หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ต้องขยันดับไฟ  (อ่าน 364 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« เมื่อ: สิงหาคม 25, 2011, 02:15:50 PM »

  กราบสวัสดีอาจารย์ประหยัดค่ะ  
  พอดีวันนี้เจอคำพูดนี้มาชอบมากตรงกับใจที่คิดเลย ก็เลยก้อปปี้เอามาลงเผื่อพี่ๆน้องๆ ญาติธรรมทั้งหลายค่ะ "ขยันก็ให้ทำ ขี้เกียจก็ให้ทำ หากวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าวแล้วจึงค่อยเลิกทำ"  Azn มีบางท่านปฏิบัติมากว่า 20 ปี ได้ทั้งตาทิพย์ หูทิพย์ จิตทิพย์ ก็ยังหลุดจากสายสัญญาเมื่อไม่ได้ดับล้างบ่อยๆ เข้าก็ค่อยๆ ห่างออกไปในที่สุดโรคภัยเข้ามาเยื่ยมกราย ทำให้ยิ่งยากที่จะเข้ามาปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือตัวเองได้ ท้ายสุดก็ต้องอัญเชิญ
" พุทธพจน์ที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน " ส่วนตัวนั้นเมื่อไปไหนไกลๆ ไม่ว่าจะไปค้างอ้างแรมที่ไหนก็ต้องมีอุปกรณ์ในการดับล้าง เช่นกระป๋องน้ำ ขันน้ำ ธูปเทียน บทดับล้าง ส่วนรูปพ่อต้นนั้นแขวนอยู่กับคอตลอดอยู่แล้ว เดือนที่แล้วไปเที่ยวฟลอริด้า นอนรีสอร์ทอย่างดี พอตกเย็นมาก็ออกมานั่งดับล้างหน้าห้องนอน เพราะกลัว Alarm จะร้อง ฝรั่งเดินผ่านมาเขาก็อมยิ้มเราก็ยิ้ม มีความสุขดี ก็อยากฝากบอกกันนะค่ะ ว่าหากคุณหยุดไม่ทำเสียสองสามวัน คุณก็จะเกิดอาการผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ แล้วจะเสียของดีไป ที่ไม่รู้ว่าเกิดอีกกี่ชาติจะได้เจอหรือเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ วันนี้เข้ามาแจมแค่นี้ก่อนนะค่ะ กราบขอพรองค์พระบารมีช่วยคุ้มครองขอให้อาจารย์มีความสุข สุขภาพแข็งแรง จับหุ้นตัวไหนก็ขอให้ราคาขึ้นทุกวันนะค่ะ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2011, 09:58:13 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 09:59:55 AM »

"อายุบวร"
    Cry คำพูดที่ว่า  "ขยันก็ให้ทำ ขี้เกียจก็ให้ทำ หากวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าวแล้วจึงค่อยเลิกทำ" ที่คุณ Monta ศิษย์สายสัญญาที่อยู่ถึง สหรัฐอเมริกา ได้ยกเอามาให้ศิษย์สายสัญญาในประเทศไทยได้อ่าน  ก็คงจะทำให้ศิษย์สายสัญญาหลาย ๆ ท่านนั้นจะต้องนำมาพิจารณา  เพราะว่าการปฏิบัติในสายสัญญานั้น บางคนเมื่อปฏิบัติก็รู้ได้เลยถึงคุณค่าของสายสัญญา บางคนนั้นปัญญาน้อยแม้จะเป็นถึงระดับนายตำรวจยศ พ.ต.อ. ซึ่งเคยพาลูกสาวมาให้อาจารย์ประหยัด ปราบคุณไสยให้ ในขณะที่ประจุองค์พระธรรมให้ลูกสาวนั้น ลูกสาวร้องเหมือนหมูถูกเชือด แม่ของน้องถึงกับหลั่งน้ำตาสงสารลูก เวลานี้ท่านเป็น สวญ.สเมิง ซึ่งก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยีัยนอาจารย์ประหยัดเลย
    Cry ตั้งแต่อาจารย์ประหยัดเข้ามาในสายสัญญาเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๓๕ ก็ดับล้างประจุองค์พระธรรม เหมือนกับกินข้าวนั่นแหละ แล้วก็ทำมาจนถึงวันนี้ ไม่มีการขี้เกียจที่จะดับล้าง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ถึงเวลาตื่นเช้ามาก็ไปนั่งดับล้างในห้องพระ แต่หากว่าไปต่างจังหวัดจะไม่ดับล้างเลย  ซึ่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำ เพราะว่าเคยดับล้างบทวิหารใหญ่สองร้อยกว่าหน้าภายใน ๒ วัน แล้วก็ทำหลาย ๆ ครั้งด้วย  ไปอยู่ที่บ่อนปอยเปตนั้นดับล้างบท ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน วันละ ๗ เที่ยว ๔ วันต่อหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งก็ทำเหมือนว่าไม่เดินในทางสายกลาง  ในที่สุดเวลานี้เมื่ออยู่ตัวแล้วก็ดับเพียงแค่วันละ ๑ หน้าเท่านั้น ซึ่งหากว่าเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของสายสัญญาก็น่าจะเป็นอย่างที่ทำนี้แหละ
    Angry แม้จะไม่เป็นหน่อเนื้อเขื้อไขของสายสัญญา  หากว่ามีสติปัญญามาก ไม่มีสมองเท่ากับหัวแม่เท้า  เมื่อมาให้อาจารย์ประหยัด แก้ไขในภาคโลกวิญญาณ ไล่ผี ปราบคุณไสย ก็น่าจะใช้ปัญญาว่า ทำไมอาจารย์ประหยัดถึงทำได้ ระดับเจ้าของบ่อนปอยเปตเป็นถึง ด๊อกเตอร์ ยังมีสติปัญญาน้อย ใครว่าคนที่จบปริญญาเอกนั้นมันฉลาด ก็ฉลาดเป็นบางคนเท่านั้นแหละ  คนที่ได้ปริญญาเอกจากเมืองนอกนั้น  อาจารย์ประหยัดท้าหมดทั้งประเทศเลย ให้มาปราบคุณไสย ไล่ผี แข่งกับ อาจารย์ประหยัด ดูซิว่า ความรู้ของ ด๊อกเตอร์ นั้นมันจะไล่ผีออกหรือเปล่า  วิชาหลาย ๆ อย่างนั้นไม่สามารถที่จะบรรจุดเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้  เอาวิชาสาขาง่ายๆ คือ ร้องเพลง ถ้าในมหาวิทยาลัยมีวิชานี้ ก็คงจะมีคนเรียน แต่เมื่อจบมาแล้วจะมาเป็นนักร้องดัง ๆ อย่างคุณสุเทพ ก็ไม่น่าจะทำได้
    Cry ดร.เทพพนม เมืองแมน เคยมีความคิดที่จะเปิดสอนปริญญาโทสาขาวิญญาณศาสตร์ แต่ก็เปิดไม่ได้  เพราะว่าไม่เป็นที่ยอมรับของบรรดา ดร.ทั้งหลายในประเทศไทย ในที่สุดก็เลิกไป ความจริงวิชาเกี่ยวกับวิญญาณนั้นในประเทศไทยก็มีคนที่รู้อยู่มาก  แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นพระ ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะให้ท่านมาพูดมาเผยแพร่ได้ การสักยันต์ของ อาจารย์หนู กันภัย นั้น ทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถพิสูจน์ หรืออธิบายได้  คนที่สักยันต์มานั้นหากมาเจอการประจุองค์พระธรรมเข้าไป ก็จะแสดงอาการออกมาทันที หากสักเสือโคร่ง ก็จะเกิดอาการแสดงออกมาเป็นเสือโคร่ง คำรามเหมือนเสือ แต่หากประจุองค์พระธรรมเข้าไปมาก ๆ เสือโคร่งที่สักเอาไว้นั้น อาคมก็จะสุญสลายไป เหลือแต่รูปเสือติดเอาไว้ที่หน้าอกเท่านั้นเอง  เรื่องนี้ อาจารย์หนู ไม่มีวันรู้ เพราะว่าคงจะไม่มีลูกศิษย์คนใดถูกเหล็กจารสายสัญญาแล้วกลับไปเล่าให้ฟัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2011, 10:30:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: