หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่คบกับคนที่มีองค์เป็นสัมภเวสี  (อ่าน 250 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 10:11:53 AM »

"อายุบวร"
                                     ใบนี้ราคา ๕๐๐.-บาท

      Grin จำไม่ได้ว่าเป็นประเทศ สหรัฐ หรือไม่  ที่มีบริษัทใหญ่ ๆ เวลารับคนเข้าทำงาน  เขาจะใช้กล้อง "ออร่า" ถ่ายรูปแล้วก็จะคัดคนเข้าทำงานจากแสงออร่าที่ออกจากร่างของคนผู้นั้น  ซึ่งประเทศไทยนั้นคงจะไม่กล้าทำ เพราะว่ากล้องออร่านั้นราคาแพง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อซื้อแล้วจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการอ่านแสงด้วย  มีคนไทยท่านหนึ่งเป็น ดร.ซึ่งเคยไปถ่ายกล้องของท่าน สมัยนั้นถ่ายใบละ ๕๐๐.-บาท แม่นไม่ไม่พอถ่ายเสร็จ ดร.ท่านก็บอกว่า ต่อไปอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์พระนะ ซึ่งก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์หรอก อาจารย์ประหยัดชอบด่าพระชั่ว ๆ มากกว่า  เมื่อแม่นอย่างนี้ก็กลับไปถ่ายอีกเป็นครั้งที่ ๒ ท่านก็ทายได้แม่นเหมือนเดิม ท่านบอกว่าทางเมืองนอกเขาติดต่อมาจ้าง ดร.ให้ไปอ่านแสงออร่าจากรูป ให้เงินเดือน ๆ ละ หนึ่งล้านบาท แต่ท่านไม่ไป  เพราะว่างานของ ดร.ที่ท่านทำอยู่ทุกวันนั้นก็มีรายได้มากกว่าอยู่แล้ว
      Sad เมื่อแสงออร่าสามารถวัดได้ว่า คนคนนี้มีนิสัยสันดานเป็นยังไง  คบได้หรือไม่ได้  แต่กล้องออร่านี้เกินความสามารถที่คนไทยจะกล้าซื้อมาใช้  แต่ก็มีอยู่หลาย ๆ กล้องในประเทศไทย ที่มีคนไปซื้อมาแล้วนำมาถ่ายคิดเงินใบละ ๕๐๐ บาท คราวก่อนคงจะประมาณ ๒ ปีมาแล้ว คุณหมู พาไปถ่าย  เจ้าของกล้องเห็นรูปแล้วไม่กล้าเก็บเงินอาจารย์ประหยัด เพราะว่าแสงออร่านั้นบังอาจไปเทียบเท่าแสงของพระเกจิอาจารย์ ๒ ใบ ๑,๐๐๐.-บาท ก็ฟรี เหลือเชื่อนะ ตอนนี้ที่จำได้ก็มีอยู่ที่ถนนปดิพัทธ์ กลาง ๆ ซอย ซึ่งบอกราคาไปแล้ว ศิษย์สายสัญญาประยุกต์คงไม่กล้าไปถ่าย เพราะเขาถ่ายใบละ ๗๐๐.-บาท
    Embarrassed ง่ายที่สุดไม่ต้องเสียเงินคือ "เปิดพระโอษฐ์" แล้วก็ปฏิบัติตัว  จากนั้นเมื่อบารมีถึง ก็ไปเปิดพระโอษฐ์ให้คนอื่น ๆ ได้  ก็จะรู้ว่า พื้นฐานของคนที่เราเปิดมานั้นควรที่จะคบหรือไม่คบ  ถ้าไม่อธิบายผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ก็ไม่น่าจะรู้ได้ ญาติของ อ.ประหยัด คนหนึ่งชื่อ อมฤตย อดีตเป็น ผจก.ออมสิน ปัจจุบัน กินบำนาญน่าจะเดือนละเกือบสามหมื่น คน ๆ นี้เปิดไม่ค่อยได้ คือเปิดแล้วไม่มีคุณภาพ น่าจะเป็นเพราะคน อ.ประหยัด จึงไม่ไปมาหาสู่ด้วย เพราะว่าเดินคนละเส้นทาง วันใดที่เขาป่วยเข้าโรงพยาบาล เขาก็จะคิดถึงอาจารย์ประหยัด เวลาไปเยี่ยมเขา เขาก็จะคว้ามืออาจารย์ประหยัดไปไว้บนหัวเขา ขอบารมีขององค์เทพของ อ.ประหยัด ช่วยเหลือเขา  คนที่ ๒ ก็เป็นญาติ กินบำนาญของทางเทศบาล เปิดภาษาเทพแล้ว ใช้ไม่ได้เลย แล้วก็ไม่สนใจด้วย เราก็ไม่คบ เมื่อเปิดไม่ออกแล้วแสดงถึงคุณภาพของคนไม่ดี ซึ่งตัวเขาเองนั้นจะทำงานอะไรก็ช่างก็จะไม่ประสบความสำเร็จ มีแต่พูดแต่ทำไม่ได้  รู้ไปทุกอย่างแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เอาอีกคน คนที่ ๓ ก็เป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็ก เปิดภาษาเทพด้วยกัน ไปเปิดที่ อ.จอมทอง เขาพูดภาษาเทพได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วน อ.ประหยัด นั้น อาจารย์ผู้เปิด ๆ ๓ ครั้งไม่ออก  แต่อาจารย์บอกว่า อ.ประหยัด เป็นคนที่ ๒ ที่มาดูหมอแล้วองค์ท่านสั่งไม่ให้เก็บเงิน  ก็จะเก็บได้ยังไงในเมื่อ เสด็จเตี่ยเขาเป็นลูกชายขององค์อาจารย์ประหยัด
      :Smiley ทั้งญาติและเพื่อน ๓ คนนี้ เวลาเปรียบไปก็เหมือนคนหมดสภาพ ก็มันน่าจะหมดสภาพมาตั้งแต่เกษียณแล้ว ซึ่งถ้าอาจารย์ประหยัดชวนไปไหนด้วยนั้น  ก็จะเหมือนพกก้อนหินไปด้วย ถ่วงให้เราเสียเวลา ไม่ใช่ว่าเรานั้นไม่แก่นะ แต่พวกนี้เขาจะแก่กว่าเราน่าจะ ๑๐ กว่าปี ทั้งร่างกาย และมันสมอง เพราะฉะนั้น เวลาอาจารย์ประหยัด ไปเสื้อแดงนั้น จะฉายเดี่ยว ไม่พกคนให้ไปถ่วงเวลา  ซึ่งที่กล่าวมา ๓ คนนี้ ไม่ใช่คนไม่มีความรู้ แต่เล่น Internet ไม่เป็น พิมพ์ดีดไม่ได้ คือเคยพิมพ์ได้แต่เวลานี้ไม่ได้ จึงไม่สามารถหาความรู้ในเน็ทได้  ความรู้ที่จะหาได้นั้นก็ตามสภากาแฟ คืออ่านหนังสือพิมพ์เล่มเดียวกันแล้วก็เอามาพูดเถียงกัน ซึ่งตัวอาจารย์ประหยัดนั้นจะหาความรู้ในเน็ท จะเป็นเรื่องจัดกระดูกของพระอาจารย์ไชยณรงค์ สมาธิรักษาโรค โดยพระอาจารย์สีไพร หรือในเรื่องน้ำหมักของป้าเช็ง ซึ่งหากเรามีปัญญามีสมองที่ไม่ฝ่อ เราก็จะสามารถเรียนศึกษา แล้วเอาสิ่งที่เป็นไปได้มาใช้  หากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ ไม่สามารถเรียนรู้ได้ ก็อย่าได้เข้ามาศึกษาในเรื่อง เทพ-พรหม หรือสิ่งสูงส่งอย่าง "สายสัญญา" จะดีกว่า  จึงไม่สงสัยว่า ทั้งเพื่อนนักเรียน และญาติ ของ อาจารย์ประหยัด นั้น จึงไม่กล้าเข้าหาอาจารย์ประหยัด เพราะว่าส่วนมากพวกนี้ กว่าจะมาถึงอายุ ๖๐ ก็คงพากันไปแสวงหา "สำภเวสี" เอาไว้เต็มตัว พวกเขาจึงไม่กล้าคบหาสมาคมด้วย เพราะ "ผี" ในตัวนั้นเขาไม่อยากคบกับเทพ-เทวดาหรอก ก็น่าจะคบพวกผีด้วยกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2011, 10:31:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
chanya
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 10:40:25 AM »

 อ่านบทความของอาจารย์แล้ว Cheesy นึกถึงกรณีที่หนูเคยพาคนรู้จักไปเปิดพระโอษฐ์กับอาจารย์ประหยัด..ซึ่งเปิดพบแถนบัลลังทอง..อาจารย์บอกให้เขาไปปราบเอง..ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้..เขาไม่ไปมาหาสู่กันอีกเลย..พอเจอกันเขาก็ถอยไม่อยากคุยด้วย..เขาคงเอาชนะมันไม่ได้ทั้งที่อาจารย์ได้มอบอาวุธให้เขาไปกับมือแล้ว.. Shocked
บันทึกการเข้า
jai
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


ข้าฯ เป็นลูกหลานปู่เห้ง


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 02:18:12 PM »

สายสัญญาบารมีประยุกต์-เป็นหนึ่งไม่เคยเป็นสองรองใคร                            Cheesy
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2011, 06:39:23 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

เมื่อเสือกินเนื้อเสือ ทหารไทยก็ฆ่าทหารไทย
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: