หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเปิดเว็บสายสัญญา  (อ่าน 283 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 07, 2011, 11:33:59 AM »

"อายุบวร"

    Grin อย่าหาว่าสั่งสอนเลยนะ  ผู้ที่จะเปิดเว็บสายสัญญานั้น ควรที่จะศึกษาความรู้  ในสายสัญญา เกี่ยวกับการปฏิบัติ รวมถึงการดับล้างและประจุองค์พระธรรมให้รู้มากพอสมควร แล้วก็จะต้องให้พระบารมีรับรองด้วย  ที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นผู้่ที่ได้ลงภาคสนาม ช่วยเหลือคนมามากและนานกว่า ๕ ปี  ไม่ใช่ ๕ เดือน ก็เปิดเว็บ อย่างนายกบเฒ่า นายธนากร และอีก หลายๆเว็บที่เปิดใหม่ตามมา  ซึ่งคนพวกนี้มีความรู้เพียงแค่หางอึ่ง จะทำให้สายสัญญานั้นมีการถ่ายทอดผิดเพี้ยนไป  แม้จะได้ความรู้เป็นแผ่น VCD ที่แจกให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายไปนั้น  
    Tongue เฉพาะในแผ่น VCD กว่าที่จะทำให้ความรู้นั้นเข้ามาสู่ในกายนครได้ ก็ต้องใช้เวลาปฏิบัตินานหลายปีนะ  มันน่าจะใช้เวลานานเหมือน น้ำหมัก ของ ป้าเช็ง ซึ่งหากจะให้กลายเป็นน้ำ "มหาบำบัด" ก็ต้องใช้เวลากว่า ๑๐ ปี หากจะให้เป็น "น้ำพลอยเพชร" ก็ต้องใช้เวลาถึง ๑๒ ปีขึ้นไป  แต่สายสัญญานั้นแม้จะนานแค่ไหน หากไม่ใช่ญาติสายสัญญา ต่อให้ ๓๐ ปี มันก็แค่นั้น ไปดูได้ใน "วิหารใหญ่" มีแต่ พูด ราคาคุยเท่านั้น เหมือน นายอภิสัตว์ เลย แต่ทำไม่ได้ หรือทำได้แล้วมันไม่ออกเหตุเห็นผล
    Angry ในการเปิดพระโอษฐ์ ก็เหมือนกัน มันเป็นดาบสองคม เหมือน สายสัญญา นั่นแหละ  ใครที่ไปเปิดกับอาจารย์ที่ไม่มีบารมีสูงพอ เมื่อเกิด ผีเข้า วิญญาณ แทรก ก็ขอให้คิดว่า เป็นความ "ซวย" ของคุณก็แล้วกันนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2011, 11:22:41 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2011, 12:01:34 PM »

"อายุบวร"
    Angry ใครก็ตามที่มา "เปิดพระโอษฐ์" กับอาจารย์ประหยัด หรือมานั่งดูแล้วก็ไปเรียนแบบ  ควรจะทราบว่า หากตัวผู้เปิดพระโอษฐ์นั้น ไม่มีบารมีสูงพอ  "บารมี" ในที่นี้ก็คือ จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติในสายสัญญา  จนมีความสามารถที่จะนำองค์พระธรรมไป ปราบผี ปราบคุณไสย ปราบมารตัวเล็ก ๆ ได้ เสียก่อน  หากทำไม่ได้ละก้อ  ผู้ใด มนุษย์ใด คนใด ก็ตามที่มาเปิดพระโอษฐ์ กับท่าน หรือ อาจารย์ผู้ด้อยประสบการณ์ มีบารมีแค่หางอึ่ง หากผู้ถูกเปิดมีบารมีสูง ก็รอดตัวไป มีกุศลมูลเดิมน้อย มีบารมีน้อย ก็ถือว่าเป็นความ "ซวย" เพราะว่าจะต้องได้อยู่กับผีไปจนตาย หรือไม่ก็ไปเจอคนที่สามารถไล่ผีออกให้ได้

    Cry คนที่ปฏิบัติในสายสัญญานั้น  
   ในข้อแรกนั้นจะต้อง ดับล้าง ประจุองค์พระธรรม
   ในข้อที่สอง จะต้องมี ทาน  
ซึ่งทานในสายพุทธนี้ก็ คือ
      >Cheesy ทานมัย การให้ทานมีวัตถุประสงค์ เพื่อขจัดความตระหนี่ ความโลภในจิตใจมนุษย์ และการให้ทานยังมีจุดประสงค์อย่างอื่น ได้แก่ เพื่อบูชาคุณ เพื่อการสงเคราะห์ เพื่ออนุเคราะห์ เพื่อทำคุณ
   การทำทานมี 4 ประเภทคือ
1)  อามิสทาน ได้แก่ การให้วัตถุสิ่งของต่างๆ
2)  วิทยาทาน ได้แก่การให้ความรู้ทางโลกแก่บุคคลอื่น
3)  ธรรมทาน ได้แก่ การให้ความรู้ทางธรรม
4)  อภัยทาน ได้แก่ การให้อภัยซึ่งกันและกัน

ในสายสัญญานั้นก็มีทานคล้าย ๆ กับ ศาสนาพุทธนั่นแหละ
๑. อามิสทาน ได้แก่การให้วัตถุสิ่งของต่าง ๆ และวัตถุที่เกี่ยวกับสายสัญญา
๒. วิทยาทาน ได้แก่การให้ความรู้ในสายสัญญา ทั้งเอกสารโลกเอกสารธรรม
๓. ธรรมทาน ได้แก่ การประจุองค์พระธรรมในสายสัญญาให้
๔. อภัยทาน ได้แก่ การให้อภัยซึ่งกันและกัน สำหรับผู้ที่เข้ามาปฏิบัติใหม่ ส่วนคนที่มีหน้าที่ปราบก็ปราบไป
       ธรรมทาน ในสายสัญญานั้นเหนือกว่าการให้เป็นความรู้  เพราะว่าความรู้นั้นเข้าหูซ้ายทลุหูขวา  แต่ธรรมทานในสายสัญญานั้น เอาองค์พระธรรมประจุเข้าไป บนหัว คอ และคาง ก็จะติดอยู่กับสังขารไปจนตาย คนใดที่ป่วยองค์พระธรรมก็จะไปรักษาให้ คนใดที่มีวิญญาณอยู่ในสังขาร ก็จะถูกองค์พระธรรมไล่ออกไป คนใดที่ถูกของถูกคุณไสยมา องค์พระธรรมก็จะปราบ ไม่ออกก็ต้องออก เพราะทนองค์พระธรรมไม่ได้ เมื่อปฏิบัติในสายสัญญาได้ขั้น อานิสงฆ์สูงสุด ก็จะสามารถปราบวิญญาณระดับสูงที่เรียกว่า "มาร" ได้ แต่หากปฏิบัติยังไม่ถึงก็มีโอกาสที่ "มาร" จะปราบเอาได้
       ระดับอาจารย์ในขั้นอานิสงฆ์สูงสุดนั้น สามารถปราบผีโดยไม่ต้องใช้เหล็กจาร ไม่ต้องใช้หลักประหารมาร ใช้เพียงแค่โอนบุญให้ ผีก็จะยอมออกสังขารผู้ป่วยไปอย่างง่ายดาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2011, 04:38:24 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: