ท่านก็น่าจะคิดถึงบุญคุณเราบ้างอยู่  พระไตรปิฎกที่อยู่ในตู้ตามวัดนะ มันไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านได้หรอก  ไปซื้อแผ่น VCD พระไตรปิฎกมา ไล๊ท์แจกน่าจะดีกว่า ถูกกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:13:17 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
ptteppawong
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 03:45:38 PM »

ขอโทษด้วยครับอาจจะบอกบุญผิดเว็บ  ถ้าเห็นไม่สมควรก็ลบกระทู้ทิ้งได้เลยนะครับ แต่ผมไม่เข้าใจอะไรบางเรื่อง ดังนี้

ในเว็บนี้มีลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด นับหลายพันคน แล้วก็มีอีกหลายพันคนที่เล่น Internet ไม่เป็น  ซึ่งลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดนั้น ชอบของฟรี ไม่ค่อยจะยอมจ่ายเป็นค่าทำบุญเท่าไรนักหรอก

- ในเว็บนี้มีลูกศิษย์ หมายถึง ลูกศิษย์นอกเว็บ หรือที่สมัครเป็นสมาชิกเว็บกันครับ ก็ถ้าเปิดเข้ามาดูเว็บนี้ได้ก็คงต้องเล่นเน็ตเป็นกันแล้ว ใครก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าใครเล่นเน็ตเป็นไม่เป็นยังไงและใครชอบของฟรียังไงบ้าง ผมไม่ได้บังคับให้ใครต้องทำบุญ ใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ก็แล้วแต่จิตศรัทธาของแต่ละท่านด้วยครับ แค่แวะเข้ามาบอกบุญเฉย ๆ

ก็ลืมบอกคุณพิทักษ์ไปว่า  คุณพิทักษ์น่าจะเป็นคนโบราณ จึงใช้พระไตรปิฏกเป็นเล่ม  เพราะในสมัยนี้พระไตรปิฏกเขาใช้เป็นแผ่น VCD ไปแล้ว  ใช้ง่ายแล้วก็ค้นหาข้อความได้ง่ายด้วย

- ผมจะบอกว่าผมคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ในไทยยังมีใช้กันใหม่ ๆ และเคยทำงานด้านไอทีมาหลายด้านแล้วคิดว่าตัวผมเองคงไม่โบราณหรอกนะครับ จึงอยู่ครับการใช้พระไตรปิฏกเป็นแผ่น CD ค้นหาได้สะดวกรวดเร็ว แต่ที่ผมเห็นต้องมีการ Setup ในการลงโปรแกรมด้วย ซึ่งบางคนเขาก็ลงโปรแกรมเองไม่เป็นหรอกครับ

อย่าหาว่าสอนเลยนะ  อย่าไปทำบุญกับวัตถุให้มากเลย  ทำบุญกับสิ่งที่มีชีวิต น่าจะได้บุญมากกว่า เช่นทำกับคนก็โดยการบวชให้เขา  ทำกับสัตว์ที่ีหิวโหย ก็น่าจะได้บุญมากว่าทำให้คนเสียอีก  เพราะว่าสัตว์ต่าง ๆ นั้นก็มี เทวดา นางฟ้า ที่ถูกทำโทษลงมาเกิดเป็นสัุตว์ เมื่อเราทำบุญให้กับเขา ไม่นานเมื่อเขาพ้นบ่วงกรรม กลับขึ้นไปสวรรค์ ท่านก็น่าจะคิดถึงบุญคุณเราบ้างอยู่ 

- อันนี้ผมงงมากหรือปัญญาผมไม่ถึงกันแน่ ผมไม่ได้หมายถึงว่าทำกับวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตได้บุญมากกว่ากัน แต่ผมหมายถึงว่าเราสามารถเลือกทำบุญได้หลากหลายหรือทั่วถึงเหรอเปล่า ทำบุญกับสัตว์ยิ่งได้บุญมากกว่าคน อันนี้ผมยิ่งงงใหญ่เลยครับ คนมีบุญมากกว่าสัตว์สิครับ ถึงได้เกิดมาเป็นคนได้ และเราจะยิ่งได้บุญมากถ้าทำกับคนที่มีระดับศีลธรรมที่มากกว่า  การถวายพระไตรปิฎกไม่ใช่วัตถุทานแต่เป็นให้ธรรมทาน ซึ่งพระพุทธเจ้าก็บอกแล้วว่าการให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

ยังไงโปรดชี้แนะผมด้วยนะครับ งงและสงสัยในบ้างข้อจริง ๆ
บันทึกการเข้า
adsene5438
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 04:54:30 PM »

อ้างถึง
คุณพิทักษ์ เทพวงค์  นั้นคงจะเข้ามาบอกบุญผิดเว็บเสียแล้ว  ในเว็บนี้มีลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด นับหลายพันคน แล้วก็มีอีกหลายพันคนที่เล่น Internet ไม่เป็น  ซึ่งลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดนั้น ชอบของฟรี ไม่ค่อยจะยอมจ่ายเป็นค่าทำบุญเท่าไรนักหรอก  เพิ่งจะบอกบุญไปประมาณ ๑ อาทิตย์ที่ผ่านมา  โดยอาจารย์ประหยัดเป็นประธานในการทอดผ้าป่าในวันนี้แหละ  รู้หรือเปล่าว่า ที่มาขอให้เปิดพระโอษฐ์ ขอให้่ปราบผี ปราบมาร ปราบคุณไสย  เขาบริจาคเงินช่วยสมทบอาจารย์ของเขากี่บาท  ขึ้นต่ำเท่าแม่ค้าในตลาด ๒๐ บาท ยังไม่มีสักราย

ท่าน เจ้าของเวป อย่าพึ่งตัดสินคนจากความคิดตัวเองนะครับ บางคนอยากทำบุญแบบต่างๆ นะครับ ไม่จำเป็นนี้ครับ ว่าจะสร้างบุญแบบไหน แล้วแต่ใครจะสะสมบุญครับ ใครอยากบริจาค ก็บริจาค ครับ ใครไม่อยากบริจาคก็ไม่ต้องบริจาค ครับ มันห้ามกันไม่ได้ แต่อย่าพึ่งดูถูกความคิดคนอื่นครับ


อ้างถึง
ก็ลืมบอกคุณพิทักษ์ไปว่า  คุณพิทักษ์น่าจะเป็นคนโบราณ จึงใช้พระไตรปิฏกเป็นเล่ม  เพราะในสมัยนี้พระไตรปิฏกเขาใช้เป็นแผ่น VCD ไปแล้ว  ใช้ง่ายแล้วก็ค้นหาข้อความได้ง่ายด้วย  แผ่นพระไตรปิฎกที่อาจารย์ประหยัดใช้อยู่นั้นเป็นแผ่นที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะใช้มาตั้งสิบกว่าปี  รุ่นใหม่ก็ไม่ได้ไปขวัญขวายหามาอีก  เพราะว่าตัวอาจารย์ประหยัดนั้น ไม่ได้เดินทางสายอรหันต์ แต่เดินสายเทพ มุ่้ง่ตรงไปหา พระศรีอาริยะเมตรัย ก่อน แล้วจึงจะให้ พระศรีฯ ท่านอบรมย์ พาเดินทางต่อไปอีก

พระไตรปิฎกที่เป็นแผ่นซีดี นั้น บางวัดเขาไม่มีคอมพิวเตอร์ จะใช้ยังไงครับ ที่เป็นหนังสือหรือพิมพ์เป็นเล่มเพื่อให้พระเณร ได้ศึกษาก็ดีแล้วครับ ส่วนอาจารย์ประหยัดท่านจะเดินสายไหนก็ไม่เกี่ยวนี้ครับ

ผมถามจริงๆ พระศรีอาริยะเมตรัย มีจริงหรือครับ แล้วเคยเห็นหรือครับ ที่เห็นจริง คือคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่อยู่ในพระไตรปิฎก ครับ นั้นของแท้ พระศรีอารยะเมตรัย นั้น เขาว่ากันว่า ต้องต่อจากศาสนานี้ แต่ตอนนี้ อยู่ในศาสนานี้หรือเปล่าครับ เห็นพูดกันแยะเลย บอกกันอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่เห็นมีใครเห็นซักกะคน

อ้างถึง
อย่าหาว่าสอนเลยนะ  อย่าไปทำบุญกับวัตถุให้มากเลย  ทำบุญกับสิ่งที่มีชีวิต น่าจะได้บุญมากกว่า เช่นทำกับคนก็โดยการบวชให้เขา  ทำกับสัตว์ที่ีหิวโหย ก็น่าจะได้บุญมากว่าทำให้คนเสียอีก  เพราะว่าสัตว์ต่าง ๆ นั้นก็มี เทวดา นางฟ้า ที่ถูกทำโทษลงมาเกิดเป็นสัุตว์ เมื่อเราทำบุญให้กับเขา ไม่นานเมื่อเขาพ้นบ่วงกรรม กลับขึ้นไปสวรรค์ ท่านก็น่าจะคิดถึงบุญคุณเราบ้างอยู่  พระไตรปิฎกที่อยู่ในตู้ตามวัดนะ มันไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านได้หรอก  ไปซื้อแผ่น VCD พระไตรปิฎกมา ไล๊ท์แจกน่าจะดีกว่า ถูกกว่า

ผมว่าการทำบุญ ไม่ว่าจะทำกับอะไรก็ได้บุญ หากเรามีกุศลจิต ที่ดี เขาสร้างพระไตรปิฎก เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระและเณร ได้ศึกษาพระธรรมวินัย และข้อปฎิบัติ และสิ่งต่างๆ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้นดีมากๆเลย เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ผมไม่ได้ว่าการทำบุญกับสัตว์หิวโหย การบวช มันก็ได้บุญ แต่ไม่ต้องไปคิดหรอกว่าจะได้บุญมากหรือน้อยมันก็เป็นการทำบุญเหมือนกัน *แสดงว่าเจ้าของเวปนี้คงต้องการวัดบุญด้วยกระมัง ถึงบอกว่าต้องทำแบบโน้นแบบนี้ การทำบุญไม่จำเป็นหรอกว่าจะทำแบบไหนครับ

เห็นเป็นเวปธรรมะนะ แต่คงเข้าใจอะไรผิดๆไปแล้วกระมังครับ

ผมนับถือศริสต์ พุทธ และอิสลาม นะครับ นับถือหมดทุกศาสนา ในคำสอนที่ให้คนเป็นคนดี ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งต่างๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2011, 09:43:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 10:27:15 AM »

"อายุบวร"
    Sad ก็ขอขอบคุณผู้ที่รู้ดีในพระพุทธศาสนาทั้ง ๒ ท่าน  ที่ได้เข้ามาสั่งสอนผู้รู้น้อยอย่างอาจารย์ประหยัด  คุณทั้ง ๒ ที่ได้เข้ามาสอนนั้นคิดว่าใครเป็นคนเข้าใจผิด  ผมเองนั้นบ้านอยู่ติดวัด รู้เรื่องของพระเป็นอย่างดี  ในตอนสุดท้ายที่จะห่างออกมาจากวัดนั้น ก็ได้ฟังธรรมะจาก อาจารย์สุจินต์ บริหารวณเขต ซึ่งที่ไปนั้นก็ไปตามคำชักชวนของญาติ ลูกพี่ลูกน้อง และน้องสาว ฟังอยู่ ๒ ปี ก็รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้เกิดมาในชาตินี้และในอดีตชาติ มาทางสาย "พระ" ก็เลยเลิกฟังไป
      Sad ผ่านมา ๕-๖ ปี มานี้  น้องสาวก็ได้ไปใกล้ชิดกับพระองค์หนึ่ง ชื่อเล่นว่า พระโต้ง จบปริญญาโท จากสแตนฟอร์ด เกียรตินิยม  ก็ได้นิมิตรให้มาสร้างวัดที่ดอยผาส้ม อ.แม่ริม  จากยอดดอยที่มีเจดีย์เก่า ๆ ที่พวกเขาพูดกันว่า เป็นเจดีย์ที่พระครูบาศรีวิชัย มาสร้างเอาไว้  น้องสาวและพระองค์นี้ก็ช่วยกันสร้างวัดขึ้นบนดอยนี้ ในปีแรก ๆ นั้นก็ได้ไปช่วยเหลือพระหลาย ๆ อย่าง แม้แต่เป็นคนขับรถก็ขับให้บ่อย ๆ สามีของน้องสาวไปขับรถให้พระองค์นี้ปีเศษ  รถก็เป็นรถที่น้องสาวซื้อให้วัด  เขาเป่าหูว่า ขับรถให้พระนั้นได้บุญมาก แต่เนื่องจากตัวเราขับให้ไม่มากเท่ากับน้องเขย ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน  บุญที่เขาไปขับรถให้พระนั้นก็ตอบสนองเขา  ซึ่งก็ได้ไปส่งน้องเขยที่ ภูเก็ต ไปใส่ข้อสะโพกใหม่ จำไม่ได้ว่าข้างละหนึ่งแสนเศษ ใช่หรือไม่  หลังจากใส่ข้อสะโพกใหม่แล้ว ก็เลิกที่จะไปเป็นคนขับรถให้กับพระโ่ต้ง
      Sad ไม่ว่าพระหรือคนธรรมดา เมื่อได้ดีแล้ว ก็จะออกสันดานเก่า  มองไม่เห็นน้องสาวอยู่ในสายตา  ซึ่งเพราะเข้าใจว่าในอดีตชาตินั้น พระโต้งเคยเป็นลูกของน้องสาว  มาในชาตินี้ก็จะต้องไปดูแลพระโต้ง  พระโต้งนั้นจะถูกพระวัดอื่นทำคุณไสยใส่บ่อย ๆ ซึ่งน้องสาวก็จะมาขอให้อาจารย์ประหยัดแก้ไข  ก็ยิ่งแก้ก็ยิ่งโดน จนเบื่อที่จะไปรับใช้พระโต้ง ในครั้งสุดท้ายที่พระโต้ังถูกคุณไสยจนไม่กล้านอนวัดของตนเองนั้น น้องสาวก็ไปขอให้ช่วยแก้ไขให้ ก็บอกน้องสาวว่าต่อไปก็ไม่ต้องมาขอให้ช่วยอีก  เมื่อแก้ไขให้เรียบร้อย วัดที่เคยร้อนก็เย็น พระโต้งก็กลับมานอนวัดได้ ซึ่งพระโต้งก็ถามน้องสาวว่า ไปให้ใครแก้แล้วเสียเงินไปมากไหม  น้องสาวบอกว่าไม่กี่บาท เพราะว่าแกเอาเงินมาให้พี่ชายไปซื้อโนตบุ๊คหนึ่งหมื่น ซึ่งเราก็ต้องควักเพื่ิมอีก ๗,๕๐๐.บาท เท่านั้น  ในที่สุดเมื่อพระโต้งแกไม่ยอมฟังโยมอุปถากกันมาตั้งแต่ต้น น้องสาวก็ห่างออกมา ในที่สุดเวลานี้ก็ไม่ได้สนใจกับพระโต้งอีกเลย  น้องสาวก็คงจะหมดเงินกับพระไปไม่กี่แสนบาท  เพราะได้ยินบ่อย ๆ ว่าสร้างพระไปให้พระโต้ง องค์หนึ่้งก็เป็นแสนขึ้นไป  บ้านที่อยู่ในเมืองก็สร้างให้พระโต้งท่านมานอนพักตอนลงมาทำธุระที่ในตัวเมือง ระยะทางจากบ้านไปวัดก็ประมาณ ๖๐ ก.ม. ทางเหมือนกับขึ้นดอยสุเทพนั่นแหละ ขับรถ ๒ ชั่วโมงไม่ถึง
    Sad อาจารย์ประหยัดก็น่าจะรู้จักพระดีกว่า ผู้ทรงความรู้ทั้ง ๒ คน  คนเรานั้นไม่จำเป็นต้องมาอวดว่า ศาสนาใด ดีที่สุด คนที่อยู่กับพระแล้วจะเป็นคนดี  น้องสาวเป็นคนสุดท้ายที่หลุดจากวงจรของพระโต้ง แล้วก็หมดเงินไปหลายแสนด้วย การจัดการแต่ละครั้งนั้น เมื่ออาจารย์ประหยัด ไปตั้งโรงทาน ไม่ใช่ว่าจะไปง่าย ๆ ของที่ขนขึ้นไปบนดอยนั้น หากไม่มีรอกชักชึ้นไปก็คงจะไปเลี้ยงคนในงานไม่ได้  ไปหาเงินและไปจ้างคนมาทำอาหารเลี้ยง ด้วยความยากลำบาก ต้องไปขนอาหารเองจากใน มช. ขับรถเอง คันเดียวไม่พอ ต้องไปหารถลูกศิษย์ไปช่้วยขนอีก  ผลที่ได้ก็คือ พระโต้ง มันไม่เคยลงไปถาม ทักทายคนที่ไปช่ีวยว่า เป็นไง เหนื่อย ไหม ขอบใจนะที่มาช่วย  คิดว่าตัวเองนั้นเป็นพระ เกจิ หรือ ไป ๒ ครั้ง มันไม่เคยเดินลงไปทักทายคนทีมาช่วยเลย เงินที่เราไปหามาจาก ปิ่นเกล้าหัวปลาหม้อไฟ เมื่อทำอาหารเหลือ ก็นำไปมอบให้กับพระโต้ง ถามวว่าได้บุญไหม ตอบว่าตัวเองนั้นโง่อยู่นานเป็นปี ไม่ได้อะไรเลย  คนที่ไม่เคยอยู่กับพระเป็นขี้ข้าพระนั้น อยู่วงนอกมันจะไปรู้่อะไร ? พาพระโต้งไปหาหลวงพ่อเกษม เมื่อได้คุยกับพระองค์นี้แล้ว ก็กล้าพูดออกปากว่า พระเกษมส้นตีน ก็อ่านเอาเองว่าพระเกษมทำอะไรให้อาจารย์ประหยัด ต้องโกรธ พูดเป็นภาษาแม่ค้าในตลาดออกไป
    Sad จุดมุ่งมายที่เขียนบอกให้รู้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้นทำเว็บขึ้นมา ก็ไม่เสียเงิน มีคนเขียนและเสียเงินให้เป็นปี เพราะว่าต้องการที่จะเผยแพร่สายสัญญา  ที่บอกว่าคนที่เข้ามาบอกบุญในเว็บนี้เป็นคนที่น่าสงสาร  ก็ยังไม่รู้ตัวอีกว่าน่าสงสารยังไง ศิษย์ของอาจารย์ประหยัดเองนั้น เวลามาหาอาจารย์ประหยัด ไม่เคยเสียเงิน ก็เพิ่งจะบอกบุญไปแล้วก็ไปเป็นประธานทอดผ้าป่ามาเมื่อคืนนี้  ขนาดที่ว่าเป็นอาจารย์บอกบุญไปให้พวกเขา พวกเขายังไม่ร่วมทำบุญกับเราเลยซักบาทเดียว  แล้วพวกเขาจะร่วมทำบุญกับพวกคุณหรือ ? พูดอย่างเข้าใจอย่าง  
       จริงอยู่คนที่ทำบุญกับพระนั้นก็มีมาก  เพราะอยากจะทดสอบน้ำใจของลูกศิษย์ จึงได้โพสบอกบุญเข้ามาในเว็บนี้  จึงรู้่ว่า การโปรดญาติช่วยเหลือลูกศิษย์มาหลายพันคนนั้น  ลูกศิษย์เราชอบของฟรี ไม่มีน้ำใจที่จะร่วมทำบุญ ผ้าป่านั้นทำบุญเพียงแค่ ๒๐.บาท ก็ได้  ไม่ต้องทำเป็นตู้สี่หมื่นกว่าบาท พวกเขายังไม่มีน้ำใจกับอาจารย์ประหยัด  เมื่อคืนนี้ไปทอดผ้าป่า ต้นผ้าป่าเราก็มีปัญญาหาได้ห้าพันเศษ  ก็นึกว่าได้น้อย แต่ปรากฎว่ายังมีต้นที่น้อยกว่าเราอีกทุกต้น  สงสารเด็ก ม.ราม ทีถูกแกนนำหลอกใช้ มีหมายจับ ๓ หมาย  จะต้องหาเงินด้วยการขาย CD ไปซื้อประกันตัว ๓ หมื่นนบาท เขาขายแผ่น cd ๒ แผ่น หนึ่งร้อย ก็เลยให้ไป ๒๐๐ บาท มารอบสองก็ซื้อไปอีก ๒ แผ่น ๑,๐๐๐ บาท ไม่ต้องทอน  ถามว่าทำบุญกับคนเพื่อที่จะช่วยให้เขามีเงินประกันตัว จะได้บุญไหม เขายกมือไหว้ถึง ๓ ครั้ง น้ำตาคลอดเบ้า  ซึ่งน้องเบียร์นักศึกษารามผู้นี้ก็คงจะจำอาจารย์ประหยัดได้ไปอีกนาน ใครบ้างที่กล้าซื้อแผ่น CD คำปราศรัยของเสื้อแดงอาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน ๔ แผ่น ๑,๒๐๐ บาท แค่แผ่นเดียวมันยังไม่กล้าซื้ออยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 11:51:15 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 10:37:12 AM »

"อายุบวร"
   ทีึ่คุณ adsene5438 โพสเข้ามาว่า พระไตรปิฎกที่เป็นแผ่นซีดี นั้น บางวัดเขาไม่มีคอมพิวเตอร์ จะใช้ยังไงครับ ที่เป็นหนังสือหรือพิมพ์เป็นเล่มเพื่อให้พระเณร ได้ศึกษาก็ดีแล้วครับ ส่วนอาจารย์ประหยัดท่านจะเดินสายไหนก็ไม่เกี่ยวนี้ครับ
    Angry ที่คุณเข้ามาโพสในเว็บของผม  คุณบอกว่าอาจารย์ประหยัดจะเดินสายไหนก็ไม่เกี่ยวกัน  คุณไม่รู้หรือว่าคุณเองก็เข้ามาผิดเว็บ  ทำไมคุณไม่ตั้งเว็บขึ้นมาเอง แล้วก็โพสโฆษณาตัวเอง ไป ดูซิว่าจะมีคนเข้าไปอ่านกี่คน  เว็บธรรมะนั้นมันมีไม่ใช่น้อย ไอ้พระวัดไหนที่ไม่มี Computer นั้น มีัน้อยมาก  แม้แต่ลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด เป็นพระอยู่ที่ อ.ฝาง ซึ่งบ้านนอกแท้ ๆ เขาก็ยังใช้ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเวลานี้ คอมพิวเตอร์ก็ราคาไม่กี่พันบาทเท่านั้น
     คุณไม่น่าโง่เลย เมื่อคุณเข้ามาอาศัยโปรโมท โฆษณา หรือบอกบุญ เรี่ยไร เงิน ในเว็บของเขา  แต่มาอวดอ้างสรรพคุณของตนเอง อวดภูมิปัญญาของตนเอง  ซึ่งหากคุณมีภูมิปัญญามากก็คงจะไม่จำเป็นต้องเข้ามาหรือเข้าไปอาศัยเว็บของคนอื่น  เว็บ "ธรรมะ" โดยอาจารย์ สุจินต์ บริหารวณเขต เป็นเว็บธรรมะที่ใครไม่รู้จัก ไม่รู้จักอาจารย์สุจินต์ ก็ถือว่าเป็นคนที่เรียนธรรมะระดับกระจ๊อกมาก  ซึ่งเจ้าอาวาสเกือบทุกวัดในเชียงใหม่นั้น รู้่จักอาจารย์สุจิตต์ ทุกท่าน อาจารย์สุจินต์เผยแพร่ธรรมะด้วยการสอนเอง แล้วก็ไล๊ท์เป็น CD แจกฟรี ไม่จำเป็นต้องมี Computer ก็เอาไปเปิดฟังจากเครื่อง ที่เล่นแผ่น CD ได้อยู่แล้ว ซึ่งหากใครมี Com. ก็ไม่ต้องเปิดอ่าน เปิดเว็บ "ธรรมะ" แล้ว ก็นอนฟังได้เลย  คนที่ยังอ่านจากพระไตรปิฎกนั้น ส่วนมากก็น่าจะเป็นพระที่ค้นคว้าเท่านั้น  คนธรรมดานั้นเขาฟังธรรมะจากแผ่นกันทั่วเมือง ทั่วประเทศแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 11:58:38 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 11:07:23 AM »

"อายุบวร"
      Angry ก็ไม่อยากสีควายให้ซอฟัง  เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้  เขียนเอาไว้ให้อ่านในเว็บนี้หมดแล้ว  ฟังง่าย ๆ นะ เมื่ออาจารย์ประหยัด ไปเที่ยวประะเทศ สวีสฯ ไปนั่งเล่นที่สวนจตุจักรสวีสฯ ถ้าเราเห็นก้นบุหรีตกอยู่กับพื้น  ถ้าเก็บขึ้นมาดูก็จะมีชื่อภาษาไทยติดอยู่เป็นส่วนมาก  ทำไมคนไทยที่นับถือพุทธศาสนาจึงทำตัวไม่มีระเบียบ  ไปที่ไหนก็ทิ้งขยะที่นั่น  ที่ประเทศสวีสฯ นั้น เขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธนะ  แต่เขาสามารถอบรมย์บ่มนิสัยให้คนของเขาเป็นคนที่มีระเบีัยบวินัย  ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราดทั้งในบ้านและนอกบ้าน  ถามว่าเขาเอา "ธรรม" ข้อไหนไปสั่งสอนคนในประเทศของเขา
      Sad รถทัวร์ที่เรานั่้งไปนั้น ในรถมีถุงขยะให้ทิ้ง ถ้าไม่มีพอรถจอดคนขับหรือไก๊ด์เขาก็จะเอาถุงขยะ เดินผ่านมาให้ใส่ คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนมาก  มันยังทิ้งเศษขยะ โดยมากก็เป็นซองขนมเรี่ยราดเอาไว้ที่เท้าเลย  ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าวัดวัดใด จึงมีนิสัยมักง่าย  สงสัยจะไม่ไอ้อ่าน "พระไตรปิฏก" ที่ขังอยู่ในคุกหรือในตู้ของวัดนะ  ส่วนอาจารย์ประหยัดเองนั้น ไม่มีสันดานเลว ๆ แบบนั้น  จะทิ้งขยะลงในถังอยู่แล้ว หากไม่มีถังก็จะใส่ถุงกลับบ้าน  ขยะที่เอาไปทิ้งที่ีไหนไม่ได้ ก็คือน้ำ ซึ่งเป็นน้ำอยู่ในร่างกาย ก็ทิ้งแบบที่ว่า ยิงกระต่ายออกไป มันก็เหมือนกับ "ตด" นั่นแหละ ของอย่างนี้มันก็ห้ามทิ้งเป็นน้ำหรือเป็นลมออกไปไม่ได้ 55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:09:58 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 01:52:14 PM »

"อายุบวร"
      Angry ตามที่คุณ ptteppawong บอกว่าใช้ Computer มาตั้งแต่มันเริ่มต้นมีมาใหม่ ๆ แล้ว  แต่ผมก็บอกว่าผมเพิ่งจะมาใช้คอมเป็นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐ เพราะว่า ผมเล่นหุ้น  ซึ่งโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นนั้นเขาใช้ คอมพิวเตอร์  จนเวลานี้พูดได้ว่าโบรคของ แอดคินซัน นั้น ไม่มีใครใช้โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นได้เก่งกว่าผม  การใช้คอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์หุ้นนั้น ถ้าไม่เล่นหุ้นแล้วเข้าไปเรียนรู้ คุณก็จะมาคุยว่าคุณคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่คอมม์กำเนิดเกิดมา  เพราะว่า ถ้าพูดว่า คอมพิวเตอร์เป็นอาวุธ ก็จะใช้ได้หลาย ๆ ด้าน  ซึ่งก็จะเชี่ยวชาญ หรือเก่ง ไม่เหมือนกัน  หมอที่ผ่าตัดโดยใช้คอมพิวเตอร์นั้น ก็ไม่สามารถที่จะนำเอาความรู้ในเรื่องของเขามาใช้กับ การเล่น หุ้นได้
    Azn นักศึกษาปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เขาเรียนในด้านเกี่ยวกับเรื่องหุ้น  เขายังต้องมาเรียนรู้กับอาจารย์ประหยัด ในเรื่องหุ้น  เขาเรียนปริญญาโท แต่มาเรียกคนที่เล่นหุ้น จบ ม.๘ ว่าอาจารย์  ดร.สุวพล อินทวงศ์ เจ้าของบ่อนปอยเปตนั้น เรียกอาจารย์ประหยัดว่าอาจารย์  ซึ่งน่าที่จะไปอ่านเรื่อง "บ่อนปอยเปต"  แต่ที่บ่อนนั้นเขาไม่ได้ใช้ คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ใช้ธรรมะ แต่ใช้วิชา "ภาคโลกทิพย์" ที่เรียกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่  วิชาเกี่ยวกับเทพ-เทวดา นั้น ต่อให้จบ ด๊อกเตอร์ มีปริญญามาหลาย ๆ แขนงวิชา  ก็ไม่สามารถที่จะมาเรียนรู้ได้  พระเขาก็เล่นพระ สะสมพระไตรปิฎก  แต่อาจารย์นั้นหลังจากเลิกสะสมปืนแล้ว ก็หันมาเล่นทางภาคโลกทิพย์ ปืนที่มีก็ขายไป เหลือปืนสั้น ๒ กระบอก ปืนยาว ๒ กระบอก  หากจะคุยกับอาจารย์ประหยัด ในเรื่องปืน เรื่องหุ้น นั้นสบายมาก  แม้แต่ในเรื่อง "ธรรมะ" ก็คุยได้
       ในเรื่องสุดท้ายที่เรียนรู้นั้น  ยากยิ่งกว่าเรียนธรรมะ  คือเรียน ปราบมาร ปราบผี ปราบคุณไสย สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเอาพระไตรปิฎกมา ปราบคุณไสยได้ แล้วปราบโจร ก็ใช้ปราบด้วยพระไตรปิฎก ไม่ได้ ต้องปราบด้วยปืน จึงทุกวันนี้ไม่สะสมพระไตรปิฎกเอาไว้ปราบโจร ปราบขะโมย แต่จะสะสมปืนเอาไว้ปราบ  หากเราเปิดพระไตรปิฎกแล้วอ่านให้มันฟัง มันก็จะบอกว่า "สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม" แล้วมันจะบอกต่อไปว่า ไม่อยากตายก็อยู่เฉย ๆ หากเราลากปืนออกมาสอนมันด้วย แม๊กนั่ม ตูม ๆ ๆ มันก็จะไม่ฟังเรา  มันก็จะเผ่นหนีทันที  อย่างนี้เขาเรียกว่า ใช้ คน หรือใช้ เครื่องมือ ให้ถูกกับหน้าที่ใช่หรือ ไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:03:01 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 02:14:11 PM »

"อายุบวร"
      Angry ซึ่งพระพุทธเจ้าก็บอกแล้วว่าการให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
    Grin ความจริงผมก็เกิดก่อนคุณตั้งนาน บ้านก็อยู่ติดกับวัด เอาอาวาสวัดสันป่าข่อยนั้น ผมก็ใช้เปลืองมาก คนปัจจุบันนี้ก็เป็นองค์ที่ ๓ แล้ว  ก็ไม่เคยได้ยินว่าพระพุทธเจ้ามาบอกพระองค์ใดว่าการให้ "ธรรม" เป็น ทาน ชนะการให้ทั้งปวง
     ก็จะขอบอกให้ว่า การให้ทานโดย "ธรรม" เป็นเล่มนั้น ไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย  เราจะต้องConvert ธรรมมะจากพระไตรปิฎก ให้ออกมาเป็นภาษามนุษย์ที่ มนุษย์มีิกิเลศหนา ฟังได้รู้เรื่องเสียก่อน  ธรรมะนั้นหากให้กับคนประเภท บัวใต้น้ำอยู่ในโคลนตม ก็ไม่มีประโยชน์อันใด  แม้แต่ทานที่จะให้กับพวกวิญญาณชั้นต่ำ  หากแผ่เมตตาไปพวกเขาก็จะไม่ได้รับ เราก็จะต้องConvertหรือแปลงทานเหล่านี้ให้พวกวิญญาณชั้นต่ำนั้นสามารถรับได้  เปรียบไปก็เหมือนกับว่า เรายื่นแบ๊งใบละ ๑๐๐ ให้หมามันไปซื้อข้าวกิน มันก็ไม่สามารถทำได้  คอมพิวเตอร์สามารถคอนเวิดแผ่นเพลงให้กลายเป็น MP 3 แล้วก็ใช้เปิดฟังด้วยมือถือได้ แต่ก็ไม่สามารถจะแปลง ธนบัติ ใบละ ๑๐๐ บาท เป็นเนื้อสัตว์ให้หมากินได้  เพราะฉะนั้นการที่จะให้หมาได้กินข้าวมันก็ต้องใช้คน คอนเว็ด เท่านั้น
      Shocked ทุกวันนี้ทุกวัีดก็มีพระไตรปิฎก อยู่แล้ว บางวัดมีหลายตู้  พวกเด็ก ๆ อายุ ๑๓-๑๗ ปี นั้นมีไม่กี่คนที่จะได้เรียนรู้ธรรมะจากพระไตรปิฎกตามวัดวาอารามต่าง ๆ ต่อให้มันเรียนรู้ได้มากเท่าใด  เอาแผ่น VCD หนังเอ๊กซ์ โยนให้มันไปเปิดดู ไม่ต้องโยนให้ก็ได้ มันมีเช่าอยู่ตามร้านหน้าวัดอยู่แล้ว  ดูซิว่าพวกเด็กเหล่านี้มันจะวิ่งเข้าวัดหรือวิ่งเข้าบังกะโล แม้แต่พระในวัดสันป่าข่อย เพื่อนบ้านไปกินเหล้ากลับมา เห็นพระปีนกำแพงลงมา แต่งตัวใส่กางเกงสวมหมวก  เขาไปภามภรรยาว่า พระพวกนี้ไปไหนตอน ๓-๔ ทุ่ม  คุณสาวิตรี ก็มาถามอาจารย์ประหยัด ว่าพระพวกนี้ไปไหน  คำ่ถามนี้ตอบง่ายมาก พระเขาไปกำแพงดิน ไปหาอีตัวมาปลดปล่อยกิเลศตัณหาหน้ามืด  เพราะว่าพระพวกนี้ชอบไปเช่าหนัง X ที่ร้านหน้าวัดมาดู ดูแล้วก็ต้องไปปลงอาบัติกับของจริงที่ซ่องกำแพงดิน  "สัจจํ เว อมตวาจา" การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:04:59 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 09:29:12 AM »

"อายุบวร"
    Angry  ในตัวอำเภอสารภีนั้นมีร้านเกมส์อยู่ร้านหนึ่ง  จะมีคนเข้าไปเล่นเต็มร้านตลอดทั้งวันจนถึงกลางคืน  ห่างจากร้านนี้ขึ้นไปทางเหนือ  ใกล้ ๆ กับโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับวิชาชีพ  ก็ห่างไปประมาณ ๑ ก.ม.เศษ ก็มีร้านเกมส์อยู่อีกร้านหนึ่ง  ๒ ร้านนี้จะมีเด็กนักเรียนอุดหนุนเต็มร้านอยู่ตลอด  ในระยะทางระหว่าง ๒ ร้านนี้ก็จะมีวัดอยู่ ๓ วัด ประตูวัดนั้นจะเปิดอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งถ้าเข้าไปในวัดก็จะไม่เห็นมีคนหรือนักเรียน เข้าไปเหมือนร้านเกมส์นี้เลย  พวกนักเรียนน่าที่จะเข้าไปวัดหลังจากเลิกเรียนแล้วไปอ่านพระไตรปิฎก  เพื่อว่าจะได้มี “ธรรม” เต็มสมอง  เมื่อเติบใหญ่ได้เป็น สส. เป็นรัฐมนตรี  จะได้ไม่โกงบ้านโกงเมือง
    Angry    แต่.....ก็มีวัด ๑ ใน ๓ นั้นชื่อวัด “กู่เสือ” ในตอนเช้านั้นจะมีคนเข้าไปทุกวันอย่างน้อย ๒๐ คน  ที่เข้าไปนั้นไม่ใช่ไปฟังพระสอน “ธรรม” นะจ๊ะ  แต่เข้าไปรอ พระดูหมอให้  พระองค์นี้ อาจารย์ประหยัด รู้จักดี ตั้งแต่ท่านบวชอยู่ที่วัดตุงยู  ในสมัยนี้อาจารย์ประหยัดยังไม่มีวิชาแก่กล้า  เมื่อได้ยินกิติศัพท์ของท่านก็ได้ไปดูหมอกับท่าน พระตุ๋ย ท่านไม่ยอมดูหมอให้กับอาจารย์ประหยัดเลย  ไปครั้งใดพระตุ๋ยท่านก็จะให้อาจารย์ประหยัดช่วยไล่ผีให้  ท่านก็เก่งพอสมควร  เพราะองค์ของท่านนั้นคือพิเภก เป็นหมอดู  หลังจากพระตุ๋ยท่านสึกออกไปตั้งสำนักทรง  อยู่หลายปี  คงจะอกหักเพราะว่า “รักเป็น” ได้ยินว่าท่านเป็นหลานคุณเปรมผกามาศนะ  ก็เลยกลับมาบวชที่วัดกู่เสือ ใกล้ ๆ กับบ้านที่ อาจารย์ประหยัดอยู่  จะรับแขกตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง  ก็ไม่ทราบว่าค่าดูหมอขึ้นจาก ๑๐๐ บาทไปหรือยัง  หรือว่า ตามแต่จะให้  ซึ่งถ้าจะถามว่าพวกท่านไปหาพระตุ๋ยท่านจะไปดูหมอหรือไปให้พระตุ๋ยอ่านพระไตรปิฎกให้ฟัง  ถ้าจะไปหาพระตุ๋ยก็ไปได้  ต้องไปจองคิวตั้งแต่ตี ๕ นะ  ไม่ลองไม่รู้  คนที่อยู่กรุงเทพฯ ก็ไปหาอาจารย์วิเชียร อยู่เกตุ  เปิดจานดำ หรือจานเสื้อแดงดู วันเสาร์  เวลาประมาณ ทุ่มครึ่ง ก็น่าจะดูแม่นพอ ๆ กัน
       Shocked อ้อ...ลืมบอกไปว่า พระตุ๋ย ท่านไล่ผีได้ แต่ผีเด็ก ๆ ที่ถูกแม่ทำแท้งนะ  ผีตัวโตนั้นไล่ไม่ออก  เพราะผีมันไม่กลัว “พระ” แล้วมันก็ไม่กลัว “พระไตรปิฎก” ด้วยนะ
       Angry อาจารย์ประหยัด เคยไปศึกษาธรรมกับอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขต  ที่กรุงเทพฯ  กับ พี่ชมเชย  หลายครั้ง  ต่อมาก็ซื้อเทปของ อ.สุจิน มาฟังทุกอาทิตย์  ๕ ตลับ ๆ ๒๐.-บาท  จะเสียบหูฟังตลอด  ไม่ฟังตอนนอนหลับและอาบน้ำ แม้แต่ขี้ก็ยังฟัง หูฟังหลุดออกจากหู  หัวใจนี้แทบสลาย  ขับรถก็เปิดเทปในรถ  ฟัง ๒ ปี  ก็เลิกฟัง  เพราะว่าคนเทศน์นั้นมันเทศนามา มากกว่า ๑๐ ปี ก็ยังเหมือนเดิมเท่าเดิม  ที่ดีนั้นก็คือจำเรื่องธรรมะได้ดีขึ้นมากขึ้น  แต่ดวงตาหรือดวงใจไม่เคยสว่างเลย  อาจารย์ประหยัดนั้นเมื่อบารมีแก่กล้าในสายเทพ  ก็ได้รู้ว่าตัวเองนั้นปฏิบัติไปจนตายแล้วเกิดมาชาติหน้ามาฟัง “ธรรม” อีกก็จะไม่มีวันสำเร็จ  เพราะว่าเราไม่ได้มาในสายนี้ทางนี้ไม่ใช่ทางเดินของเรา  เราเกิดมาเป็นสายปราบไม่ใช่สายเผยแพร่ธรรม  แล้วในสาย “ธรรม” นั้นไม่มีสายปราบ  ไม่มีพระองค์ใดปราบ ผี หรือ ปราบคุณไสย สู้อาจารย์ประหยัดได้ คงจะรู้ว่า คนที่ฟัง “อภิธรรม” ทุกวัน ๆ ละ ไม่ต่ำกว่า ๑๒ ช.ม. นั้น มีภูมิปัญญาในทางธรรมมากน้อยแค่ไหน  เมื่อไปอยู่ในสายเทพนั้น  ก็จะรู้ธรรมได้ดีกว่าฟังอภิธรรมเสียอีก
       Angry การสอนธรรมให้คนนั้นยาก  แต่สอนธรรมให้กับวิญญาณที่มาสิงอยู่ในสังขารมนุษย์ หรือที่เรียกว่า “ผีเข้านั้นง่ายมาก  โปรดวิญญาณนั้นเวลานี้ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กจารปราบ  ใช้เพียงแค่ “บารมี” ที่ปฏิบัติมาเกือบ ๒๐ ปี นั้นก็ปราบหรือเชิญออกไปได้แล้ว  ผีนั้นฟังธรรมไม่เป็น เมื่อพูดแล้วก็ต้องให้ได้  ที่ให้นั้นก็คือบุญบารมี ซึ่งไม่ต้อง “คอนเวิด” ให้ได้ตรง ๆ เลย  แล้วบารมีที่ว่าได้มาจากไหน  ก็ตอบว่า  ได้มาจากการปฏิบัติในสายสัญญา  ไม่ได้มาจากการทำบุญให้กับพระหรือวัดก็แล้วกัน  แล้วทำบุญกับพระไหม  ตอบว่าทำ แต่ไม่ถึงกับหลงเหมือนกับ เจ๊ ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณหมู เจ้าของร้านหัวปลาหม้อไฟ ปิ่นเกล้า  ซึ่งเจ๊เขาเคยเชิญอาจารย์ประหยัดไปรักษาลูกสาวของเขา ๒ ครั้ง แต่ละครั้งนั้นเจ๊จะให้เงินอาจารย์ประหยัดมาทำบุญ ครั้งละ ๕,๐๐๐-บาท  ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็เอาไปซื้อข้าวให้นกพิราบกิน  คงจะไม่ต้องบอกว่าคนที่เล่นหุ้นเป็นเงินล้าน จะต้องมาหากินกับลูกศิษย์นะ  ครั้งสุดท้ายที่พาเจ๊ไปวิหารใหญ่  เจ๊เขามีคนตาทิพย์ไปดูให้ด้วยชื่อว่าคุณติ๋ม  หลังจากนั้นเจ๊เขาก็ไม่ให้อาจารย์ประหยัดรักษาให้อีกเลย  เจ๊พาลูกสาวไปเข้าวัด  แล้วก็ทำบุญกับวัด  คงจะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมามากมายว่า หากทำบุญกับวัดแล้ว บุญจะช่วยให้ลูกสาวหาย  ซึ่งคุณติ๋มที่มีฌาน ๔ ก็คงจะไม่ยอมชี้แนะอะไร ก็ไม่สร้างถาวรวัตถุราคาก็ไม่มากเท่าไรให้กับวัด ได้ยินแว่ว ๆ ว่าล้านกว่าบาท  ก็ไปอยู่กับวัดนานกว่า ๒ ปี  พาลูกสาวไปอยู่ด้วย  วันดีคืนดี องค์สวมสังขาร ก็คงเขม่น เจ้าอาวาส ก็ไม่ได้บอกว่าเขม่นที่ว่าหลอกเอาเงินแม่ของเขาหรือเปล่า  ลูกสาวก็เลยเอา “ส้นตีน” กระแทกหน้าอกเจ้าอาวาสเสียเลย
        ก็เป็นอันว่าบุญที่สร้างศาลาเป็นจำนวนเงินมากกว่าหนึ่งล้านบาท  ไม่ได้ช่วยให้ลูกสาวหายได้เลย  ที่รู้ก็เพราะคุณหมูเขาติดต่ออาจารย์ประหยัดไปอีก  ให้ไปช่วยรักษาหลานของเขาซึ่งไปพักผ่อนที่โรงพยาบาลศรีธัญญา  ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็ไม่ไป เพราะว่าหากเข้าไปในโรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้  เราอาจจะบ้ายิ่งกว่าคุณหมอที่เป็นหมอในโรงพยาบาลอีก  ดีไม่ดีเจอนางพยาบาลสวย ๆ อาจารย์ประหยัดอาจจะสติแตกปล้ำเอาพยาบาลมาเป็นเมียก็ได้  ที่เป็นอย่างนี้ได้น่าจะติดเชื้อบ้าจากโรงพยาบาลก็อาจเป็นได้
       Angry การรักษาคนป่วยที่มีทั้งวิญญาณชั้นต่ำและมีโรคจิตผสมอยู่ด้วยนั้น  ไม่ง่ายนัก  ไม่ใช่ว่าจะรักษาเพียงแค่ ๓ ครั้ง ก็จะหาย ทั้ง ๆ ที่รักษา ๓ ครั้ง มันดีขึ้น  แต่ว่า “กัมมุนา วัตฺตีโลโก”  พบกับในตอนที่น้ำหลาก จอกแหนหรือว่า “ผักตบชวา”  ๒ กอ มาเจอกันในแม่น้ำปิง หรือ แม่น้ำเจ้าพระยา  เกาะกันลอยไปไม่นานก็แตกแยกกันไป  มันก็แค่นั้นแหละ
    Grin เฮียกวง จอมยุทธจักร สายร่างทรง  ไปตามตำหนักต่าง ๆ มาไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ แห่ง  ก็มาเกือบหายเพราะสายสัญญานี่แหละ แม้เวลานี้ไม่หายก็มีบารมีเทียบเท่า อาจารย์สายสัญญารุ่นวิหารใหญ่  ใช้เวลารักษาด้วยองค์พระธรรมและดับล้างไปเป็นปี ๆ ค่ารักษานั้นอาจารย์เขาไม่เรียกร้อง  แต่เฮียกวงต้องเสียค่าเดินทางโดยแท็กซี่ให้กับอาจารย์โหน่งเท่านั้น  เจ๊ก็ไม่เชื่ออาจารย์โหน่ง แล้วก็ไม่เชื่อ อาจารย์ประหยัด  น่าจะเสียเงินทำบุญให้กับอาจารย์ประหยัดประมาณ หมื่นเศษ ๆ ซึ่งหากว่ารักษากันจริง ๆ ก็ไม่น่าจะเสียเงินมากเหมือนไปวัด แต่ไม่หาย  ที่เสียเงินคิดว่ามาก เป็นค่าเครื่องบินไปกลับ  หากว่ารักษากันจริง ๆ ก็ไม่น่าจะเกินหนึ่งแสนบาท  เป็นเศษส่วน ๑ ใน ๑๕ ส่วน ของที่บริจาคให้วัด  บุญที่ทำกับวัดนั้นก็ช่วยได้แต่เพียงแค่ส่งลูกสาวเข้าโรงพยาบาลบ้าเท่านั้นเอง  แล้วก็ไม่มีวันหายด้วย  ในสายสัญญานั้นดูเหมือนพ่อต้นฯ ท่านพูดใช่หรือไม่ก็จำไม่ได้  ท่านบอกว่า “ใครกินใครอิ่ม ใครทำใครได้” แต่เท่าที่เห็นนะ พระตามตามที่พระพุทธเจ้าบอก แต่ยังไม่เคยเห็นพระองค์ใดสำเร็จเป็นพระอรหันต์เลย อาจจะมีแต่ยังไม่เคยเจอเท่านั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:08:25 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 09:46:51 AM »

"อายุบวร"
 Angry ยกมาจากคำพูดของ adsene5438 *แสดงว่าเจ้าของเวปนี้คงต้องการวัดบุญด้วยกระมัง ถึงบอกว่าต้องทำแบบโน้นแบบนี้
    Angry อาจารย์ประหยัดนั้น เป็นเจ้าขอบเว็บนี้  ซึ่งผู้เขียนเว็บนี้คือ คุณลูกหมู เจ้าของ "หัวปลาหม้อไฟปิ่นเกล้า" ผู้ที่จ่ายเงินค่าเว็บเป็นปี ก็คือคุณ May ไม่ได้วัดบุญจากการทำบุญกับวัด  แต่สร้าง "บารมี" มาในสายสัญญา  ธรรมะนั้นไม่จำเป็นต้องไปฟังจากศาสนาใด ๆ ไม่ต้องไปมั่วกับศาสนาอื่น ๆ อีก "สันดาน" ของคนมันมีัมาตั้งแต่เกิด  เมื่อคนมันสันดานไม่ดีเชื้อสายมันไม่ดีแล้ว ต่อให้มันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้ามันก็เปลี่ยนสันดานมันไม่ได้  เอามันไปขังไว้ในคุก ปล่อยมันออกมา สันดานมันก็จะเหมือนเดิมนั่นแหละ  คนเรานั้นมันไม่ได้เกิดมาเพียงแค่ "บุญ" อย่างเดียว  ส่้วนมากมันเกิดมาชดใช้หนี้ "กรรม" ซึ่งทำเอาไว้ในอดีตชาติ
      Angry พระในวัดนี้มีมากกว่า ๔ แสนองค์  คิดว่าบวชแล้วอ่านพระไตรปิฎกแล้ว  จะทำให้ประเทศชาติมันมั่นคงเจริญอยู่ในศีลในธรรมหรือ  ในภาคเหนือนั้นมีพระกี่องค์  เมื่อเกิดการเข่นฆ่าประชาชนชาวไทย ตาย ๙๒ ศพ บาดเจ็บสองพันกว่าคน ออกมาช่วยเหลือต่อต้านการกระทำของรัฐบาล  เวลาบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข พระก็นั่งกินนอนกิน เวลาชาวบ้านเดือดร้อนก็มีพระเพียงแค่ องค์เดียว ในจังหวัดเชียงใหม่ คือ "พระครูสุเทพ" วัดศรีบุญเรือง เท่านั้น ที่ออกมาต่อต้าน ขึ้นเวทีปราศรัย ทั้งเชียงใหม่ และเวทีกรุงเทพฯ ช่วยขอร้องพวกรัฐาบาลที่ส่งทหารมาฆ่าประชาชน พระวัดอื่นเป็นร้อย ๆ วัดในภาคเหนือ ไม่เห็นว่าจะถือพระไตรปิฎกออกมาสอนพวกทหารที่ฆ่าประชาชนเลย
      Angry อาจารย์ประหยัดไม่ได้สร้างบุญจากวัด  ก็ไม่ทราบว่าเป็นบุญกุศล หรือเป็นบารมี ตั้งแต่้เมื่อใด เป็นเพียงแค่นายประกัน กลุ่มแกนนำรักเชียงใหม่ ๕๑  อดีตการ์ด กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ เขาก็ไปเชิญให้เป็น "ประธานทอดผ้าป่า" ไม่จำเป็นต้องวัดบุญ  สมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่รู้จัก "ลุงประหยัด" กันทั้งนั้น  แต่ไม่รู้จักตัว ทุกคนอยากรู้จัก แต่เดินส่วนกันในขณะที่ชุมนุมนั้น ก็ไม่รู้จักว่าอาจารย์ประหยัดคนไหน  นายเพชรวรรต เมื่อหนีไปอยู่เขมร โทร.มาเชิญให้อาจารย์ประหยัด ไปเป็นรองแกนนำของกลุ่มรักเชียงใหม่  ดีเจ.โอเลี้ยง โทรมาเชิญไปประชุม ๕-๖ ครั้ง จนเลิกเชิญ ก็ไม่เคยไป  ไม่ได้อยากไปวัดบารมีกับใคร  ไม่ต้องการที่จะเป็นแกนนำหรือมุ่งไปสู่การเป็น สส.  แค่เป็น อาจารย์สายสัญญา มีคนเข้าหามากมาย ก็ทำเสียจนเบื่ออยู่แล้ว  เว็บนี้หากคุณ May งดจ่ายเงินก็จะเลิกเขียนแล้ว  ซึ่งถึงเวลานั้นใครที่ต้องการเว็บนี้ก็จะยกให้ เพียงแค่ไปชำระค่าใช้เว็บก็ปีละพันกว่าบาท  เงินเล็กน้อยมาก แค่ขายหุ้นตัวเดียวก็จ่ายได้ไปหลายปีแล้ว
      Angry ถามว่าเว็บนี้ถ้าอาจารย์ประหยัด งดไม่เขียน ยกให้พวกที่ทำบุญด้วยพระไตรปิฎก แล้วจะมีคนเข้ามาอ่านกี่คน แล้วคนจะเข้ามาอ่านเว็บที่ ไม่มีบารมี หรือ ทุกวันนี้เขาไปอ่านเว็บของ อาจารย์สุจินต์ กันทั้งนั้นแหละ  แม้แต่พระยังอ่านกันหลายร้อยวัดเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2012, 12:06:29 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 02:04:16 PM »

"อายุบวร"
    Grin ประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา วัดเชียงขาง  ตอนนั้นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็คือ ท่านเสน่ห์ ยังเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสอยู่ ท่านรู้จักอาจารย์ประหยัดดี  เพราะว่าท่านมีตาในสามารถเห็นองค์บารมีของอาจารย์ประหยัดได้  ก็ติดต่อกันมาอยู่เรื่อย ๆ เมื่อลูกศิษย์ท่านมีปัญหาเกี่ยวกับองค์ ปัญหาเกี่ยวกับผีเข้า  ท่านก็จะส่งไปให้อาจารย์ประหยัดจัดการให้  แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งท่านถูกจับสึก  เพราะไปกินเหล้าแค่ไม่ถึงขวด  นั่งรถเก๋งส่วนตัวของท่าน ผ่านมาทาง อ.แม่ริม ตำรวจตั้งด่าน เจอพระขี้เหล้า ก็เลยถูกจับสึก  ท่านก็ใส่ชุดชาวเวลานั้นก็ช่วยเป็นคนขับรถให้ท่าน  พาไปทุกวัดในเชียงใหม่  เพื่อที่จะกลับเข้าไปบวชใหม่ แต่ปรากฏว่าทุกวัดเขารู้กันหมดแล้วว่า ท่านถูกจับสึก  คุณเสน่ห์ก็เลยเดินทางลงไปแถว ๆ อยุธยา ไปบวชแล้วกลับมาใหม่ ท่านเข้าวัดไม่ได้  ท่านก็ไปจำวัดอยู่ที่ ป่าช้าเชียงขาง  ก็ไปสร้างป่าช้าให้สวยงาม มีศาลาใหม่
       Angry อาจารย์ประหยัดก็ไปกราบท่านที่ป่าช้า  คืนหนึ่งก็ไปเจอร่างทรงผู้หญิง ที่มีชื่อเล่นว่า “ตี๋” บ้านอยู่ที่แม่ขะจาน  เป็นร่างทรงที่เก่งพอสมควร  ปีหนึ่งๆ นั้นหาเงินได้ไม่ต่ำกว่าแสน  คุณตี๋นั้นเขามากับพวก ๑๘ มงกุฏิ ก็พาคนมาเปิดองค์  พวกนี้ก็คงคิดว่าจะจับอาจารย์ประหยัดและน้องสาวไปเป็นเหยื่ออีกคน  เพราะคุณตี๋นั้นลงทุนกับพวกนี้ไปเป็นแสนแล้ว ในที่สุดก็ได้พากันไปวัด ๆ หนึ่งแถว ๆ สันป่าตอง  ซึ่งพวก ๑๘ มงกุฏิ นั้นหาวัดให้  ก็ไปกับนางตี๋นี่แหละ  พวกนั้นหลอกว่าจะไปขุดโคตรเพชรหรือขุมทรัพย์อะไรก็จำไม่ได้  ซึ่งเมื่ออาจารย์ประหยัดกลับไป  แล้วก็ไม่ได้ไปหาพวกนั้นอีก  จนมีอยู่วันหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์จากร่างทรงร่างนี้  เมื่อไปเชียงรายก็ไปแวะที่สำนักแกที่แม่ขะจาน  ร่างนี้เป็นร่างของกุมารเจ้าแม่กวนอิม สามารถเห็นองค์บารมีอาจารย์ประหยัดได้  ก็ได้ถามไถ่ว่าเสียเงินไปมากไหม  ก็ลืมไปแล้วว่าเกินแสนไปมากน้อยเท่าไหร่
    >Cheesy คุณตี๋เขาบอกว่า  ที่วัดจำชื่อไม่ได้  มีพระองค์หนึ่งเก่งมาก  มีตาทิพย์  พูดภาษาเทพเก่ง  ก็ถามไปว่าชื่ออะไร คุณตี๋เขาบอกว่าชื่อ พระสนั่น  ย้ายมาจากดอยห้างบาตร บ้านธิ  ซึ่งพระองค์นี้ก็เคยเจอกับอาจารย์ประหยัดหลายครั้ง  รู้จักกันดี ซึ่งก็มี อาจารย์กิ๊กก๊อกสายสัญญาหลอกให้ท่านไป วิหารใหญ่  ทีแรกนั้นท่านก็ชวนอาจารย์ประหยัดไปด้วย  แต่เขาจะเอาพระไปต้ม  พระก็เลยไม่ให้อาจารย์ประหยัดไป  เป็นก้างขวางคอ  เมื่อคุณตี๋เขารู้เรื่องว่าอาจารย์ประหยัดรู้เรื่องเกี่ยวกับพระสนั่น เขาก็เลยไม่พาไปหา
       Sad ท่านเสน่ห์นั้นชอบให้อาจารย์ประหยัดพาไปหาท่านสนั่น  เพราะว่าท่านสนั่นนั้นมีองค์บารมีทำให้ร่างเห็นองค์คนอื่นได้  ส่วนท่านเสน่ห์นั้นจะเห็นได้ก็ต้องนั่งกำมัฎฐานเสียก่อน  ซึ่งปัจจุบันนี้พระทั้งสองน่าจะเป็นเจ้าอาวาสกันหมดแล้ว และเวลานี้อาจารย์ประหยัด ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาพระทั้ง ๒ องค์นี้  เพราะว่าท่านจะช่วยอะไรเราไม่ได้เลย  มีแต่ว่าเราจะไปช่วยท่านเท่านั้น  คนเมืองเป้อนอู้เอาไว้ว่า “บ่ามีเงินหมื่น จะไปลื่นหน้าตุ๊เจ้า.”  ซึ่งแม้แต่พระ ๒ องค์นี้ เนื่องจากท่านมีตาใน ท่านเห็นองค์บารมี ของอาจารย์ประหยัด  ท่านจึงให้ความนับถือ อาจารย์ประหยัด พอสมควร
       Angry ดร.สุวพล อินทวงศ์  เจ้าของบ่อนปอยเปต  เมื่อท่านทรงพระเจ้าชัยวรมันต์  องค์ของท่านพูดกับอาจารย์ประหยัดว่า “เอ็งอยากได้ตาทิพย์มิใช่เหรอ” เพราะฉะนั้นเอ็งจะต้องช่วยร่างของข้า  แล้ว “พระ” ท่านพูดว่าไง ทำบุญมาก ก็ได้บุญมาก ทำบุญน้อยก็ได้บุญน้อย  เอาไปเปรียบกับ อาจารย์สายสัญญาได้เลย  อยากได้บุญมากๆ ก็ใส่เงินให้มากๆ ถ้าใส่น้อยก็ได้บุญน้อยนะ  มันก็เป็นการพูด “หลอก” ทั้งนั้น  ผีมันก็หลอก คนมันก็หลอก แม้แต่พระมันก็หลอก  ของจริงนั้นก็คือ “ใครกินใครอิ่ม ใครทำใครได้”  อยากจะเผยแพร่ศาสนาก็ให้ไปบวชเป็นพระ  จะได้นำพระธรรมคำสั่งสอนไปสอนคน ซึ่งถ้ามีเจตนาดีก็น่าจะทำได้ดีกว่าพระสี่แสนกว่าองค์ที่ได้บวชก่อนเรามาแล้ว 55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2011, 10:41:39 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 10, 2012, 11:38:18 AM »

"อายุบวร"
    เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม วัดล้านนาญาณสังวราราม ได้จัดงานบุญ ให้กับพระราชวินัยโสภณ ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และ แม่ฮ่องสอน น้องสาวก็ไปในงานนี้ ถึงยังไงเจ้าอาวาสก็ต้องเชิญให้ไป  เพราะหลังจากที่น้องสาวได้เลิกเป็นโยมอุปถากพระโต้งแล้ว ก็ได้ไปสร้างหลวงพ่อทันใจให้กับวัดล้านนา ก็พึ่งจะได้เห็นว่าหลวงพ่อทันใจที่น้องสาวสร้างนั้นใหญ่โตพอสมควรเพราะสร้างเป็นจำนวนเงินแสนบาท
    Angry งานวันที่ ๕ เป็นวันสุดท้าย พระโต้ง ที่น้องสาวเคยเป็นโยมอุปถากก็ไป  ในงานนี้รู้สึกว่าน้องสาวจะดังกว่าพระโต้ง เพราะว่าเจ้าอาวาสท่านเรียกหาโยมน้อยอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเมื่อพระโต้งท่านได้ยินจากเสียงไมค์ ท่านก็ให้ลูกศิษย์สาวที่ติดตามไปเป็นฝูงมาเรียกให้ไปพบ โยมน้อยบอกว่างานยุ่งยังไม่มีเวลา แต่ก็ได้ทักทายกันเพียงแค่ยกมือไหว้เท่านั้นแหละ ที่นั่งบนวิหารนั้นไม่มีให้เจ้าอาวาสวัดเล็ก ๆ อย่างพระโต้งนั่ง แต่โยมน้อยนั้นขึ้นไปนั่งได้ ในครั้งก่อนที่วิหารนี้มีการตัดลูกนิมิตร อาจารย์ประหยัดก็ไปส่งพระโยมน้อยและพระโต้ง ตอนนั้นพระโต้งก็ยืดอกได้ในวัด เพราะว่าโยมน้อยนั้นเส้นใหญ่พอสมควร แต่ไปคราวนี้พระโต้งไม่มีเส้นสาย งานระดับจังหวัดนั้น เขาก็เชิญแต่พระผู้ใหญ่ดัง ๆ ไปมากมาย พระเล็ก เจ้าอาวาสวัดเล็ก ก็ต้องนั่งอยู่ข้างล่าง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อเข้าสู่ยุทธจักรสายพระ ควรจะรู้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งพระโต้งนั้นอยากเกทับน้องสาวก็น่าจะไปสร้างศาลาหรืออะไรก็ได้ให้ราคามันมากกว่าหนึ่งแสนบาทขึ้นไป  แต่มันอยู่ที่ว่าวัดของตัวเองนั้นมีแล้วหรือยังเท่านั้นแหละ
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: