หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยังไม่ทันนั่งก็เหยียดขาแล้ว  (อ่าน 440 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 09:22:17 AM »

"อายุบวร"
    Cheesy ได้รับหนังสือสายสัญญามาฉบับหนึ่ง  เขียนโดย อ.เทวาฤทธิ์ เกษมพิณ ป.  บทนำของหนังสือเล่มนี้เขียนเอาไว้ว่า  การปฏิบัติธรรมสายสัญญานับเป็นทางสายเอกแห่งกุศล  เป็นทางเอกแห่งปัญญา ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงเหตุและผลได้อย่างอัศจรรย์เพียงวันแรกของการรับสัญญา  แต่ที่ผ่านมาธรรมสายสัญญายังไม่มีตำราให้ศึกษาค้นคว้า หาความรู้ให้กระจ่างในข้อสงสัยได้  จึงทำให้ผู้ปฏิบัติที่ประสบเหตุต่างกัน  ต่างอธิบายที่มาที่ไปของสายสัญญาไปคนละทางตามที่ตนเองประสบมา  ทำให้การปฏิบัติไม่เป็นเอกภาพ  ไม่เหมือนกัน  แต่ได้ผลเหมือนกัน
      จึงให้ศิษย์ (อ.เทวาฤทธิ์) ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระองค์ต้นฯ  ขออนุญาตเพื่อจัดทำเอกสารเป็นคู่มือให้สายญาติได้ใช้เป็นหลักการปฏิบัติ  จากนั้นก็ได้ขอกราบขอบพระคุณต่อ อ.พ่อเพ็ง พันธุ์สุวรรณ อ.ไพจิตร พันธุ์สุวรรณ
       Sad อ.เทวาฤทธิ์ เกษมพิณ ป.  น่าจะเป็นเปรียญ  จึงได้เขียนหนังสือสายสัญญาขึ้นมาเกือบทั้งเล่มนั้นได้ยกเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาประกอบเป็นส่วนมาก  คือพยายามผูกโยงสายสัญญาเข้ากับธรรมะให้ได้  ข้อความที่คิดว่าจะเป็นคำสอนให้คนปฏิบัติในสายสัญญาให้ถูกต้องนั้น  อ่านแล้วรู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับสายสัญญา  ทั้ง ๆ ที่ก็ปฏิบัติในสายสัญญามานานพอ ๆ กัน  แต่ อาจารย์ประหยัดนั้น เคยเขียนบทความถึง อ.สายสัญญา ที่มีนามว่า อ.บุญเพ็ง ก็เขียนไปตามความเป็นจริงที่ได้พบเห็นมากับตัว  โดยไม่เคยกลัวว่า การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  ก็ไม่นึกว่าจะได้มาเจอศิษย์ อ.บุญเพ็ง อีกคนหนึ่ง ที่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาสายสัญญา ให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน  แต่ถ้า อ.เทวาฤทธิ์ หรือแปลเป็นไทยว่า “เทวดาผู้มีฤทธิ์” คิดว่าทำได้  แล้วก็เพิ่งจะเริ่มต้นทำ  ในขณะที่ อาจารย์ประหยัด ทำเสียจนเบื่อที่จะโปรดญาติในสายสัญญาแล้ว
       Cry ๑๙ ปีในสายสัญญาของ อ.เทวาฤทธิ์  พึ่งจะรู้สึกกระดิกขึ้นมาหรือ  หลังจากที่ได้ปฏิบัติแบบแอบ ๆ ปิด ๆ บัง ๆ สำเหนียก เจียมตนมา ตลอดมา  จึงได้เพิ่งจะนำความทั้งหมดที่จารึกไว้ในพระไตรปิฎกมาเปิดเผยตามที่ได้รับสัญญาเมื่อ ๑๙ ปีที่แล้ว  น่าสงสาร อาจารย์มาก ที่มีความมานะในสายสัญญามาถึง ๑๙ ปี แต่ตรงกันข้ามกับ อาจารย์ประหยัด ปฏิบัติ ๓ เดือนเท่านั้น  ก็ลงสนามรบสู้กับผีเสียแล้ว แล้วก็รบกับวิญญาณต่าง ๆ มานับสิบปี  ไม่ได้ศึกษาอ่านตำรา แต่ทำการปฏิบัติภาคสนามเท่านั้น
       Grin ก็จะขอพูดถึงหัวขององค์พระธรรม  ที่ อ.เทวาฤทธิ์ ได้พูดถึง  ซึ่งมันแตกต่างกับที่ อาจารย์ประหยัดได้รู้ได้เรียนมาจากประสบการณ์  อ.เทวาฤทธิ์ ได้กล่าวถึงองค์พระธรรมหัว ๔ รอบว่า

   หัว ๔ รอบ  หมายถึง สัจจะ ๔  มีอะไรบ้าง ?  สัจจะ ๔ คือ
      ๑. ความจริงคือทุกข์ (ทุกขสัจจ์)
      ๒. ความจริงคือ เหตุให้ทุกข์เกิด (สมุทยสัจจ์)
      ๓.  ความจริงคือความดับทุก (นิโรธสัจจ์)
      ๔.  ความจริงคือข้อปฏิบัติให้ความดับทุก (มัคคสัจจ์) นี้เรียกว่าสัจจะ ๔
       Sad ซึ่งในสายสัญญามีองค์พระธรรมหัว ๔ รอบ อยู่ ๑ องค์ก็คือ “องค์นะกุศล”  ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ สัจจะ ๔ แต่อย่างใดเลย  ไม่ทราบว่าท่านมีภูมิปัญญาในทางสายสัญญาแค่ไหน  มิน่าเล่า อาจารย์บุญเพ็ง จึงได้ถูกอาจารย์ประหยัด จ๊วกเสียเละ ในเว็บนี้ โดยการนำเอาความจริง ที่ได้รับจากการกระทำของ อ.บุญเพ็ง มาพูด
    Undecided ซึ่งให้อาจารย์ประหยัดพูดถึงองค์พระธรรมนั้น  ก็บอกได้แต่เพียงว่า องค์พระธรรมนั้น เป็นลายเซ็นของเทพที่ได้นำมาฝากไว้กับพ่อต้นฯ  ถ้ายังไม่เคยทราบว่า องค์พระธรรมนั้นเป็นเทวดาเกือบทุกพระองค์แล้ว  ก็น่าจะเป็นสายสัญญาที่ไร้เดียงสาไปหน่อย  แล้วอย่ามาพูดว่าพ่อต้นฯ นั้นห้ามในเรื่องการทรง เพราะว่าพ่อต้นฯ ท่านทรงเทพตั้งแต่เป็นเณรแล้ว  พ่อต้นฯ ท่านจะทำการสิ่งใดท่านจะต้องขอ “พระบารมี” ก่อน  พระบารมีของพ่อต้นฯ ก็คือ องค์พระบารมีประจำสังขารของท่านนั่นเอง

       Smiley ก็จะขอเรียนให้บรรดาศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ และสายสัญญารุ่นอนุบาลทั้งหลายได้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่า  อาจารย์ประหยัด ไม่เคยปราบ “มาร” ด้วยองค์พระธรรม ที่มีชื่อว่า “ปราบมารเบื้องสูง” แต่จะปราบมารด้วยองค์พระธรรมที่บรรดาอาจารย์สายสัญญาไม่รู้จักพระนามจริงของท่านก็คือ “องค์ตรีมูรติ” หัว ๓๒ รอบ ที่ อ.เทวาฤทธิ์ บอกว่า องค์พระธรรมหัว ๓๒ หมายถึงอาการ ๓๒
        Smiley ถ้ามีความรู้ในสายสัญญาเพียงแค่นี้  คิดจะมารวบรวมบรรดาอาจารย์สายสัญญาให้อยู่ในระบบระบอบของ อาจารย์สายสัญญาระดับอนุบาล นั้น  ไม่น่าจะมาชวนอาจารย์ประหยัดได้  เพราะแม้แต่อาจารย์ของท่าน ยังถูกอาจารย์ประหยัดจ๊วกมาแล้ว  อาจารย์ประหยัดนั้น ทำในภาคสนามแล้วจึงนำมาพูดมาเขียน  ไม่ใช่ไปอ่านพระไตรปิฎกแล้วเอามาผสมผสานกับสายสัญญา  ทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ก็ปราบผี ปราบคุณไสย ปราบมารมานับพันแล้ว  เฉพาะพิมพ์เอกสารสายสัญญาแจกนั้น  เครื่องพิมพ์เสียไป ๖ เครื่องแล้ว เวลานี้ใช้เครื่องที่ ๗ ส่วน VCD ที่ อาจารย์ อนุบาล ยังไม่ได้เริ่มพิมพ์แจกนั้น  อาจารย์ประหยัด แจกมาแล้วน่าจะหลายพันแผ่น  นี่อาจารย์ไก่อ่อนเพิ่งจะหัดขันเพิ่งจะมาพูดว่าต่อไปจะมี VCD แจก น่าสงสารสายสัญญาสายนี้จริง ๆ  
    Cheesy ใครที่สนใจอยากจะสมัครเป็นสมาชิก สมัครเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์เทวาฤทธิ์  แม้จะเป็นศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  ก็ไม่เคยห้าม  ให้ติดต่อไปที่
    Cheesy โทรศัพท์  ๐๘ ๑๖๔๒ ๗๖๙๙, ๐๘ ๙๑๖๘ ๑๒๘๘  เพื่อจะได้รู้ว่าสายสัญญาแท้จริงนั้นคืออย่างไร ? ควรจะเลือกอาจารย์สายสัญญาแบบไหน ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 09:31:26 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 02:40:32 PM »

"อายุบวร"
     "พระไตรปิฎก" นั้น เป็นสุดยอดคัมภีย์ของศาสนาพุทธ  ซึ่งอ่านแล้ว ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจยาก จนต้องมีอรรถกถาจารย์มาอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่ง ก็ยังไม่เข้าใจ  จึงต้องมี "พระ" นำเอาข้อความในพระไตรปิฎกมาสั่งสอนบรรดา ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา สอนกันที่เรียกว่า เทศนาสั่งสอน  ก็ยังไม่เข้าใจอีก เพราะว่าที่นับถือพระพุทธศาสนานั้น นับถือกันตามทะเบียนบ้าน
    Sad ระดับอาจารย์ประหยัดนั้น ได้ไปฟัุง "ธรรมะ" จาก อาจารย์สุจินต์ บริหารวณเขต อยู ๒ ปี คือฟัง "อภิธรรม" ยิ่งฟังยิ่งไม่รู้เรื่้อง ระดับอาจารย์สุจินต์ที่เป็นผู้เทศนาให้เราฟังนั้น ท่านก็พูดได้เพราะความจำท่านดี แต่ท่านก็ทำตามที่พระไตรปิฎกไม่ได้ แล้วพวกที่ไปนั่งฟัุงทุกอาทิตย์มันจะรับรู้ได้แค่ไหน หากพระไตรปิฎกนั้นอ่านแล้วเข้าใจง่าย พระพุทธเจ้าก็คงจะไม่แบ่งคนออกเป็นบัว ๔ เหล่า คิดหรือว่า "พระ" ที่อยู่ในวัด ๔-๔ แสนองค์ จะเป็นบัวเหล่าที่ ๑ เรียกว่าบัวพ้นน้ำ พระที่มีตำแหน่งสูงที่ขึ้นคำนำหน้าว่า เทพ พรหม ก็ยิ่งมีกิเลศหนา จ้องที่จะขึ้นไปนั่งในตำแหน่งสูง ๆ ขึ้นไปอีก
    Cry ถ้าจะถามว่าอาจารย์ประหยัดมีพระไตรปิฎกอ่านไหม ก็ตอบว่ามี  แต่ไม่มีเป็นเล่มนะ พระไตรปิฎกที่มีนั้นมีเป็นแผ่น เรียกว่า VCD อ่านบ้าง ที่สำคัุญที่จะยกมาเป็นประโยชน์ต่อศิษย์สายสัญญา
      Tongue เฉพาะพระไตรปิฎก นั้นอ่านแล้วยังไม่รู้เรื่อง  แต่เมื่อ อ.เทวาฤทธิ์ เอาพระไตรปิฎก มาเชื่อมต่อโยงเข้ากับ "สายสัญญา" มีหรือจะยิ่งไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจไปใหญ่ นึกว่าเอาของสูงมาผูกกับวิชาของสายสัญญาแล้ว ผู้อ่านจะอ่านได้เข้าใจ ก็เป็นอันว่าคนเขียนเข้าใจเอาเอง  สายสัญญาที่มีสติปัญญาน้อย อาจจะเห็นคล้อยตามไปก็ได้ เพราะว่าไม่เคยรู้ไม่เคยเรียนไม่เคยอ่านพระไตรปิฎก จงจำเอาไว้ว่า พระในวัดนั้นมีตั้ง ๔-๕ แสนรูป ถ้าเข้าใจในการอ่านพระไตรปิฎกแล้ว ประเทศไทยก็คงจะเต็มไปด้วย "พระอรหันต์ฺ" แล้วประเทศไทยก็จะเจริญรุ่งเรืองใน "ธรรม" ในสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย ก็จะมีแต่อดีตเจ้าคณะจังหวัด อดีตพระผู้ใหญ่ เต็มไปหมด บ้านเมืองของเราก็จะเจริญในธรรม ประเทศไทยก็จะเป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา แบบนี้เขียนไปฝันไปก็ไม่ทราบได้ สาธุ สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 03:07:47 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 03:01:55 PM »

"อายุบวร"
      Angry ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อม  แต่ที่จะเสื่อมได้นั้น คือคนผู้ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ  อ่านแล้วคงจะเข้าใจนะ เพราะว่า พระพุทธศาสนานั้นเสื่อมมาจากประเทศอินเดียแล้ว  พระธรรมคัมภีย์ของพระพุทธเจ้าที่อินเดียนั้นถูกเผาน่าจะเกือบหมด เวลานี้ศาสนาพุทธซึ่งต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย เพิ่งจะเริ่มกระเตื้องขึ้นมาเท่านั้น  ส่วนเทพในศาสนาฮินดูนั้่นก็ได้พากันย้ายมาอยู่ในประเทศไทยเกือบหมดแล้ว
      Angry สายสัญญานั้น คิดว่าไม่ใช่ศาสนา สายสัญญาจะไม่มีวันเสื่อม อาจารย์สายสัญญาที่สมองมีแต่ขี้เลื่อย เรียกได้ว่าเป็นกบอยู่ในกะลา เป็นไส้เดือนไร้สมอง เป็นปืนใหญ่ที่ไม่สามารถยิงแมลงวันหรือยุงได้เลย ก็คงจะไม่รู้จักวิธีหาวิชาสายอื่นมาอุดช่องโหว่ของสายสัญญา ที่เรียกว่า "สายสัญญา-ประยุกต์" ซึ่งสายสัญญาเพียว ๆ นั้น ไม่มีอาจารย์คนไหนในสายสัญญาเพียว ที่จะมาปราบ ผี ปราบมาร ปราบคุณไสย สู้อาจารย์ประหยัดได้ ที่พูดอย่างนี้เพราะทำมาแล้ว  และได้เห็นอาจารย์ของตนเองทำมาแล้วด้วย เห็นมากับตาทำมากับมือ ทำไมจะไม่รู้  แล้วก็รู้ด้วยว่า อาจารย์ประหยัด จะไม่มีวันทำให้สายสัญญาเสื่อม เพราะว่าเป็นอาจารย์สายสัญญาที่ไม่รับสังฆทานใคร ไม่เรียกร้องเอาเงินลูกศิษย์  ไม่หลอกให้ลูกศิษย์มาทำสังฆทาน ส่วนอาจารย์สายสัญญาคนอื่นนั้น ก็ควรจะพิจารณาตนเองว่า  ตนเองนั้นจะเป็นผู้ที่พาสายสัญญาเสื่อมลงหรือไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 03:05:24 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 10:28:54 AM »

"อายุบวร"
    Sad เมื่ออาจารย์ เทวาฤทธิ์ สามารถเอา “สายสัญญา” ไปเชื่อมโยงกับ “พระไตรปิฎก” ได้  ทั้ง ๆ ที่เป็นของสูงในพุทธศาสนา  ซึ่งมิบังควรที่จะยกไปเทียมเท่าพระพุทธเจ้า  อาจารย์ประหยัดก็จะขอ นำเอา “สายสัญญา” ไปฝากเกาะติดกับส่วนเล็กๆของพระไตรปิฎก แต่คงจะไม่ใช่คำสอน  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบไปแล้วก็ไม่คิดว่าจะเอาสายสัญญาไป เสมอกับ “พระไตรปิฎก”
    Cry สายสัญญานั้นเมื่อแบ่งระดับกันออกมา  ในขั้นต้นนั้นระเรียกว่า “ระดับพลา” สูงกว่าระดับพลา คืออานิสงส์ขั้นต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด  ระดับพลาในสายสัญญานั้นน่าจะเรียกได้ว่า เป็น “โลกียสายสัญญา” ซึ่งคนที่อยู่ในระดับพลานั้น ส่วนมากจะพากันหลงในฤทธิ์  คิดว่าตัวเองนั้นแน่  ก็จะพากันตั้งตนเป็นอาจารย์สายสัญญา  เพื่อ ลาภ สักการะ แสวงหาปัจจัย จากบรรดา ศิษย์สายสัญญาใหม่ คือคนใหม่เข้ามาในสายสัญญา  อาจารย์ประเภทนี้จะอ้างเอาสายสัญญาไปผูกติดกับของสูง ราคาคุยถึงฤทธิ์ต่าง ๆ ของสายสัญญา  ใครที่ไม่ใช่ญาติทางสายสัญญาจริง ๆ แล้ว เมื่อเข้ามาก็เสียเงินเสียทองแล้วก็จะหายไปจากสายสัญญา  ที่เชียงใหม่เมื่ออาจารย์พงษ์วิทย์  ไปโปรดญาติที่นั่นก็มีลูกศิษย์นับร้อย  ก็มี อ.สายสัญญา ฟันหลอ ไปช่วยเหลือชี้แนะ ซึ่งก็ไม่ได้รับความร่วมมือจาก อ.พงษ์วิทย์ เท่าที่ควร  เพราะว่า ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
        สายสัญญาระดับขั้น “อานิสงส์” ในขั้นนี้สายสัญญาน่าจะเรียกว่า “โลกุตรสายสัญญา”  ซึ่งจะเป็นคนหรือ อาจารย์ที่ปฏิบัติ ในสายสัญญา มานานพอสมควร  มี “บารมี” รับรอง  สามารถที่จะเป็น อาจารย์ในสายสัญญาได้ เมื่อทำพิธีให้ลูกศิษย์คนใด ก็ออกเหตุเห็นผล  แล้วก็มีมากมายที่ปฏิบัติตนแล้วไม่แสดงตนออกมา  ใช้วิชาความรู้และบารมีที่ได้รับเอาไว้ช่วยเหลือ ครอบครัว และญาติพี่น้องเท่านั้น  แต่ก็มีหลาย ๆ ท่านที่เป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ ที่หลงตัวเองเมื่อพ่อต้นฯ ท่านได้ละสังขารไปแล้ว  ก็กลายมาเป็นอาจารย์สายสัญญาที่เรียกได้ว่า “เก๊” เพราะว่าท่านทำตัวของท่านเอง หลงตัวเอง รับปัจจัย มากกว่า ที่พระบารมี ฉันทานุมัติให้  เมื่อกระทำการสิ่งใดให้กับศิษย์ ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ  ก็ยกตัวอย่างอาจารย์ประหยัดนี่แหละ  เมื่อ อ.บุญมา เปิดสังฆทาน ให้กับ อาจารย์ประหยัด ๗๙ พลา  ก็ไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ทั้งสิ้น  เป็นการเปิดสังฆทานเพื่อลูกศิษย์ของตนเองมากกว่า ในที่สุดก็เปิดสังฆทานในระดับ ๘๕,๐๐๐.-ให้แก่ ภรรยา อาจารย์ประหยัด ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีเหตุการณ์หรือผลสำเร็จตามที่ประสงค์เลย  ซึ่งหากระดับลูกศิษย์เอกพ่อต้นฯ ท่านทำไม่สำเร็จแล้ว จะให้อาจารย์ประหยัดเชื่อ ลูกศิษย์ของพ่อต้นฯ ท่านอื่นนั้นก็คงจะเข็ดหลาบไปแล้ว
       Lips Sealed อาจารย์ประหยัดจึงได้ถอยออกมาเพื่อปฏิบัติตนเอง  ดับล้าง ประจุองค์พระธรรมทุกวัน  ผ่านไป ๑ ปีเมื่อไม่มีอาจารย์สายสัญญา ขึ้นไปล่าเหยื่อที่เชียงใหม่  จึงได้หันไปสนใจในเรื่อง “เทพ-พรหม” โดยบังเอิญ อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ได้ตั้งใจไป  แต่เมื่อไปเจอเจ้าทรงที่เป็นนายหน้า  ก็ไปส่งน้องสาวไปดูหมอ  เมื่อได้เปิดองค์บารมีกับ “พระแม่กวนอิม” แล้ว ก็ได้นำมาปฏิบัติ ทดสอบ ก็รู้ว่าเป็นของจริง  ซึ่งจะต้องปฏิบัติ คู่ไปกับสายสัญญา แล้วก็จะต้อง หาประสบการณ์ จากเจ้าทรงที่เป็นของแท้ของจริง  ก็เสียเวลาและเสียเงินแต่ไม่มากเท่าสายสัญญา  เจ้าละไม่ถึง ๕๐๐.-บาท ก็เลิกแล้ว  เวลาผ่านมานั้นทั้งตระเวนไปทั่วที่ได้ยินว่าจริงและเก่ง แล้วก็ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง  ในที่สุดเวลาก็ทำให้ได้รู้อะไรมากมายจาก เทวดา เทพ พรหม ฤษี  ที่เป็นเทพทั่วไป และเป็น เทพในสายสัญญา  จนเวลานี้พูดได้ว่า  ไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดในประเทศไทยมาหลอกต้มได้  ไม่มีสำนักทรงที่ไหนจะมาต่อกรได้ ซึ่งง่ายในการที่จะรู้ว่าพวกเขาจริงหรือปลอม  ไม่ต้องไปถึงตำหนักหรือสำนักก็ยังรู้ได้
        สายสัญญาระดับโลกุตรสายสัญญา นั้น เป็นสายสัญญาที่เรียกว่า  ถ้าเป็น “พระ” ที่บวชแล้ว ก็ไม่แสวงหาใน ลาภ สักการะ หรือยศตำแหน่ง เช่น คำนำหน้าที่ว่า เทพ พรหม ฯ  ก็น่าจะมี “โลกุตรสายสัญญา” อยู่  ที่ไม่มีการรับสังฆทาน  ไม่เรียกเก็บเงิน  แล้วก็ไม่มีการ สร้างรูปพ่อต้นฯ  เครื่องรางของขลังพ่อต้นฯ หรือองค์พระธรรม  ที่เป็นเหรียญ ตะกรุด หรือเป็นยันต์  ออกมาขาย  ไม่ต้องวิ่งเข้าไปวิหารใหญ่ หรือวิหารของ อ.บุญมา เพื่อไปขอต่อรูปหล่อของพ่อต้นฯ เพื่อสร้าง....สิ่งต่าง ๆ ออกมาขาย  หากใครที่รู้จริงในสายสัญญาแล้ว  สิ่งสำคัญของสายสัญญาคือองค์พระธรรม  แล้วหากต้องการให้พ่อต้นฯ อยู่กับเรา ก็เอาองค์พระธรรมประจำตัวของพ่อต้นฯ มาประจุไว้ในคัมภีร์หนังมนุษย์ของเราไม่ดีกว่าหรือ ? สาธุสัญญา
       Angry หากเมื่อสร้างรูปหล่อพ่อต้นฯ  เหรียญ ตระกุด ยันต์ ขึ้นมาแล้ว จะมีอาจารย์สายสัญญาคนใด ที่จะมี “บารมี” ปลุกเสกได้  พ่อต้นฯ ท่านเคยบอกเอาไว้หรือเปล่าว่า  เมื่อพ่อละสังขารไปแล้ว  ก็ให้เอาถ่ายรูปทำรูปของท่านไปขายได้ ในสมัยปี พ.ศ.๒๕๓๖-๗ เมื่อไปวิหารอาจารย์บุญมา ก็เคยไปซื้อรูปหล่อพ่อต้นฯ องค์เล็ก ๆ องค์ละ ๒๐ บาท มา
สิบกว่าองค์แล้วก็แจกไปหมดแล้ว  ขายองค์พระธรรมกินยังไม่พออีกหรือ จะต้องมาขายรูป เหรียญ พ่อต้นฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2011, 10:40:34 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 10:51:29 AM »

"อายุบวร"
    Sad ในสายสัญญาสมัยพ่อต้นฯ นั้น  ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีองค์พระธรรมตีหลักขายที่ดินหรือเปล่า  ซึ่งหากไม่มีก็สามารถดัดแปลงองค์พระธรรมนำมาใช้ได้  มันอยู่ที่ว่าอาจารย์ผู้นั้นจะมีความรู้ความสามารถพลิกแพลงได้หรือไม่เท่านั้นเอง  แม่บ้านของอาจารย์ประหยัด ได้ทำพิธีขายที่ดินที่เป็นที่นา หมดเงินไปเกือบแสน หลักที่ตีขายที่ดินนั้นเดินทางไปเอาถึง หนองโดน เป็นหลักขายที่ดินที่อาจารย์บุญมาท่านประทานให้มา  หากสำเร็จก็เป็นการช่วยเหลือลูกศิษย์ให้โด่งดัง  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นกว้างขวางเกี่ยวกับที่ดินในเชียงใหม่พอสมควร ทำสังฆทานไปแล้ว ตีหลักไปแล้ว ไม่ได้ขายจนทุกวันนี้  
    Embarrassed หลังจากนั้นก็ชี้แนะให้พี่สาวของหลานชายให้รู้ถึงเรื่องสายสัญญา  ซึ่งแฟนของหลานชายเขาก็นั่งแท๊กซี่ไปรับอาจารย์บุญมามาทำพิธี ๒ ครั้ง ตีหลักไป ๒ ครั้ง ที่ดินแปลงนี้อยู่ที่หลักสี่ติดถนนใหญ่ ฝั่งตะวันออกเป็นโชว์รูมขายรถยนต์ฺฮอนด้า ที่แปลงนี้สวยงามมาก เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปัจจุบัน ๗ Eleven เช่า ก็ไม่ได้ขายตามเดิม แสดงว่าหลักตีขายที่ดินนั้นคงจะไม่มีมาตั้งแต่สมัยพ่อต้นฯ ซึ่งสมัยพ่อต้นฯ นั้นคงจะหาคนซื้อขายที่ดินได้ยาก  เมื่อเห็นองค์พระธรรมในสมุด ที่เขียนว่าองค์ตีหลักขายที่ดิน จึงได้นำเอาองค์พระธรรมนั้นไปตีหลักบ้าง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเมื่อ อ.พงศ์วิทย์ ตีหลักขายที่ดินหมดเป็นเข่ง ๆ ก็น่าจะไม่ได้ขาย  เพราะมีอยู่วันหนึ่งที่ไปส่ง อ.พงษ์วิทย์ ไปตีหลักกลับมา อ.พงศ์วิทย์ ก็ชี้ให้ดูตึกแถว ท่านบอกว่า หยัดช่วยขายให้น้องสาวหน่อย  ก็เป็นการแสดงว่า องค์พระธรรมตีหลักในสายสัญญานั้นมี แต่ไม่ได้ผล ซึ่งน่าจะเป็นองค์พระธรรมที่เปิดใช้ เฉพาะพ่อต้นฯ หรือศิษย์บางคนเท่านั้น แต่เมื่อลูกศิษย์เอาไปอวดกัน จึงได้ไปจดบันทึกเอามา เมื่อเอามานำไปใช้จึงไม่ได้ผล
    Embarrassed ในสมุดองค์พระธรรมนั้น ไม่มีองค์พระธรรมที่เกี่ยวกับบ่อนการพะนันใหญ่ ๆ อย่างบ่อนปอยเปต เมื่ออาจารย์ประหยัดถูกขอร้องแกมบังคับให้ไปช่วยเหลือบ่อนของ ดร.สุวพล ที่ปอยเปตนั้น  ก็ไปแบบที่ว่าไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรจึงจะช่วยเขาได้ ในที่สุดก็ใช้วิธีการดัดแปลง ใช้คำดับล้าง และองค์พระธรรมหลาย ๆ องค์มาประกอบ  ก็ทำให้กิจการของบ่อนดีขึ้นอย่างทันตาเห็น โดยไม่จำเป็นต้องใช้องค์พระธรรมที่ชื่อว่า "คาสิโน" ที่ไม่ได้ระบุวิธีใช้เอาไว้ ซึ่งได้มาหลังจากที่เลิกไปบ่อนปอยเปตแล้ว ถ้าองค์ "คาสิโน" นี้ยังใช้ได้และศักดิ์สิทธิ์จริงละก้อ อาจารย์สายสัญญาก็น่าจะร่ำรวยไปตาม ๆ กัน องค์นี้มีอยู่ในแผ่น VCD อยู่แล้ว ใครที่คิดว่าตนเองปฏิบัติ "บารมี"ถึงแล้ว ไม่จำเป็นของขายเหรียญพ่อต้นฯ กินเลย ไปที่ปอยเปต ก็จะร่ำรวยกลับมาอย่างแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2011, 10:10:15 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 04:03:50 PM »

"อายุบวร"

            

            

             พิเศษ แถมให้ไว้ปราบคุณไสย

    Cheesy ใครที่คิดว่าตัวเองปฏิบัติได้แล้ว  พระบารมีรับรอง  ก็สามารถทดสอบได้ด้วยองค์พระธรรม ๒ องค์ นี้  ประจุเข้าใส่ตัว จากนั้นก็เดินทางไปปอยเปต  มีคาสิโน ๗-๘ แห่ง รอให้ทดสอบ  ซึ่งได้ผลยังไงก็กรุณามาเล่าประสบการณ์ให้คนที่ยังไม่ได้ลองของฟังด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 03, 2012, 10:12:58 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2011, 05:39:48 PM »

"อายุบวร"
    
    Tongue    ดวงเมืองไทยใน  “ปีมะโรง” ๒๕๕๕  พยากรณ์  โดย “โสรัจจะ นวลอยู่”  ลงตีพิมพ์ ใน “สกุลไทย” ฉบับที่ ๒๙๘๓ พยากรณ์รวม และพยากรณ์ เป็นรายเดือน  ถ้าอ่านเฉพาะส่วน ก็สามารถหาอ่านได้ในเว็บ  ซึ่งคำพยากรณ์นั้น เขียนขึ้นแทบจะหาความดีในปี  พ.ศ. ๒๕๕๕ ไม่ได้เลย  โดยเฉพาะในเดือน มกราคม และ กุมภาพันธ์ นั้น ประเทศไทยจะมีความวิบัติฉิบหาย  คนตายหลายหมื่น  แบบที่ว่า ประเทศไทยน่าจะเหลือไม่ถึงครึ่งประเทศ  ซึ่งคนไทยก็จะต้องไปขอพระสยามเทวาธิราชช่วย  แต่ท่านไม่เคยช่วยเหลือคนไทยมาหลายสิบปีแล้ว  เพราะว่าประชาชนไม่มีสิทธิ์  ท่านจะช่วยคนที่อัญเชิญท่านลงมาจากสวรรค์เพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ
      Sad เพราะฉะนั้นใน “องค์พระธรรม” ของ สายสัญญานั้น  ไม่มีองค์ที่มีพระนามว่า พระสยามเทวาธิราช  องค์ที่จะช่วยคนไทยได้นั้นก็คือ “พระพุทธเจ้าหลวง” หรือเทพต่างด้าว ที่มาจากประเทศอินเดีย  อพยพมาพร้อม ๆ กับองค์เทพของสายฮินดู คือ องค์ พระศิวะ พระนารายณ์ ท่านท้าวมหาพรหม  ซึ่งเมื่อ อาจารย์ประหยัด ไปประเทศอินเดียนั้น  ยังไม่เจอ “ฌาน” ของเทพสายฮินดู เลยสักคน  เพราะว่าท่านได้อพยพกันไปอยู่ที่ประเทศไทยหมดแล้ว  แต่ไกด์เขาบอกว่ายังมีเหลืออยู่บ้าง  แต่ทัวร์นี้เป็นทัวร์ไหว้พระ จึงไม่พาไปดูวัดของพวกฮินดู
      ตามที่มีผู้รู้ในเรื่องหัวขององค์พระธรรม คือ อ.เทพฤทธิ์  ก็ไม่ได้บอกว่า หัว ๑๕ คืออะไร  แต่หัว ๑๕ ในสมุดองค์พระธรรมนั้น จะมี อยู่ ๓ องค์ คือ พระศิวะ พระนารายณ์ ท้าวมหาพรหม  ๓ องค์นี้ถ้ารวมหัวกันก็เท่ากับ ๔๕ หัว ซึ่งถ้าเป็นองค์เทพจริง ๆ นั้น ก็จะรวมกันเป็นองค์ “ตรีมูรติ” มีหัววนเพียงแค่ ๓๒ รอบเท่านั้น  แต่ก็เอาเถอะประเภทสายสัญญาอ่านตำรา  กับอาจารย์ประหยัด ประเภท  ลงมือภาคสนามเลย มันก็ไปด้วยกันไม่ได้อยู่แล้ว  หาก อ.เทพฤทธิ์ อ่านหนังสือเกี่ยวกับอาวุธปืน แต่ไม่มีเงินซื้อปืนมายิงเล่น  เพราะว่าปัจจุบันนี้ปืนกระบอกตั้ง ๕-๖ หมื่นบาทไปแล้ว  ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้น  ไม่อ่านหนังสือปืน  แต่ซื้อปืนมายิงเล่นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ น่าจะ ๕๐ กว่าปีมาแล้ว  ถ้าถามว่า ๒ อาจารย์นี้ถือปืนคนละกระบอก  ใครน่ากลัวมากกว่ากัน  อาจารย์ประหยัดเคยท้าดวลปืนกับหลาย ๆ คนมาแล้ว  พวกมันไม่มีปืน  ก็เอาปืนไป ๒ กระบอก โดยให้มันกระบอกหนึ่ง  มันไม่กล้าหรอก พวกนี้ประเภท “ปากกล้าขาสั่น” ทั้งนั้นแหละ ก็ไม่รู้จะเอาไปเปรียบเทียบอะไร  ซึ่งถ้าจะเอาไปเปรียบเทียบกับการวิ่ง  อาจารย์ประหยัดเคยวิ่ง ๑๐๐ เมตร เร็วที่สุดในโรงเรียนปริ้นส์รอยฯ  หากเดี๋ยวนี้มาวิ่งแข่งกับ อ.เทพฤทธิ์ ก็คงจะสู้ไม่ได้ เพราะวัยมันห่างไกลกันมาก แต่ถ้าเป็นสายสัญญานั้น ยิ่งแก่ยิ่งขลัง เฉพาะผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเท่านั้น
    Cheesy เมื่อเข้ามาสู่ยุทธ์จักรสายสัญญาแล้ว  ที่บรรดาอาจารย์และศิษย์สายสัญญา เมื่อไม่ลงรอยกัน  ก็น่าจะ “ดวล” กันด้วยหลักประหารมาร  ก็ไม่นับว่าใครมีพรรษาแก่หรือหนุ่มนะ  หากคิดว่าตนเองมีบารมีสูง  ปฏิบัติในสายสัญญามาพอสมควร อยากลองของกันก็น่าจะ ดวลหลักปราบมาร กันได้ ใครแพ้ก็ต้องกลับไป “นอนเลียแผล” หรือไม่ก็ต้องขอขมาต่อผู้ชนะ แล้วก็ให้ อาจารย์ผู้ชนะ แก้ไขให้  รู้สึกว่าการตีหลักประหารมารนั้น  ไม่มีตำราบอกว่าจะแก้ไขได้ยังไงนะ  เพราะว่าอย่างมากตามที่ได้ยินมา  อาจารย์สายสัญญาป่วย ๒-๓ ปี มันก็หายเอง  ซึ่งเมื่อหายแล้วก็จะรู้สึกตัวเองว่า ไม่ควรซ่าซ์เลย
    Wink เมื่อจะเข้าในปีมะโรง ปี พ.ศ.๒๕๕๕ นั้น  ตามคำทำนายของโหร โสรัจจะ ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดี ๆ กับบ้านเมืองเลย  เกินกว่า ๗๕ % นั้น เลวสุด ๆ เลย  จนโหรเองก็บอกให้ไปขอพระสยามเทวาธิราชมาช่วย  ซึ่งอาจารย์ประหยัด บอกว่าไม่จำเป็นเลย  เหนือกว่าพระสยามเทวาธิราชก็มี เยอะแยะถมไป  ยกตัวอย่าง เช่น “องค์สุริยะเทพ”องค์ตรีมูรติ  องค์ปราบมารเบื้องสูง ฯลฯ ซึ่งพระสยามนั้นก็อยู่ในสวรรค์ชั้น ๓ ยามา  เทวา  สัททะ  มะนุสสา  เวสุง  เท่านั้นเอง  ส่วน พระศิวะ  พระนารายณ์ นั้นปกครองสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น
    Undecided มารในโลกมนุษย์นั้น  มีอยู่ในเพลงพวกเสื้อแดง ก็คือ “มารครองเมือง”  ไม่ต้องไปขอใครช่วย  พวกสายสัญญาที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนี่แหละ ช่วยเหลือปราบมารครองเมืองได้อย่างง่ายดาย  โดยการช่วยกันตีหลักประหารมาร นักการเมือง พวกเสื้อเหลือง พวกเสื้อแดง หรือพวกเสื้อหลากสี  ถ้าทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน  ตีหลีกประหารได้ทั้งนั้น แต่ไม่ต้องไปตีพวกเสื้อเหลืองที่มีหัวหน้าชื่อสนธิ ลิ้มโกเต็ก และพวกพรรคประชาธิปัตต์นะ  เพราะว่าบารมีของพวกอาจารย์สายสัญญาคนอื่นคงจะมาล้างอิทธิฤทธิ์ หลักของ อาจารย์ประหยัด ไม่ได้ ตามที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อพูดออก Asia Update ในรายการชูธง ว่า  ไม่น่าเชื่อว่า นายสนธิ  ที่เคยจูบปาก ดูดปาก พวกพรรค ประชาธิปัตต์ ก่อนที่จะมีการปฏิวัตินั้น  เวลานี้จะกลายมาเป็นศัตรูกัน  แม้แต่นายสุริยะใส กะตะศิลา และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ยังต้องมาฟ้องร้องกัน  คนอย่างพวกเสื้อแดง นปช.แดง มันใช้ปากหากิน  มันจะมารู้เรื่องอะไรกับ ความลี้ลับของภาคโลกทิพย์  โดยเฉพาะ หลักประหารมารของสายสัญญา
    Undecided ให้พวกอาจารย์สายสัญญา  ไปนำชื่อพวกที่คิดว่าเป็น “มาร” ที่จะมาทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน  เอามารวม ๆ กัน แล้วเอามาแบ่งกันว่า ใครจะปราบ “มาร” ตัวไหน  เมื่อแบ่งกันเสร็จแล้วก็ให้พากัน ตีปราบของใครของมัน  ซึ่งหากช้า สมมุติว่า คนละ ๑๕ ตัว มีอยู่ถึง ๑๐๐ ตัว  อาจารย์ประหยัดตีเพียงแค่ ๓ วันก็หมดแล้ว  รอไปอีก ๑ เดือน หากอาจารย์คนไหนตีมารตัวไหนไม่ลง  ก็อย่าหาว่าไม่ทันกินนะ  เพราะถ้าไม่ลงอาจารย์ประหยัด ก็จะแย่งตีเสียเล่น ๆ งั้นแหละ ใครจะทำไม หากเป็นมารภายในสังขาร ก็ให้ไปหา อ.เทพฤทธิ์ ปราบก็ได้  มารในสังขารนั้นจะปราบตัวแรกก็คือ ตัว ที่อยากได้เงินของลูกศิษย์นั่นแหละ  ตัวที่ ๒ ก็คือ ตัวที่จะมาสร้างองค์ หรือเหรียญ พ่อต้นฯ ขายนั่นอีกแหละ  ตัวที่ ๓ ก็คือ มารที่อยู่ในปากของอาจารย์ ทีสำรอกเอาแต่เรื่องโกหกพกลมให้ลูกศิษย์ฟัง ก็อีกตัวหนึ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2011, 10:09:18 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2011, 09:54:59 AM »

"อายุบวร"
    Lips Sealed 12/30/2011
       :Smiley ตามคำพยากรณ์  “ดวงเมืองไทย” ในปี “มะโรง” ๒๕๕๕ ลงในหนังสือ “สกุลไทย” ฉบับที่ ๒๙๘๓
เอาบางส่วนของเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ มาให้อ่าน

       Angry เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์ชาติไทย  วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง ๙ ริกเตอร์  ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองหลวงของประเทศไปทางเหนือราว ๑๐ กิโลเมตร และลึกลงไปใต้ดินราว ๑๕ กิโลเมตร  แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก  ระดับความเสียหายครั้งนี้เลวร้ายกว่ามหันตภัย “สึนามิ” เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗  มีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหนจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน  และประชาชนกว่าล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
        ไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ย้อนกลับมาใหม่  และรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว
        ผู้มีอำนาจในแผ่นดินจากไปอยู่ยังแดนไกล  ไร้ที่อยู่หรือมิฉะนั้น  สุดท้ายจะหายหน้าไป ไม่ปรากฏในวงสังคมอีกต่อไป

       Smiley ในครั้งเมื่อเกิด สึนามิ ในประเทศไทยครั้งแรกนั้น  ไม่มีโหรคนไหนได้พยากรณ์เอาไว้  เพราะว่ามันไม่น่าเกิดขึ้นได้  คนไทยรู้จัก สึนามิ แต่ในหนังเท่านั้น  เมื่อได้เจอของจริงไม่น่าจะได้เจอ ก็สมความปรารถนาของคนไทยแล้ว  แต่ประเทศไทยยังไม่เคยเจอแผ่นดินไหวระดับสูงกว่า ๗.๕ ริกเตอร์  หากมีโอกาสได้เจอระดับ ๙ ริกเตอร์นั้น ความฉิบหายบรรลัยวายวอดก็น่าจะทำให้คนตายเกินกว่าหนึ่งแสนคนขึ้นไป  หากเขื่อนภูมิพลร่วมมือด้วยละก้อ  กรุงเทพฯ น้ำจะท่วม และในครั้งนี้คงจะท่วมสูงมากกว่า ๑๐ เมตรขึ้นไป  น้ำจากเขื่อนก็คงจะกวาดผู้คนในกรุงเทพฯ ลงไปทะเล  ศพคนไทยจะลอยเกลื่อนทะเลไปหมด  
    Cry ก็ไม่ใช่เป็นการทำนายของโหนกระจอกอย่างโหนวารินทร์นะ  ที่ทำนายแล้วก็ไม่เกิดสึนามิ แต่ที่ทำนายนี้เป็น “โหรระดับประเทศ”  ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ว่ากัน  ตัวอาจารย์ประหยัดนั้นไม่สนหรอก  เพราะว่าเวลาเขื่อนภูมิพลพังนั้น  น้ำมันไม่ไหลย้อนขึ้นไปเชียงใหม่  มันจะไหลท่วมพวกกรุงเทพฯ ตายห่าหมด  ไม่ยกเว้นคนที่ปฏิบัติในสายสัญญาด้วย คนกรุงเทพฯ ที่รอดตายก็น่าจะเป็นพวกที่ขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ หรือเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดีย หรือพาอีหนูที่เป็นกิ๊กไปเที่ยวต่างประเทศ ยังไงก็พวกสายสัญญา  ก็พากันไปเชียงใหม่ ไปเช่าอพาตเม้นท์ หรือ แมนชั่น อยู่ซัก ๑ เดือน ในเดือน กุมภาพันธ์  เดือนหนึ่งก็ไม่แพง สองพันกว่าบาท  หากไม่เกิดตามคำทำนายของ โหรโสรัจจะ ก็คิดว่าไปพักผ่อนก็แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2011, 10:22:34 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2011, 05:16:05 PM »

"อายุบวร"
     ในสมัยเมื่อไปหา อ.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง ที่จังหวัดเชียงราย  ท่านก็เปิดคำดับล้างเป็นส่วนตัวให้อาจารย์ประหยัดและพวก  ซึ่งน่าจะดีกว่าคำดับล้างทั่วไป  เหมือนรถประจำทาง ที่สู้รถเก๋งส่วนตัวไม่ได้นั่นแหละ  แต่มันสำคัญอยู่ที่ว่า อ.หอมฟุ้ง ท่านยังปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่  แล้วจะรู้ได้ยังไง  ก็ไม่เป็นยากถามองค์บารมีของท่านดูซิ  เมื่ออาจารย์ประหยัด ถามท่านดู ท่านก็บอกว่าใช้ไม่ได้ เมื่อเปิดให้หลายครั้งแล้วใช้ไม่ได้ ก็ต้องงดที่จะไปหา อ.หอมฟุ้ง ที่ไปนั้นเพราะมีลูกศิษย์ของท่านชี้แนะให้ไป  แต่เมื่อท่านเปิดคำดับล้างส่วนตัว แบบที่ว่า ของเก๊ ก็ต้องขอลาอาจารย์ไปไม่มีวันที่จะหวนกลับไปหาอีกแล้ว  
    Wink ใครที่เจออาจารย์แบบที่ว่าอวดบารมี  สามารถเปิดคำดับล้างได้  ก็ให้ระวังเอาไว้  เพราะว่าถ้าเราดับล้างบ่อย ๆ เราก็สามารถที่จะเปิดคำดับล้างที่โมเมเอาเองได้  คำดับล้างที่เปิดได้จริงนั้นต้อง "บารมี" มาเปิดให้ มีอยู่วันหนึ่ง ที่ อ.บุญเพ็ง ว่าง ก็พาไปที่วัดเก้าตื้อ หลังวัดสวนดอก เมื่อ อ.บุญเพ็ง เข้าไปนั่งในวิหาร ก็เขียน องค์พระเจ้าเก้าตื้อ ให้ทันที เมื่อถามถึงองค์พระพิฆเนศ ท่านก็เขียนให้ แล้วท่านจะเขียนให้ได้ทุก ๆ องค์  เพราะฉะนั้นในสมุดองค์พระธรรมของ อ.บุญเพ็ง นั้น จะมีองค์พระธรรมมากมายแทบทุกชนิด  ซึ่งหากศิืษย์นำไปใช้แล้วก็จะใช้ไม่ได้ผล เพราะว่าไม่ได้เปิดเหมือนอย่างที่พ่อต้นฯ ท่านเปิด คนที่สามารถที่จะเปิดองค์พระธรรมได้จริง ๆ นั้น จะต้องเป็นคนที่มีหูทิพย์ ตาทิพย์ จะต้องคุยกับเทวดาเจ้าของเทพที่เป็นองค์พระธรรมได้ ซึ่งในประวัติพ่อต้นฯ นั้นท่านไม่ได้บอกว่าท่านคุยกับเทวดาได้  แต่ท่านจะบอกถึง "บารมี" เพื่อไม่ให้ศิษย์หลง

                
    Angry องค์นี้แหละ พระเจ้าเก้าตื้อ แต่คนเปิดไม่เคยรู้จัก หูตึง ก็เปิดเป็นองค์พระธรรมออกมาได้  ศิษย์ของ อ.บุญเพ็งท่านใดที่ศรัทธาในตัวท่านก็นำไปใช้ได้นะ ตั้งแต่เปิดมานั้นองค์พระธรรมองค์นี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของอาจารย์ประหยัดเลย แต่ก็ขอขอบคุณที่เป็นคนมีน้ำใจ เปิดให้สด ๆ ในวิหารพระเจ้าเก้าตื้อเลย แต่ดันไปเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า กงตื้อ
    Angry คนที่มีการเปิดพระโอษฐ์แล้ว  หากองค์เป็นผีชั้นต่ำอ้างว่าเป็นองค์พระศิวะ หรือในสายสัญญาเรียกว่า "แถนบัลลังก์ทอง" ก็จะเกิดความเดือดร้อนต่อสังขารนั้น  จะทำให้ผู้ที่เข้าหาไปเป็นศิษย์สายสัญญาผี ซึ่งการที่จะแก้ไขให้ได้นั้น ปกติแล้วเมื่อเป็นผีแถน อาจารย์ประหยัดจะไม่ได้แก้ไขให้ได้เลย เพราะพวกนี้จะไม่ยอมกลับมาหา เพราะผีในตัวนั้นจะกลัวแล้วจะพาร่างหนีทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องดูอื่นไกล ลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดเอง ก็มีอยู่หลายเว็บ ที่เก่งกว่าอาจารย์ประหยัดมาก ทำเว็บได้สวยงาม แต่ในด้านการปฏิบัติกับลูกศิษย์นั้น น่าจะเป็นพวกเดียวกันมากกว่า  จะไปหาอาจารย์คนอื่นมันก็ไม่กล้าไป ในเมื่อตัวเองเป็น แถนบัลลังก์ทอง ซึ่งจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อตัวของเขาเองยังไม่รู้ว่าเป็น ดูง่ายมาก เจอหน้าลูกศิษย์ก็ให้ยกถาดรับองค์พระธรรม ประจุองค์พระธรรมก็ต้องยกถาด แล้วก็จะกล่าวอ้างถึงพระบารมีเบื้องบนให้ทำสังฆทาน ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ไม่ทำเลยก็ต้องกลับไปมือเปล่า ระดับสายสัญญาที่เป็นนายพลที่อาจารย์บุญมายกย่องว่าเป็นผู้ใหญ่ ท่านเคยให้อาจารย์บุึญมาโทรไปว่าให้อาจารย์ประหยัดถึงเชียงใหม่  ในที่สุดเมื่อเห็นว่าเพียงแค่นายพลนอกราชการ มึงจะมาใหญ่กับกูนั้นคงไม่ได้ ก็เลยสวนกลับเป็นจดหมายไปหา อ.บุญมา หลายฉบับ โดยหมายเหตุหเอาไว้ว่า "ศิษย์อ่านได้ อาจารย์อ่านดี" ได้ยินว่าท่านกลับไปหา พ่อต้นฯ มาหลายปีแล้ว น่าจะชื่อว่า พล.ต.จำลอง ซึ่ีงหากอ.บุญมาเอาใจท่านนายพลผู้นี้ ก็น่าจะตีหลักประหารสายสัญญาคนที่ชื่อว่า อาจารย์ประหยัด ไปแล้ว การที่จะตีหลักประหารใครนั้นจะต้่องรู้จริงนะ เอาตัวอย่างที่พ่อต้นฯ ท่านทำ  ไม่อย่างงั้นบารมีไม่ถึงก็จะเข้าตัวเองมากกว่า
    Cheesy ในสมุดตำราองค์พระธรรมของ อ.บุญเพ็ง นั้น ก็ยังไม่เคยเจอองค์ "ภัยพิบัติ" หรือแก้ความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง  หากศิษย์ อ.บุญเพ็ง ไม่รู้จริง เอาองค์พระร่วงไปตีช่วยเหลือบ้านเมืองก็คงจะไม่ได้  เพราะเทพฯ ใหญ่ ๆ เท่านั้นจึงจะช่วยประเทศไทยได้  ไม่ใช่เพียงแค่ปราบมารในสังขารได้เท่านั้นแล้วจะไปปราบมารระดับประเทศได้  พิจารณาองค์พระธรรมให้ถูกต้องเสียก่อน แล้วก้มดูตัวเองว่า มีบารมีพอที่จะตีึได้หรือยัง  ไม่ใช่เอานายอ๊อดฟันหลอที่เคยขู่อาจารย์ประหยัดว่า ได้ระดมอาจารย์สายสัญญาทั่วประเทศไปตีหลักปราบอาจารย์ประหยัด ที่บ้านขวัญเวียง คนอย่างอ๊อดฟันหลอนะ ถ้าวันนี้โทรไปขู่หรือได้ยินเข้าหูอีก จะปราบศิษย์สายสัญญาคนนี้ด้วยการ์ดเสื้อแดง ให้ไปฟื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งสามารถทำได้ ในเมื่อพวกเดียวกันเขายังทำจนไปนอนโรงพยาบาลหลายคนอยู่แล้ว ดูเหมือนจะลงรูปเอาไว้ให้ดูแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2011, 08:32:05 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2011, 08:19:38 PM »

"อายุบวร"
              

    Angry นี่ก็เป็นอีกองค์หนึ่ง ที่ อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ เปิดให้กับอาจารย์ประหยัด ซึ่งเมื่อพูดถึง "พลังจักรวาล" ท่านก็เปิดให้ทันที ซึ่งจะให้เชื่อนั้นก็คงจะเชื่อได้ยาก  เพราะว่า อาจารย์ประหยัด นั้น ทรงองค์พลังจักรวาลอยู่แล้ว ท่านมีองค์ของท่านอยู่ในสายสัญญาอยู่แล้ว  เมื่อได้นำมาประจุเอาไว้ในสังขาร ท่านก็ลงประทับร่าง รับลูกศิษย์ลูกหาไปหลายสิบคนแล้ว ทุกคนที่รับไปนั้นสามารถนำไปปฏิบัติและใช้ได้ดีทุกคน  นอกจากว่าคนที่คิดว่าไม่เสียเงินแล้วก็ไม่ใช่ของจริง นั้นก็แล้วแต่เขา แต่ที่จริงนั้นแน่นอนก็คือ ที่ อ.บุญเพ็ง เปิดนั้น เป็นของ "เก๊" เปิดเพราะอยากอวดว่าท่านแน่ อาจารย์ประหยัดคงโง่ไม่รู้เท่าทัน หารู้ไม่ว่า องค์พลังจักรวาลนั้นอยู่กับอาจารย์ประหยัดมานานแล้ว  องค์ที่ อ.บุญเพ็ง เปิดนั้น น่าจะเป็น องค์พลังคนแก่หูตึง มากกว่า
    Angry เพราะฉะนั้น อ.เทวาฤทธิ์ ถ้าได้องค์พระธรรมของอาจารย์บุญเพ็ง แล้ว พากันยกทัพไปตี หลาย ๆ แห่ง นั้น คิดหรือว่าจะได้ผล เพราะองค์พระธรรมของ อ.บุญเพ็ง นั้น มีน้อยมากที่เป็นของพ่อต้นฯ ส่วนมากเป็นของ อ.บุญเพ็งเปิดเองทั้งนั้น อย่างองค์พลังจักรวาลองค์นี้ หากเป็นของจริง ก็สามารถนำไปรักษา โรคได้ทุกโรค ใครที่เป็นลูก เป็นลูกศิษย์ อ.บุญเพ็ง ก็สามารถนำไปทดสอบได้เลย ได้ผลยังไงก็เขียนเข้ามาบอกด้วย ก่อนอื่นก็นำไปรักษาโรค หูตึงของ อ.บุญเพ็งเสียก่อน "พระเจ้าเก้าตื้อ" ไม่ใช่ พระเจ้าใหญ่กงตื้อ ชื่อเดิมเขาก็เพราะพริ้งอยู่แล้ว อย่าไปอวดสู่รู้มากเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2011, 08:36:26 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 01, 2012, 10:46:21 AM »

"อายุบวร"
    Wink ถ้าจะสังเกตุให้ดีนั้น "องค์คาสิโน" ที่เปิดเมื่อ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๖ นั้น ลายมือจะเหมือนกับที่ อ.บุญเพ็ง เปิดองค์ พระเจ้าใหญ่กงตื้อ และ องค์พลังจักรวาล ให้แก่อาจารย์ประหยัด แต่องค์ คาสิโน นั้น เขียนกำกับเอาไว้ว่า รับ ๑๖ ก.ค.๑๖ ซึ่งความหมายในข้อความนี้ก็คือ รับองค์ฺนี้จากพ่อต้นฯ มา  แต่ อ.บุญเพ็ง ไม่เคยพูดถึง องค์พระธรรม ๒ องค์นี้เลย กลับไปยกย่ององค์ที่เห็นว่า เมื่อลูกศิษย์เห็นแล้วก็จะตาลุก ยกย่องอาจารย์ว่า เหนืออาจารย์คนอื่น เพราะว่ามีองค์พระธรรมที่อ่านชื่อแล้ว เลิศโลก เลิศฟ้า เลิศจักรวาล ทำเป็นคนแก่เดินย่อง มีภูมิปัญญา มีบารมีสูง เสียด้วย ก็เชื่อแกไปเป็นสิบ ๆ คน แล้วก็คงจะไม่นึกถึงแกแล้วในเวลานี้  โดยเฉพาะคุณหลินที่เป็นต้นคิดไปเชิญ อ.บุญเพ็ง มา เวลานี้ในยุทธจักร สายสัญญา ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ก็ไม่ยินหล่อนอยู่ในสายสัญาอีกหรือไม่ แล้วก็ไม่ได้ยินว่า หล่อนเปลี่ยนผัวใหม่หรือยัง แต่ถึงยังไงลูกสาวพ่อหยัด ที่แกมาพบเมื่อไม่กี่วันมานี้ เท่าที่ทราบ ก็มีผัวใหม่มาอีกคนแล้ว ทำยังกับว่า การเปลี่ยนผัวเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นของโก้หรูนะจ๊ะ ลูกสาวพ่อ อย่าไปเรียน อลิซาเบทเทเล่อร์เลย เธอมีผัวมา ๕ คน ก็รวย ๆ ทั้งนั้น ผัวตายทีก็รวยขึ้นทีหนึ่ง
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: