"อายุบวร"

ในกรอบรูปที่ คุณฑูตเสน่ห์แห่งเมืองกาหลง ที่ใช้เป็นนามแฝง ซึ่งก็คงไม่กล้าใช้ชื่อจริง บอกว่าเป็น "ยันต์แก้วส่องทาง สุดยอดอักขระธรรมศักดิ์สิทธิ์แห่งสามภพ" ในบทความที่เอามาเขียนย่อให้อ่านนั้น มีอยู่ในประวัติพ่อต้น แต่ที่กาหลงทางมานั้น บอกว่า เป็น "ยันต์แก้วส่องทาง" น่าจะใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งก็คงจะหลงทางตามผู้ที่ได้เขียนองค์พระธรรมลงบนแผ่นเงิน โดยไม่ได้บอกเอาไว้ว่า เป็นการเขียนองค์พระธรรมที่มีอยู่ให้เห็น หรือเขียนเพื่อโชว์ฝีมือ ว่าตนเองนั้นเขียนได้สวยงาม

ตั้งแต่อยู่ในสายสัญญามา ๒๐ ปี ก็เพิ่งจะพบคำว่า ในสายสัญญามียันต์ แก้วส่องทาง จริง ๆ นั้นดวงแก้วในสายสัญญามีอยู่หลายดวง ยกตัวอย่างเช่น แก้วรำลึกโลก แก้วรำลึกธรรม ฯ อักขระธรรมที่กาหลงไปถ่ายรูปเอามาให้ดูนั้น ถูกต้องที่เรียกว่าอักขระธรรม แต่ไม่ใช่ยันต์ คำว่ายันต์นั้นเป็นคำที่ใช้ในระดับต่ำว่าอักขระธรรมในสายสัญญามาก ในสายสัญญานั้นองค์พระธรรมเป็นสุดยอด สำหรับผู้ที่ปฏิบัติแล้ว มีพระบารมีรับรองทุกกระทรวง หากปฏิืบัติยังไม่ถึง แม้จะมีองค์พระธรรมนับร้อย ๆ องค์ อย่างเช่น ที่อาจารย์ประหยัด ได้ทำเป็นแผ่น VCD แจกไปนั้น ก็จะไม่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ไปเลย

องค์พระธรรมในกรอบรูปที่นายกาหลงไปถ่ายมาให้ดูนั้น มีน้อยกว่าของอาจารย์ประหยัดเสียอีก แต่จะน้อยจะมากไม่ใช่ว่าเขียนแล้วใส่กรอบเอาไว้จะออกเหตุเห็นผล องค์พระธรรมจะแสดงฤทธิ์ได้นั้นจะต้องจารลงไปในคัมภีย์หนังมนุษย์เสียก่อน เมื่อองค์ใดรับรองแล้วก็จะเกิดเหตุเห็นผล

องค์พระธรรมนั้นเจ้าของคือพ่อต้นฯ ซึ่งเป็นคนเปิด มีอยู่น่าจะหลายพันองค์ ในกรอบรูปที่ถ่ายมาให้เห็นนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนเขียนแล้วจะรับรองหมดทุกองค์ คนที่ไม่รู้จริง อย่างองค์กลางนั้นใครที่ประจุลงไปแล้ว ออกเหตุเห็นผล ก็น่าจะเป็นเจ้าขององค์พระธรรมองค์นี้เท่านั้น นอกนั้นประจุไปแล้วบอกว่าออกเหตุเห็นผล ท่านก็เพี้ยนไปแล้ว

เพียงแค่นายกาหลงไปถ่ายรูปองค์พระธรรมมา แล้วเอาข้อความบางตอน ในประวัติพ่อต้นมาเขียน แล้วคนที่ผ่านประสบการณ์ในสายสัญญามากว่า ๒๐ ปี จะไปเชื่อถือพวก "ก๊อป" นั้น คงจะเป็นไปไม่ได้ สายสัญญานั้นจะต้องลงมือปฏิบัติ ประจุองค์พระธรรมด้วยตนเอง แล้วยังจะต้องมีการดับล้างด้วย หากคิดว่าเป็นยันต์แล้วศักดิ์สิทธิ์จริง ทำไมถึงไม่เขียนออกมาขาย
กระแสไฟฟ้าไม่มีหลอดไฟมันก็ไม่เกิดความสว่าง องค์พระธรรมไม่มีสังขารมนุษย์ก็แสดงฤทธิ์ไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้นแหละ