หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิชาเทพประสิทธิ์  (อ่าน 2213 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 07, 2011, 09:40:15 AM »

"อายุบวร"
    >Cheesy เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ดู TV. ช่อง  Supper Cheng  อาจารย์ณรงค์ชัย กิ่งเกตุ  เจ้าของ วิชา เทพประสิทธิ์  ซึ่งหากใครอยากรู้ก็ให้เปิด Goofle แล้วพิมพ์  “บ้านปรับสมดุลวิชาเทพประสิทธิ์”  ก็มีหัวข้ออยู่หลายๆ หัวข้อให้เลือกอ่าน วิชาเทพประสิทธิ์ นั้นเป็นวิชาที่ปรับสภาพร่างกายของคนป่วย หลายๆ โรคให้หายป่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์
       Cry ตามวิชานี้ที่ อาจารย์ณรงค์ชัย ได้แสดงให้เห็นนั้น  ก็คล้าย ๆ กับวิชา “พลังจักรวาล”  แต่ผสมด้วยการนวด ซึ่งเส้นที่เป็นต้นเหตุของการที่ทำให้ปวดเมื่อยนั้น  ก็คือเส้นที่คู่ไปกับกระดูกสันหลัง  โดยอาจารย์ณรงค์ชัยนั้นได้รักษาคนมามากนับเป็นสิบ ๆ ปี  สามารถจับเท้าดูก็รู้ว่า ในเส้นหลังนั้นมีลมอยู่ตรงไหน  ก็จะไปนวดไล่ลมให้ออกจากเส้น จากนั้นก็จะไปนวดที่ไหล่  และนวดที่ศีรษะ  ซึ่งหากเป็นพลังจักรวาลนั้นจะจับจุดรักษาตามจักกระเท่านั้น
        อาจารย์ชัยณรงค์นั้นได้รับการถ่ายทอดวิชานวดแบบโบราณนี้มาจากครูชุม  ซึ่งก็มีอายุมากแล้ว  ไม่มีใครที่สามารถรับสืบทอดวิชานี้จากแกได้  แต่ในที่สุดแกก็มามอบให้กับ พ.อ.ณรงชัยค์  กิ่งเกตุ  ตามที่ดูท่านรักษานั้นก็ไม่ได้กล่าวถึงองค์พระบารมีประจำสังขาร  ซึ่งหากได้เปิดพระโอษฐ์แล้วใช้ควบคู่ไปด้วยก็จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ดีกว่านี้หลายเท่านัก  เมื่อเดือน กันยายน ๒๕๕๔ นั้น  อาจารย์ชัยณรงค์ได้ไปเปิดคอสส์ หมออาสา ที่โรงเรียนผู้นำ น่าจะเป็นโรงเรียนของ พล.ต.เพี้ยน จำลอง  ใครที่เข้าฝึกก็จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ๑,๕๐๐.๐๐ บาท  ซึ่งหากเปิดครั้งใหม่นี้ก็คงจะราคาแพงขึ้นอีก
       Wink เจ๊เช็ง  ท่านให้เวลา อาจารย์ณงค์ชัย ๒ ช.ม. ทุกวันจันทร์  ในช่อง Supper Cheng  ซึ่งก็ต้องคอยดูต่อไปว่า  การนวดรักษาโรคอื่น ๆ นั้น หากนำมาใช้ได้ผล  ก็จะต้องสมัครเรียน แม้ราคามันจะสูง ก็น่าจะเรียน  แล้วหากต่อไปใครอยากได้วิชาเหล่านี้  อาจารย์ประหยัด ก็คงจะไม่ให้ฟรี แล้ว ต้องถอนทุนคืนบ้าง  ของฟรีในสายสัญญานั้นมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย คือ ที่อาจารย์ประหยัด  ซึ่งวิชาสายสัญญานั้น เป็นหนึ่งไม่มีสมอง ไม่สมควรที่จะเอา “เพชร” ไปให้ไก่กิน  มันจิกกินเศษเพชรเข้าไปในกระเพาะได้  แต่ก็ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายมันแต่อย่างใด  ไก่มันก็ต้องกินข้าวเปลือกหรือไม่ก็ข้าวสาร  คนที่มีคุณภาพไม่ดีในเรื่ององค์ มีบุญบารมี น้อย หากเจอเรียกเงินมากหน่อย ก็คงจะวิ่งป่าราบ เพียงแค่จำนวนพันก็หนีหายไปหมดแล้ว แต่หากเป็นญาติธรรมในสายสัญญา  แพงแค่ไหน เมื่อมีความศรัทธาก็ต้องสู้  แต่ที่สู้นั้นรู้สึกว่าหากมี ๕ คนในร้อยคน ก็น่าจะถือว่าได้ผลเต็มร้อยแล้ว
    >Cheesy วิชา "เทพประสิทธิ์" นั้น  หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำดี  แต่วิชานี้ก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับ สายสัญญาได้เลย  ไม่ว่าพระเกษมส้นตีน หรือ อาจารย์ณรงค์ชัยนั้น ไม่สามารถเอาวิชาของแต่ละท่านมาไล่ผี ปราบคุณไสย ปราบมาร ได้เหมือนกับ "สายสัญญา" ซึ่งถ้าไปเข้าคอสส์เรียนกับ อ.ณรงค์ชัยแล้ว ก็จะรู้ว่า การรักษานั้นแตกต่างยังไง ที่ไม่แตกต่างก็คือ เจ้ากรรมนายเวรของผู้ปวยที่ อาจารย์ณรงชัยค์ท่านได้กล่าวถึง  แต่ยังพูดไม่หมด เพราะเป็นการออกอากาศครั้งแรก  ซึ่งอาจารย์ประหยัดคิดว่า หากเราไม่สามารถจับเท้าแล้วรู้ว่า ลมอยู่ในเส้นหลังตรงไหน น่าที่จะรักษาโดยใช้เหล็กจารเขียนไล่ได้ ซึ่งหากว่าใครเรียนวิปัสนากำมัฎฐาน จึงจะมีความสามารถทำได้เหมือนอาจารย์ณรงค์ชัย  ใครที่อยู่กรุงเทพฯ ก็น่าจะไปศึกษาดู เงินแค่ไม่กี่พันมันเรื่องเล็กน้อย อย่าทำตัวเป็นสายสัญญญาจอมเหนียวไปเลย  หรือว่าเคยเอาแต่ของฟรี มันเลยต้องฟรีไปตลอด ก็เหนียวไม่เหนียว คราวที่แล้วบอกบุญเรื่องผ้าป่าไป มีลูกศิษย์ ๐ คน ทำบุญไป ๐ บาท...55555
    Lips Sealed อาจารย์ณรงค์ชัยท่านจะเปิดคอสส์ สอนเรียกว่า หมออาสา ในปลายเดือนตุลาคมนี้ วันที่ 29-30 ซึ่งใครที่ต้องการสมัครเรียน ก็โทรติดต่อได้ ที่เบอร์โทร 081-834-5653 รับเพียงแค่จำนวน ๕๐ คนเท่านั้น ท่านจะเอาเงินไปสร้างสถานวิปัสนาของท่าน ค่าเรียนไม่แพงราคาถูกมาก ๔,๕๐๐.-บาท เท่านั้นเอง ศิษย์สายสัญญาประยุกต์นั้นจะกล้าหรือ ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2011, 09:45:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2011, 09:33:44 AM »

"อายุบวร"
    Cry คนที่เกษียณแล้วก็ไม่มีอะไรมาก  ตื่นหกโมงเช้าก็นอนฟังข่าว ตอนนี้ก็มีแต่ข่าวน้ำท่วม ซึ่งคนธรรมดาสามัญอย่างเราก็แค่เอาใจช่วยและก็ช่วยสมทบทุนบริจาคไปเท่าที่ทำได้  เมื่อหมดข่าวก็ไปดับล้างแต่ยังไม่ประจุองค์พระธรรม จากนั้นก็ไปรับประทานอาหาร ฟังรายการ Supper Cheng ซึ่งแต่ก่อนนั้นยังไม่รู้จริง ได้ยินเจ๊เช็งเขาด่าไฟแลบตอนที่เขาถูกจับในเรื่อง "น้ำพลอยเพชร" ที่มีคนเอาไปหยอดตาแล้วตาบอด ก็ฟังมาเป็นเดือนแล้วรู้อะไรมากขึ้น  แม่บ้านเขาไปร้าน "ข้าวซอยลำดวน" ไปเจอคุณ "ติ่ม" ซึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด  ก่อนที่จะมาเป็นลูกศิษย์นั้น มีลูกศิษย์คือคุณจุ๋มพาไปหา  ตอนนั้นคุณติ๋มขายข้าวซอยไม่ดี มีคนเข้าร้านน้อยมาก ก็ไปทำพิธีไล่ผีที่มีคนเอาขี้เถ้าเชิงตะกอนไปโรยที่หน้าร้าน ซึ่งก็ได้ทำพิธีด้วย  อาจารย์ประหยัดเอานิ้วดีดทีเดียวเท่านั้น  พวกผีเหล่านั้นวิ่งหนีกลับไปอยู่ป่าช้าเหมือนเดิม แล้วก็เปิด "พระโอษฐ์" ให้กับคุณติ๋ม และลูกสาว  ตั้งแต่นั้นมาจนถึงเวลานี้ร้านก็เป็นปกติมีคนเข้ามากกว่าเดิมเสียอีก
    Grin คุณติ๋มเขาพาไปดูถังหมักของเขา ซึ่งได้หมักผลไม้ ต่าง ๆ เอาไว้ประมาณ ๔๐ ถัง ตามสูตรป้าเช็ง  เขาก็ชวนให้แม่บ้านของเราหมักบ้าง ซึ่งก็คงหมักไปประมาณ ๑๕ ถัง ปัจจุบันก็เลยดูทีวีัช่ิอง Supper Cheng ก็มาเจอท่านมหาสีไพร ซึ่งได้สอนเกี่ยวกับ สมาธิเพื่อบำบัดโรค ก็มีหลาย ๆ ท่าที่นำมาใช้ ซึ่งใครจะไปฝึกก็ได้ ให้เข้าไปดูใน Google ในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ๒ จันทร์ ก็มี พ.อ.ณรงค์ชัย กิ่งเกตุ เข้ามาพูดถึงเรื่อง วิชาเทพประสิทธิ์ ซึ่งถ้าฟังให้ดีแล้ว เป็นวิชานวด ๑๐๐ % ไม่มีเรื่อง องค์บารมีมาผสม แต่ก็พยายามพูดให้เข้าไปถึงเรื่องเทพ-พรหมด้วย อ.ณรงค์ชัย แกนวดช่วยเหลือคนมาแล้วหลายปี ก่อนที่จะมาออกรายการของป้าเช็งทุกวันจันทร์นั้น เวลาแก ฝึก หมออาสานั้น แกก็ไม่ได้เรียกร้องเอาเงินอะไร ครั้งหลังสุดที่ไปฝึกที่โรงเรียนของ มหาจำลอง โรงเรียนผู้นำ เพื่อช่้วยเลี้ยงหมา ก็ต้องเรียกค่าสถานที่ ๑,๕๐๐.-บาท แต่ในคราวนี้ที่จะเปิดคอสส์สอน ที่สำนักปฏิบัติธรรมเขาชะโงก ก็ขอทำบุญเพื่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม ๔,๕๐๐.-บาท นอน ๑ คืน อาหาร ๖ มื้อ ความจริงก็ไม่แพงเลย แต่จะไหวรึสำหรับศิษย์สายสัญญาำ-ประยุกต์ ที่เหนียวหนึบๆ เสียเงินแล้วได้วิชาก็คงจะไม่เอา ชอบของฟรี เพราะว่าแม้แต่สายสัญญายังต้องเอาฟรีเลย เรื่องทำบุญให้หมาสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมนั้นอย่ามาพูดเสียดีกว่า ใช่หรือเปล่าก็๋ไม่รู้ เพราะว่าตอนที่อาจารย์ประหยัดช่วยทำบุญทอดผ้าป่านั้น บาทเดียวยังไม่ให้เลย ขนาดที่ว่าเอาวิชาสายสัญญาไปหลายเข่งแล้ว  ส่วนมากก็เอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ ไม่ได้นำมาใช้แต่อย่างใด
    Sad สายสัญญานั้นช่วยให้เบาบางลงได้  เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ น้ำท่วม บ้านอาจารย์ประหยัด น้ำเข้ามาได้แค่ ๕ เมตร สูงแค่เหัวเข่าเท่ากับถนน บ้านลูกสาวก็แค่หัวเขา บ้านเก่าที่เคยอยู่ก็แค่หัวเข่า มาปีนี้น้ำท่วมอยุธยาจนมิดบ้านชั้นเดียว บ้านอาจารย์ประหยัด บ้านลูกสาว ไม่ท่วม บ้านเก่านั้นท่วมตั้ง ๑ คื่บ วันเดียวหายไปเลย แต่ไน๊ท์บาซาร์นั้นท่วมเท่าเดิม เพียงแค่ ๒ วันก็ไหลไปอยุธยาหมดแล้ว ต่อไปก็จะไปหา นายเล็ก...หนองไน ที่หนองจอก ซึ่งเป็นสายสัญญาประเภท "เนร" และก็น่าจะไปเยี่ยม นายธนากร ที่คลองทวีวัฒนาด้วย
    Undecided ซึ่งน่าจะเป็นการเตือนด้วยน้ำเป็นครั้งแรก ว่าต่อไปในภายภาคหน้าไม่น่าจะเกิน ๒-๓ ปี น้ำก็จะท่วมภาคใต้ กรุงเทพฯ ขึ้นมาภาคกลาง ซึ่งถ้าไม่เตรียมการเอาไว้ก่อน ก็น่าจะหมดตัวในรอบสอง บ้านอยุธยาที่เคยสร้างเป็นใต้ถูนสูง ๒.๕ เมตร ต่อไปควรจะสร้างเป็นใต้ถุนสูง ๕ เมตร แล้วแต่ละบ้านก็น่าจะซื้อเรือเอาไว้ด้วย เพราะว่าธรรมชาติกำลังเอาคืนจากมนุษย์ ที่ทำร้ายธรรมชาติมานาน
      Embarrassed ยังสงสัยว่าจะมีศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ กล้าที่จะเสียสละเงิน ๔,๕๐๐.-บาท ไปร่วมทำบุญกับ อ.ณรงค์ชัย หรือเปล่า จริง ๆ นั้น อาจารย์ประหยัด ก็อยากไป แต่ทาง อาจารย์ณรงชัย เขาไม่ได้เขียนกำหนดการลงเอาไว้ในเว็บ หากเราไปถึงวันเสาร์ที่ ๒๙ ตุลาคม เขาบอกว่าให้ไปถึงที่เขาชะโงก เวลา ๘.๐๐ น. แล้วเราจะเอารถที่ไหนไป คนที่ไปทีหลังก็จะได้นอนเต๊นท์ ถ้าไปก่อนก็จะได้นอนห้อง ซึ่งรู้สึกว่าท่านจะให้พวกในกรุงเทพฯ ไปฝึกมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2011, 09:49:26 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2011, 10:41:06 AM »

"อายุบวร"
    Cry เมื่อวานนี้ วันจันทร์ ทางรายการ Supper Cheng ได้ให้เวลาฟรีกับ พ.อ.ณรงค์ชัย กิ่งเกตุ ๒ ชั่วโมง  ซึ่งท่านก็ได้เข้ามาชี้แนะในเรื่องรักษาอาการต่าง ๆ แล้วได้พูดถึงน้ำหมักของ ป้าเช็ง ซึ่งป้าเช็งจะสอนวิธีการหมัก แล้วจะให้หมักด้วยตนเอง ซึ่งถ้าใครฟังแล้วไม่หมักเอง แล้วนำมาใช้เอง ก็จะไม่รู้ถึงคุณภาพของน้ำหมัก และถ้าขี้เกียจหมักจะไปซื้อของป้าเช็งนั้น ป้าเช็งจะไม่ขายน้ำหมัก แต่จะขายเวลาที่ได้หมักไป ๒๐ ปี ขวดละ ๑,๐๐๐.-บาท ถ้าบอกว่าแพง ป้าเช็งก็จะให้สูตรไปหมักเอง อีก ๒๐ ปีก็ค่อยเอามาใช้  แต่น้ำหมักพลอยเพชรนั้นใช้เวลาเพียงแค่ ๔ เดือน ก็เริ่มใช้ได้แล้ว
    Cry ในการเข้ามาในสายสัญญานั้น เมื่อยกถาดเป็นลูกศิษย์อาจารย์แล้ว ก็จะไม่ง่ายเหมือนน้ำหมักป้าเช็ง ลงมือหมักเพียงครั้งเดียว จ่ายเงินค่าถังหมัก ๒๐ ลิตร ในราคา ๑๐๐ กว่าบาท น้ำตาล ๑ กก. ๓๒-๓๕ บาท และน้ำอีก ๕ ลิตร ส่วนผลไม้นั้นจะเป็นอะไรก็เลือกเอาตามใจชอบ  แต่สายสัญญานั้นเมื่อเป็นลูกศิษย์แล้วก็จะต้องปฏิบัติตัว โดยการดับล้าง และประจุองค์พระธรรม ถ้ากุศลมูลเดิมมีและปฏิบัติดี เพียงแค่ ๔ เดือนก็จะรู้ ออกเหตุเห็นผล ซึ่งถ้าจะให้ออกเหตุเห็นผลมากไปกว่านี้ก็ต้องใช้เวลานานปี  ไม่ใช่สุกเอาเผากินเหมือนลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดหลาย ๆ คน ที่เวลานี้ก็ยังทำเว็บโปรโมทตนเองอยู่ ได้แต่พูดและเขียนโม้เท่านั้นเอง แต่เวลาทำจริง ๆ แล้วไม่มีคุณภาพ ไม่ประสบความสำเร็จ
    Embarrassed ลูกศิษย์บางคนไปเปิดเว็บสายสัญญาใหม่ บอกว่าเป็นสายสัญญาแนวทางใหม่ ซึ่งผู้เปิดและความคุมบอร์ดนั้น No Name  ไม่กล้าลงชื่อจริง ซึ่งเว็บสายสัญญาที่เป็นของแท้แน่จริง ๑๐๐ % นั้น ก็น่าจะเป็นเว็บของอาจารย์ประหยัดนี่แหละ ไม่ใช่เป็นอาจารย์ระดับกระจ๊อกเพิ่งจะเป็นไก่หัดขัน เป็นมาเกือบ ๒๐ ปี แล้ว ซึ่งจะไม่มีอาจารย์คนใดของสายสัญญาทำได้เพียงแค่กฎกติกาเดียวคือ ไม่เรียกเอาเงินจากลูกศิษย์ ในข้อถัดไปที่ทำให้บรรดาอาจารย์บารมีน้อยต้องเจ๊งไปตามสัญญาก็คือ การเรียกให้ลูกศิษย์ทำสังฆทาน ซึ่งปัจจุบันนี้อาจารย์ประหยัดมีบารมีสูงพอที่จะทำสังฆทานให้ใครก็ได้ แต่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่า หากยังไม่ได้ตาทิพย์ เห็น "กรรม" ของลูกศิษย์ ก็จะไม่รับสังฆทานใครเลย
    Tongue คนที่ตั้งตนเป็นอาจารย์สายสัญญานั้นไม่ยกเว้นอาจารย์ของ อาจารย์ประหยัด ก็ต้องถูกพระบารมีถอดถอนออกไปจากสายสัญญา เพราะว่าไม่รู้จริง เอะอะก็ให้ทำสังฆทาน รู้หรือเปล่าว่า ลูกศิษย์เขามีเวรกรรมอะไรบ้าง หากไม่รู้ ก็น่าจะรู้ว่าอาจารย์ประหยัดนั้นไม่มีเวรกรรมอะไรติดตัว ที่จะต้องมาทำสังฆทาน เสียเงิน ๒-๓ หมื่น ให้แม่บ้านทำสังฆทานเสียเป็นแสนเพื่อที่จะขายที่ดินแปลงเดียว ถ้าจะขาย ๑๐ แปลง ก็ต้องทำสังฆทานเป็นล้านแล้ว แล้วรู้หรือเปล่าว่าที่ดินแปลงนี้ต่อไปใครเป็นเจ้าของใหม่ แล้วถึงเวลาหรือยังที่เจ้าของใหม่เขาจะมาซื้อ ที่เขายังไม่มาซื้อนั้นเพราะเหตุใด ก็ยังไม่มีความสามารถที่จะไปรู้ได้ เมื่อทำสังฆทานไปความสำเร็จก็คือ ศิษย์ผู้ที่ทำสังฆทานนั้นได้แต่เสียเงินกับเสียเงินเท่านั้นเอง สำหรับอาจารย์หาบเร่ไม่มีที่อยู่หรือบ้านอยู่เป็นหลักแห่ง แม้มีบ้านอยู่หากเช่าเขาอยู่  อาจารย์พวกนี้ก็ต้องควรระวัง เพราะพวกเขาจะมีแต่ทำสังฆทานแล้วก็ทำสังฆทาน เพื่อประโยชน์แห่งมวลมหาตน เอาเงินเข้ากระเป๋าเท่านั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2011, 10:01:53 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2011, 11:32:03 AM »

"อายุบวร"
    Cry   ตามประวัติพ่อต้นฯ นั้น ท่านได้ดวงแก้วเทพรำลึก ในปี พ.ศ.๒๔๘๑ ผ่านมาแล้ว ๗๓ ปี  ซึ่งตอนนั้นพ่อต้นฯ ท่านมีอายุได้ ๓๘ ปี  ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นของวิชาสายสัญญา  ซึ่งก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาอยู่เรื่อยๆ ในที่สุดคำภาวนาของสายสัญญาสุดท้ายก็เป็น
   “สายสัญญา (สูดหายใจเข้าลึก) สาย นะ มะ ทะ นะ  สายพัดจุลียะ  อุดถัง  อุดถัง นาคราช  นะ นะ นะ นะ  โสด  พัดจุฬี  สายปั่นกาย  สายเหล็กไหลลิงค์  สิทธิ์พระเนิน  สัญญา (สุดหายใจเข้าลึก)
     แล้วจะมีคำภาวนาธาตุเอาไว้อีก
   “สายนะ สายปั่นกาย  สายเหล็กไหลลิงค์ สิทธิ์พะเนิน สัญญา”  ซึ่งจะให้ภาวนาในตอนดับล้างเสร็จ ๑๗ ครั้ง  แต่ศิษย์สายสัญญารุ่นใหม่นั้น น่าจะเพียง ๓ ครั้ง ก็คิดว่ามากไปแล้ว
    Cry ทำไมสายสัญญาจึงมีการให้สูดอากาศเข้าไปลึก ๆ จนถึงท้อง คือให้ท้องพองออกมา ซึ่งก็ยังไม่ เคยได้ยินอาจารย์สายสัญญา ไม่ว่าเป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ ได้บอกเอาไว้เพื่อประดับความรู้  แต่เมื่อได้มา ฟัง “ทฤษฎีโพเพทัส” โดย “หมอแกนกายสิทธิ์” ซึ่งจะเปิดศึกษาได้ใน www.morgangaiyasit. com ซึ่งจะใช้วิธีการหายใจ  ผสมกับการกำหนดจิต  นั่งกัมมัฏฐาน เหมือนของ ธรรมกาย ซึ่งหมอแกนนี้จะกำหนดเอาเลข ๑๕ ไว้ที่ระหว่างคิ้ว สูงขึ้นไปประมาณ ๑ นิ้ว แต่ธรรมกายนั้น จะเขียนคำว่า “พุทธโท” เอาไว้ที่ฝา เมื่อเพ่งแล้วก็ให้จำหลับตาลงก็ยังเห็น แล้วก็ให้เคลื่อนย้ายตัวหนังสือ เอาตัว “พ” เข้ามาไว้ในตัวก่อน เพียงแค่ พ.ตัวเดียว อ.ประหยัดก็ทำไม่ได้แล้ว ก็เป็นอันว่าเลิกวิชาของธรรมกายโดยเด็ดขาด ก็ไปต่อวิชา “มโนมยิทธิ” ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ อาจารย์เขาให้เราหลับตาแล้วให้นึกเห็นภาพบันไดดอยสุเทพ เมื่อเห็นแล้วก็ให้เดินขึ้นไป  ซึ่งเมื่อ อาจารย์ประหยัด หลับตาลง ที่เห็นก็คือความมืด ไม่ได้เห็นบันไดดอยสุเทพเลย  ก็เป็นอันว่าไม่ได้เป็น “ควาย” ให้ใครจูงความคิดไป
    Sad หมอแกนนั้นเพิ่งจะเอาวิธีการหายใจมาใช้  ก็คงจะไม่นานเกิน ๕ ปี  เอาเป็นว่าให้ ๑๐ ปีก็ได้  แต่การใช้วิธีการหายใจของ สายสัญญา นั้น ใช้มาประมาณ ๗๓ ปีแล้ว  เมื่อศิษย์สายสัญญากล่าวคำว่า “สายสัญญา” ก็จะต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ จนถึงท้อง ให้ท้องพอง ถ้าเป็นผู้หญิงพองแล้วก็ต้องยุบด้วยนะ หากไม่ยุบก็อันตราย  เดี๊ยวผัวหาว่ามาท้องกับอาจารย์ต่อมา “วิชาเทพประสิทธิ์” ซึ่ง อาจารย์ พ.อ.ณรงค์ชัย กิ่งเกตุ ก็เพิ่งจะได้มาออกทางทีวีของ Supper Cheng ในเดือน ตุลาคม ๒๕๕๔ นี้เอง แต่วิชานี้น่าจะเกิดมาใกล้เคียงกันกับพ่อต้นฯ  ในท่า “กายบริหารปรับสมดุลร่างกาย” ของ วิชาเทพประสิทธิ์ นั้นจะ มีอยู่ ๙ ท่า  ทุกท่าจะเกี่ยวข้องกับการหายใจเข้าออกทั้งนั้น  หากได้ฝึกแล้ว ก็จะกลายเป็นหมออาสาของวิชาเทพประสิทธิ์ไปได้เลย
    Sad วิชาของหมอแกนกายสิทธิ์  ของธรรมกาย และของ เทพประสิทธิ์ นั้น  น่าจะง่ายสำหรับของ พ.อ.ณรงค์ชัย กิ่งเกตุ มากกว่า  แต่ต้องเสียเงินนะ  ซึ่งแต่แรกนั้น อ.ณรงค์ชัย ก็รักษาคนฟรี ๆ เมื่อได้รับ “กรรม” ของคนป่วยเอามาไว้ในร่างกายของตนเองมาก อาจารย์ท่านก็ป่วย แล้วก็ต้องไปหาคนที่สามารถนวดให้คนหายได้  หมอนวดคนนั้นรู้จักวิชาเทพประสิทธิ์ด้วย เขารู้ถึงว่ามาพร้อมกับวิชาหมอนวดของวัดโพธิ์  เขาบอก พ.อ.ณรงค์ชัย ว่า เมื่อนวดรักษาแล้ว ก็จะต้องเก็บเงินค่ารักษาด้วย เพื่อที่จะเอาไปทำบุญให้กับครูบาอาจารย์  แต่ละครั้งจะต้องมีค่าครูด้วย  พ.อ.ณรงค์ชัย ก็เลยตั้งค่าครูเอาไว้ ๕๐๐.บาท เวลานี้ก็ขึ้นค่าครูไปเป็น ๑.๐๐๐.-บาท เมื่อขึ้นค่าครูแพง ก็ยิ่งมีคนมารักษามาก  มีคนเข้ามาสมัครเรียนมาก เพราะหากมีวิชานี้ก็เสียเพียงครั้งเดียว ๔,๕๐๐.-บาทเท่านั้น  หลังจากได้คำแนะนำแล้ว เก็บค่าครู อาจารย์ณรงค์ชัย ท่านก็เลิกป่วย
     ในสายสัญญานั้น  อาจารย์ประหยัด ได้ปฏิบัติตนในสายสัญญาไม่เหมือนคนอื่น  คือไม่เรียกเอาเงินเอาทองลูกศิษย์ แต่ก็ไม่เคยห้ามลูกศิษย์ไม่ให้เก็บเงินมาเป็นค่าครู  ถามว่าที่ไม่เก็บเงินใคร แม้แต่การประจุองค์พระธรรมให้ก็ประจุให้ฟรี  มีอาการที่ว่า เจ้ากรรมนายเวรของคนที่มาให้รักษานั้นถ่ายเข้ามาสู่สังขารของอาจารย์ประหยัดหรือไม่  ตอบได้เลยว่าไม่ เพราะว่าองค์พระบารมีของสังขารอาจารย์ประหยัดนั้นเป็นองค์ใหญ่ แล้วก็มีพระบารมีทุกกระทรวงรับรองด้วย ประการสำคัญก็คือ เขาให้มาอยู่ในฝ่าย “ปราบมาร” แม้แต่ลูกศิษย์ที่กล้าแหยม ก็เสร็จเรียบร้อยไปตามสัญญา ไม่มียกเว้นแม้แต่ลูกศิษย์พ่อต้นฯ หากล่วงเกินฝ่ายปราบมาร  ไม่ต้องทำอะไรก็จะมีอันเป็นไป  แต่มันมีข้อเสียของอาจารย์ประหยัดอยู่ที่ว่า  การไม่เก็บเงินนั้นมันไปขัดกับบรรดาอาจารย์สายสัญญาที่เขาต้องทำมาหากินกับการโปรดญาติ  อาจารย์ประหยัดโปรดญาติแบบของดีราคาไม่แพงแล้วก็ให้เปล่าด้วย  ถ้าเป็นข้าวซอยก็เอามาเลี้ยงลูกศิษย์ด้วย “ข้าวซอยลำดวน” เมื่อลูกศิษย์ได้วิชาจากอาจารย์ประหยัดไป  เพราะได้ฟรีจึงไม่เห็นคุณค่าของวิชาสายสัญญา  ทำให้เหมือนกับว่าเป็นการทำลายสายสัญญาอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหากไม่เป็นอย่างนั้น มันก็ต้องเป็นการรอเวลาเท่านั้นเอง  ก็แปลกที่อาจารย์ประหยัดกล้าพูดว่า “สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร”  หมอแกนกายสิทธิ์  วิชาเทพประสิทธ์ วิชาธรรมกาย หรือวิชาของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ นั้น  ไล่ผีไม่ออก ปราบมารไม่ได้ ไล่คุณไสยก็ไม่ได้ แต่ก็มีศิษย์สายสัญญาเข้าใจผิดว่า สายสัญญานั้น แก้กรรมได้  จริง ๆ แล้ว น่าจะเป็นการขออโหสิกรรมมากกว่า
    Lips Sealed เพียงแค่รักษาโรคได้ไม่กี่โรค ซึ่งก็เป็นโรคที่สายสัญญารักษาไม่หายก็มี  ฝึกไม่กีเพลาก็ทำได้แล้ว  เพราะไม่มีการฝีกแล้วสร้างสม “บารมี” ไปด้วย เหมือนสายสัญญา  พวกเขาก็สามารถทำมาหากินด้วยการรักษาโรคไปได้อย่างสะดวก  น่าที่จะต้องมีการชุมนุมบรรดาอาจารย์สายสัญญาทั้งหลาย  ให้ทำงานโปรดญาติไปในทิศทางเดียวกัน  โดยหากมีการกำหนดค่าครูเอาไว้เท่าใดก็ให้ทำเหมือนกันหมด  ไม่มีการตัดราคา  ซึ่งคนที่จะตัดราคาได้นั้นน่าจะเป็นอาจารย์ประหยัด หากกำหนดราคาค่าครูเอาไว้ ๕๐๐.-บาท  ใครที่บังอาจดูถูกอาจารย์ประหยัด ก็จะตัดราคาค่าครูลงมาเหลือ ๐ บาททันที
    Undecided ถามว่าจะให้ใครมาเป็นประธานของสายสัญญา  สถานที่ ใครจะเป็นผู้จัด  หากบอกว่าเป็นบ้านอาจารย์ประหยัดแล้วละก้อ  บอกว่า No เพราะอาจารย์ประหยัดไม่ได้หากินด้วยสายสัญญา  อาจารย์ประหยัดโปรดญาติเพื่อสร้างบารมี  แต่เท่าที่สังเกตุมานานกว่า ๑๐ ปี  พวกอาจารย์สายสัญญานั้นเรียกได้ว่ามี “อีโก้” อวดเก่ง อวดดี แต่ไม่มีดีจะอวด ได้แต่พูดเหมือนนายอภิสิทธิ์ แต่เวลาทำนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ  แม้ท่านจะปฏิบัติในสายสัญญามานานกว่า ๓๐ หรือ ๔๐ ปี  แต่พวกอาจารย์สายสัญญารุ่นเก่านั้น ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยโลก  จึงไม่รู้ความเป็นไปของมนุษย์  คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะหาลูกศิษย์เพื่อมาทำสังฆทาน  โดยที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นไม่มีอำนาจพระบารมีรับรอง  เหมือนอย่างที่ อาจารย์ประหยัด พาลูกศิษย์ไปทำสังฆทานกับอาจารย์สุภาพ  เจ๊เขาพาสายวิปัสนากำมัฎฐานไปด้วย ในขณะที่ทำสังฆทานนั้น คนมีตาทิพย์เขาก็เห็น เห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่มีพ่อต้นฯ มานั่งเป็นประธาน ไม่มีใครมาทั้งสิ้น ก็เป็นอันว่าเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาจะมา สายสัญญาก็เดินทางจากปี พ.ศ.๒๕๒๒ ที่พ่อต้นฯ ท่านได้มรณะภาพไป จนมาถึงเวลานี้  ไม่ก้าวหน้า มีแต่ถอยหลังลงไปเรื่อย ๆ ใครจะเชื่อหรือไม่ หากมีสติปัญญา มีตาเห็น ตาไม่บอด ก็จะรู้เอง ตัดสินใจเองได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2012, 09:43:56 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2011, 10:15:55 AM »

"อายุบวร"
    Cry ในหัวข้อ "วิชาเทพประสิทธิ์" นั้น  รู้สึกว่าบรรดาคนที่เข้ามาอ่านในเว็บนี้จะสนใจกันมาก หากสนใจแล้วไปเล่าเรียนวิชานี้มาก็อย่าลืมเข้ามาเขียนเล่า เป็นวิทยาทานให้บรรดาศิษย์สายสัญญาคนอื่นฟังด้วย  ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นก็ไำด้สมัครเรียนไปแล้ว แต่ไม่ไป  เพราะว่าไม่รู้ว่าทำไมเกิดไม่ไปขึ้นมาเฉย ๆ ซึ่งถ้าจะไปจริง ๆ นั้นก็คงจะไปไม่ได้ เพราะว่ามีคนที่เล่นการเมือง ปล่อยน้ำถึง ๔ เขื่อน พร้อม ๆ กัน ให้น้ำไหลไปท่วมภาคกลาง  โดยอ้างว่าเป็นดีเปรสชั่น แต่น้ำที่ไหลไปนั้นมันเป็นน้ำใส ไม่ขุ่นนะ ก็เล่นกันแรงหน่อย ในขณะที่รักษาการนายกนั้นไม่มีการพร่องน้ำเตรียมรับน้ำใหม่เลย ทั้ง ๆ กรมอุตุก็ได้พยากรณ์ว่าจะมีดีเปรสชั่นเข้าหลายลูก ก็คงหัวเราะว่ายิ่งดี น้ำยิ่งมากก็ยิ่งดี กูจะได้เอาพวกมึงน้ำท่วมกัน แต่ปรากฎว่าปล่อยมากไปหน่อย ความวิบัติฉิบหายก็เลยเกิดขึ้นมาก อธิบดีกรมชบประทานควรที่จะต้องไล่ออกแล้วนำไปประหารชีวิตเสีย ก็ยังชดใช้ค่าเสียหายไม่พอ ก็ปล่อยให้แกแก่ตายไปเองเสียจะดีกว่า
     Sad อาจารย์ณรงค์ชัยแกก็แปลกนะ ให้สมัครเรียนโดยไม่มีกำหนดการว่าจะเรียนอะไรบ้าง เรียนที่ไหน คือจะต้องให้บรรดาลูกศิษย์สมัครไปเสียก่อนคงจะบอก ทำลับ ๆ ล่้อๆ อย่างนี้แหละดี ทำให้มีคนใส่ใจมาก  ผู้ที่เล่าเรียนไปแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมาเล่าให้ฟังทางเว็บไหนเลย ว่าที่เรียนไปแล้วใช้ประโยชน์ได้ดีแค่ไหน เหมือนเว็บนี้แหละ ลูกศิษย์ก้าวหน้าแค่ไหนก็ไม่มาเล่าให้ฟัง แล้วที่ไปตั้งสำนักหากินก็ยิ่งไม่กล้าเล่า  กลัวอาจารย์ประหยัดจะขอเก็บค่าคุ้มครอง  แบบอาจารย์รุ่้นพ่อต้นฯ ซึ่งใครไปโปรดญาติมาแล้วก็ต้องมารายงาน ด้วยทองและปัจจัย เป็นการสนองพระคุณพ่อต้นฯ และพระบารมีไปในตัวด้วย  เมื่อพ่อต้นฯท่านละสังขารไปแล้ว บรรดาอาจารย์ทั้งหลายก็ไม่ต้องจ่าย  เมื่อไม่จ่ายก็ต้องเจ๊งกันเป็นแถว เพราะตั้งหน้าตั้งตาหาเงินโดยไม่มีอาจารย์คอยดูแล และสั่งสอน เมื่อได้เดินทางผิด คิดเอาเองก็เจ๊งเองนั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 09, 2011, 03:56:15 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 21, 2012, 09:33:24 PM »

"อายุบวร"
     เช้าวันที่ ๑๙ ตื่นขึ้นมา กระดูกคอนั้นมีเสียงดัง เหลียวไปทางไหนก็ดัง แต่ไม่เจ็บ ก็ได้โทรไปนัด อาจารย์ ร.อ.หญิง จิราวดี กิ่งเกตุ ท่านบอกว่า วันศุกร์ที่ ๒๗ มีคิวว่างช่วงเช้าเวลา ๙.๐๐ น ซึ่งก็ต้องค่อย ๆ เดินเพราะเกรงว่าหากกระทบกระเทือนมาก ก็จะทำให้เรากลายเป็นอำมพฤกษ์ได้ ก็ได้เอาเอา VCD ของ อาจารย์ชัยณรงค์ มาเปิดดู ก็ปฏิบัติตามที่ท่านสอน ทำไปประมาณ ๑ ช.ม. เสียงดังที่ข้อกระดูกที่คอก็หายไปเกือบหมด ก็ยังเหลืออีกนิดหน่อย แต่วันที่ ๒๗ นี้ก็จะต้องไปอย่างแน่นอน ไปอย่างที่ไม่คิดว่าจะไป ทีแรกนั้นถ้าไม่ไปวันศุกร์ ไปนวดด้วยวิชาเทพประสิทธิ์ ก็จะไปวันจันทร์ ไปเข้าคอร์สของ อาจารย์วิเชียร อยู่เกตุ ซึ่งคอสส์นี้เขาคิด ๒,๐๐๐.-บาท จะต้องจองล่วงหน้าแล้วส่งเงินไปให้ด้วย หากไม่ไปก็เสียเงินฟรีๆ สองพันบาท ซึ่งก็ได้ถามองค์บารมีแล้วว่าควรไปหรือไม่ ท่านก็บอกว่าไปก็ไม่ได้อะไร ซึ่ง อาจารย์วิเชียร อยู่เกตุ นั้น เวลานี้ท่านเจอคุณไสยและเจ้ากรรมนายเวร ท่านยังรักษาตัวเองไม่ได้ ที่ต้องทำพิธีกรรมให้บ่อย ๆ เหมือนเดิม ก็เพราะท่านยังต้องการเงิน มา ๑๐๐ คน ท่านก็ได้เงินสองแสนบาท เพื่อเอาไปซ่อมแซมกรรมเวรที่น้ำท่วมสำนักท่าน ต้องเสียเงินค่าซ่อมแซมไปหลายล้าน สาเหตุเนื่องมาจากว่าพิธีกรรมที่ท่านทำนั้นมากกว่า ๕๐ % มันไม่น่าจะหายนะ
    Embarrassed ก็จะไม่บอกเลิก อาจารย์วิราวดี เพราะว่าวันเสาร์เราก็ต้องไปเรียน Efinance อยู่แล้ว ในตอนบ่าย เลิกเรียนแล้วก็จะกลับบ้านทันที ในวันศุกร์บ่ายนั้นก็จะให้หลานชายพาไปเที่ยวบ้านป้าเช็ง แล้วน่าจะแว๊บไปสำนักของ อ.วิเชียร ซึ่งหากว่ากลางคืนเขามีคอร์สอะไรที่ไม่เสียเงินก็จะเข้าไปร่วม ที่ไปก็เพราะอยากรู้ว่าเขาหากินกันยังไง ทำไมเราจึงทำอย่างเขาไม่เป็นเท่านั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2012, 06:25:08 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 28, 2012, 09:19:29 PM »

"อายุบวร"
     วันศุกร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๘.๓๐ น ตามนัดก็ไปบ้านปรับสมดุล  ซึ่งคุณหมอณรงค์ชัยกำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่ ก็ไปนั่งรออยู่ไม่นาน ก่อนนวดนั้นถ้าตาไม่มัวหรือไม่ใส่แว่นสายตาก็จะเห็นตู้อยู่หนึ่งตู้ มีกระดาษปิดไว้หน้าตู้เขียนว่า ค่าบูชาครู ๑,๐๐๐.-บาท  ก็จะต้องควักใบละหนึ่งพันบาทใส่เสียก่อน แล้วให้อธิฐานให้หายจากโรคภัยที่พกพาไปหาคุณหมอ ซึ่งหากว่าหายได้จริงจากเทวดาประจำร่างของคุณหมอ อาจารย์ประหยัดก็ไม่น่าจะไปนวดให้เสียเวลาเลย เพราะว่าเทวดาของอาจารย์ประหยัดนั้นรับรองว่ามีระดับเหนือกว่าคุณหมอทั้ง ๒ ท่านเสียอีก แต่มันทำหน้าที่คนละหน้าที่ หลังจากนั้นก็ไปนอนรอ คุณหมอณรงค์ชัยก็จะมาอธิบายถึงวิธีการนวดปรับสมดุลให้ฟัง แต่ท่านจะไม่นวดให้นะ เพราะว่าคุณหมอท่านเพิ่งจะฟื้นจากการเจ็บป่วย อันเนื่องมาจากท่านตกต้นไม้กระดูกซี่โครงหักไป ๕ ซี่ ท่านจึงไม่สามารถนวดให้ใครได้ เพราะว่าคุณหมอท่านยังป่วย ซึ่งแต่แรกพูดไปว่าการนวดนั้น คนป่วยมีเจ้ากรรมนายเวร หากเมื่อนวดให้เขาแล้วไม่ทำบุญให้ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็จะมาเล่นงานคุณหมอนะ คุณหมอแกพูดว่าแกไม่ได้นวดเองแต่เชิญเทวดามานวด ในขณะที่นวดนั้นเทวดานวดไม่เกี่ยวกับคุณหมอ แต่คุณหมอก็ไม่ได้บอกว่าเทวดาองค์นั้นเป็นใคร ก็แกล้งพูดไปว่าเป็นพระพิฆเนศหรือ คุณหมอตอบว่าท่านไม่รู้  ก็ไม่ทราบว่าเทวดาองค์นี้มาช่วยรักษาโรคให้คนป่วยจริงหรือไม่ หากจริงคุณหมอท่านก็คงจะไม่ถูกเจ้ากรรมนายเวรของคนป่วยหลายสิบตัวช่วยกันเอาเท้ายันตกจากต้นไม้ ซึ่งก็คงอีกนานจะได้กลับมานวดได้ แล้วก็อย่าลืมว่าเมื่อมีครั้งแรกก็จะต้องมีครั้งต่อๆ ไปอีกอย่างแน่นอน
     ในขณะที่นอนรอคุณหมอมานวดนั้น เขาให้อาจารย์ประหยัดหายใจเข้าออกเหมือน ทฤษฎีของหมอแกน คือหายใจเข้าลึก เมื่อสุดแล้วก็ให้ค่อย ๆ ปล่อยหายใจออกจนหมด แล้วก็หายใจเข้าออกใหม่ ให้ทำอย่างนี้บ่อย ๆ เพื่อที่จะได้มีเลือดดี ๆ ไปเลี้ยงหัวใจ ส่วนของหมอแกนนั้น เมื่อหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็ให้หยุด ๒-๓ วินาที แล้วจึงค่อยปล่อยออก เมื่อสุดแล้วก็ให้กลั้นจนหน้ามืดแล้วจึงค่อยหายใจเข้า
    Embarrassed เมื่อคุณหมอณรงค์ชัย ท่านอธิบายเสร็จ คุณหมอจิราวดี ก็มาลงมือนวด การนวดนั้นคุณหมอท่านบอกว่าไม่ได้นวดเหมือนหมอนวดทั่วไป หากเอาวิชาของท่านไปนวดผสมกับวิชานวดอื่นๆ ก็จะไม่ได้ผล หากนำไปนวดเป็นพาณิชย์ก็จะไม่ได้ผล ได้ยินแว่ว ๆ ว่ายังงั้นนะจ๊ะ คุณหมอท่านบอกว่าท่านนวดเพื่อช่วยเหลือคน แล้วท่านก็ช่วยเหลือคนมาเป็นหมื่นคนแล้ว คือนวดให้ฟรี แต่ก่อนจะนวดต้องบูชาครูหนึ่งพันบาท ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าได้นวดฟรีจริงหรือไม่ ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้บอกว่าครูคือ ครูชุม หรือว่าเป็นครูที่เรียกว่า เป็นเทวดาที่มานวดแทนท่าน ครูของอาจารย์ประหยัดนั้นก็คืออาจารย์พงษ์วิทย์ บรมครูสายสัญญาก็คือ พ่อต้นฯ และครูในสายเทพก็คือ องค์พระนารถพรหมฤษี และบรรดาเทพผู้สำเร็จในสายสัญญาทุกพระองค์ เทพผู้คุมครองสังขารก็คือ "องค์พระนารายณ์ คือสามารถบอกให้ชัดแจ้งได้ รู้ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีตาทิพย์ ไม่ใช่พูดเอาลอย ๆ เหมือนคุณหมอณรงค์ชัย โดยไม่รู้จริง
     เมื่อได้พูดถึงน้ำหมักป้าเช็ง คุณหมอจิราวดี ท่านก็พูดอย่างมีอารมย์ ว่ากินแล้วไม่ได้ผล ซึ่งอาจารย์ประหยัด ก็เถียงท่านว่าได้ผลเพราะเมื่อกินแล้วกรดไหลย้อนก็หาย อาจารย์ท่านคงจะไม่รู้ว่า อาจารย์ประหยัดก็ดูตอนที่ท่านไปออกทีวี.ของป้าเช็ง ตอนนั้น คุณหมอทั้งสอง ก็ยกยอปอปั้น ป้าเช็ง ป้าเช็งก็พูดออกอากาศว่าจะให้คุณหมอณรงค์ชัยมาออกอากาศจำไม่ได้ว่าอาทิตย์ละกี่ชั่วโมง แต่มาได้ ๔ ครั้ง คุณหมอก็ถูกยกเลิก ก็ยังได้ถามคุณหมอจิราวดีต่อไปว่า ป้าเช็งก็มีเสียงดังในหูเหมือนผมคือมีเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นฝูง ทำไมคุณหมอไม่รักษาให้ป้าเช็งหรือ คุณหมอบอกว่ารักษาให้แล้วแต่ป้าเช็งแกหายใจทางปากจึงทำให้รักษาไม่หาย ก็พึ่งจะมารู้ว่าป้าแกหายใจทางปาก ไม่น่าจะไปเรียนแบบหมาเลย เวลาป้าแกออกรายการทีวี.ก็ไม่เห็นว่าแกอ้าปากหายใจ ซึ่งพูดอย่างนี้อาจารย์ประหยัดก็น่าจะมีโอกาสหายนะ เพราะว่าอาจารย์ประหยัดไม่เคยหายใจทางปาก แต่คุณหมอจิราวดีท่านบอกว่า หากไม่อยู่ที่เชียงใหม่ ก็จะให้มาอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ถ้ามาเดือนหนึ่งก็คง ๘ ครั้ง ก็นวดให้ฟรี แต่ต้องใส่เงินลงไปในตู้เป็นค่าครู ๘,๐๐๐.-บาท นะ ซึ่งหากนวดแล้วหายก็ราคาถูกมาก ไม่แพงเลย แต่หากไม่หายก็น่าจะแพงมากพอสมควร
    Tongue (๓๐ เมษายน ๒๕๕๕) เล่าต่อ เมื่อกลับมาถึงโรงแรมตอน ๒ ทุ่มเศษ ก็เล่าเรื่องวิธีนวดให้หลานชายฟัง ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มี ๓ สลึง ขับรถในกรุงเทพฯ ไม่มีการหลงทาง แต่ก็รู้ถึงเรื่องการนวดที่เล่าให้ฟังได้หมด ก็เลยให้หลานชายมันลองนวดเหมือนที่ หมอจิราวดีนวด ก็นวดได้เหมือนแต่ไม่ชำนาญ นวดไปเป็นชั่วโมง ก็รู้สึกค่อยยังชั่ว แต่เมื่อกลับมาบ้านนั้นก็เอาวิชาของ พระชัยณรงค์ อุปสโม มาแก้ไขกระดูกคอ และกระดูกหลัง สะโพก น่าจะได้ผลดีกว่า ของวิชาเทพประสิทธิ์ หากยังไม่ได้ผล ก็ค่อยมาใช้วิชาิิเทพประสิทธิ์ทีหลังก็ได้ พระท่านไม่มุสาอยู่แล้ว และพระอาจารย์ชัยณรงค์ท่านก็ไปเรียนถึงประเทศจีนมาด้วย VCD ของท่าน ๔ แผ่น จำหน่ายในราคา ๒๕๐.บาท เท่านั้น มีแต่ของจริง ไม่มีโกหก คนที่จะซื้อแผ่น VCD ของ พระอาจารย์ัชัยณรงค์ได้ ก็ต้องมีบุญพอสมควรนะ อย่างอาจารย์ประหยัดนี่แหละ นอนอยู่ที่บ้านน้องสาวก็นำแผ่นไปส่งให้ ทั้ง ๆ ที่เคยไปหาซื้อที่ ม.ธรรมศาสตร์ ถึง ๒ ครั้งยังไม่ได้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2012, 07:37:15 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 28, 2012, 09:51:45 PM »

"อายุบวร"
    Sad ออกจากบ้านปรับสมดุล เห็นว่ามีเวลามาก นัดหลานชายเอาไว้ที่โรงแรม ๑๒.๐๐ น. ก็เลยนั่งรถเมล์เบอร์ ๗๐ ไปลงที่หน้าลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วก็ต่อรถเบอร์ ๑๕๗ ไปลงที่สะพานควาย เสียค่ารถไป ๑๘ บาท ตอนขาไปไปแท๊กซี่ ๖๐.-บาท หลานชายมันบอกว่าลุงเก่งนะที่สามารถนั่งรถเมล์กลับมาได้ ขนาดตัวแกนั้นเป็นคนกรุงเทพฯ ยังต่อรถเมล์ไม่เป็นเลย
     ออกจากโรงแรมก็ไปร้านป้าเช็งที่โรงเกลือ หากไม่มีรถส่วนตัวก็คงจะไม่มีวันที่จะไปได้ ถ้านั่งแท๊กซี่ไปก็ไม่คุ้ม อย่างน้อยขาไปก็น่าจะ ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐.-บาท เพราะไกลกว่ามหาวิทยาาลัยธรรมศาสตร์เสียอีก ก็เข้าไปที่ร้านป้าเช็ง ร้านป้าเช็งนั้นติดแอร์เย็นตามสภาพอากาศ เวลาอากาศร้อนก็เย็นน้อยหน่อย ตามที่ได้ดูทีวีป้าเช็งมานานหลายเดือน ป้าเช็งแกจะพูดบ่อย ๆ ว่า น้ำหมักของแกนั้นไม่ขายนะ แต่แกจะสอนให้หมักเอง ในร้านนั้น น้ำพลอยเพชร ๕ ลิตร กระป๋องละ ๕๐๐.-บาท หมักแล้ว ๓ ปี ถ้าเป็นน้ำผลไม้ก็จะราคาเดียวกัน น้ำหมักเจียรนัยเพชรขวดละ ๑๐๐.-บาท น้ำมหาบำบัดนั้นขวดเท่าหัวแม่มือ ๑,๐๐๐-บาท ถามถึง DVD ที่พูดในทีวีว่าแจก ก็แจกพร้อมกับหนังสือในราคา ๑๐๐.-บาท ไม่ได้แจกเปล่าๆ ตามราคาคุยในทีวีของป้าเช็งนะ ต้องซื้อหนังสือก่อนจึงจะแจกให้ เพราะฉะนั้นคำพูดในทีวีกับที่ร้านนั้นมันไม่เหมือนกันนะ ไม่ตอแหล บอกว่าไม่ขายน้ำหมัก อั้วก็ไปซื้อมาแล้วเพราะว่าไม่ซื้อป้าเช็งก็แกก็ไม่แจกให้ฟรี VCD ที่ว่าแจกนั้นก็ไม่ได้แจกจริงนะ พูดเหมือนกับพันธมิตรเก่าคือ คุณหมอณรงค์ชัยเลย ว่านวดฟรี แต่ต้องใส่เงินในตู้ก่อนนะหนึ่งพันบาท
    Angry ที่อาจารย์ประหยัดพูดว่า โปรดญาติ นั้นโปรดจริง ๆ นะ ไม่มีการตอแหล ไม่มีการโกหก แล้วกว่าจะฝึกฝนได้ขนาดนี้ต้องใช้เวลาถึง ๒๐ ปี ระดับ คุณหมอชัยณรงค์ และป้าเช็ง นั้น ไม่มีความสามารถหรือบารมีที่จะมาทำอย่างอาจารย์ประหยัดได้ การนวดและการหมักนั้นเขาสอนให้ทำอยู่แล้ว การสอนของวิชาเทพประสิทธิ์นั้นก็สอนให้ "ฟรีๆ" แต่ต้องเสียค่าบูชาครูในราคาปัจจุบันนี้ ๖,๐๐๐.-บาท (หกพันบาทถ้วน.) ใครว่าแพงก็ไม่ต้องมาเรียน ท่านว่ายังงั้นนะ อาจารย์ประหยัดนั้นทำฟรี ๆ ให้ลูกศิษย์มา นานกว่า ๒๐ ปี ไม่มีขันครู ไม่มีตู้บูชาครู ทั้ง ๆ ที่เป็นวิชาเหนือกว่า การนวดจัดกระดูก ซึ่งสามารถไปซื้อด้วยการเรียนได้ น้ำหมักป้าเช็งก็ไปซื้อถัง ๑๒๐ ลิตร ๓๕๐.-บาท หมักไป ๓ ปี ก็มาขายแข่งป้าเช็งได้ แต่วิชาของอาจารย์ประหยัดนั้น เสียเงินเฉพาะยกถาด ๑๐๘ บาท นอกนั้นให้ฟรีหมด คนที่จะมาปฏิบัติแข่งนั้นก็อยู่ที่บุญบารมีเก่านะจ๊ะ หากไม่มี ก็อย่าได้มาแหยม เป็นเด็ดขาด  มีคนตั้งค่าเปิดพระโอษฐ์ ๙๙๙.บาท ซึ่งหากอาจารย์ประหยัดตั้งค่าบูชาครู ๑,๐๐๐.-บาท ก็ไม่น่าจะแพงเลย ซึ่งการเปิดพระโอษฐ์ของแท้นั้นต้องเปิดกับอาจารย์ประหยัด ถ้าเป็นของเทียมราคาถูกก็มีอยู่ถมไปแล้วในเวลานี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2012, 07:41:40 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 29, 2012, 08:12:44 AM »

"อายุบวร"
          
      Embarrassed ถ่ายกับตุ๊กตาปู่ชีวกที่ "อโรคยา"


      Grin ถ่ายกับสังขารที่มีวิญญาณของ คุณจตุพร พรหมพันธุ์

    Tongue ออกจากร้านของป้าเช็งก็ไปต่อที่ อโรคยา อาจารย์วิเชียร ไปถึงก็บ่ายสี่โมงกว่าแล้ว ก็เดินเข้าไปเที่ยว ทางเดินนั้นปูด้วยไม้ ข้างล่างนั้นไม่ได้ถมดินจึงต้องยกสูงขึ้นมาปูด้วยไม้  ก็มีสิ่งปลูกสร้างมากมายติดกัน ห่างกันหลังละประมาณ ๒-๓ เมตร สร้างเอาไว้ให้ผู้ที่ไปร่วมเข้าคอสส์พักในขณะที่บ้านไกล กลับบ้านไม่ได้ เดินเข้าไปประมาณ ๗ เมตร ก็จะเห็นรูปปู่ชีวกท่านยืนอยู่ ซึ่งส่วนมากแล้วจะปั้นเป็นรูปนั่ง ซึ่งผู้รู้ดีที่สุดของ อ.วิเชียร ท่านบอกว่า ปู่ชีวกนั้นสูงที่สุด อ.ประหยัด ก็ไม่คิดให้ทันว่า คนพูดนั้นอยู่ในระดับคนขับรถ จึงเข้าใจความหมายผิด เขาคงเจตนาจะบอกอาจารย์ประหยัดว่า ปู่ชีวกนี้สูงสุดในประเทศไทย เพราะท่านยืน แต่เราไปเข้าใจผิด จึงพูดออกไปว่ามีเทพองค์อื่นนั้นสูงกว่าปู่ชีวกเสียอีก ทำให้คนขับรถไม่พอใจ เขาจึงย้อนถามอาจารย์ประหยัดว่า คุณรู้จักปู่ชีวกแค่ไหน พอเขาถามอย่างนี้ เราก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ตอบไปก็เหมือนกับว่าไป "สีซอให้ควายฟัง" คนขับรถผู้รู้ก็เลยไม่พอใจเดินไปเรียกสาวกของอาจารย์วิเชียร ท่านหนึ่งมาอธิบายให้ฟัง ซึ่งเรื่องที่คุณมึงพูดนะ คุณกูฟังในทีวี รายการของ อโรคยา รู้มากกว่าพวกคุณมึงเสียอีก
    Lips Sealed อาจารย์ประหยัดถึงกับเหงื่อตก ที่เจอคำถามจากคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องเทพเทวดาเลย แต่มาสู่รู้ ก็คงจะคิดและเข้าใจว่าปู่ชีวกที่ยืนอยู่ข้างหน้านั้น เป็นองค์ที่มาช่วยรักษาคนป่วยให้กับ อ.วิเชียร ซึ่งทำไมอาจารย์ประหยัด จะไม่รู้ว่า ปู่ชีวกที่ยืนอยู่นั้นก็เป็นเพียงแค่รูปปั้นองค์หนึ่งเท่านั้น ไม่มีฌาณอะไรเลย แต่ปั้นเอาไว้เพื่อเป็นกลอุบายช่วยทำมาหากินเท่านั้นแหละ คนขับรถเขาบอกว่าอาจารย์วิเชียรนั้นท่านเป็นมนุษย์วิเศษเหนือคนธรรมดา เพียงแค่ได้ยินเสียงเท่านั้นก็รู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นโรคอะไร ติดกรรมเวรอะไร แต่คนขับรถคนนี้เขาไม่มีสมองคิดว่า ที่น้ำท่วมอโรคยานานหลายเดือนนั้น แล้วมาซ่อมแซม ทาสีใหม่ ทำใหม่หลาย ๆ อย่างนั้น ก็เพราะว่าเจ้ากรรมนายเวรของ อ.วิเชียร เขามาทวงเอาคืน แม้แต่ตัว อ.วิเชียร พูดออก ทีวี.ว่าตัวแกป่วย ปวดขาวันละ ๒๒ ช.ม. ไอ้คนขับรถมันยังไม่รู้ ตัว อ.วิเชียร นั้นไม่เฉพาะกรรมที่เกิดจาก "วจีกรรม" ที่แกชอบพูดออกทาง ทีวี. บ่อย ๆ ว่า รักษาให้คนฟรี ๆ มาแล้วนับแสนคน บางทีก็พูดว่าห้าหมื่น บางทีก็พูดว่าสองแสนคน รักษาให้ฟร๊ ๆ นะ แต่รักษาตอนเข้าคอสส์ ซึ่งจะต้องส่งเงินไปจองก่อน ๒,๐๐๐.บาท ซึ่งท่าน อ.วิเชียร ก็พูดออกทางทีวี.อีกว่า ค่าอาหารระดับโรงแรม ๘ ดาว นั้นก็น่าจะแพงอยู่แล้ว
     อ.วิเชียรนั้นเป็นคนที่รู้มาก ชอบพูด แต่ไม่จำคำพูดของตนเอง เมื่อพูดโม้ราคาคุย ท่านก็ต้องจำพูดราคาคุยไม่ได้ จึงพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดว่ารักษาให้ฟรี แต่ต้องส่งเงินไปจองที่นั่งก่อนสองพันบาท อย่างนี้มันก็เหมือนหลอกลวงกัน ไม่พูดเสียจะดีกว่าว่ารักษาให้ฟรี เวลาคนไปเข้าร่วมคอสส์มันจะไม่ต้องคิดมาก ไม่คิดว่าตนเองถูกหลอก แล้วที่ อ.วิเชียร สามารถรักษาโรคให้คนอื่นได้ แก้กรรมให้ได้ ทำไมคนที่รู้จริงจึงไม่รู้ว่าตนเองนั้นถูกคนทำคุณไสย ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นถูกเจ้ากรรมนายเวรของคนป่วยมาทำให้ ทั้ง ๆ ที่ทำพิธิอยู่บ่อย ๆ ทุกคืนวันศุกร์ ก็จะมีการฟังเทศก์จาก อ.วิเชียร ก่อนเข้าไปฟังก็ต้องลงทะเบียน จ่ายเงินร้อยกว่าบาท ไม่ได้ฟังฟรี ๆ เหมือนฟังกับ อาจารย์สุจินต์ บริหารวณเขต นะ ซึ่งไปฟังแล้วก็มี น้ำชากาแฟเลี้ยง แล้วมีอาหารสั่งมาจากโรงแรมเลี้ยงมื้อเที่ยงด้วย เมื่อฟังไปแล้วเกิดอาการเคลิบเคริ้ม หลงไปตามคำสอน ก็ต้องมีการเสียเงิน เพื่อเป็นการช่วยเหลือ หรือทำบุญให้กับ การใช้สถานที่ และค่าอาหารที่เลี้ยงฟรี ๆ ด้วยนะ อย่างน้องสาวไป ๒ ครั้ง ก็สองหมื่นบาท ก็คงจะเสียให้กับพี่ชายด้วย ซึ่งเราไม่ยอมเคลิบเคริ้มตามเขาก็ไม่ยอมจ่าย สำหรับการฟังธรรมมะของ อ.วิเชียร นั้นต้องจ่ายก่อน แล้วทุก ๆ เรื่องก็ต้องจ่ายก่อนนะ เป็นสถานที่คนจะเข้าไปร่วมฟังหรือทำพิธีทุกอย่าง จะต้องจ่ายเงินก่อนตามราคาที่ทาง อโรคยา ตั้งเอาไว้ หายไม่หายก็คิดเอาเอง ถ้าไม่หายก็เลิกไป ถ้าหายก็น่าจะกล้ับมาอีก ซึ่ง อ.วิเชียร นั้นท่านเป็นอดีตพระ ทำมาหากินมาหลาย ๆ อาชีพ เวลาท่านพูดนะ แม้แต่ลิงยังตกต้นไม้ คนที่สติปัญญาน้อยเวลาฟังท่านก็จะเคลิบเคริ้มตามท่านไป
    Tongue นั่งไปประมาณ ๑ ช.ม. อ.วิเชียร ก็แต่งชุดนอก เดินออกมา ก็จำเป็นต้องคาระวะเจ้าที่ ซึ่งท่านก็รู้ธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างดี ใครยกมือไหว้ท่านก็ไหว้ตอบ แต่จิตทิพย์ของท่านที่ใช้ในการรักษาคนนั้น ท่านไม่รู้เลยว่า อาจารย์ประหยัดนั้นมีองค์เทพระดับใดไปเยี่ยมเยียนท่าน ท่านเป็นหมอพญายม สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด มีจิตไว้รักษาให้คนฟรี ๆ ไม่ได้มีจิตให้รู้อย่างอื่นบ้าง รู้เฉพาะเรื่องของมนุษย์ที่ต้องการจะเสียเงินให้ท่านเท่านั้นแหละ มันก็เก่งและรู้ไปคนละอย่าง เหมือนที่คุณหมอณรงค์ชัย ก็รู้เฉพาะการรักษาด้วยการนวด แต่คำพูดของ อ.วิเชียร และ คุณหมอณรงค์ชัย เหมือนกันก็คือ "รักษาให้ฟรี" แต่ ต้องโอนเงินไปเข้าบัญชีให้ก่อน อีกคนหนึ่ง ก็ต้องใส่เงินลงไปในตู้ก่อน แล้วจึงจะนวดให้ ฟังแล้ว ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น จะกล้าไปหาอาจารย์ทั้ง ๒ ประเภท หรือ ? เพราะแต่ละคนนั้นเหนียวหนึบอยู่แล้ว หรือว่าจะกล้าเถียง แน่จริงก็ลองไปหาความรู้จาก อาจารย์ที่อาจารย์ประหยัดไปแล้วนำเล่ามาให้ฟัง ดูซิว่าจะได้รู้อะไรที่เหนือกว่านี้ แล้วจะได้อะไรที่มีเหนือกว่าสายสัญญา ถึงยังไงก็ตามอาจารย์ทั้ง ๒ ท่านนี้ไล่ผีไม่ออกแต่ก็บอกว่าแก้กรรมได้ ไม่เชื่อก็ต้องไปพิสูจน์
    Angry ทุกครั้งที่ได้นำอะไรมาเล่าในเว็บนี้  ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น เปรียบไปก็เหมือนกับลูกนก ที่ไม่สามารถจะบินออกไปหากินเองได้  ได้แต่อ้าปากคอยให้แม่นกเอาอาหารมาป้อนใส่ปาก ฉันใดฉันนั้น ศิษย์สายสัญญาเมื่อได้กินข้อมูลของสายสัญญาจากอาจารย์ประหยัดแล้ว ก็จะออกไปทำมาหากินทั้ง ๆ ที่ปีกที่บินไปนั้นยังไม่กล้าแข็งพอ ในที่สุดก็จะกลายเป็นสายสัญญา "เพี้ยน" ไปหมด แต่ก็ยังดีที่เพี้ยนแล้วก็ยังมีฝีมือในการทำเว็บ ก็ใช้เว็บนั่นแหละโปรโมทตนเอง ช่อง Suuper Cheng  ป้าเช็งทำ คือ "ป้าเช็งไม่ได้ขายน้ำหมักนะโว้ย" แต่ถ้าไปที่ร้านก็ขายทั้งนั้นแหละ แม้แต่แผ่น VCD ของหลวงพ่อก็ยังเอามาขายกินกำไร (ก็คนขายไม่ได้ท้องตันนี่หว่า) ส่วน อาจารย์วิ้เชียร กิ่งเกตุ นั้นเขาก็โปรโมทตนเองทางทีวี.ดาวเทียม Health Plus ซึ่งเขาก็จะพูดทุกครั้งที่ออกทีวีแบบอายๆ ว่า อาจารย์ช่วยคนมาฟรีๆ นับแสนคนแล้ว  แต่หากจะเข้าไปรักษาจริงๆ นั้น ก็ต้องโทรไปถาม แล้วเขาก็จะบอกเบอร์บัญชีให้ ก็ส่งเงินไปเข้าบัญชีก่อนนะ ๒,๐๐๐.-บาท ในวันที่ไปเข้าคอร์สนั้นก็ไม่ต้องจ่าย จะทำให้ฟรีหมดทุกอย่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2012, 06:28:48 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
antheangel
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


อ.วิเชียร ไม่เคยฟังใครทั้งนั้นแหละ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2012, 03:13:05 PM »

เรียน อาจารย์ประหยัด

    Embarrassed ก่อนตอบประเด็นต่างๆ คงต้องเรียนให้อาจารย์ทราบว่า อาจารย์วิเชียร ไม่ใช่ไม่เชื่อในเรื่องศาสตร์เร้นลับ และท่านก็ทราบดีว่าน่าจะเป็นเหตุจากเจ้ากรรมและนายเวรทั้งหลายมาทวง ส่วนการโดนคุณไสย สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วและท่านอาจารย์วิเชียรเองก็ทราบและเคยโดนคนทำของใส่เหมือนกัน แต่ที่ท่านชอบพูดออกรายการเรื่องคนทรงเจ้าทั้งหลายและท่านไม่สนับสนุนนั้นเพราะคนที่บริโภคสื่อพร้อมจะเชื่อส่ิงที่สื่อนำเสนอ คนในเมืองไทยเองก็กำลังลำบากกับการค้นหาทางแก้ไขเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น หลายครั้งที่ไปเจอของไม่แท้ หลอกลวงทรัพย์ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นท่านจึงเสียสละพูดในทีวีว่าท่านไม่เห็นด้วยและไม่เชื่อ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่มีครูบาอาจารย์มาผ่านญาณเหล่านี้ขุ่นใจไปบ้างไม่มากก็น้อย แต่วิบากกรรมครั้งนี้ใหญ่นัก คณะผู้ทำงานได้แต่ภาวนาให้ท่านผ่านพ้นเวทนานี้เร็วๆ และเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันจึงขออนุญาตอธิบายความตามประเด็นต่อไปนี้

    Lips Sealedตอบประเด็นที่ 1 ทางอโรคยาเอง โดยท่านอาจารย์วิเชียร อยู่เกตุ ไม่ปฏิเสธว่า พนักงานที่นี่บางคนมีวาจาและมารยาทที่ไม่สมควร ทางเราต้องขอน้อมรับและขอโทษที่อาจจะทำให้ผู้มาเยือนได้รับความไม่สบายใจกลับไป และจะมีการอบรมพนักงานให้เข้มงวดกว่านี้เพราะทั้งหมดผลเสียกลับตกอยู่ที่อาจารย์ซึ่งตั้งใจดีในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

    Cry ตอบประเด็นที่ 2 ปู่ชีวกที่อโรคยานั้น ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นกลอุบายใดใดในการหลอกให้คนมารักษาหรือช่วยทำมาหากิน หากท่านใช้จิตที่เป็นกลางพิจารณา ความศรัธทาที่บุคคลมีต่อบรมครูแห่งวิชาการแพทย์แผนไทย และสร้างรูปท่านไว้สักการะบูชา นั้นเป็นจิตบริสุทธิ์ และอาจารย์ที่เป็นผู้ออกแบบปั้นพ่อปู่ชีวกก็เป็นชั้นครูของประเทศไทย ทำด้วยความศรัทธา การบูชาบุคคลที่ควรบูชานั้นเป็นมงคลข้อที่ 3 ในมงคล 38 ประการอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าจะผิดอย่างไร และกรุณาเชื่อว่าผู้จัดทำ ทำด้วยแรงศรัทธาจริง

   ตอบประเด็นที่ 3 "แต่รักษาตอนเข้าคอสส์ ซึ่งจะต้องส่งเงินไปจองก่อน ๒,๐๐๐.บาท ซึ่งท่าน อ.วิเชียร ก็พูดออกทางทีวี.อีกว่า ค่าอาหารระดับโรงแรม ๘ ดาว นั้นก็น่าจะแพงอยู่แล้ว" หากท่านติดตามรายการด้วยใจที่เป็นกลางแล้วนั้ ท่านจะทราบดีว่าข้อมูลที่ท่านโพสต์นั้นผิดไปจากสิ่งที่ปฏิบัติจริงที่อโรคยา
3.1 อโรคยา มีคอร์สฝึกอบรมจิต พัฒนาศักยภาพชีวิตสู่ความสำเร็จ 2 คอร์ส คือพลังจิตพิชิตกรรม และพลังจิตพิชิตโรค ซึ่งทั้ง 2 คอร์สนี้ท่านอาจารย์วิเชียร จัดทำขึ้นเพื่อต้องการให้แนวทางในการปฏิบัติดี สร้างบุญกุศล สักการะและแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพ พรหม ยม รักษ์ / ยักษ์ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูและการบูชาดวงจิตที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อความเจริญของคนผู้นั้น  และในระหว่างการอบรมเต็มวัน ท่านยังมีการบรรยายรวมทั้งจัดพิธีกรรมต่างๆ ที่ได้คัดกรอง อ้างอิงและประยุกต์มาจากพระไตรปิฏกเพื่อให้ผู้ที่แสวงหาทางออกในการเพิ่มบุญ-ลด(การทำ)บาป ได้มีทางเลือก ราคาคอร์ส 2,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ อาหารและอุปกรณ์ต่างๆ  อาหารในคอร์ส ไม่ได้มาจากโรงแรม 8 ดาว เพราะในเมืองไทยยังไม่มีแน่นอน แต่เป็นอาหารที่ทางอโรคยาจัดหามาเพื่ออำนวยความสะดวกของผู้เข้าคอร์ส

     ส่วนที่ว่าอาหารระดับโรงแรม ท่านอาจารย์ได้พูดว่าจะมีทีมงานที่มีฝีมือระดับโรงแรม 5 ดาวมาทำให้ โดยจะบรรจุอยู่ในคอร์ส "สุขภาพดีวิถีไทย" ซึ่งมีค่าสมาชิก 3,000 บาท ต่อเดือน และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นที่อโรคยาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติม

   การรักษาโรคด้วยพลังจิตนั้นไม่ได้รวมอยู่ในราคานี้ เพราะแม้คนไม่มีเงินเดินทางมาไกล ท่านก็ได้รักษาให้ฟรีตั้งแต่ก่อนออกรายการจันทร์พันดาวเมื่อปี 52 แล้ว แต่ที่ท่านรักษาให้คนที่มาเข้าคอร์สนั้นเพราะด้วยความเมตตา บางคนไม่ได้เข้าคอร์สก็มารอให้ท่านรักษา ท่านจึงรักษาให้ในวันที่มีคอร์ส  แต่ที่ตอนนี้ไม่ได้เปิดรักษาฟรีเพราะอาจารย์กำลังฟื้นฟูสุขภาพท่านอยู่ ส่วนการที่จะหายหรือไม่ เราต่างทราบกันดีแล้วว่าโรคนั้นเกิดแต่กรรม พฤติกรรม อาหารและอากาศ ดังนั้นท่านจึงจัดคอร์สอบรมเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ไปแก้ไขต้นเหตุอื่นๆ ด้วย  กรรมที่ทำให้เกิดโรค ท่านอาจารย์ก็ได้ให้แนวทางในการปฏิบัติเพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น ส่วนพลังจิตของท่านสามารถรักษาคนให้หายได้ บางคนที่เป็นหนักมากนั้นก็ต้องมาหลายครั้ง  ในช่วงที่ท่านยังแข็งแรงและเปิดรักษาเป็นปกตินั้น คนป่วยจะมาต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เพื่ออาจารย์จะได้แนะนำอาหาร และสมุนไพรให้นำกลับไปรักษาอาการต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสุขภาพท่านยังไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ผ่าตัดหัวใจ ทำให้ท่านต้องระงับการเปิดรักษาไปก่อน

ตอบประเด็นที่ 4 สำหรับค่าใช้จ่าย 100 บาทในวันที่มาเรียนอภิญญานั้น หากท่านติดตามดีดีทุกคำพูดนั้นจะทราบว่า เรามีประกาศไว้ชัดเจนว่า 25 บาท เป็นเงินสมทบค่าสังฆทาน 25 บาทเป็นค่าผ้าป่า อีก 25 บาทเป็นค่าอาหารเครื่องดื่มที่จัดเตรียมไว้ และ 25 บาทสุดท้ายเป็นค่าน้ำไฟ ทั้งหมดนี้เป็นการสอนให้คนรู้จักญาติพลีและการให้เพื่อส่วนรวม

     ตอบประเด็นที่ 5 ท่านอาจารย์ไม่ปฏิเสธท่ีท่านเป็นคนพูดเร็ว ไว ท่านก็ไม่ได้นับหรอกว่าเท่าไหร่ แต่การรักษามีมาตั้งแต่ปี 2516 แล้ว...ก็น่าจะถึง 200,000 แล้ว

ขอบคุณพื้นที่เวปที่ให้ได้แสดงความเห็นและอโรคยายินดีรับฟังความเห็นของท่านเสมอ

     อโรคยาฯ และท่านอาจารย์วิเชียร ขอบคุณที่ท่านแสดงความเห็นประกาศไว้ในเวป เพราะทุกความเห็นเป็นตัวช่วยให้เราสามารถปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ของมวลชน Embarrassed

  ขอฝากโปรโมทโฆษณา จากคุณวราภรณ์  ศิษย์สายสัญญา อาจารย์เล้ง
   Grin สวัสดีค่ะอาจาร์ยประหยัดเราเป็นลูกศิษย์ในสายสัญญาคนหนึ่ง  พร้อมที่จะบอกเป็นวิทยาทานให้ว่าสังขารของเรากรรมของเราที่เราเกิดขึ้นแล้วทางการแพทย์รักษาไม่หาย ยินดีให้ปรึกษา จากที่เราเป็นมาสิบกว่าปีต้องทนความเจ็บปวดในร่างกาย บัดนี้เรามีอาจาร์ยที่แก้ไขกรรมตรงนี้ได้ โดยไม่ได้เรียกค่าใช้จ่ายใดใด โทรมาได้ที่ ๐๘๐-๐๔๓๒๒๙๕
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2012, 03:38:22 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2012, 10:40:48 AM »

"อายุบวร"
    Grin ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ The นางฟ้า ที่ได้ให้ความกรุณามาตอบปัญหาที่ได้พูดผิดและล่วงเกินไป  แต่สิ่งที่เขียนนั้นก็เขียนจากความรู้ในเรื่องประสบการณ์ของเทพที่ทำมาแล้ว ๒๐ กว่าปี  คือก็รู้คนละอย่างกับ อ.วิเชียร ก่อนที่จะมาถึงอโรคยานั้น ที่สำนักงานขายผลไม้ของ ป้าเช็ง เมื่อเดินผ่านไป เขาถาม อาจารย์ประหยัดว่า เอาลิ้นจี่ไหม เพิ่งมาสด ๆ ร้อน ๆ จากต้น แล้วจะให้อาจารย์ประหยัดพูดอะไรได้ ในเมื่อคุณเอาลิ้นจี่เกรดต่ำที่สุดมาขายให้กับ "คนเชียงใหม่" พอมาเจอคนขับรถ ของอาจารย์ ซึ่งเขาบอกว่าเขาเป็นคนขับรถของ อ.วิเชียร มีอะไรถามเขาได้ เขาจะรู้ไปหมด แล้วไอ้เรื่องที่เขาพูดถึงปู่ชีวกนั้น เขาก็เป็นคนพูดเองทั้งหมด เพื่อที่จะแสดงว่าตัวเขาเองนั้นก็มี Power เป็นการตัดไม้ข่มนามเสียก่อน ซึ่งลักษณะของคุณลุงคนนี้น่าจะแสดงอะไรว่าตนเองนั้นรู้มาก ซึ่งเราจะพูดอะไรโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเขาไมีรู้ว่าเราเป็นใคร เหมือนคนขายลิ้นจี่เขาก็ไม่รู้ว่า เขาเอา "มะพร้าวห้าวมาขายสวน"
     เมื่อ อาจารย์วิเชียร ท่านสามารถรักษาคนทางโทรศัพท์ได้  แต่ตัวท่านเองนั้นยังป่วย มีทั้งคุณไสย และเจ้ากรรมนายเวรอยู่ในตัว ด้วยความหวังดีก็ได้เสนอตัวไปรักษาให้ท่าน เมื่อเจอท่านเดินผ่านมาก็ได้ยกมือไหว้ ท่านใช้พลังจิต แต่อาจารย์ประหยัดนั้นใช้พลังเทพ กระแสคลื่นจึงไม่ตรงกัน อ.เชียร ท่านก็ไม่รู้ว่า อาจารย์ประหยัด เป็นใคร ส่วนอาจารย์ประหยัด นั้นรู้จัก อ.วิเชียร มากพอสมควร เพราะว่าได้ติดตามเรื่องของ อ.วิเชียร ทาง Health Plus มานานสมพอควร ไม่ใช่ไปดูถูกปู่ชีวกที่ยืนจนเมื่อยขาแล้วของท่านนะ ที่บ้านก็มีองค์ปู่ชีวกนั่งอยู่บนหิ้งเหมือนกัน ที่มีก็เพราะว่าเราสามารถทรงหรือเป็นร่างให้องค์ท่านผ่านมาได้ แต่ก็คงไม่เก่งเท่าองค์ยืน เพราะเวลายืนแล้วท่านเจอเจ้ากรรมนายเวรตัวใหญ่ ท่านก็วิ่งหนีได้เร็วกว่าองค์นั่ง
     แต่ถึงยังไงก็ขอขอบคุณบรรดาผู้ที่ไปเข้าพิธี สวดมนต์ ในวันศุกร์ ที่ท่านทั้งหลายเป็นคนมีจิตเมตตา ให้การต้อนรับ ผู้ไปใหม่ ด้วยมิตรไมตรี อันดียิ่ง มีคนมาถามว่าจะดื่มอะไรไหม ก็ตอบท่านว่าอยากดื่มน้ำ แล้วก็ยังมีหลาย ๆ ท่านบอกว่า ขนมปัง น้ำขากาแกนั้น ดื่มกินได้ ฟรี ไม่ต้องเสียเงิน ก็ต้องขอขอบพระคุณ เพราะหลานชายก็ไปเอาของท่านมากินเยอะพอสมควร แม้จะไม่ได้บำรุงไปก็ดี แต่คงจะไม่เป็นไร เพราะโอกาสหน้ามีก็ค่อยตอบแทนทีหลังก็ได้ คงไม่เป็นไรนะ เพราะไปนวดกับอาจารย์ณรงค์ชัย ครั้งละ ๑,๐๐๐.-บาท ก็ไปนวดมาแล้ว คิดว่าจะกลับไปนวดอีก ซึ่งก็ต้องมานั่งคิดนอนคิดเสียก่อนว่า จะหายได้จริงไหม หากไม่หายก็น่าจะกลับไป หาอาจารย์วิเชียร อีกก็เป็นได้
    Azn การที่พูดไปว่าอาจารย์วิเชียรเลี้ยงข้าวระดับโรงแรม ๕ ดาวนั้น ก็ดูท่าน ทาง ทีวี ก่อนที่จะมากรุงเทพฯ อาจจะฟังไม่หมดหรือว่า อาจารย์พูดไม่หมด ว่าเป็นอาหารระดับโรงแรม ๕ ดาว ที่พูดไปนั้นเพราะว่าได้ยินไม่ชัด ก็เลยพูดไปว่าโรงแรม ๘ ดาว ซึ่งคำว่า "๘ ดาว" นี้ เป็นคำ "เหน็บแนม" แบบในรัฐสภา เท่านั้นเอง สำหรับตัวอาจารย์ประหยัด นั้นไปต่างประเทศมาหลายประเทศ เช่น สหรัฐ ๒๑ วัน ยุโรป ๒๑ วัน รัสเซีย ญี่ปุ่น ๓ ครั้ง ก็ไม่เคยเห็นโรงแรม ๘ ดาวเหมือนกันนะ พูดให้เกิน ๆ ไว้หน่อย เหมือนกับ อ.วิเชียร พูดในทีวีนั่นแหละ อย่าไปคิดอะไรมากเลยนะคุณนางฟ้า เว็บนี้อัพเดทเกือบทุกวัน ไม่เหมือนเว็บอโรคยา นะ อัพเดทเป็นรายเดือน ที่อาจารย์ประหยัด Up Date ทุกวันก็เพราะว่าต้องนั่งดูหุ้นทุกวัน ยกเว้นวันหยุด
     ที่อาจารย์วิเชียรพูดออกทางอากาศ ถึงเรื่องพวกเจ้าทรงนัน ก็ไเป็นความจริง จริง ๆ นั้นก็ไม่ทันได้คิด ถ้าไม่เขียนมาบอกนะ ซึ่งคำพูดของ อ.วิเชียร นั้นพูดรวบรัดไปหน่อย ไม่ได้ต่อตอนท้ายว่า ขออภัยสำหรับท่านที่มีองค์จริง แล้วก็ไม่ได้มาหากิน แบบที่ว่า ทำให้ฟรี ๆ นะ นวดให้ฟรี แต่ต้องใส่ตู้ ๑,๐๐๐.-บาท ค่าบูชาครู ไม่พูดได้ไหมว่านวดให้ฟรี เพราะฟังแล้วมันทะแม่งๆ อย่าง อาจารย์วิเชียรพูดว่ารักษาฟรีให้ คนมาแล้ว ห้าหมื่น แสนคน ส่วนลูกศิษย์ก็บอกว่าสองแสน แต่ก็พูดแบบรวบรัด ไม่ได้ต่อท้ายว่า เวลานี้ไม่ได้รักษาให้แล้ว เพราะว่า อาจารย์วิเชียรต้องดำน้ำจากเขื่อนภูมิพล อยู่หลายเดือน ร่างกายที่โดนคุณไสยนะไม่เท่าไหร่ แต่เสียเงินมาซ่อมแซม อโรคยานี้ ซิมันมึน ๆ อยู่นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2012, 06:36:44 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2012, 11:26:21 AM »

"อายุบวร"
    Tongue คุณ antheangle นั้น ได้ไปเปิดคำแปลแล้วไม่มี น่าจะแยกออกเป็น an-the-angle แปลเป็น ภาษาไทยว่า แอน นางฟ้า ตัวจริงน่าจะสวยนะเพราะว่าเป็นนางฟ้าหนีลงมาเที่ยวเมืองมนุษย์ อาจารย์ประหยัดนั้นใช้ชื่อจริงนะ และองค์บารมีก็เป็นของจริงด้วย คือเป็นองค์พระนารถพรหมฤษี ส่วนองค์ปราบมารที่มาช่วยเหลือมนุษย์นั้นก็คือ "องค์ตรีมูรติ" ซึ่งก็มีบรรดานางฟ้าห้อมล้อมกายอยู่นับหมื่นองค์อยู่แล้ว ไม่เหมือนเทวดาที่เริ่มต้นใหม่ที่มีเพีึยงแค่ห้าร้อยองค์เท่านั้น คณะผู้ทำงานนั้นก็พูดแบบกำกวมว่า เป็นลูกศิษย์ เป็นสาวก หรือเป็นสัมพเวสี ห้อมล้อมอาจารย์วิเชียร ซึ่งแม้แต่ตัวอาจารย์ที่แสดงฤทธิ์ทางทีวีได้อย่างยอดเยี่ยม ยังไม่สามารถรักษาตัวเองได้ ทำไมคณะผู้ทำงานจึงจะมีบารมีอะไรไปช่วยอาจารย์วิเชียรได้ ต่อให้พระทุกวัดที่อาจารย์วิเชียรไปร่วมทำบุญก็ไม่สามารถช่วยได้ เพราะ "กรรม" นั้นมันเป็นกรรม "ส่วนตัว" คนที่จะช่วยเหลือ อ.วิเชียรได้ก็จำเป็นที่จะต้องมี "บารมี" สูงมาก พอ ๆ กับ "ป๋าเปรม" นั่นแหละ จึงจะเจรจา กับทุกฝ่ายให้มา "ปรองดอง" กันได้
     สำหรับอาจารย์ประหยัดนั้น เดินทางสายพระมาก่อน เคยฟังธรรมะ จากอาจารย์สุจินต์ บริหารวณเขต มา ๒ ปี แต่เมื่อธรรมมะมันสูงขึ้น ก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ก็เลยเลิกฟัง ห่างเหินจากพระมานานพอสมควร เมื่อมาเข้าสายสัญญา สายเทพ-พรหม แล้วสามารถเรียนรู้ได้บ้างพอสมควร ก็รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้เดินสาย "อรหันต์" แม้ไม่ได้เดินสายนิพพาน ก็สามารถอยู่ในศีลในธรรมได้ สามารถช่วยเหลือคนได้ แล้วไม่ได้เก็บค่าน้ำค่าไฟด้วยนะ "เทพเคารพธรรม" แต่ไม่ได้เคารพพระนะ เพราะว่าพระนั้นท่านเป็นสมมุติสงฆ์ ธรรมของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกนั้น ที่บ้านก็มีแผ่นVCD พระไตรปิฎก แต่ไม่ได้เดินตามรอยพระองค์ เพราะหากเป็นไปได้ พระสี่ห้าแสนองค์ในวัด หากสำเร็จ พวกท่านก็จะสำเร็จก่อนเราแล้ว แล้วอาจารย์วิเชียรและบรรดาสมาชิก อโรคยา ไปเข้า Queue ตอนไหน แล้วต้องส่งค่าใช้จ่ายไปเข้าบัญชีก่อนหรือไม่
     มีอาจารย์สายเทพท่านหนึ่ง ชื่อ อาจารย์สุชาติ รัตนสุข พูดได้ว่าเป็นร่างทรงระดับ Top Ten ของประเทศไทย อาจารย์ประหยัดรู้จักท่านมาแล้วกว่า ๑๐ ปี  แต่ก่อนนั้นท่านตั้งสำนักอยู่ที่แถวๆ ตั้งฮั่วเส็ง มาตอนหลังนั้น เพราะ "กรรม" ที่ได้ทำเอาไว้ จะเป็นกรรมจากลูกศิษย์หรือว่า กรรมที่ท่านเที่ยวไปตั้ง พระศิวะ นารายณ์ องค์ตรีมูรติ องค์พระิพิฆเนศ ซึ่งการทำพิธีนั้นท่านเรียกแพงนะ อย่างต่ำเป็นล้านขึ้นไป เมื่อปีกลายนั้นก็ได้ไปเยี่ยมท่านที่สี่แยกห้วยขวาง ที่มีองค์พระพิฆเนศใหญ่นั่งเฝ้าสี่แยกอยู่ ท่าน อ.สุชาติ ท่านบอกว่าเดี๊ยวนี้ไม่ทรงแล้ว เพราะว่าท่านไปทำบายพาร์สมา ๔-๕ เส้น ซึ่งก็ทราบมาภายหลังว่าท่านให้ลูกชายท่านทำแทน ส่วนตัว อ.สุชาติ นั้น มานั่งนวดรักษาโรค
     อาจารย์สุชาตินั้นทำคล้าย ๆ กับ อ.วิเชียร นะ แต่เวลาแกเรียกเงินแล้ว ก็น่าใจหาย เพราะแพงมาก เท่าที่ทราบนั้น อ.สุัชาติ เรียกค่าตั้ง นารายณ์บรรทมศิลป์ ที่โรงแรม เพรสสิเด้นท์ ๒ ล้านบาท และอีกหลาย ๆ องค์ที่อยู่แถวนั้น โรงแรมเมื่อตั้งองค์นารายร์บรรมศิลป์เสร็จ ไฟก็ไหม้ แสดงว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง ก็เหมือนกินฟรี แต่ไม่น่าจะกินฟรีนะ เพราะว่าท่านก็ทำเต็มพิธี แต่เวลาที่ไฟจะไม้นั้น องค์พระนารายณ์ อาจจะบรรทมอยู่ นารายณ์องค์นี้เฉพาะค่าหล่อ ๕ แสนบาท อาจารย์สุชาติท่านทำให้เฉพาะเศรษฐี ส่วนอาจารย์วิเชียรทำให้ระดับชาวบ้าน เดินคนละทาง แต่มาทางเดียวกันก็คือ ถูกผ่าตัดหัวใจมาแล้วทั้งคู่ น่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ติดตามมาทำให้ต้องป่วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2012, 07:07:02 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2012, 10:34:32 AM »

   Grin สวัสดีค่ะอาจาร์ยประหยัดเราเป็นลูกศิษย์ในสายสัญญาคนหนึ่ง  พร้อมที่จะบอกเป็นวิทยาทานให้ว่าสังขารของเรากรรมของเราที่เราเกิดขึ้นแล้วทางการแพทย์รักษาไม่หาย ยินดีให้ปรึกษา จากที่เราเป็นมาสิบกว่าปีต้องทนความเจ็บปวดในร่างกาย บัดนี้เรามีอาจาร์ยที่แก้ไขกรรมตรงนี้ได้ โดยไม่ได้เรียกค่าใช้จ่ายใดใด โทรมาได้ที่ ๐๘๐-๐๔๓๒๒๙๕

    Embarrassed เสียดายที่คุณวราภรณ์บอกช้าไปหนึ่งอาทิตย์  เพราะว่าไปนวดที่คุณหมอณรงค์ชัย กิ่งเกตุ มาแล้ว และเมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณวราภรณ์พึ่งจะโพสเข้ามา ไม่งั้นก็คงจะไปหา อ.เล้ง แล้ว ซึ่งหากจะกลับไป อย่างน้อยก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ๓ พันบาท เมื่อวานนี้จึงได้ไปนวดกับหมอนวดประจำตัว ซึ่งก็ไม่เคยไปนวดกับเธอมานานเป็นปีแล้ว นวด ๒ ชั่วโมง จ่ายไป ๒ ร้อยบาท เนื่องจากเธอเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด หากทั่วไปก็จะคิดชั่วโมงละ ๑๕๐.-บาท รู้งี้ไปนวดนานแล้ว มัวแต่อ่านเว็บเจอประเภทโปรโมทตัวเอง ของดีอยู่ข้างตัวไม่เอา วันนี้อาการปวดหลัง ก็ลดน้อยลงไปน่าจะ ๗๕ % ซึ่งเมื่อวานคุณหมอพยอมกดเส้นหลังให้ ก็เจ็บมากพอสมควร ซึ่งก็รู้ว่าหากเจ็บอย่างนี้พรุ่งนี้ก็จะทุเลาลงมาก ซึ่งเคยนวดกับอาจารย์ของคุณหมอพยอม ที่แขนขวาเมื่อไพล่ไปด้านหลัง จะเกาหลังไม่ได้เพราะว่ามันยกสูงได้เพียงแค่เอวเท่านั้น ใช้เวลานวดแก้ไปถึง ๕ ครั้ง จึงจะหาย ซึ่งเส้นนี้นวดแล้วจะเจ็บมาก แต่ก็หายโดยไม่ต้องไปแก้กรรมแก้เวรอะไรเลย
    การนวดของคุณหมอจิราวดี ที่กรุงเทพฯ นั้น เมื่อกลับมาเปรียบเทียบกับคุณหมอพยอม ก็นวดเหมือน ๆ กันนั่นแหละ ทั้ง ๆ ที่คุณหมอจิราวดี ท่านบอกว่าการนวดของท่านไม่เหมือนกันกับหมอนวดทั่วไป แต่แท้ที่จริงแล้วเหมือนกันเปี๊ยบเลย แล้วคุณหมอพยอมนั้น รู้ด้วยว่าเส้นไหนที่ทำให้หลังเจ็บ พอจับ่เข้าไปก็เจ็บปวดมากพอควร แต่การนวดของบ้านเทพประสิทธิ์ นั้นไม่ได้เน้นเส้น ซึ่งหากนวดอย่างนี้ก็จะต้องนวดอย่างน้อย ๒ ครั้ง เฉพาะเส้นหลังเท่านั้น
    ใครที่เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย คิดว่าเป็นเวรเป็นกรรมก็ไปให้ อาจารย์เล้ง รักษาให้ได้นะ ฟรีเสียด้วย หากไปเข้าคอร์ส อ่.วิเชียร อยู่เกตุ ก็ต้องเสียเงิน ๒,๐๐๐.-บาท จะหายไม่หายก็เสียไปแล้ว หากเป็น อ.เล้ง ไม่หายก็ไม่เสียเงิน เขารักษาให้ฟรี ก็ไม่ทราบว่าคุณวราภรณ์ ศิษย์อาจารย์เล้งเก็บความเจ็บปวดเอาไว้นานกว่า ๑๐ นั้นเจ็บตรงไหน น่าจะบอกด้วย คนอื่นเขาจะได้รู้ สมมุติว่าเจ็บเพราะเนื้องอกติดมดลูก ติดนม จะรักษาได้หรือไม่ หากรักษาโรคเวรกรรมได้ ก็น่าจะรักษาได้นะจ๊ะ อาจารย์วิเชียรท่านก็เก่งมาก รู้สาเหตุของลูกศิษย์ได้หมดทุกอย่าง แก้ไขโรคให้ได้หายอย่างทันตาเห็น แต่เสียอย่างเดียว ดูตัวเองไม่ได้ว่าเป็นโรคหัวใจ แล้วก็รักษาโรคหัวใจของตนเองไม่ได้ ต้องไปทำบายพาร์ทที่โรงพยาบาล
    เคสของ อ.วิเชียร อยู่เกตุ นี้น่าจะเกิดจาก "กรรม" ในชาตินี้แหละ เหมือนที่ สุนทรภู่ ได้กล่าวเอาไว้ในนิราศว่า "ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา" ก็ตกอยู่ที่อ.วิเชียร เป็นทั้งโรค เสียเงินเสียทอง เพราะว่าน้ำท่วม "อโรคยา" ซึ่งเป็นสถานที่ทำมาหากิน ถ้ายังไม่รู้สึกตัว ไม่อยู่ในศีลในธรรม ก็ไม่ต้องกลัวว่า อ.วิเชียร จะไม่เจออีก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เข้ามาหาเรื่อย ๆ ให้หมั่นทำบุญทำทานเอาไว้ แต่ต้องเป็นเงินส่วนตัวนะ ไม่ใช่เอาเงินของคนอื่นมาทำ มันจะไม่ได้อะไรเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2012, 11:03:40 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2012, 10:24:52 AM »

"อายุบวร"
    Lips Sealed เมื่อวานนี้กลับไปให้คุณหมอพยอมนวดอีก ปวดที่หลังแต่คุณหมอเธอกลับมานวดที่ขาด้านหลัง และขาด้านหน้าจากหัวเข่าเข้าไปด้านใน  ในขณะที่คุณหมอเธอนวดนั้นเจ็บมาก พอนวดเสร็จเดินออกมาเหมือนเป็ดเลย วันนี้รอยช้ำที่นวดเมื่อวานนี้บรรเท่าลงเกือบจะหายหมดแล้่ว อาการปวดที่หลังก็เกือบจะหายหมด ซึ่งมันก็แปลกดีนะ ปวดหลังแต่ไปนวดที่ขาก็หายได้ วันที่ไปนวดกับ คุณหมอจิราวดีนั้น ก็ไม่ได้นวดอย่างนี้ ซึ่งเมื่อนวดเสร็จเดินกลับออกมาขึ้นรถกลับโรงแรม อาการก็ไม่ดีขึ้น ทีแรกคิดว่าในวันที่ ๑๓ นี้ถ้าลงมากรุงเทพฯก็จะกลับไปนวดอีก ลองเสียเงินอีกสัก ๑,๐๐๐.-บาท เพื่อซื้อเอาความรู้  แต่เวลานี้คงไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องไปนวดของวิชาเทพประสิทธิ์อีก เพราะว่าที่ปวดหลังก็ได้หายไปแล้ว เพียงแค่ ๔๐๐.บาท กับ ๓,๐๐๐.-บาท ที่ลงมาที่บ้านเทพประสิทธิ์ ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า เคาะดูคอมม์ทุกวัน มันก็เป่าสมองให้คล้อยตามไป แต่เวลาไปเจอจริง ๆ นั้นมันไม่เหมือนที่เขาโฆษณาเลย
    Tongue เมื่อคืนวานนี้ได้ดูช่อง Health Plus รายการของคุณหมอวิเชียร ท่านรักษาโรคปวดท้อง ปวดขา และ ปวดเนื่องจากผ่าตัดแล้วเอาเหลักยัดเอาไว้ที่ก้นกบ ไม่เกิน ๓ นาฑีก็หายปวด ฤทธิ์ของท่าน อ.วิเชียร เกือบเทียบเท่า "พระเยซู" ซึ่งเป็นบุตรของพระเจ้า แต่สมัยพระเยซูไม่มี ทีวี ไม่มี มือถือ ก็ต้องไปรักษาที่พระองค์ ซึ่งก็หายทุกคน ไม่ต้องไปเข้าคอร์สเหมือนที่อาจารย์วิเชียรจัด ซึ่งเดือนนี้ก็จัดวันที่ ๑๓ และ ๒๗ ซึ่งจะต้องจัดน่าจะเดือนละ ๒ ครั้ง ทุกเดือน เพื่อจะหาเงินไปซ่อมแซม "อโรคยา" ที่น้ำจากเขื่อน "ภูมิพล" ได้มาเยี่ยมเยีัยน เวลานี้ อ.วิเชียร ได้เร่งโปรโมท อย่างหนัก แม้แต่ในด้านการรักษา อย่างเช่น เป็นโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ฯลฯ ก็ให้ท่านชาย ดื่มน้ำ M Plus ส่วนผู้หญิง ก็ให้ดื่มน้ำ W Plus แต่ราคาค่อนข้างสูงไปหน่อย นะ ขวดละ ๑,๒๐๐-บาท จริง ๆ นั้นก็คือน้ำ เอ็นไซด์ นี่แหละ หรือน้ำหมักจากผลไม้หรือพืชที่เป็นยา หากไปซื้อที่ "ปฐมอโศก" ก็ขวดละ ๑๒๐.บาท เท่านั้น หรือไปซื้อที่ป้าเช็ง ชื่อ "น้ำพลอยเพชร" ก็ขวดละ ๑๐๐.-บาท พูดมาทั้งหมดนี้ที่ไม่ได้กินก็คือ M Plus เพราะว่า บ้านพี่อยู่ไกลถึงเชียงใหม่ แต่ที่กินน้ำหมักของปฐมอโศกได้ ก็เพราะน้องสาวเป็นคนส่งหญ้าหวานไปให้ปฐมอโศก หากว่าพอมีเงิน ก็ไปทำน้ำ PJ ของหมอแกนมาดื่มได้ ขี้เกียจทำเองก็ไปซื้อน้ำ PJ ที่จังหวัดเชียงราย ขวดละ ๘๐.-บาท เท่านั้น ๖๐๐ CC. และคุณหมอแกน ท่านคุยว่า ท่าน "อัดพลัง" ของต่างดาวที่ท่านได้มานั้นลงไปด้วย ดื่มน้ำของท่านแล้วหายจากทุกโรค ใครที่สนใจก็ไปเปิดอ่านเว็บของท่านได้นะ
     สำหรับคนที่ไปเข้าคอร์สของ อ.วิเชียรนั้น หากโรคที่รักษาไม่หายจากโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลในประเทศไทย ไม่หายแล้ว ก็ไปได้ ท่านจะแก้ "เคราะห็เข็ญเวรกรรม สเนียดจังไร สัตรูหมู่มาร" ภายในสังขารให้เสียก่อน แล้วก็จะรักษาโรคให้หายได้ภายในพริบตา แต่ถ้ายังไม่หายก็ต้องมาหาท่านอีกนะ แต่ผู้ป่วยอย่าลืม บอก อ.วิเชียร ให้รักษาโรคกรรมโรคเวรที่ท่านไปเอามาจากบรรดาคนป่วยที่ไปหาให้หายเสียก่อน อย่ามัวแต่หาเงินจนลืมสังขารของตนเอง ไม่ใช่ว่าโรคหัวใจที่ไปทำบายพาสมานั้นมันจะหายแล้วไม่เป็นอีก มันสามารถกลับมาเป็นได้อีก ซึ่งก็ต้องรักษาตัว อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับการไปช่วยเหลือคนอื่นจนลืมดูสังขารตนเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2012, 07:52:24 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2012, 08:09:53 PM »

"อายุบวร"
    Cry สำหรับวิชาเทพประสิทธิ์นั้น ก็คงจะยุติเพียงแค่นี้  สำหรับคนที่มีองค์บารมีอย่างอาจารย์ประหยัด มีลูกศิษย์เป็นหมอนวดหลายคน ถ้าไม่ช่ำชองระดับรู้ฝีมือหมอนวดแล้ว ก็คงจะไม่กล้ามาพูด ยิ่งเมื่อได้นวดกับคุณหมอแล้วก็ถามคำถามไปหลาย ๆ ข้อ ก็สามารถรู้ได้ว่า ไม่เชื่อองค์บารมีของตนเองก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่ที่ไปนั้นไปเพื่อแสดงให้บรรดาลูกศิษย์ราคาคุยทั้งหลายได้รู้  แล้วลูกศิษย์ประเภททำตัวเหมือนพวกสายสัญญาสายแท้ คือ ทำตัวเหมือนกบในกะลา หากเราไม่ออกไปแสวงหาประสบการณ์ เราก็จะไม่มีความรู้เพิ่มขึ้น แต่บางอย่างที่เราไม่ชอบ อย่างเช่นไปหาหลวงพ่อจรัล เมื่อถามองค์แล้ว ไปก็เสียเวลาเปล่า ศิษย์ที่มีสภาพร่างกายแข็งแรงดี ไปปฏิบัติที่หลวงพ่อ ก็ได้แต่ความว่างเปล่ามา เมื่อเราเ้กิดมาแม้แต่ในอดีตชาติเราก็ไม่ได้เดินสาย "อรหันต์" ทำไมเราจะต้องไปทำตามพวกเขาเหล่านั้น เมื่อรู้ก็อย่าไปเฮโลกันไปเป็นฝูงแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ไปเพราะไม่รู้ก็พากันไปเถอะ บวชไปอีกไม่นานทนกิเลศตัณหาไม่ไหว มันก็ต้องสึกออกมาเอาเมียกันหมด  ไปศึกษาวิชาเทพประสิทธิ์ ครั้งเดียวก็รู้หมดแล้ว และจะไม่กลับไปอีก ซึ่งใครที่คิดว่าแน่กว่าอาจารย์ประหยัด จะไปเรียนรู้แล้วนำเอาวิชาเทพประสิทธิ์มาช่วยรักษาอาจารย์ประหยัด ก็ขอขอบคุณเอาไว้ล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ
    ในวิชาของ อาจารย์ฉาดฉาน นั้นก็มีการรักษาเสียงในหูแบบเดียวกันกับ ใบปลิวโฆษณาของ วิเชาเทพประสิทธิ์ว่านวดแล้วก็จะรักษาโรคหู ที่ไม่เป็นมาแต่กำเนิดให้หายได้ แต่ อ.นิด คุ้มวงศ์ ก็ได้ใช้วิชาของท่านรักษาให้อาจารย์ประหยัด ก็ไม่หายเหมือนวิชาิเทพประสิทธิ์นั่นแหละ วิชาของ อ.ฉาดฉาน นั้นมันเหมือนกับวิชาสะกดจิตจูงใจ หากใครที่เชื่อมันก็หายได้ สำหรับอาจารย์ประหยัดนั้น เชื่ออย่างแน่นอนหากว่ารักษาให้หายแล้ว แต่เมื่อรักษาไม่หายก็ยังจะไม่ยอมเชื่อเป็นเด็ดขาด เทพที่อยู่ในสังขารของ อ.ฉาดฉาน และ อ.นิด คุ้มวงศ์ นั้น ยังเป็นเทพ "ใบ้" อยู่ จะมารักษาคนที่มีเทพที่พูดได้ตลอดเวลาอย่างอาจารย์ประหยัดนั้นเป็นไปไม่ได้ ขนาดที่ว่าเชิญเทพลงประทับร่างนับหมื่นองค์ ได้พรจากเทพเหล่านั้นมามากมายยังแก้ไขให้ตัวเองไม่ได้ แล้วคนธรรมดานั้นจะมารักษาโรคหูดัง คือมีวงดนตรีจิ้งหรีดเล่นประสานเสียงให้ฟังได้หรือ
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: