"อายุบวร"

ใครที่พอจะมีเงินซื้อจานดาวเทียมเอามาไว้ดู ก็จะใช้ดูช่อง Asia Update หรือช่อง Supper Cheng และช่องอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ปิดกั้นเหมือนช่อง ๓,๕,๗,๙ สมัยก่อนที่ยังไม่ได้ติดจานของเสื้อแดง ก็โง่ดูแต่ช่องที่พวกควายเหลืองเขาป้อนข้อมูลที่ปลุกปั่นให้เรามีสมองกลายเป็นสมองหมาปัญญาควาย เวลานี้ก็ไม่ค่อยจะได้ดูช่องทีวีที่คิดว่าพวกตัวเองนั้นเสนอข่าวเป็นกลาง อย่างนายสรเสือกช่อง ๓ นั้น ที่วันนี้กลัวจะตกข่าวก็ได้เสนอข่าวว่า นายกทักษิณ ชินวัตร ไปทำบุญตักบาตรที่เขมร มีคนไทยไป ๑,๐๐๐.-คน ก็ไม่ทราบว่ามันมีตั้ง ๔ ตา มองคนในทีวี ๕-๖ หมื่นคนเหลือเพียงพันคน สงสัยว่ามันยังไม่เคยได้รับพระราชทานหลักประหารมารของสายสัญญา

คนที่มาเล่นน้ำที่สีลมรวมทั้งถนนข้าวสารก็ยังไม่เทียบเท่า คนที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ประเทศกัมพูชา เฉพาะเก้าอี้ที่ทางฝั่งเขมรจัดเอาไว้ให้คนไทยนั่งดูนั้นมี ๕ หมื่นตัว ซึ่งเป็นการจัดงานสงกรานต์ที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่คนไทยทั่วประเทศพากันไปเล่นน้ำสงกรานต์กันที่ประเทศกัมพูชา ท่านสมเด็จเดโช ฮุนเซน เปิดให้คนไทยเข้าชม "นครวัดนครธม" ฟรี หากไปเที่ยวปกติต้องจ่ายค่าเข้าชม $20 คิดเป็นเงินไทยก็น่าจะหกร้อยกว่าบาท ท่านฮุนเซนท่านต้อนรับคนไทยเสมือนว่าเป็นพี่น้องกันมาตั้งอดีตชาติ ไม่เหมือนปีที่แล้วสมัยนายอภิสัตว์ ท่านฮุนเซนสั่งให้แจกลูกปืนเข้าประเทศไทย มีทหารไทยที่รุกเข้าไปในแผ่นดินกัมพูชาตายนับร้อย แต่ปิดข่าวเพราะกลัวเสียหน้า

มันน่าขายหน้าที่ประเทศไทยไปเชิญชวนชาวต่างประเทศมาเที่ยวสงกรานต์ แต่คนในประเทศนั้นพากันหลั่งไหลไปเที่ยวสงกรานต์ที่นครวัดนครธม ซึ่งเป็นประเทศที่ยังด้อยพัฒนากว่าประเทศไทยมาก แต่กำลังจะก้าวหน้าเหนือไทย สมัยก่อนนั้นเขมรมี ๓ ฝ่้าย แต่เวลานี้คนไทยกำลังจะกลายเป็นไทย ๓ ฝ่าย จริง ๆ แล้วในเมื่อจะกำจัดทักษิณถึง ๔ ครั้ง แล้วไม่สำเร็จ ก็น่าจะกำจัดฝ่ายค้านอย่าง นายอภิสิทธิ์ฺ ได้ง่ายดายมาก เพราะว่านายอภิสิทธิ์มันไม่รวย มันจึงไม่สามารถจ้างการ์ดมาป้องกันตัวเองได้นับสิบ ๆ คน คนอย่างนี้น่าจะเอาไปนั่งยางสิบล้อเสีย เหมือนที่พวกมันทำให้พวกเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ซึ่งคนเสื้อแดงนั้นได้มีโอกาสไปนั่งยางของพวกสั่งการมากมาย คนที่หายไปนั้นจะไม่มีการปล่อยข่าวออกมา รู้อยู่ในพวกญาติพี่น้องเท่านั้น เพราะฉะนั้นในสภาก็ให้ปรองดองกันไปเถอะ เสื้อแดงที่เป็นญาติของคนตายและคนป่วยนั้นไม่มีวันปรองดองเป็นอันขาด รวมทั้งอาจารย์ประหยัดด้วย ที่เป็นเสื้อแดงแล้วจะให้กลายเป็นสีอื่นนั้นก็ขอให้ผ่านหลักประหารมารกันไปก่อนเถอะ
นี่ขนาดไอ่ห่าเจ๊กลิ้มมันเอาหุ้นผู้จัดการของเราขาดทุนเหยียบสองแสนบาท แม้ัีมันจะติดคุกก็ยังคงไม่พอใจอาจารย์ประหยัดเป็นแน่ ก็คงจะติดตามเหยียบมันให้จมอเวจีสูญเลยตามสัญญานั่นแหละ ตามที่ "โกวเล้ง" ว่าไว้ ๑๐ ปีแก้แค้นก็ไม่สาย แต่ของอาจารย์ประหยัดนั้น จนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้ากูถึงจะหยุดแก้แค้นมึง แม้มึงลงไปอยู่ในนรก กูก็ยังจะส่งหลักประหารมารไปให้มึง ก็ไม่ใช่ว่าโกรธแค้นแต่อย่างใด แต่เนื่องจาก "ความจำดี" ไม่มีศัตรูที่ไหนให้เล่นงาน ก็กลับมาเล่นกับนายลิ้มโกเต็กและสาวกของมัน ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ

การเรียนรู้ในสายสัญญานั้น มันส์และสนุกดี เพราะว่าพ่อต้นฯ ท่านมีความเป็นกลาง ใครทำดีก็ได้ดี ใครทำชั่ว ก็จะได้ชั่ว ในสายสัญญานั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สุภาษิตที่เขียนเอาไว้เท่านั้น แต่คนชั่วนั้นจะดำเนินไปตามที่สุภาษิตของโลกมนุษย์ที่ได้เขียนกล่าวเอาไว้ ใครจะเชื่อสายไหน ศาสดาองค์ไหน ก็เชื่อไปตามที่ได้ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในสมัยเมื่อทำงานธนาคาร ก็ได้ทำดีมาตลอด แต่ความดีที่เราทำไปนั้นเราทำไม่ถูกที่ เพราะว่าคนในธนาคาร ๒ ธนาคารที่ผ่านมานั้น พูดได้เลยว่ามีแต่ "เปรตนรก" เท่านั้น อาจารย์ประหยัดแม้จะมีฝีมือ เก่งยังไง เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกหมาขี้เรื้อน เราก็ไม่มีอำนาจที่จะไปทำอะไรได้เลย เสียดายที่เข้ามาอยู่ในสายสัญญาช้าไป แต่ถึงแม้จะช้า ก็สามารถเก็บคืนย้อนหลังได้แทบจะทุกคน พวกหมาขี้เรื้อนที่เคยทำงานร่วมกันมานับร้อยชีวิตนั้น พวกมันรู้ว่าอาจารย์ประหยัดทำอะไร จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่พวกมันนั้นเป็นคนประเภท "สำภเวสี" พวกนี้ไม่เคยมาหาอาจารย์ประหยัดเลยแม้่แต่คนเดียว เพราะว่าสำภเวสีนั้นมันไม่คบกับ "เทพ" มีศิษย์อาจารย์บุญมาท่านหนึ่ง พูดเอาไว้ว่า สงสารพวกที่อาจารย์ประหยัดตีหลัก เพราะอาจารย์ท่านนี้เขาอ่านเว็บนี้ แล้วท่านเป็นคนที่รู้ เมื่อติดตามดูทั้งเว็บและทางทีวี ก็จะรู้ได้เลยว่า คนที่ถูกหลักประหารมารของสายสัญญานั้น จะออกอาการยังไง ก็ช่วยเ่หลือไม่ได้ เมื่อท่านทำกรรม ทำชั่วเอาไว้ ท่านก็ต้องเป็นไปตามกรรม ไม่จำเป็นต้องรอไปถึงชาติหน้าหรอก ชาตินี้ท่านทำกรรมอันใดไว้ เมื่อไม่เชื่อพุทธสุภาษิตของพระพุทธองค์ ที่ว่า "กัมฺมุตา วัตฺต ตีโลโก" ท่านก็จำเป็นที่จะต้องรับไปอย่างแน่นอน

ในสายสัญญานั้นมีคนที่เก่งเยี่ยมยอดเพียงคนเดียวคือ "พ่อต้นฯ" ส่วนลูกศิษย์พ่อต้นฯ นั้น ยังไม่เคยเจอที่ว่าเก่งแล้วสำคัญที่สุดก็คือรู้จริง แต่ละคนที่ได้ยินว่าเก่งว่าดัง เมื่อไปเยี่ยมสัมผัสมานั้น พวกนี้ราคาโปรโมทกันมาทั้งนั้น มันไม่รู้จริงกันทั้งนั้น เอาเป็นว่าเมื่อปีกลายก่อนที่ไปตามหาเจ๊กุงที่วิหารอาจารย์บุญมานั้น ได้เจอกับ อ.บุญมาโดยไม่เจตตาที่อยากจะเจอ ก็ได้เจอกันที่ทางเดิน ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของบ้านเป็นอาจารย์สายสัญญาที่เรียกว่าระดับอาวุสโส ท่านก็ทักทายกับอาจารย์ประหยัด แต่ท่านไม่มี "สัมผัส" ใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านจึงไม่เชิญ "พระนารถพรหมฤษี" เข้าไปนั่งคุยกันในวิหารของท่าน เพียงแค่นี้ก็รู้และเข้าใจแล้วว่า อ.บุญมา อยู่ในระดับใด ระดับที่ว่าคบกับสัมภเวสีมีเงินเท่านนั้น เพียงแค่เจอสังฆทานของ อ.บุญมา ๒ ครั้ง ก็เข็ดแล้ว ใครที่ยังไม่รู้จริง ก็ปล่อยให้โง่ต่อไป ทุกวันนี้ อ.บุญมา "ป่วย" ต้องกินน้ำ "โพเพทัส" ของหมอแกน ซึ่งหากว่าหายป่วยมันก็แปลกแล้ว คนที่หลงอยู่ใน "บารมี" ของ อ.บุญมา เวลานี้เจ๊กุง ท่านไปหลงอยู่ใน "บารมีของหมอแกน" เสียแล้ว ซึ่ง อ.ประหยัด นั้นเจ๊กุงบอกว่ามีอัคติกับหมอแกน ท่านเสียใจที่ได้พาอาจารย์ประหยัดไปหาหมอแกน ความหลงของเจ๊กุง จึงทำให้เจ๊กุงมีแต่น้ำโพเททัสอยู่ในสมอง ซึ่งจะนำมาคิดไตร่ีตรองอะไรไม่ได้เลย เพราะว่า เจ๊กุงนั้นไม่เคยชวนอาจารย์ประหยัดไปหาหมอแกนเลย ซึ่งเจ๊กุงนั้นได้แอบไปก่อนแล้ว ๕-๖ เดือน แต่ไม่เคยชวนอาจารย์ประหยัดเลย จนอาจารย์ประหยัดไปอ่านเว็บของหมอนาย จึงได้รู้กำหนดการว่าหมอแกนจะเปิดศูนย์บรรยายที่เชียงใหม่เมื่อใด จึงได้ไปเอง เมื่อเจ๊กุงเจอหน้าอาจารย์ประหยัดยังต้องแกล้งทำหน้าซีดไปเลย ก็ขอให้เจ๊กุงสำเร็จในการรักษาให้ได้กลายเป็นสาวกของหมอแกน เป็นผู้ช่วยของหมอแกนได้ในที่สุด "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" เจ๊กุงพิสูจน์อาจารย์บุญมา ๒๐ ปี มาในปีนี้ก็คงจะ "สิ้นสวาทกันเสียที"