หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุ้มอิสรามันตราเม  (อ่าน 431 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 09, 2012, 02:12:16 PM »

"อายุบวร"
        

    Sad บ้านหลังนี้จะเรียกชื่อเป็นบ้านไม่ได้ ต้องเรียกว่า "คุ้มอิสรามันตราเม" อาจารย์ผู้สร้างคุ้มนี้ขึ้นมาก็คือ อาจารย์หลุยส์ ซึ่งไม่มีใครรู้ความเป็นไปเป็นมาของอาจารย์คนนี้อย่างแน่นอน
    Embarrassed ในสมัยเมื่อ อ.หลุยส์ เป็นลูกศิษย์ของ คุณครูติ๋ม (ดำ) ก็ได้พา อ.หลุยส์ ขณะนั้นกำลังเรียนอยู่ที่ มช. ไปเปิดพระโอษฐ์ กับ อาจารย์ประหยัด  เพียงแค่เปิดพระโอษฐ์ แล้วก็ประจุองค์พระธรรมให้ไป ๙ สายเท่านั้น  อ.หลุยส์ก็ไปเปิดสำนักทรง ทีแรกก็บอกว่าทรง "พ่อพระศิวะ" ซึ่งครูติ๋ิมนั้น ก็เปิดพระโอษฐ์แล้ว เป็นร่างของพระแม่อุมา่ปางกาลี  แต่เมื่อไปสำนักของ อ.หลุยส์ นั้น พระศิวะท่านไม่ได้มองพระแม่อุมาในร่างของครูติ๋ิม อยู่ในสายตาเลย  ซึ่งครูติ๋มนั้นก็เคยพาอาจารย์ประหยัด ไปสำนักทรงแห่งนี้ครั้งหนึ่ง  พระศิวะองค์นี้ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทรงจริงหรือเปล่า ท่านไม่รู้จักพระนารถพรหมฤาษีเลย ไม่รู้่จักอาจารย์ประหยัด ว่าเป็นใครมาจากไหน ไม่ทราบเหมือนกันว่าพระศิวะท่านโง่หรือร่างของท่านแกล้งโง่
    Embarrassed คนที่ไม่รู้จักบุญคุณของอาจารย์ที่เปิดภาษาเทพให้นั้น  จริง ๆ แล้วก็ไม่น่าจะหากินทางด้านสายเทพได้ แต่ อ.หลุยก็สามารถทำได้ เก่งยิ่งกว่าครูบาอาจารย์ของตัวเอง เจริญก้าวหน้าในด้านการทรงเจ้า จนสามารถสร้างคุ้มขึ้นมา ซึ่งถ้าประเมินราคาก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท  เวลานี้ก็เก็บเงินค่าดูหมอคนละ ๒๙ บาท เท่านั้น แต่ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี ๕ นะ
     ที่ว่าไม่เรียกเงินตั้งแต่แรกนั้นก็ไม่น่าจะเป็นความจริง  ครั้งแรกที่อาจารย์ประหยัดไปที่บ้าน อ.หลุยส์ นั้น เป็นบ้านใต้ถุนสูง ราคาก็คงจะไม่เกิน ๒ แสนบาท แต่เวลานี้ทำเป็นคุ้มใหญ่โต อย่างไม่น่าเชื่อว่า คนที่ไปเปิดพระโอษฐ์กับอาจารย์ประหยัด นั้น เพียงแค่ครั้งเดียว ภายใน ๕-๖ ปี มานี้ สามารถหาเงินได้มากมาย น่าจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ อ.หลุยส์ เพราะว่า องค์เทพที่เป็นของจริงของครูติ๋ม ยังไม่สามารถทำได้  เพราะฉะนั้นศิษย์สายสัญญาผู้ใดที่คิดจะตั้งสำนักทรงเพื่อเป็น "อาชีพ" หลัก ก็น่าที่จะต้องไปตำหนัก อ.หลุยส์ ศึกษาวิธีการ ว่าเขาทำกันยังไง เมื่อรู้วิธีหาเงินแล้ว ก็ให้ไป "เปิดพระโอษฐ์" แล้วก็มาทำมาหากินอย่างอาจารย์หลุยส์ได้
    Embarrassed ก็มีลูกศิษย์ อ.หลุยส์ มาเปิดพระโอษฐ์ ที่ อาจารย์ประหยัด หลายท่าน เมื่อปฏิบัติไปแล้วก็ให้กลับไปหา อ.หลุยส์ อีก ก็ไม่มีใครอยากที่จะกลับไป เพราะว่า เขารู้ว่าที่ อ.หลุยส์ ทรงนั้น หาใช่พระศิวะไม่ หากเป็นอย่างนั้น คนที่ยังไปอยู่ก็น่าจะปล่อยให้พวกเขาโง่กันต่อไปอีกนานเท่านาน ห่างบ้านอาจารย์ประหยัดไปทางทิศตะวันตก ก็มีอีกสำนักหนึ่งที่เป็นพ่อปู่ เปิดสำนักแบบเดียวกันกับ อ.หลุยส์ นี่แหละ ก็มีคนต่างจังหวัดไปหา มากพอ ๆ กับ อ.หลุยส์ นั่นแหละ ทั้งสองท่านนี้เก่งกว่า อาจารย์ประหยัด จึงมีคนขึ้นมาก ตัว อาจารย์ประหยัด นั้นไม่เก่งเหมือนลูกศิษย์ แต่หากว่าศิษย์ ๒ สำนักนี้มาหาอาจารย์ประหยัดละก้อ จะไม่กลับไปหาอาจารย์ของตัวเองอีกเลย มันก็น่าคิดนะ
    Sad ใครที่อยากจะไปดูงานที่คุ้ม ก็พิมพ์ชื่อ อ.หลุยส์ สารภี ใน Google แล้วก็ Search หาได้ มีแผนที่ให้เดินทางไปด้วยนะ เมื่อไปแล้วก็อย่าลืมเข้ามาเขียนโปรโมทในเว็บนี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 11, 2012, 09:51:23 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:07:12 AM »

"อายุบวร"
    Sadสำหรับคนที่ต้องการจะเข้ามาหากินในสายเทพนั้น  ก่อนอื่นจะต้องมีการลงทุนตระเวณไปตามสำนักทรงต่าง ๆ แล้วก็จะต้องเป็นคนช่างสังเกตุ ว่าเจ้าทรงเหล่านั้นเขาเอาอะไรมาประยุกต์ เพื่อที่จะให้บรรดาคนทั้งหลายได้มาเชื่อถือ ซึ่ง อ.หลุยส์ และ อ.ปั๋นโว ทั้งสองท่านนี้  คนหนึ่งจบปริญญาตรี มช. อีกคนหนึ่งนั้นเป็น อดีตพ่อค้าขายของเก่าทุกชนิด ทั้งสองคนนี้มีศิลปะในการพูด เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ตัวเขาก็คงจะไม่ห้ามลอกเลียนแบบนะ ปั๋นโวนั้นชอบอ้างบรรดารัฐมนตรีดัง ๆ ว่ามาหาเขาที่สำนักหรือกำลังจะมา คราวเมื่อปั๋นโวแกอ้างว่าคุณหญิงสุดารัตน์ก็จะมาในอาทิตย์หน้า ก็ดูในทีวีว่าคุณหญิงท่านจะมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ก็ไม่เห็นมา จริง ๆ ก็รู้อยู่แล้วแต่เพื่อพิสูจน์ก็ต้องติดตามดูม้วนต่อไป ก็ดูไปจนจบม้วนก็ราคาคุยทั้งสิ้น เขาหลอกคนที่มีองค์ไม่ได้ นอกจากคนที่ไม่มีองค์ แม้จะเป็นถึงระดับแม่ทัพบกนายพลต่าง ๆ ก็ถูกโหนวารินทร์ ทำให้กลายเป็นนายพลหน้าโง่มาหลายสิบคนแล้ว ข่าวของ อ.หลุึยส์นั้น มีระดับคนในวังท่านก็ไปพบด้วย ซึ่งก็น่าไปนะเพราะท่านก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้เป็นระดับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมาก่อน ก็อย่าไปว่าอะไรเลยแม้แต่ คุณหญิงหลุยส์ เจ้าของมาบุญครอง เมื่อหลายปีก่อน ก็ไปหาอาจารย์สุชาติอยู่บ่อย ๆ น่าจะฉลาดน้อยกว่า อาจารย์ประหยัด ที่ไปแล้วก็ไม่ได้ไปหลงเข้าไปอยู่ตลอด นานปีก็ไปหนหนึ่ง ไปดูความเจริญก้าวหน้าของท่าน อ.สุชาติ
    Tongue เมื่อตั้งใจดูงานแล้ว ก็ให้ไปเปิดพระโอษฐ์ แต่ก็ต้องใช้เวลาโปรโมทตนเอง น่าจะเป็นปีนะ จนเป็นที่เลื่องลือออกไป ตอนนั้นก็ต้องรีบ ๆ กวาดเงินเข้ากระเป๋าให้มาก เพราะว่า อาชีพนี้มันอยู่นานไม่ได้หรอก เพราะถ้ามีคนที่เราทำอะไรให้แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็นำไปเล่าต่อ ๆ ไป ก็เจ้งกับเจ้งเท่านั้นแหละ ซึ่งก็มี "พระ" ชื่อ พระตุ๋ย อยู่วัดกู่เสือ เหนือบ้าน อ.ประหยัด ไป  ประมาณกิโลครึ่ง ดูหมอวันละ ๒๐ คนๆ ละ ๑๐๐ บาท ผ่านมา ๒ เดือนนี้ ชาวบ้านร้องเรียนพากันขับไล่ ก็ได้หนีกลับไปอยู่วัดเดิม คือวัดทุงยู หน้าโรงพักกองเมืองเก่า
    >Cheesy สายสัญญานั้นหากประยุกต์เพิ่มด้วยการเปิดพระโอษฐ์ ก็จะหากินทางการทำพิธีดูหมอ แก้กรรมแก้เวรได้อย่างสบาย แต่จะต้องเก็บเงินให้ค่อนข้างมากนะ ไม่งั้นจะไม่ขลัง ยิ่งเรียกเงินมาก คนไปหาก็ยิ่งเชื่อถือตามจำนวนเงิน หากทำฟรีอย่างอาจารย์ประหยัด คนจะไม่ค่อยเชื่อถือ แม้จะจับเอาเทพยัดใส่เข้าไปในสังขาร ก็ยังไม่เชื่อถือองค์บารมีของตนเอง แต่ชอบที่จะไปเชื่อถือเทพที่เป็นเจ้าทรง แล้วก็จะค่อย ๆ จางจืดชึดไปจากเจ้าทรง เพราะหมดเงินนั่นแหละ สายสัญญา-ประยุกต์ นั้นทำอะไรได้มากกว่าที่คิดนะ หากมีสมองคิด แต่หากว่ามีมันสมองเท่าหัวแม่ตีนละก้อ น่าจะเทียบเท่ากับ ดร.เสรี วงศ์มนฑา ที่มีกับเขาเหมือนกัน แต่เอาไว้ "ฉี่"อย่างเดียว ส่วนรูที่เอาไว้ถ่ายนั้นก็เอาไปใช้อย่างอื่นแทน
    Sad สิ่งที่สายสัญญาทำไม่ได้อย่างเต็มที่ก็คือด้านการรักษาโรค  ซึ่งผู้ที่อยู่ในสายสัญญาน่าจะไปเรียนเพิ่มอีกในด้านการรักษา ซึ่งอันแรกน่าจะเป็น "น้ำหมักป้าเช็ง" ซึ่งรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้มากกว่าองค์พระธรรมในสายสัญญา เช่น โรคผิวหนัง โรคปวดตามข้อกระดูก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดมดลูก ฯลฯ ซึ่งหากจะดูสังขารของป้าเช็งแล้ว อายุ ๗๓ ปี อ่านหนังสือไม่ใส่แว่น สอนหมัก ทีวี ช่อง Supper Cheng ปากกล้ายิ่งกว่า คุณจตุพร คุณณัฐวุฒิ เสื้อแดงเสียอีก ด่าพรรคประชาธิปัตต์ เป็นเหี่ยเป็นสัตว์เลื้อยคลาน โดยที่คนในพรรคนี้ไม่กล้าไปต่อกร แม้แต่ ดร.นิติภูมิ เนาวรัตน์ เป็น สส.ปาตี้ ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกทางทีวีมากเท่าไรนัก เพราะกลัว "ปาก" ป้าเช็ง
    Lips Sealed น้ำหมักป้าเช็งนั้นไม่รวดเร็วเหมือนการเปิดพระโอษฐ์ แต่ต้องใช้เวลาที่จะดีก็ต้อง ๖ เดือนขึ้นไป แต่หากหมักถึง ๑๐ ปี เพียงแค่หัวแม่มือ หลอดเดียวป้าเช็งขาย ๑,๐๐๐.-บาท ขายเวลาไม่ได้ขายน้ำหมักนะ ใครกลัวเสียเงิน แกก็มีสูตรหมักให้ไปหมักเอง ซึ่งการเรียนรู้และใช้น้ำหมักนั้นไม่ต้องอาศัยเทพหรือวิชาใด ๆ ทั้งสิ้น อาศัยเวลาเท่านั้นแหละั  
    Cry ก็มีอีกวิชาหนึ่งที่อาศัยเวลา ก็คือวิชารักษาโรคของหมอแกน กายสิทธิ์ ดูคล้าย ๆ กับวิชาพลังจักรวาล แต่น่าจะเหนือกว่ามาก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฝึก คนที่ฝึกน่าจะต้องฝึกอย่างน้อย ๙๐ ช.ม.ขึ้นไป ซึ่ง อาจารย์ประหยัด กำลังศึกษาอยู่ แต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ  แต่ผู้ที่ปฏิบัติแล้ว ก็คือ เจ๊กุงและ อ.ชาตรี น้องชาย ทั้งสองคนนี้เป็นสายสัญญาสาย อ.บุญมา แล้วก็ได้ผลแล้ว สายสัญญานั้นปราบผี ปราบคุณไสย ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถเขียนองค์พระธรรมขับโรคออกไปจากร่างกายได้ แต่วิชาของหมอแกนทำได้ คนที่มีอายุมากขึ้นน่าจะเกือบเกษียณแล้ว ควรที่จะเรียนรู้วิธีการหมัีก ซึ่งน่าจะหมักเอาไว้ใช้ก่อนที่ร่างกายจะแก่ หรือเสื่อมโทรม หมักแล้วก็นั่งรอนอนรอเวลาที่จะใช้ ก็เอาเวลาที่เหลือไปเรียนรู้การรักษาโรคของหมอแกน ซึ่งสามารถรักษาโรคได้มากมายแม้แต่โรคมะเร็งก็ยังสามารถรักษาให้หายได้ ไม่เสียเงิน แต่หากต้องการาความรู้เร็ว ก็ต้องซื้อหนังสือไปอ่านเพิ่ม ขี้เกียจอ่านก็ต้องซื้อ VCD ไปดู ซึ่งก็น่าจะอุดหนุนหมอแกนบ้าง เพราะว่าเขาไม่มีอาชีพ สอนก็สอนให้ฟรี แต่ก็อย่างว่านะ ศิษย์สายสัญญานั้นชอบของฟรี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2012, 09:59:55 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: