หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทฤษฎี "โพเพทัส" โดยหมอแกน  (อ่าน 1443 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 07:32:14 PM »

"อายุบวร"
    Grin วันนี้เป็นวันเด็ก  แต่เมื่อ อาจารย์ประหยัด ไม่ใช่เด็ก ก็กำลังจะกลายเป็นเด็กในไม่ช้า ก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป  แต่จะทำยังไงไม่ให้สมองนั้นแก่ตามสังขารไป  ที่คนทั้งหลายเรียกว่า ความจำเสื่อม คือกินข้าวแล้วก็บอกว่ายังไม่ได้กิน  ก็มีวิชาหนึ่งที่สามารถทำให้สังขารหยุดเสื่อม คือไม่แก่ลงแล้วทำให้หนุ่มขึ้นได้ สามารถขับโรคภัยทุกชนิดออกจากสังขารได้  แต่ยังไม่ได้คุยกับหมอแกนมาก จึงไม่ได้ถามว่า  หากคนป่วยนั้นเป็นโรคเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรจะรักษาให้หายได้หรือไม่
    Cheesy ความจริงก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฏี Popatas นี้  มานานพอสมควร  ซึ่งการหายใจนั้นก็เหมือนกับสายสัญญา  แต่จะแตกต่างคือ สายสัญญานั้นสูดเข้าแล้วก็ปล่อยออก  แต่โพเพทัส นั้น จะมีทั้งสูดเข้าและปล่อย ออก ในเวลาเท่ากัน  ก็คงจะเขียนได้เท่านี้เพราะยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ในสายสัญญานั้นก็มีองค์พระธรรมมากมายที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ปราบมาร ปราบผี ปราบคุณไสย  เสริม บุญกุศล ให้กับสังขารและวิญญาณ แต่ในด้านการรักษาโรคนั้น  จะไม่มีองค์พระธรรมที่เขียนแล้วรักษาได้เกือบทุกโรคเหมือน โพเพทัส  เอาง่าย ๆ ก็คือ สายสัญญา ไม่มีองค์พระธรรมที่รักษาโรคมะเร็งได้  สายสัญญาไม่มีองค์พระธรรมเขียนแล้วทำให้ผมขาวค่อย ๆ กลายเป็นผมดำได้ ไม่สามารถสั่งให้สายตาที่ยาวหรือสั้นให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ แต่หมอแกนนั้น เอาทฤษฏี โพเพทัส มาแนะนำให้คนปฏิบัติแล้วหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้
       Cry ทฤษฎีโพเพทัส นั้น เป็นทฤษฏีต่างกาแลคซี่  แหกกฎธรรมชาติ  ซึ่งในกฎของพระพุทธเจ้า ที่มีอยู่ก็คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย  แต่หมอแกนนั้นเอาทฤษฎีนี้มาใช้  เมื่อปฏิบัติแล้วก็จะไม่เจ็บ ไม่ป่วย ส่วนตายนั้น  ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง  เพราะว่าผู้ที่ปฏิบัติได้นั้นเขายังไม่ตายกัน  ซึ่งหากว่าใครที่ปฏิบัติในสายเทพจนสามารถถามองค์ได้แล้วนั้น  ก็ลองถามองค์บารมีดูว่า “ทฤษฎีต่างกาแลคซี่” นั้น มีจริง  ถ้าองค์บารมียังตอบไม่ได้เพราะเป็นองค์เล็กอยู่ก็ไม่ว่ากัน แต่หากเป็นองค์ใหญ่ตอบผิดแล้วตอบไม่ได้  ก็ให้กลับไป ดับล้าง ปฏิบัติ ตัวใหม่  ในการเรียนรู้กับหมอแกนนั้น “ฟรี” เหมือน สายสัญญา-ประยุกต์ ของ อาจารย์ประหยัด นี่แหละ  แต่มุ่งทำเพื่อรักษาโรคโดยเฉพาะเท่านั้น คนที่จะเข้ามาปฏิบัติใน “ทฤษฎีโพเพทัส” นั้น  หมอแกนบอกว่า  จะต้องทำดังต่อไปนี้คือ
๑.   ดื่มน้ำได้วันละ ๓,๐๐๐ CC.
๒.   นอนหลับได้วันละ ๙  ช.ม.
๓.   กินอาหารวันละ ๒ มื้อ (ไก่,ปลาน้ำเค็ม) ผัก ผลไม้ มัน ข้าวขาวห้ามกิน
๔.   นั่งสูดลมหายใจ วันละ ๕ ครั้ง ๆ ละ ๑๕ นาที
       อย่าลืมนะ ทฤษฎี โพเพทัส นั้น  รักษาโรคได้อย่างเดียว  เมื่อหายแล้วปฏิบัติต่อไปจะไม่ แก่  ลืมความแก่ได้เลย  หากตอนที่อายุ ๒๕ ปี มีทฤษฎีนี้  เวลานี้อาจารย์ประหยัดก็ยัง “เอาะๆ” อยู่  น่าจะเปลี่ยนเมียมาแล้วนับสิบคน  เสียดายที่ทฤษฎีนี้มาช้าไปหน่อย
    >Cheesy แต่สำหรับศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น ส่วนมากก็ยัง “เอาะๆ” อยู่  ก็น่าจะเข้ามาปฏิบัตินะจ๊ะ  เพราะจะทำให้ร่างกาย ไม่เจ็บ ไม่ป่วย  ไม่แก่  ก็ยังไม่ได้ถามหมอแกนว่า ผีเข้า ถูกของ จะรักษาได้หรือเปล่า หรือถ้าดวงตกค้าขายไม่ดีนั้น  คงจะเสริมให้อย่างสายสัญญาไม่ได้  วันนี้ได้เจอคุณน้องจากสงขลามา ๓ คน  ใจถึงยิ่งกว่าพวกกรุงเทพฯ เสียอีกนะ  แต่หากว่าได้เรียนรู้แล้วนำไปปฏิบัติก็คุ้มค่านะจ๊ะ อาซิ้ม อาซ้อ ทั้งหลาย  หากใครสนใจก็ไปเปิดดู ในเว็บได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 08:38:22 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 05:17:32 PM »

"อายุบวร"


      Azn ความจริงวันนี้ตั้งใจว่าจะไปหาหมอแกนตั้งแต่เที่ยง  ปรากฎว่า ๘.๓๐ น. ก็มีลูกศิษย์มาหา ๑ คน ประจุองค์พระธรรมยังไม่ทันเสร็จ คุณสมหมาย ก็มาจากกรุงเทพ ๒ สามีภรรยา และ ลูกอีก ๓ ก็มาเปิดพระโอษฐ์  เสร็จแล้วก็เลยรับยกถาดไป  ซึ่งคุณสมหมายแกเคยไปหาเจ้าทรงก็เสียเงินไปมากพอสมควร พอคุณสมหมายแกจะลงบ้านก็มีลูกศิษย์เก่ามาอีก ๒ คน แล้วก็ตามมาอีก ๔ คน กว่าจะประจุองค์ประธรรมและเปิดองค์ ๔ คน ก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่า
    Cry ก็เหมือนถูกพยายามไม่ให้ไป  แต่คิดว่าจะไปถ่ายรูปหมอแกนมาให้ดู ก็เลยต้องไป  ไปนั่งฟังหมอแกนเล่าเรื่องต่าง ๆ น่าที่จะเล่าให้อาจารย์ประหยัดฟังมากกว่า ชาวบ้านเขาฟังแล้วไม่ทราบว่าจะรู้เรื่องหรือ ? ฟังแล้วก็นำมาเล่าต่อไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายมันแข็งแรงมาก ก็ไม่อยากจะติดคุกตอนแก่  วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเดือนนี้ที่หมอแกนจะมาบรรยาย  ต้องรอไปวันที่ ๑๑ เดือนหน้าจึงจะมีการบรรยายใหม่  ซึ่งชีวิตหมอแกนในด้านการรักษาคนนั้น ก็เหมือนกับที่อาจารย์ประหยัดทำ หมอไม่ได้คิดเงิน แต่ให้วิชาฟรี  ซึ่งเมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเห็นผลก็ต้องใช้เวลา เป็นเดือน ๆ ขึ้นไป บางคนก็หลายเดือน  แต่สายสัญญานั้น เมื่อเปิดพระโอษฐ์ พูดภาษาเทพได้เดี๊ยวนี้ คนเรายังไม่เห็นคุณค่าขององค์พระบารมีประจำสังขารเลย แล้ววิชาของหมอแกนนั้นแม้จะเป็นของจริง ก็ต้องใช้เวลาในการปฏิบัติ ซึ่งถ้าใครทำได้ก็หายป่วยอย่างแน่นอน เพราะว่าคนในสายสัญญาระดับ เจ๊กุง และ อ.ชาชตรี เขาไปฏิบัติแล้วได้ผล ๒ ท่านนี้เป็นสายสัญญารุ่นเดียวกับอาจารย์ประหยัด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 11:47:50 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 10:00:00 AM »

"อายุบวร"

พระพุทธโอวาท : เกิด แก่ เจ็บ ตาย  

กิด แก่ เจ็บ ตาย
เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด

และเมื่อตายแล้ว สิ่งที่ติดตัวไปก็คือ
บุญและบาปที่ตนสร้างไว้ตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น
มีลาภ แล้วก็ย่อมมีเสื่อมลาภได้
มียศ แล้วก็ย่อมมีเสื่อมยศได้
มีเกียรติ แล้วก็ย่อมมีเสื่อมเกียรติได้

      Angry ทฤษฎี โพเพทัส เป็นทฤษฎี แหกกฎธรรมชาติ  
"ธรรมะ" คือธรรมชาติ เมื่อทฤษฎี โพเพทัส แหกกฎธรรมชาติได้ ก็เท่ากับว่าแหกกฎของ "ธรรมะ" ได้  คือโพเพทัสนั้น เมื่อปฏิบัติได้จะไม่ เจ็บ คือไม่ป่วย ไม่แก่ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็จะไม่ตาย ทฤษฎี โพเพทัส มาจากดาวโพเพทัส ก็ยังไม่รู้ว่ามาได้ยังไง ซึ่งดาวดวงนี้อยู่อีก กาแลคซี่ หนึ่งของจักรวาล  การที่จะมาสู่โลกมนุษย์ได้นั้นก็จะต้องใช้คลื่นความถี่ที่สูงมาก แตกต่างกับวิญญาณของโลกมนุษย์ซึ่งมีคลื่นความถี่ไม่ตรงกันและมีคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า  เพราะฉะนั้น เทพ-พรหม ในเมืองมนุษย์จึงไม่สามารถที่จะไปดาวดวงนี้ได้  แม้แต่องค์ตรีมูรติซึ่งปกครองสามโลก ก็ยังไม่เคยไปดาวโพเพทัส  แต่ในโ่ลกมนุษย์ก็มีกฎอยู่อย่างหนึ่งก็คือ โลกนี้เป็นถิ่นของมนุษย์และบรรดาเทวดาทั้งหลาย คลื่นความถึ่ของ โพเพทัส ที่มาไกลนั้น ใช้ได้เฉพาะบางส่วนในโลกมนุษย์นี้เท่านั้น คือ การรักษาโรค แต่จะไม่ีครอบคลุมไปถึง เทพ-เทวดา หรือกฎแห่งกรรมได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ยิน หมอแกน ท่านพูดถึงเรื่อง เทพ-เทวดา  คนเรานั้นสามารถจูนคลื่นให้ตรงกับคลื่นของเทพ-เทวดาได้ คือ คนที่นั่งวิปัสนากัมมัฎฐาน ได้ฌาณ ๔ ก็จะเห็นองค์เทพในสังขารมนุษย์ได้ แล้วก็สามารถแปลภาษาเทพได้
     เมื่อ ทฤษฎี โพเพทัส สามารถแหกกฎของมนุษย์ โดยที่ หมอแกน บรรยายว่า เขาจะไม่ตาย ซึ่งตัวเขานั้นจะไม่ป่วย ไม่แก่ การมาของทฤษฎี โพเพทัส นี้ มาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ เพราะว่าโลกมนุษย์นี้มันใกล้จะดับแล้ว ก็ยังไม่ได้ยินหมอแกนพูดว่า เมื่อไม่ป่วยก็ไม่ตาย แต่ถ้าถูกรถชน ถูกยิง และนั่งอยู่บนเครื่องบินตก จะตายไหม ต้องตายแต่นอน ก็แสดงว่าการแหกกฎธรรมชาติที่ว่า อยู่เหนือความตายนั้น ยังไม่สามารถครอบคลุมไปหมดได้ หมอแกนพูดเหมือนกับว่าตนเองนั้นจะเป็น "อมตะ" คือจะไม่ตาย  แต่ ทฤษฎี โพเพทัส นี้เพิ่งจะมาในช่วงชีวิตของหมอแกน ซึ่งมีอายุ ๔๒ ปี ก็ยังดูหนุ่มแน่นกว่าอายุมาก ซึ่งต้องรอดูไปว่า เมื่อหมอแกนอายุถึง ๖๐ ปี นั้น สังขารจะไม่แก่ตามอายุได้จริงหรือไม่
       เพียงแค่ไปฟังหมอแกนบรรยาย ๒ วัน คือ วันเด็กกับวันก่อนวันครู เมื่อมานอนคิดในตอน ตี ๕ ก็เกิดความสว่างขึ้นมา ซึ่งมีองค์พระธรรมองค์หนึ่งที่มีอยู่ในสมุด คือ องค์วิยั่งสังขาร องค์นี้มีอยู่ในมือมาแล้ว ๑๙ ปี ไม่เคยสนใจ เพราะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ตาม "พุทธโอวาท" เพราะแม้แต่ พระพุทธองค์ ยังแก่ และก็ต้องตาย ก็เลยไม่ได้สนใจ เมื่อคิดได้ก็ต้องมาค้นหาความจริงขององค์พระธรรมองค์นี้  ซึ่งถ้าเราจะยั่งสังขารอยู่ได้นั้น ก็จะต้องเป็นคนที่ไม่เจ็บไม่ป่วย เพราะฉะนั้นองค์็พระธรรมองค์นี้จึงเป็นองค์รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ในสังขารของมนุษย์ เมื่อรักษาโรคหมดตัวแล้ว จึงจะยั่งสังขารให้อยู่ได้หรือคืนเดิมไปอยู่ในวัยหนุ่มสาวได้ คือวัยอาจจะกลับเป็นหนุ่มสาวลงไปอีก ๑๐ ปี ก็อาจเป็นไปได้ หาก ทฤษฎี โพเพทัส ทำได้ องค์พระธรรมในสายสัญญาก็ต้องทำได้เหนือกว่า เพียงแค่คำว่า "ยั่งสังขาร" นั้น กว่าจะเข้าใจก็ต้องผ่านการปฏิบัติอยู่ในสายสัญญามาถึง ๒๐ ปี คนที่อยู่มานานตั้งแต่สมัุยพ่อต้นฯ นั้น อาจารย์เหล่านั้นท่านก็ละทิ้งสังขารไปมากมายแล้ว ไม่ละเว้นแม้แต่พ่อต้นฯ ซึ่งเป็นคนเปิดองค์พระธรรมพระองค์นี้ลงมา แต่ท่านก็คงไม่เข้าใจและไม่ได้ใช้ พ่อต้นฯ จึงไม่สามารถยั่งสังขารไม่ให้แก่ได้
     ที่นำมาเขียนให้อ่านนั้น ทุกคนอ่านแล้วพิจารณาเอาเอง จริงหรือไม่นั้น ก็ไปดูองค์พระธรรมอีกหลาย ๆ องค์ ซึ่งพวกเราใช้อยู่ เช่น องค์ปราบมารเบื้องล่าง เมื่อมีคนป่วยที่ถูกผีเข้ามา เราก็เอาองค์พระธรรมหลาย ๆ พระองค์ ปราบหรือขับไล่ออกไปได้ เช่น องค์พระร่วง องค์พระราชทูต องค์มิพญาธรรม หรือแม้่แต่เป็นมาร ก็มีองค๋์ปราบมารเบื้องสูง หรือแม้จะสูงกว่านี้ก็มีัองค์ "ตรีมูรติ" ปราบได้ สูงกว่านี้ ก็มีองค์อรหันต์็ผู้ประเสริฐ องค์อรหันต์็ผู้สำเร็จ ซึ่งที่พูดมานี้ได้ใช้องค์พระธรรมเหล่านี้มาหมดแล้ว "มาร" อยู่ในระดับเทวดาฝ่ายมารชั้นที่ ๖ ก็สู้อาจารย์ประหยัดไม่ได้ ซึ่งหากพูดอย่างนี้ อาจจะมีมารที่คิดอยากลองของ ไปหาเพื่อที่จะลองอีกสัีกตั้งว่า จะชนะเทพอย่างพระศิวะ หรือพระนารายณ์ ได้อีกหรือไม่ ก็บอกว่าอย่ามาเลยเสียจะดีกว่า เพราะสังขารมารที่สิงอยู่นั้น เป็นสังขารที่ท่านไม่สามารถจะใช้ได้เต็มกำลัง เพราะว่าไม่มีการปฏิบัติ เหมือนนักมวยที่ไม่ค่อยได้ซ้อม ขึ้นเวทียกแรกมันก็ถูกน็อคเอาง่าย ๆ มารทั้งหลายควรที่จะส่ง SMS ไปบอกกันทั่วสวรรค์ชั้น ๖ ของมารแล้วว่า อย่าได้ไปรบกับสังขารของเทพที่อยู่ในเมืองมนุษย์ ที่มีชื่อว่า อาจารย์ประหยัด เลยนะ เพราะว่ามนุษย์คนนี้ถ้าเป็นนักมวย ก็ซ้อมอยู่ทุกวัน มีับรรดาลูกสมุนของมารไปให้ซ้อมมือเล่นอยู่บ่อย ๆ
     เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มนุษย์ผู้ชาย ที่ได้เปิดพระโอษฐ์ไปให้ก่อนหน้านี้ ก็ได้กลับมา ๔ คน เจ้ากรรมนายเวรนั้นก็ได้สงบลงไปเกือบหมด เมื่อนำมาพูดสนทนาด้วยก็มีปู่ฤษีมา แล้วในที่สุดเจ้ากรรมนายเวรก็ได้ออกมาสนทนาด้วย ก็ได้โอนบุญให้ไปอีก ซึ่งบรรดาภรรยาและผู้ที่ติดตามมานั้น เห็น อาจารย์ประหยัดโอนบุญให้ แล้วก็ได้ผล เห็นกับตา เมื่อกลับไปบ้านก็ช่วยกันโอนบุญ ซึ่งเคยพูดว่าเจ้ากรรมนายเวรนั้นปราบไม่ได้ แต่เมื่อเรารู้จักให้คือ "ให้บุญ" แก่เขา เมื่อเขาได้รับ ความโกรธ ความอาฆาติพยาบาท ก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงไป แล้วในที่สุดวิญญาณดวงนี้ก็จะจากไป ไปตามบุญบาปของของเขา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 11:49:12 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 11:27:52 AM »

"อายุบวร"
    Angry องค์พระธรรมที่มีพระนามว่า "องค์วิยั่งสังขาร" นั้น เป็นเทพองค์หนึ่งที่เป็นเพศหญิง ซึ่งหากไม่ใช่ผู้หญิงแล้วก็คงจะไม่สนใจในความแก่ ก็ต้องพยายามรักษาร่างกายตัวเองไม่ได้เจ็บป่วย ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บนั้นก็จะทำให้สังขารเสื่อมสลาย ร่วงโรยไป แต่ในภพของสวรรค์นั้น สังขารของเทพ-เทวดาไม่มีวันแก่อยู่แล้ว แต่เทวดาก็มีอายุขัยนะ เทวดาก็ตายได้เหมือนกัน แต่จะตายยังไงก็ต้องไปศึกษาเอาเอง ที่ หมอแกน ท่านบอกว่า ท่านเป็นอมตะ จะไม่ตาย ซึ่งเทวดาเรานั้นตายยาก แต่เทวดาที่เป็น อมตะ นั้น ก็น่าจะได้ดื่มน้ำ "อมฤทธิ์" แล้ว ก็จะไม่มีวันตาย
    Sad หมอแกนท่านได้เล่าถึงอำมาตย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ คือถ่ายไม่ค่อยออก ต้องใช้เข็มฉีดยาอยู่ตลอดเวลา ส่วนคุณหมอแกนนั้นท่านเหนือกว่าผู้มีบุญท่านนี้ คือหมอแกนไม่ป่วย ไม่เคยถูกเข็มฉีดยาเลย มันก็เป็นความจริงเหมือนกัน เพราะแม้จะมีเงินหลายหมื่นหลายแสนล้านแต่ก็นอนอยู่บนเตียง ก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ ก็มีบริวารใกล้ชิดของคนป่วยซึ่งได้หายป่วยแล้วจาก ทฤษฎี โพเพทัส จึงได้มานิมนต์ขอร้องคุณหมอแกนไปรักษาคนป่วยผู้มีบุญท่านนี้  คุณหมอแกนท่านบอกว่าอยากรักษาก็ให้มาหาท่านที่บ้านหรือสำนักงาน ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้  ก็ยังสงสัยอยู่ว่าที่เล่านี้จริง หรือเป็นนิทาน ใครอยากรู้ก็ต้องถามองค์บารของตัวเองว่าจริงหรือไม่ แต่อาจารย์ประหยัดนั้นรู้จักอำมาตย์ผู้ใหญ่ท่านนี้ดีนะ
     เนื่องจากคลื่นความถี่ของ หมอแกน นั้นไม่ตรงกับคลื่นความถี่ของ เทพประจำสังขาร อาจารย์ประหยัด จึงทำให้หมอแกนท่านจะไม่สามารถรู้เกี่ยวกับอาจารย์ประหยัดได้  หมอแกนสามารถสั่งโรคของคนอื่นให้หายได้ แต่ท่านก็ไม่เมตตาสั่งโรคในสังขารของอาจารย์ประหยัด แต่ก็ไม่เป็นไรนะ เอาไว้ อาจารย์ชาตรีมาเชียงใหม่ ก็จะขอให้อาจารย์ชาตรี เขาสั่งให้ หากหายได้เหมือนอย่างที่อาจารย์ประหยัดปราบคุณไสย ก็จะต้องลงมือปฏิบัติให้จริงจัง ถ้าสั่งให้โรคในกายนครของอาจารย์ประหยัดออกไปไม่ได้ ก็ยังต้องศึกษาองค์พระธรรมที่เก็บไว้นานถึง ๑๙ ปี ซึ่งจะต้องทดสอบต่อไป ก็เหมือนน้ำหมักป้าเช็งนั่นแหละ กว่าจะใช้ได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๑ ปี หากเป็นสิบปีก็จะกลายเป็นน้ำมหาบำบัดที่รักษาได้ทุกโรค ยกเว้นโรคทรัพย์จาง ซึ่งหากหมักเอาไว้มาก โรคทรัพย์จางก็จะหายไป เพราะน้ำมหาบำบัด นั้นขายได้ราคาดีมาก หากคนต้องการมากก็ยิ่งเรียกราคาสูง ๆ ได้เลย
      Azn ความจริงแล้วคุณหมอแกนแกก็ทำประโยชน์ให้กับคนมามาก น่าจะได้บุญมาก แต่แกไม่เคยเชื่อในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ซึ่ง ทฤษฎี โพเพทัส นั้น แหกกฎธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คุณหมอแกนนั้นยังไม่ได้แหกกฎของ "สายสัญญา" นะ ซึ่งสายสัญญานั้นเป็นอีกกฎหนึ่งเป็นเอกเทศในโลกมนุษย์นี้ มีทั้ง รักษา ปราบ ให้กุศล และสามารถทำให้ มนุษย์ที่ทำร้ายประเทศ ทำร้ายศาสนา ทำร้ายชื่อเสียงของกษัตริย์ และประชาชน มีอันเป็นไปได้โดย "หลักปราบมาร" ซึ่งหลักนี้แม้แต่คนใน ทฤษฎี โพเพทัส ก็ไม่สามารถหลีักพ้นได้ จะเชื่อหรือไม่นั้น ก็ให้ไปดู ฝ่ายค้าน ตัวเป้ง ๆ ไม่ยกเว้น แม้แต่โฆษก พรรค ก็กลายเป็นมนุษย์ ปากหมา เที่ยวเห่าหอนไปเรื่อย เห่าแม่มันไปทุกเรื่อง เงินแค่สองพันล้านที่จะจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับคนตายและคนป่วย มันยังเห่าว่า โฮ้ง ๆ เอ๋ง ๆ ก็มีคนย้อนไปว่า เงิน ๖,๐๐๐ ล้านที่สมัยพวกคุณมึงอยู่นั้น สั่งให้ทหารออกมายิงคนตายพวกคุณมึงยังไม่คิด โฆษกมันบอกว่า หกพันล้านนั้นเอาไปให้ทหารออกมาช่วยคุ้มครองประชาชนที่ราชประสงค์ ซึ่งการคุ้มครองของพวกมันนั้น คนเสื้อแดงตายไป ๙๒ ศพ บาดเจ็บสองพันกว่าคน ที่หายไปอีกไม่รู้ว่าเท่าไร อย่างนี้ไม่เพี้ยนแล้ว ก็เหมือนกับว่าเราไปพูดกับ "ควาย" เท่านั้นแหละ ก็สงสารพรรคเพื่อไทยที่ต้องพูดกับพวกที่กินยาโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาอยู่ทุกวี่ทุกวันเหมือนกัน ก็ให้พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะหายบ้านั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 09:07:28 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 03:51:06 PM »

"อายุบวร"
      Lips Sealed หมอแกนแกพูดเปรยขึ้นมาว่า  ในการบรรยายเดือนละ ๔ ครั้ง ในวันเสาร์และวันอาทิตย์  คนที่มาก็น้อยลงน้อยลง ที่มาฟังก็เป็นคนเก่า ส่วนคนใหม่นั้นไม่ค่อยจะมีมาเพิ่ม  ซึ่งหลังจากที่แกไปบรรยายที่กรุงเทพฯ แต่ละครั้งจะมีคนมาฟังนับร้อย ปรากฎว่าไม่มีการเจริญก้าวหน้าในการที่ผู้คนจะพากันมาฟัง  ปัจจุบันนี้เลิกที่จะไปบรรยายที่กรุงเทพฯ แล้ว ใครที่ต้องการฟังก็ให้ไปฟังที่ศูนย์เชียงใหม่ และ เชียงรายที่จะเปิดในเดือนเมษายนนี้
      Tongue เมื่อมีคนมาฟังน้อย แต่ละอาทิตย์มีคนเพิ่ม ๒-๓ คน ก็เกิดการอ่อนอกอ่อนใจ ซึ่งหมอแกก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่ว่า ของดีให้เปล่าแต่คนไม่อยากได้  ก็แน่ละซี่หากมีคอนเสร์ต บัตรละ ๒,๐๐๐ บาท ก็มีคนซื้อไปฟังนับหลายพันคน มันก็แปลก ซึ่งฟังแล้วก็ได้ความสบายอกสบายใจ  หากว่าเมื่อใดป่วยก็วิ่งหาหมอตามโรงพยาบาล ซึ่งก็มีแต่เสียเงินกับเสียเงิน คนเรามันก็เสียได้ ซึ่งเกิดมาเพื่อทำงานหาเงิน เก็บเงินเอาไว้ให้หมอตอนแก่ ก็เป็นอย่างนี้โดยที่คนพวกนี้ไม่มีสมองคิดให้ได้มากกว่านี้ เมื่อแก่ป่วยแล้วก็ตาย ตามพุทธโอวาท ของพระพุทธเจ้า นั่นแหละ  การเตรียมตัวเพื่อแก่โดยไม่เสียเงินนั้น พวกนี้ไม่คิดเอาหรอก ก็ทำตัวแบบที่ว่ามีัสมองน้อย  แต่เมื่อถึงเวลาแล้ว "อยากไข้ขี้ก็วิ่งหาขอน" นอนอยู่ในโรงพยาบาล แม้แต่หมอก็ยังช่วยอะไรไม่ได้เลย ก็ขอให้อาจารย์ประหยัดไปช่วย ก็ช่วยให้อาการนั้นดีขึ้นก็ไม่ได้ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะต้องจากไป ไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัว สร้างบุญบารมีในสายสัญญาเอาไว้  หากไม่ทิ้งสายสัญญา-ประยุกต์ สายสัญญาก็คงจะไม่ทิ้งคนป่วยคนนี้หรอก ซึ่งมันก็เป็นกรรมของใครของมัน
      Embarrassed การเปิดพระโอษฐ์ให้นั้น ก็ใช่ว่าจะเสียเงิน อาจารย์ประหยัด ทำให้ฟรี มีเอกสารคู่มือในการปฏิบัติให้ แต่ก็ไม่ทำกัน เอาองค์ออกมาก็ทิ้งขว้าง ซึ่งผู้เปิดนั้นเปิดให้คนมาไม่ต่ำกว่าหมื่นคน เสียเวลายังไม่พอได้ของแถม บางคนเป็นหวัด เอาหวัดมาติดอาจารย์ประหยัด ก็ต้องมารักษาตัวเองอีกเป็นเดือน ๆ หมดค่ายาไปหลายร้อย ก็ไม่จำเป็นต้องไปบ่น ตัดมันเสียเลย ไม่รับโทรศัพย์ ไม่รับคนเข้าบ้าน แล้วจะไม่เสียเวลา ไม่ติดโรคจากลูกศิษย์ ทำไปก็มีแต่ขาดทุน  แต่ก็ต้องทำให้่เพื่อน ๆ พี่น้อง ญาติของศิษย์เก่า ๆ ที่เวียนไปหา  ซึ่งหมอแกนก็ยังดีที่ว่า เจ้าของศูนย์เขาทำหนังสือ VCD ขาย เอาเงินให้ัคุณหมอเป็นค่าใช้จ่าย จนเวลานี้ใครที่ต้องการความรู้มากกว่าในหนังสือ และ VCD ก็ต้องเรียน ตัวต่อตัว ๔๕,๐๐๐.-บาท ๓ วัน ออกตัวว่าจะเอาเงินไปช่วยทำศูนย์ โพเพทัส ที่เชียงราย
      Embarrassed จริง ๆ นั้นในสายสัญญาก็เหมือนกัน เมื่อยกถาดแล้ว ให้ทุกอย่างไปแล้ว ก็สามารถไปทำเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมาให้อาจารย์ประจุองค์พระธรรมให้ ซึ่งถ้าจะเอาให้มากกว่านี้โดยการให้อาจารย์ประจุองค์พระธรรม แล้วถ่ายเอาพลังบารมีของอาจารย์ประหยัด ที่ปฏิบัติมานาน ๒๐ ปี มันก็น่าจะเก็บเงินเหมือนที่ หมอแกน กายสิทธิ์ ทำนะ ก็เหมือนป้าเช็งนั่นแหละ แกให้สูตรน้ำหมักแก่คนทุกคนทั่วประเทศไทย ให้ไปหมักเอง แต่ต้องการใช้ด่วนไม่รอให้ถึงเวลา ๑ ปี ก็ต้องไปขอซื้อของแก ป้าเช็งแกไม่ได้ขายน้ำหมัก แต่แกขายเวลาที่เสียไปในการหมัีก ถ้าไม่ใจร้อนก็ให้นำสูตรไปหมักในวันนี้ อีก ๑ ปีก็นำมาใช้ได้แล้ว หากต้องการน้ำมหาบำบัด ก็รอไปไม่นาน ๑๐ ปี ก็ได้กินได้ใช้แล้ว ทำไมจะต้องไปซื้อของแก  เพราะแกหมักเอาไว้นั้นเพื่อที่จะเอาไว้ไปขายให้คนต่างชาติ  ซึ่งตอนที่แกขายนั้น ชาวหมักคนใดจะเอาไปฝากแกขายก็ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 08:49:47 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 26, 2012, 02:20:06 PM »

"อายุบวร"

        

     ร้านนี้ขายดีมาก ถ้าไปเวลา ๑๒.๐๐ น. ให้ระวังการผิดหวัง เพราะจะหมดก่อน ได้กินก็ถือว่าโชคดี หรือ ฟรุ๊ค เฮียแกเข็งแรงเพราะน้ำโพเพทัส ส่วนเจ๊แข็งแรง เพราะ น้ำหมักป้าเช็ง
    >Cheesy    วันนี้ได้ออกไปรับประทานข้าวมันไก่  ที่ร้านไหหลำ สถานีรถไฟ  อยู่มุมถนนรถไฟกับถนนเจริญเมือง  ก็เห็นอาซิ้มคนหนึ่งเดินเข้าเดินออกร้าน ยักแย่ยักยัน คือเดินไม่เต็มสูบ  ก็ถามเจ๊เจ้าของร้านว่า จ้างนักเลงมาคุมร้านด้วยรึ  เจ๊บอกว่าเป็นแม่สามี  แต่ก่อนนั้นเดินไม่ได้  แต่เดี๋ยวนี้เดินได้แล้ว  เพราะว่าไปกินน้ำ POPATAS  ของหมอแกน ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องหมอแกนนั้น  ยื่นเงินให้ทอน  เจ๊เขาจะไปไล่ทอนเงินทุกโต๊ะ  แล้วจึงกลับมาทอนให้เราเป็นรายสุดท้าย เพราะต้องการพูดเรื่องหมอแกนต่อ
        พอเราบอกว่าสูตรน้ำ POPATAS เขาปรับปรุงใหม่แล้ว  ตัวเฮียเจ้าของร้านได้ยิน  เขาก็อยากคุยด้วยเพราะว่าเฮียแกก็ไปหาหมอแกนมาแล้ว  แกพูดถึงเรื่องคนป่วยหลาย ๆ คนที่เป็นโรคร้ายแรงอย่าง  มะเร็ง ก็หาย อัมพฤกษ์ อัมพาติ ก็หาย ฯลฯ ซึ่งคนป่วยเหล่านี้ อาจารย์ประหยัดก็เคยอ่านในเว็บของ POPATAS  มาแล้ว  ก็ถามเฮียว่า เฮียเชื่อหรือ  ก็ดันเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน  เพราะว่าเฮียแกเป็นโรคต่อมลูกหมาก  เวลาฉี่ก็ออกน้อยเท่าของเด็กทั้ง ๆ ที่ไอ้นั่นมันก็ใหญ่ยาวเพราะสืบเชื้อสายมาจากไหหลำ ปรากฏว่าได้ดื่มน้ำ Popatas  แล้ว  ฉี่พุ่งแรงยิ่งกว่า น้ำของรถดับเพลิงเสียอีก  แล้วไอ้ที่เป็นภูมิแพ้นั้นก็หาย ซึ่งเราก็บอกว่าน้ำหมักเจ๊เช็งก็รักษาได้  แต่เฮียแกก็บอกว่า  น้ำหมักเจ๊เช็งสู้ของ POPATAS ไม่ได้หรอก  เพราะว่าแกกินแล้วหาย  ส่วนเรื่องนั่งปฏิบัติ นั้นแกก็ทำแล้ว ก็ได้ผลมาแล้ว  ๗๐ % เท่านั้น  เพราะว่าแกตามใจปากมากเกินไป
       Grin เรื่องน้ำ POPATAS นั้น ได้ฟังเจ๊กุง ศิษย์เอก อาจารย์บุญมา คุยให้ฟังแล้ว  เจ๊กุงดื่มน้ำสูตรของหมอแกน น้ำหนักลดลงไป ๑๔ กก. แล้วเวลานี้ก็เริ่มปฏิบัติ ฝึกนั่งหายใจ ซึ่งการหายใจนี้ก็ไม่ต้องเสียเงิน ทำฟรี หายฟรี  เมื่อมาเจอ เฮียร้านข้าวมันไก่  ซึ่งหายจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว มาคุยให้ฟังอีกคนหนึ่ง  ก็เชื่อได้ว่า หมอแกน แกนำเอาทฤษฎี POPATAS มาสอนได้ผล  เพราะแม้แต่แม่ของ เฮียร้านข้าวมันไก่ เดินไม่ได้ก็เดินได้แล้ว  ก็บอกเอาไว้  เผื่อว่าเป็นทางเลือกในการรักษาโรคอีกทางหนึ่ง  สำหรับคนที่ไม่สามารถหายได้จากการปฏิบัติทางสายสัญญา  ซึ่งถ้าไม่หายด้วยการปฏิบัติทาง POPATAS แล้วละก้อ  จะต้องไปดับล้างบท “เวรกรรมในอดีดชาติ” ประมาณ ๑๐๐ เที่ยว  แล้วประจุองค์พระธรรม “องค์นะกุศล” สัก ๑,๐๐๐ สาย ค่อยมากินน้ำ POPATAS  หากไม่หายก็แสดงว่าเวรกรรมมันมีมาก  ก็ให้ตั้งหน้าตั้งตารับกรรมไปกว่าจะตาย  เมื่อตายแล้วเกิดใหม่ ก็ให้รับกรรมไปอีกชาติหนึ่งหรืออาจจะหลาย ๆ ชาติ
        เป็นทางเลือกในการรักษาโรค ด้วยทฤษฎี    Popatas  ซึ่งรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด  หากทำไม่ได้ก็ให้ไปดื่มน้ำหมักของ Supper Cheng ซึ่งก็ “ฟรี” แต่ต้องหมักเอาเอง  หากใจร้อนก็ต้องเสียเงินนิด ๆ หน่อย ซื้อเอา  ซึ่งโรคที่จะหายได้จากการรักษาทฤษฎี “โพเพทัส” และ น้ำหมักขอ “ป้าเช็ง” นั้น  จะต้องไม่เป็นโรคเกี่ยวกับ “เจ้ากรรมนายเวร”  ซึ่งหากเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรก็จะต้องมาเข้าปฏิบัติในสายสัญญาเสียก่อน  ซึ่งทั้ง ๓ อย่าง หากทำไม่ได้เลยสักอย่างเดียว  “กัมฺมุนา วัตฺตตีโลโก” สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม  ก็ให้ตั้งหน้าตั้งตา ยืดอกอย่างผึงผายรับกรรมไปอีกหลายสิบชาติ  ก็คงจะมีอยู่ชาติใดชาติหนึ่งที่จะหมดเวรกรรมได้  แล้วในชาตินั้นจะมี วิชารักษาโรคให้ด้วยหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 08:50:49 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
MAY MAY
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2012, 12:31:14 PM »

    Embarrassed ทฤษฏีโพเพทัส  ทดลองทำแล้ว
    จะบรรจุองค์พระธรรม ดับล้างได้ไหม

สอบถามเป็นความรู้คะ เพราะช่วงรักษา ไม่ได้นั่งสมาธิ


ขอบคุณคะ
 MAY
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 04, 2012, 02:54:18 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2012, 03:08:31 PM »

"อายุบวร"

    >Cheesy ในขณะที่ปฏิบัติทฤษฎี "โพเพทัส" นั้น  เนื่องจากว่า คุณหมอแกน แกยังคงจะไม่รู้จักในสายอื่น โดยเฉพาะ "สายสัญญา-ประยุกต์" ซึ่งอาจารย์ในสายนี้ท่านประกาศเอาไว้ว่า "สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร" ซึ่งท่านก็คงจะพูดโดยองค์รวมนั่นแหละ สายสัญญามีหลาย ๆ อย่างที่ไม่มีองค์พระธรรมรักษา เหมือนอย่าง "โพเพทัส" แต่ถ้าถามว่า โพเพทัสนั้น ไล่ผี ปราบคุณไสย หรือปราบมาร ได้หรือไม่  ก็คงจะไม่มีคนใดใน "โพเพทัส" กล้าตอบ อาจารย์ประหยัด ได้ และถ้าสายสัญญาถามต่อไปอีกว่า มีคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ค้าขาย "โพเพทัส" แก้ไขให้ได้หรือไม่  เอาเพี่ยงง่ายๆ อย่างเดียวก็คือ ใครก็ตามที่ไปเช่าตึกแถว แล้วภายในนั้นมี วิญญาณผีตายโหง หรือตายเล่นๆ อยู่  "โพเพทัส" จะจัดการเชิญวิญญาณเหล่านี้ออกไปได้หรือไม่  ซึ่งถ้ายังมีวิญญาณ เหล่านี้อยู่ คนที่อยู่จะทำอะไรก็มีเจ๊งกับเจ็งเท่านั้น สงสัยว่า "โพเพทัส" คงจะอึ้ง ตอบไม่ได้เหมือนเดิมนั่นแหละ
     มีพวกศาสนาฮินดู ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้เล่าเรื่องความศักดิสิทธิ์ของน้ำพระแม่คงคาให้พระพุทธองค์ฟัง หากใครได้อาบน้ำในแม่น้ำคงคาแล้ว บาปต่าง ๆ ที่ติดตัวมาก็หลุดหายไปจากร่างกายหมด  เมื่อตายไปแล้ว ก็จะได้ไปสวรรค์ แล้วคนฮินดูท่านนี้ก็ได้พร่ำพรรณาไปจนจบแล้ว พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่อยู่ในน้ำก็ได้ไปสวรรค์ก่อนเธอนะซี่  คำตอบนั้นไม่ได้ฟัง เพราะว่า ดร.พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ท่านพูดจบเพียงแค่นี้
     ก็มีคนที่กินเจหลายสิบท่าน เคยคุยให้กับอาจารย์ประหยัด ในเรื่องกินเจ ไม่กินเนื้อต่าง ๆ ซึ่งใครปฏิบัติได้ ตายไปแล้วก็จะได้ไปสู่ทางสายอรหันต์ แล้วก็เข้านิพพาน  อาจารย์ประหยัดก็ย้อนไปว่า หากเป็นอย่างนั้น วัว ควาย มันก็ได้ไปก่อนพวกกินเจใช่ไหม เพราะว่ามันเกิดมามันก็กิน "หญ้า" มาตลอด เรื่องนี้ก็คงไม่มีใคร สามาถตอบอาจารย์ประัหยัดได้เหมือนกัน
     ในวันที่ ๑๑-๑๒ ก.พ.๒๕๕๕ นี้ ใครอยากเจอหมอแกน ก็ไปที่ศูนย์เชียงใหม่ได้นะจ๊ะ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น. ของดี ฟังฟรี ไม่เสียเงิน ส่วนมากที่ไปนั้นน่าจะผ่านวัยทองกันหมดแล้ว และก็หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นา ๆ มาหมดแล้ว นอกจากอาจารย์ประหยัด คนเดียว ยังต้องเรียนรู้อีกมากมาย เรียนความรู้เอาไว้ก่อนแก่ เพื่อเอาไว้รักษาโรค พอเริ่มต้นเป็นเราก็นำออกมาใช้ได้ ไม่ต้องรอให้ไปนอนโรงพยาบาล เพราะเวลานี้ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค นำมาใช้หรือยังก็ไม่รู้ รักษาโรคโดยไม่ต้อง เจอเข็ม เจอมีดหมอผ่าตัด น่าจะดีกว่านะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 08:53:13 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2012, 05:12:29 PM »

"อายุบวร"
     อาจารย์ประหยัดไม่กล้าท้า คุณหมอแกน มาปราบพวกนักการเมือง เช่น นายลิ้มโกเต๊ก นายจำลอง เมืองศรี นายสมเกียรติ พงษ์ไพรเจ้ง นายภิภพ ไชยธง และสายสมศัดิ์ โกสุขสัย เพราะว่าพวกนี้ถูกหลักสายสัญญา แตกกระเจิงกันไปหมดแล้ว นายลิ้มโกเต็กที่เคยจูบปากจูบคอกับนายอภิสิทธิ์มาก่อนนั้น เวเลานี้นายลิ้มโกเต็กก็แยกเขี้ยวกัดกับอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิเปรต ไปหมดแล้ว ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า นายสนธิลิ้ม แกบังอาจไปล่วงเกินพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ให้กำเนิดโรงเรียนนายร้อย จปร.พวก จปร.ไม่โกรธ ้แต่อาจารย์ประหยัดโกรธนะ เมื่อศิษย์พ่อต้นฯ โกรธ ท่านก็สั่งให้พระราชทานหลักแก่พวกเสื้อเหลือง และพวกพรรคประชาธิปัตต์ ก็ได้นั่งดูนอนดูํมานานสมควร  ตอนนี้สนธิลิ้มก็ไปเห่าอยู่เมืองจีน โทรมาคล้าย ๆ กับมีอำนาจเหเมือน ๆ เดิม คือสั่งให้ทหารออกมาปฏิวัติ เพราะว่าเวลานี้ประเทศไทยมีผู้ประสงค์ร้ายกำลังจะกินเมืองอยู่  พวกควายทั้งหลายก็เงียบรออยู่ เอาเขาฝนกับต้นไม้ให้แหลมเอาไว้
    Cheesy อาจารย์ประหยัด ไม่เก่งในด้านการรักษาโรค  แต่้ในเรื่องปราบคนชั่ว ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนนั้น ก็รู้สึกว่าทำได้ดีพอสมควรนะ ถ้าจะให้ดีที่สุดเมื่อเวลานั้นมาถึงก็คือ นายมาร์ค นายเทพเทือก และนายสนธิลิ้ม เดินยืดอกเข้าคุก ก็คงจะไม่นานเกินรอ ก็น่าสนุกสนานรื่นเริงบรรเทิงใจ ดีเหมือนกัน ที่ได้เรียนรู้วิชาของสายสัญญาโดยไม่ต้องมีลูกศิษย์พ่อต้นฯ มาสอน เรียนรู้จากองค์พระบารมีของตนเอง พระบารมีของพ่อต้นฯ และพระบารมีขององค์พระศรีอาริยเมตรัย ซึ่งมันก็ดีอยู่อย่างคือ พูดไปก็ไม่มี่ใครเชื่อ เพราะถ้าไม่อยู่ในสายสัญญา ลงมือทำเอง ก็คงจะไม่เชื่อ คนที่ปฏิบัติในสายสัญญาไม่ดีพอ ยังไม่ถึงสายสัญญา โดยเฉพาะยังไม่รู้จักเอาองค์พระธรรมมาเสริมบารมีให้กับองค์ตนเอง ก็จะไม่มีวันที่จะรู้ซึ้งถึงเรื่องความ "ลึกแลบ" ในสายสัญญา สาธุ สัญญาืื
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2012, 08:55:36 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2012, 09:48:56 AM »

  อายุบวร
    
 Smiley  ในบทดับล้างของสายสัญญารุ่นเก่าๆ นั้น  เมื่อดับล้างเสร็จ เขาจะบอกว่าให้ปั่นกาย ๑๗ ครั้ง คือจะให้พูดคำว่า "สายนะ สายปั่นกาย สายเหล็กไหลลิงค์ สิทธิ์พะเนิน สัญญา" แค่นี้แหละ  แต่ไม่มีคำอธิบายในการสูดลมหายใจ  การสูดลมหายใจเข้านั้น จะต้องสูดให้ลมเข้าไปจนท้องพอง ซึ่งจะต้องค่อย ๆ สูดเข้า  ไม่้ใช่้สูดเข้าทีเดียวเหมือนศิษย์สายสัญญาที่ทำ ส่วนเวลาที่ปล่อยลมออกนั้นก็ไม่ได้บอกหรืออธิบายว่า ให้ค่อย ๆ ปล่อยออก
    Cry ก็ไม่รู้ว่า หมอแกน ไปเรียนแบบหายใจของสายสัญญาหรือไม่ หรือว่าเอาวิธีการสูดลมหายใจของสายสัญญาไปประยุกต์กับศาสตร์ของนิวซีแลนด์  เมื่อพ่อต้นฯ ตายนั้น ปี พ.ศ.๒๕๒๒ หมอแกนยัง อายุ ๙ ขวบอยู่  ตอนที่พ่อต้นฯ ท่านรับดวงแก้วในปี พ.ศ.๒๔๘๑ นั้น หมอแกนก็ยังไม่เกิด  แต่หมอแกนก็สามารถนำวิธีการสูดหายใจมาใช้ในการรักษาโรคได้ ซึ่งการสูดหายใจของสายสัญญานั้นจะทำเพียงครึ่งเดียวของ ทฤษฎี โพเพทัส โดย  ทฤษฎี โพเพทัส นั้นจะสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วกลั้นใจสักครู่หนึ่งก็ค่อย ๆ ปล่อยออก จนลมหายใจหมด จนเกือบหน้ามืด (ไม่ใช่หน้ามืดเพราะเห็นอีหนูแก้ผ้านะ) แล้วจึงค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ไปจนเต็มปอดเหมือนเดิม ทำไปไม่กี่ครั้งก็มาหัดสั่งไม่โครชิพที่ด้านท้ายทอยให้รักษาโรคต่าง ๆ ได้  แต่สายสัญญานั้นจะเอาลมที่สูดเข้านั้นไปปั่นกาย โดยการภาวนา ไม่มีคำสั่ง คำสั่งนั้นอาจจะใช้ด้วยองค์พระธรรม ซึ่งยังไม่เคยได้ยิน อาจารย์สายสัญญาคนไหน บอกต่อ หรือบอกศิษย์คนใดว่า องค์พระธรรมรักษาโรคนั้นมีกี่องค์ องค์พระร่วง "องค์ปิติ" และอีกองค์นั้นที่ไม่เคยบอกว่าเป็นองค์รักษาโรคก็คือ "องค์วิยั่งสังขาร" ซึ่งแม้แต่อาจารย์บุญมานั้นก็คงจะไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับองค์พระธรรมนี้เลย
     เมื่อเราได้ศึกษาเรียนรู้  ทฤษฎี โพเพทัส ก็สามารถทำการปั่นกายให้เต็มรูปแบบได้ เมื่อสูดหายใจเข้าออกบ่อย จนลมที่สูดเข้าออกนั้นราบเรียบ ก็จะสามารถผนวกการออกคำสั่งของ  ทฤษฎี โพเพทัส ได้
    Sad ที่ยังไม่ลงมือปฏิบัตินั้น ก็เพราะว่ากำลังเรียนรู้ และศึกษาอยู่  ในวันนี้และพรุ่งนี้ ก็จะไปฟังหมอแกนอีก ก็อาจจะฟังไปเรื่อย ๆ แต่ยังจะไม่ทำ เพราะว่าเวลานี้กำลังสร้างองค์พระธรรมที่มีพระนามว่า "องค์วิยั่งสังขาร" อยู่ เขียนตั้งแต่วันที่ ๑๕ ม.ค.มาจนถึงวันนี้ก็เพิ่งจะได้ ๑๐๑ สาย เท่านั้น ก็จะเขียนไปเรื่อย ๆ รอดูผลว่า จะเป็นยังไง  องค์วิยั่งสังขารนั้นรู้สึกว่าจะเป็นองค์พระธรรมที่ "ลึุกแลบ" ที่สุดในบรรดา องค์พระธรรมทั้งหลาย  ซึ่งผู้ที่รู้จริงคือผู้ปฏิบัติจนถึง "แก่น" สายสัญญาเท่านั้นจึงจะสามารถใช้องค์พระธรรมองค์นี้ได้  สำหรับคนที่ปฏิบัติแบบฉาบฉวยอย่าคิดว่าจะนำองค์พระธรรมองค์นี้ ไปหากินได้ง่าย ๆ ก็แล้วกัน ไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่า "อย่าลบหลู่" เพราะว่าอยากทดสอบก็ได้ คือเมื่อใช้แล้ว ผลที่ออกมาก็คือ "ความว่างเปล่า" ต่อให้เขียนไปนับพันสายก็เจอแต่ความว่างเปล่า เหมือน "พระ" หลายแสนองค์ที่พากันนั่งวิปัสนากัมมัฎฐาน แต่ก็หาได้ฌาณอันใดไม่ ได้แต่พูดแบบคล้าย ๆ ว่า พูดจริงเสี่ยเหลี่ยม ก็ให้มาปฏิบัติเอาเองก็จะรู้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2012, 08:01:28 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2012, 11:28:42 AM »

"อายุบวร"
     เมื่อวานนี้ก็ได้ไปฟังหมอแกนอีกตามเคย  หมอแกนนัด ๑๓.๓๐ แต่แกไปสาย ก็ไปถึง ประมาณ ๑๔.๐๐ น  ก็ตามประสาเด็ก คือแม้ว่าจะอายุ ๔๒ ปี แล้วก็ทำตัวเหมือนเด็ก  หมอแกนบอกว่าเวลาไปโรงพยาบาลยังนั่งรอกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงได้ แต่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล เงินก็ไม่เสีย ได้ความรู้ไปรักษาตนเอง  คนที่ป่วยเขาอยากหายก็ไม่เป็นไรนะ แต่คนที่ไม่ป่วยอย่างอาจารย์ประหยัดนั้น ไม่ค่อยจะมีสันดานให้คนรอ เมื่อนัดเวลาก็ไปตามนัด  โดยเฉพาะนัดคนที่มีอายุมากกว่า ก็จะต้องให้ความเคารพในอาวุสโส
    Angry วันนี้หมอแกนไม่ได้คุยในเรื่องรักษาโรคเท่าใดนัก  ก็พูดถึงคนที่ได้หายจากโรคให้ฟัง  แต่ก็ได้มาเปิดใจ ด้วยความน้อยใจว่า ช่วยคนให้หายโรคมานับล้านคน  แต่ไม่เคยได้เงินจากผู้ที่หายป่วยแล้ว  คนที่เขาหายจากโรคด้วยทฤษฎี โพเพทัส แล้ว เวลาเจอหมอแกนแล้ว ก็จะพูดว่า "ขอบคุณนะคุณหมอ" ซึ่งความจริงนั้น คำว่าขอบคุณน่าจะเปลี่ยนเป็นตัวเงิน  แม้จะไม่อยากได้เงินผู้ป่วย  ผู้ป่วยที่หายแล้วจากโรคภัยไข้เจ็บก็ควรจะ "สำนึกในบุญคุณ" บ้าง น่าจะทดแทนบุญคุณด้วย เงินสักหมื่นสองหมื่น เพราะว่าเวลาไปโรงพยาบาลนั้น ต้องเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน แต่โรคก็ยังไม่หาย ต้องกินยาหมอไปตลอดชีวิต จนกว่าจะตาย
    Angry ซึ่งหมอแกนพึ่งจะมารู้สึกตัวว่าที่ทำไปนั้น ตนเองไม่ได้อะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นก็ต้องมีีค่าใช้จ่าย แม้ไม่มีบ้านก็ต้องเสียค่าที่พักประมาณเดือนละ ๒๓,๐๐๐.-บาท ค่าน้ำมันอีกเดือนละสองหมื่นกว่าบาท  ไม่มีงานทำแต่ก็มีเงินใช้ รายได้จากการขายหนังสือ และแผ่น VCD ซึ่งก็คงจะไม่พอใช้ แต่น่าจะมีแม่ยกอุปถัมภ์นะ  แม่ยกพ่อยกก็คือคนที่หายแล้วรู้จักบุญคุณคนก็คงจะช่วยกันออกเงินให้ใช้  เมื่อคิดได้เหมือนที่อาจารย์ประหยัด คิด รู้ก่อน หมอแกนมาหลายปีแล้ว  ที่ไม่ค่อยโปรดญาติก็เพราะว่า เสียเวลา คือไม่ได้เงินเหมือนหมอแกน เวลาเปิดพระโอษฐ์ไป ไม่ได้เงินแต่ได้ของแถม หรือหวัดหรือไข้หวัดจากลูกศิษย์ ต้องมารักษาตนเองเป็นเดือน เสียเงินค่ายาไปอีกนับพันบาท แล้วอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรกับตนเองมีแต่เสียกับเสียเท่านั้นแหละ  เวลานี้่จึงรับเฉพาะลูกศิษย์ที่เป็นคนพามาเท่านั้น  ก็ให้ทุกอย่างไปเหมือนหมอแกนให้นั่นแหละ นำไปปฏิบัติเองก็ได้แต่ถ้าไม่ทำ ความรู้ก็อยู่ใน VCD เหมือนเดิม  คนที่เปิดพระโอษฐ์ไปแล้ว ก็ไปตั้งตนเป็นอาจารย์ ทำมาหากินไป ก็มีเยอะแยะไป หากมีลูกศิษย์ถาม ก็ไม่บอกว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด แต่จะบอกว่าองค์มาเอง ก็ตอแหลแบบนี้แหละ ก็จะอยู่ได้ไม่นาน ถ้าอยู่ได้นานมันก็แปลกนะ ซึ่งตัวหมอแกนบอกว่า Popatas นั้นเป็นของเขา คล้าย ๆ กับว่า เขาสามารถเรียกคืนได้  แต่ในสายสัญญานั้นพ่อต้นฯ ได้ตักเตือนลูกศิษย์แล้ว หากยังประพฤติชั่วอยู่ พ่อต้นฯ ก็จะตีหลักถอดถอนจากสายสัญญาได้ แม้จะไม่บอกว่าเป็นหลักใด แต่อาจารย์ประหยัดก็สามารถรู้ได้เหมือนกัน
    Sad หมอแกนแกมีสมาชิกถาวรประมาณ ยี่สิบกว่าคน แกเรี่ยไรเงินจากคนที่หายป่วยแล้ว เพื่อจะไปทำสื่อโทรทัศน์ เหมือนที่คุณป้าเช็งทำ ซึ่งเดือนหนึ่งก็ตกล้านกว่าบาท แต่เงินบริจาคได้มาเพียงแค่สี่หมื่นเศษเท่านั้น แต่แกก็จะพยายามทำให้ได้ ทั้ง ๆ ที่แกก็บอกว่า พระพุทธเจ้ายังตาย พระเยซูยังตาย แกเก่งกว่าพระเยซู เสียอีกที่แกยังไม่ตาย แต่แกเก่งกว่าปัาเช็งไม่ได้ ที่ป้าเช็งให้ความรู้แก่ชาวหมักทั้งหลาย นับหลายล้านคน มีทีวีช่องเป็นของตนเอง ป้าเช็งจะแก่กว่าหมอแกน ๓๑ ปี ก็ตาม แต่ความแก่นั้นคนหนุ่มอย่างหมอแกนก็ทำอย่างป้าเช็งไม่ได้ ที่หมอแกนทำอย่างป้าเช็งไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ป้าเช็งแกมีเงินนับร้อยๆ ล้านบาท ป้าเช็งกินน้ำหมักของตนเอง แกก็ไม่ป่วยเหมือนกัน โรงงานทำถังก็ทำถังหมักเอามาขายป้าเช็งโดยเฉพาะ ใบหนึ่งแกเอากำไร ๕๐.บาท เดือนหนึ่งก็กำไรหลายแสนบาทแล้ว  เฉพาะ มะขามป้อม สมอ แกซื้อเหมามา กก.ละ ๑๕-๑๖ บาท แกก็เอามาขาย ๒๕.-บาท แกก็กำไรอยู่แล้ว ใครทำน้ำหมักกินตามสูตรของป้าเช็ง ก็หายจากโรคภัยไข้เจ็บ เหมือนตำราที่หมอแกนให้มานั่นแหละ หมอแกนใช้อากาศรักษา แต่ป้าเช็งใช้น้ำหมัก น้ำหมักเมื่อใช้ไม่หมด ก็ขายเป็นเงิน เอามาทำทุนหมักต่อได้ แต่วิชาของหมอแกนนั้น เอาไว้รักษาตัวเอง ส่วนจะไปนั่งรักษาให้คนอื่นนั้น รู้สึกว่าจะทำได้ยาก ถ้าทำได้หมอแกนแกก็คงจะไปนั่งรักษาให้พ่อหลวงแล้ว หากพ่อหลวงหายแกจะเอาเงินกี่ร้อยล้าน ก็ไม่เข้าใจในวิธีการของหมอแกนนะ
    Angry หมอแกนจะถอนวิธีการรักษาโรคออกจากเว็บให้หมด ซึ่งใครต้องการความรู้ก็ให้ไปหาที่ศูนย์  แต่แกก็คิดผิดนะ ในเมื่อความรู้ของแกก็มีในหนังสือ เขาไปครั้งเดียวเขาก็ไม่ไปอีก มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ แต่หากใครอยากได้ความรู้จริง ๆ ละก้อ เวลานี้ ๓ วัน ๒ คืน ๔๕,๐๐๐.-บาทนะ  ซึ่งหากแลกกับการหายจากโรคก็ถือว่าราคาถูกมาก ซึ่งกฎข้อห้ามมีอยู่ ๖ อย่าง คือ เลิกยาทันที ห้ามกินเจกินมัง ฯลฯ ถ้าทำไม่ได้ก็เสียเงินฟรี ๆ นะ ขนมหวาน ผลไม้ไทยทุกชนิด ก็ห้ามกิน แต่ไม่ห้ามนอนกับ เมีย และ สามี เพราะว่า ถ้าไม่ทำงาน เขาก็จะมีกิ๊ก หมอแกนก็จะทำให้บ้านแตก แต่ีเจ๊เช็งแกบอกว่า กินน้ำหมักของแกแล้ว พ่อบ้านก็จะกลับมาเป็นหนุ่ม กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม คุณติ๋มเจ้าของข้าวซอยลำดวนแกจะไม่ให้สามีกิน เพราะว่า เดี๋ยวจะไปทำงานนอกบ้าน  สรุปแล้วหากใน เว็บ ไม่มีอะไรทั้งนั้น ก็ต้องไปเรียนกับหมอแกนที่ศูนย์นะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2012, 11:28:58 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 09:22:28 AM »

"อายุบวร"
     หมอแกน เขาพูดว่า ทฤษฎีเพเพทัส เป็นของเขา เขาให้ได้ แต่อย่าลืมว่าตัวเขานั้นเป็นตัวแม่เครือข่าย เขาก็สามารถเอาคืนได้ พูดเพราะว่าน้อยใจที่มีคนหายจากโรคเพราะ "โพเพทัส" แล้ว ไม่รู้จักบุญคุณ โดยแรกเริ่มนั้นได้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะช่วยคนโดยไม่คิดค่าตอบแทน เหมือนที่อาจารย์ประหยัดทำนั่นแหละ คือช่วยเพราะต้องการสร้างบารมี ทำยังกับว่าเดี๋ยวนี้มีบารมีสะสมไว้มากก็ไม่อยากสร้างต่องั้นแหละ  ทฤษฎีโพเพทัสนั้นไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่ "สายสัญญา" นั้นมีพ่อต้นฯ เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เพราะว่าในสมัยเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ศิษย์คนใดนำเอาสายสัญญาไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  พ่อต้นฯ ท่านจะตีหลักถอดถอนให้ศิษย์ผู้นั้นออกจากสายสัญญาไปได้ทันที
     ที่อาจารย์ประหยัด กล้าพูดว่า "สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร" พูดเพราะว่าผ่านประสพการณ์มาแล้ว ในเรื่อง ปราบมาร ปราบคุณไสย ปราบวิญญาณชั่วร้ายต่าง ๆ ฯลฯ ก็ทำมาหมดแล้ว ส่วนในเรื่องการเสริมบารมีให้กับบรรดาลูกศิษย์นั้น หากพื้นฐานดี ถือศีล ๕ ได้ ก็สามารถนำเอาองค์พระูธรรมเสริมสร้างให้หน้าที่การงาน การค้าขายเจริญก้าวหน้าได้ ส่วนในด้านการรักษาโรคนั้น สมัยนั้นพ่อต้นฯ ท่านไม่ค่อยจะป่วย แม้ป่วยก็คงเพียงแค่เป็นหวัดเท่านั้น ก็ไม่ได้เน้นองค์พระธรรมในด้านการรักษา  แต่แท้ที่จริงแล้วเบื้องบนท่านก็ได้ประทานองค์พระธรรมรักษาโรคให้มาแล้ว  ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกแลบตามที่ท่านได้พูดเอาไว้ เมื่อพ่อต้นฯท่านไม่ป่วย ท่านก็ไม่ได้นำเอาองค์รักษามาใช้  จึุงไม่ได้มีการพูดถึงอิทธิฤทธิ์ขององค์พระธรรมด้านการรักษาเอาไว้  แต่หากเป็นบุญของใครคนนั้นก็จะพบเอง อย่างเช่น อาจารย์เล้ง ท่านได้นำแผ่น VCD ไป Pint องค์พระธรรมออกมาศึกษา อ.เล้ง ก็ได้พบกับองค์พระธรรมของท่านเอง คือ ชุด ถอนคุณไสย ถอนของ แล้วก็ได้ใช้มาจนถึงเวลานี้ พ่อต้นฯ ท่านได้เปิดองค์พระธรรมเอาไว้มากมาย  เมื่อถึงเวลาเจ้าของเขาก็จะมารับไปเอง อย่างองค์พระธรรมหัว ๕๑ นั้น ก็ใช้เวลานานมากเกินกว่า ๓๐ ปี กว่าจะเดินทางจากบุรีรัมย์มาถึงเชียงใหม่ ซึ่งเมื่อเจ้าขององค์พระธรรมได้มาแล้ว ก็จะต้องมาทดสอบการใช้ ผลจะเป็นยังไงนั้น ก็ต้องรอเวลานานพอสมควร
    Sad องค์วิยั่งสังขารนั้น มีในสมุดองค์พระธรรมของ อาจารย์บุญมา มานานกว่า ๒๐ ปี แล้ว  ก็ไม่เคยได้ยินอาจารย์บุญมา ท่านพูดถึง ท่านไม่เคยบอกให้ใครใช้องค์พระธรรมองค์นี้รักษาโรค จนถึงวันที่ ๑๔ ม.ค.๕๕ เมื่อได้ฟัง หมอแกน พูด ก็นึกขึ้นได้ ไปเปิดองค์พระธรรมองค์นี้ดู เพียงแค่อ่านชื่อเท่านั้น ก็ระลึกได้ถึงความหมายและด้านประสิทธิในการรักษา ซึ่งใครก็ตามคิดว่า องค์พระธรรมทั้ง ๒ พระองค์นี้ เป็นของตนเอง ก็น่าจะนำเอาไปทดสอบว่า เป็นความจริงหรือไม่
    Embarrassed อย่าไปคิดว่าองค์พระธรรมทุกพระองค์นั้นเราสามารถใช้ได้  กว่าจะรู้ว่าตัวเรานั้นใช้องค์พระธรรมนี้ได้ ใช้หมายถึงว่าท่านประสิทธิให้เรามีอำนาจประจุองค์ของท่าน แล้วท่านก็รับรอง ก็จะยกตัวอย่างให้เห็น เมื่อนายลิ้มโกเต็กยึดสนามบินนั้น หุ้นที่อาจารย์ประหยัดถือ ขาดทุนทันทีหนึ่งล้านบาทเศษ และของน้องสาวที่ อาจารย์ประหยัดดูให้ ก็ขาดทุนพอ ๆ กัน ก็ใช้เวลาพักฟื้นสมองหลายวัน เมื่อนึกขึ้นได้ก็เริ่มทำการทดสอบ หลักประหารมาร ที่คิดเอาเองว่า ผู้ใดที่ทำให้เราเสียหาย เกิดความเดือดร้อนทั้งใจและกาย เราก็สามารถที่จะตีหลักประหารได้ นายล้ิมโกเต็ก นายหัวเกรียน และ พรรคพวก ก็ถูกอาจารย์ประหยัด ตีหลักประหารมาร ผลที่ออกมาแม้จะนานหลายปี ก็น่าจะเป็นที่พอใจ แม้แต่เพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันเล่นงาน นายกทักษิณ ก็คือ พรรคประชาวิบัติ ก็เรียบร้อย กัดกันเหมือนหมา เวลานี้เป็นฝ่ายค้าน ก็ค้านแบบคนปัญญาอ่อน คนในพรรคประชาวิบัติ ไม่เว้นนายชวน หลีกลี้หนีภัย ก็ไม่สามารถหลุดรอดจากหลักประหารมารได้ กลายเป็นคนเพี้ยนกันไปหมด
     ไม่เพี้ยนแม้แต่นายเทพเทือก นายพลทหารก็เพี้ยนตาม ส่งทหารไปอารักขานายสุเทพ  จริง ๆ แล้วทหารก็น่าจะรู้ว่าตนมีหน้าที่อะไร แต่ปัจจัยนั้นมันหอมหวนชวนดมมาก ก็ไม่น่าจะทำการคุ้มครองคนที่สั่งฆ่าประชาชน แต่เอาเถอะเมื่อได้เงินก็ทำไป มันเหมือนว่า สิ่งที่ได้มานั้นไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ในที่สุดมันก็จะหมดไป  องค์พระธรรมสายสัญญานั้นก็จะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ไป เหมือนสนิมที่เกิดในเนื้อเหล็ก หรือมะเร็งที่เกิดขึ้นในคนนั่นแหละ
     คนที่มืดบอดและเกิดอาการเพี้ยนมาก ขนาดที่ว่า เอาโกเต็กจากบรรดาสมาชิกสุดภาพสตรีควายเหลือง ๖ ชิ้น เอาไปทำพิธิ "ทาถู ทาถู" ที่ฐานพระบรมรูปทรงม้านั้น จนได้ชื่อใหม่ว่าิล้มโกเต็ก ก่อนเอาไปทาแกก็คงจะดมดูแล้วว่า ๖ ชิ้นนี้มีกลิ่นแตกต่างกันยังไงบ้าง เมื่อทำพิธีเสร็จ แกก็ได้รับหลักประหารมารอีก เพื่อขอบคุณที่แกช่วยเหลือ ร.๕ คนที่เคยคิดว่าตนเองนั้นมีบารมีสูงมีมือที่มองไม่เห็นหนุนหลัง ขนาดที่ว่ามือที่มองเห็นนั้นยังถูกยิงตายเป็นเบือ แล้วมือที่มองไม่เห็นนั้นก็สามารถถูกทำลายด้วยบารมีของเทพได้ ติดตามการเดินทางของนายลิ้มโกเต็กมาตลอด ไม่ทราบว่าไปอยู่เมืองจีน โฟนอินยุให้ทหารไทยปฏิวัติ แล้วกลับมาไทยหรือยัง เมื่อ ๒ วันมานี้ หมอเหวงก็ท้าให้พวกทหารปฏิวัติเลย จะได้รู้ว่า ทหารกับเสื้อแดงใครมันจะแน่กว่ากัน หากเสื้อแดงตายเป็นหมื่น ทหารก็คงจะหมดไปจากประเทศไทยนี้อย่างแน่นอน หลาย ๆ คนก็คงอยากจะแก้แค้นทหารอยู่แล้ว ญาติคนที่ถูกฆ่าและญาติคนที่ถูกยิงก็คงจะรอวันรอคืน ก็ขอให้ นปช.รบชนะ ซึ่งคนที่ นปช.ท้ารบด้วยนั้น จงรู้ด้วยว่าเขาไม่ได้ปกติในด้านวิญญาณนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 08:25:49 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 05, 2012, 09:49:08 AM »

"อายุบวร"
    Angry เมื่อกลางเดือนที่แล้วได้ชวนเพื่อนที่เล่นหุ้นด้วยกัน ไปฟังหมอแกนพูด  เขาก็ไปซื้อเครื่องคั้นน้ำผลไม้มา แล้วทำน้ำ POTATAS ดื่ม พร้อมทั้งหยุดยาทันที ยานี้ก็คือยารักษาต่อมลูกหมาก ปรากฎว่าอีก ๒-๓ วันต่อมาฉี่ไม่ออก พุงก็โตขึ้น ซึ่งผู้ชายไม่น่าจะท้อง แต่คนเมืองเขาเรียกว่า "มานน้ำ" เหมือนถูกคุณไสยนั่นแหละ ก็ต้องไปโรงพยาบาลทั้งคืน ไปสวนเอาฉี่ออกมาประมาณเกือบ ๒ ลิตร ความเจ็บปวดก็ค่อยบรรเทาลง ตอนนี้คุณสมบูรณ์แกคงจะเข็ดราคาคุยของหมอแกนไปอีกนานแสนนาน ซึ่งแกจะต้องไปหาหมอตามนัด จนกว่าจะถึงสิ้นเดือนนี้ จะได้ผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือไม่ ก็กำลังดูอาการ
    Angry ก็เคยพูดไว้แล้วว่า คนเรานั้นมี เจ้ากรรมนายเวร ซึ่งหมอแกนนั้นเขาไม่รู้จักเจ้ากรรมนายเวร เพราะว่าทฤษฎีของ โพเพทัส นั้นมาจากดาว POPATAS แหกกฎธรรมชาติได้ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งหมอแกนไม่รู้ หรือว่าแกล้งโง่ไม่รู้ เขาไม่เคยเอาคนที่ไม่หายมาพูด ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นก็เพิ่งจะรู้เป็นคนแรกแล้วนำมาเปิดเผยว่า ทฤษฎีแหกกฎธรรมชาติของหมอแกนนั้น นำมาใช้กับคุณสมบูรณ์ จนถึงกับเข้าโรงพยาบาล แฟนคุณสมบูรณ์เขาโทรไปคุยกับหมอแกน หมอแกนแกบอกว่าคุณสมบูรณ์ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ในเมื่อคุณสมบูรณ์แกทำตามที่มีอยู่ในหนังสือที่หมอแกนขาย ทำไมจะไม่ถูกต้อง หมอแกนแกก็เลื้อยไปว่า หนังสือไม่ Update พูดแบบนี้ก็แสดงว่า ที่เขียนเอาไว้นั้น น่าจะเป็นประเภทเลี้ยงไข้หรือไม่ต้องรับผิดชอบ หมอแกนก็ให้โทรไปคุยกับหมอนาย ซึ่งหายจากโรคแล้ว ก็พูดตามภาษาคนแก่ที่ใกล้เกษียณแล้ว ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ก็คงจะไปโทษหมอแกนไม่ได้ เพราะว่าหมอแกนนั้นยังด้อยปัญญา อ่อนหัดในเรื่อง "เจ้ากรรมนายเวร" ซึ่งคนป่วยคนไหนถูกเจ้ากรรมนายเวรก็จะต้องแก้ไขส่วนนี้เสียก่อน จึงจะรักษาทฤษฎีของหมอแกนให้หายได้
    Angry ก็เป็นอันว่าทฤษฎีของหมอแกนไม่สามารถแหกกฎ "เจ้ากรรมนายเวร" ได้ ซึ๋งกฎเจ้ากรรมนายเวรนี้ เหนือกว่ากฎธรรมชาติ แม้แต่หมอแผนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถรักษาคนที่ถูกเจ้ากรรมนายเวรเล่นงานให้หายได้ ยังไม่พอคุณหมอเองก็จะถูกเจ้ากรรมนายเวรของคนป่วยเล่นงานเอาอีก ก็กำลังทดสอบอยู่ว่า "สายสัญญา" นั้นจะแหกกฎของหมอแกนได้หรือไม่ ซึ่งสายสัญญาเป็นเจ้าถิ่น ทฤษฎี PAPATAS นั้น เปรียบไปก็เหมือน "หมาหลง" ไม่น่าจะชนะหมาเจ้าถิ่นได้ง่าย ๆ นะ แม้จะเป็นหมาตัวใหญ่ คนเมืองเขาพูดกันว่า "หมาหลวงหรือจะสู้หมาหลายได้" ก็คือหมาตัวโตมันจะสู้หมาหมู่ได้หรือไม่ ก็คิดเอาเองนะแต่ถ้าเป็นหมามีเอ็มสิบหกมีสไนท์เปอร์ หมาหลายก็ตายอย่างแน่นอน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2012, 10:02:19 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 17, 2012, 05:39:11 PM »

"อายุบวร"
    Embarrassed วันนี้ได้ไปฟังหมอแกน กายสิทธิ์ เจ้าของทฤษฎี โพเพทัส บรรยายอีก  ซึ่งเรื่องราวที่พูดนั้นส่วนมากน่าจะ ๙๐% เป็นเรื่องส่วนตัวของหมอแกนทั้งนั้น  เรื่องที่พูดซ้ำๆ อยู่บ่อย ๆ ก็คือ หมอแกนแกเหนือกว่าพระพุทธเจ้า เพราะแกไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่ตาย แต่พระพุทธเจ้านั้นที่ว่าแน่ก็ตายไปตั้งนานแล้ว  เนื่องจากว่าหมอแกนแกอายุ ๔๒ ปี รอดูว่าอีก ๒๐ ปี แกจะแก่หรือไม่  ที่ราคาคุยว่าไม่แก่ ไม่เจ็บป่วย แล้วไม่ตายนั้น เอาไว้อายุถึง ๖๐ ปี แล้ว ก็จะรู้เอง  ซึ่งหมอแกนนั้นอ้างว่ามาจากดาว "โพเพทัส" แต่ไม่น่าจะมาเกิดในท้องของแม่ชาวสุพรรณ พ่อเป็นเจ็กมาจากเมืองจีน มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะนั่งยานอวกาศมา เมื่อกระแสคลื่นต่างกันก็ไม่น่าจะมาเกิดในท้องของมนุษย์ธรรมดาได้ คือพูดไปพูดมาให้คนฟังนั้นต้องคิดตามไม่ทัน  การเกิดมาในโลกนี้ชาติหนึ่งนั้น ยากที่สุดก็คือทำยังไงจะให้มีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี  เพียงแค่ขอให้หมอแกนรักษาชีวิตให้อยู่ถึงเพียงแค่ ๗๕ ปี ก็นับว่าเก่งแล้ว
    Embarrassed หมอแกนได้ถามซ้อกุึงว่า อยู่ในสายสัญญามานานกี่ปี  ซ้อกุงก็ตอบอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ๒๐ ปี  ซึ่งหมอแกนก็พูดต่อว่า อยู่ในสายสัญญามา ๒๐ ปีก็ป่วย อาจารย์ของซ้อกุง (อ.บุึญมา นพสันเทียะ) ก็ป่วย ซึ่งอาจารย์บุญมาก็มีอายุถึง ๗๑ ขวบเข้าไปแล้ว อาจารย์ของอาจารย์บุญมาก็ตาย (คงหมายถึงพ่อต้นฯ) ซึ่งการที่เจ๊กุงได้ทำน้ำปั่น "โพเพทัส" ส่งไปให้อาจารย์บุญมากินนั้น แล้วก็ได้ยินว่าอาการป่วยของ อ.บุญมา ดีขึ้น  ก็อย่าพึ่งดีใจ เพราะว่าคนที่มีเจ้ากรรมนายเวรอย่างอาจารย์บุญมา ถ้าหายด้วยน้ำโพเพทัสแล้ว ก็คือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์  ที่ไม่มหัศจรรย์ก็คือ อาจารย์สายสัญญานั้นป่วย ทั้งๆ ที่เป็นศิษย์พ่อต้นฯ ถ้าเหตุเกิดจากองค์พระธรรมไม่ออกเหตุเห็นผล ก็เป็นการแสดงว่า อาจารย์บุญมาท่านได้ทำผิดในสายสัญญา จะเป็นเรื่องใดนั้นพวกเราก็ไม่สมควรไปอยากรู้เลย แต่คอยดูไปว่าอาจารย์บุญมา จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บด้วยน้ำ "โพเพทัส" ได้หรือไม่  ประวัติศาสตร์จะซ้ำร้อยหรือไม่ก็ต้องคอยดู เมื่อ อ.บุึญมา รักษา อ.พงษ์วิทย์ อ.บุญมาก็ป่วยตาม อ.พงษ์วิทย์  แล้วเวลานี้รู้สึกว่าจะเป็นการสบประมาทพ่อต้นฯ ว่าท่านยังตาย แต่ในภาคโลกทิพย์นั้น พ่อต้นฯ ท่านยังไม่ตาย ก็คอยดูฤทธิ์พ่อต้นฯ ต่อไป
    >Cheesy หากอาจารย์บุญมาศิษย์พ่อต้นฯ หายจากโรคด้วยน้ำ โพเพทัส ก็น่าจะเป็นการประกาศให้บรรดาศิษย์สายสัญญา ให้ทราบโดยปริยาย  ให้เลิกปฏิบัติทางสายสัญญาไปปฏิบัติสาย "โพเพทัส" เสียจะดีกว่า เพราะไม่ เจ็บ ไม่ป่วย ไม่แก่ และไม่ตาย  แต่ศิษย์สายสัญญานั้นไม่แน่ว่าจะทำได้เพราะว่าพอลงมือทำน้ำปั่น อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นด้วยเงินประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ถ้าไม่มีเงินก็ให้อยู่สายสัญญาไปพลาง ๆ ก่อน หรืออาจจะต้องอยู่ไปตลอดชีพ ไม่งั้นก็น่าจะหันหน้าไปหาป้าเช็ง ซึ่งราคาถูกกว่า  ก็รอดูผลงานจาก อ.บุญมา ไปก่อนก็แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2012, 10:26:26 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 18, 2012, 07:33:29 AM »

"อายุบวร"
     พุทธศาสนสุภาษิต ที่ว่า "อโรคฺปรมา ลาภา" การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ  ก็เป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเอาไว้  เพราะว่าแม้จะมีเงินเป็นแสน ๆ ล้าน ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลตลอดเวลา และน่าจะนอนต่อๆ ไปจนตายนั่นแหละ  แต่หมอแกนแกพูดว่าแกเก่งเหนือพระพุทธเจ้าที่ว่า แกไม่ป่วย ไม่เจ็บ ไม่แก่ และไม่ตาย มันก็จริงอยู่ในขณะนี้ เวลานี้ ที่แกพูด แต่ก็มีคำพูดที่ว่า "กาลเวลานั้นทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง" ก็เป็นจริงเหมือนกัน ซึ่งตัวหมอแกนนั้นคงจะไม่ได้เป็น "อมตะ" อย่างแน่นอน ."ทฤษฎีโพเพทัส" นั้นเมื่อคนที่อยู่ในทฤษฎีตาย ก็จะเกิดใหม่ทันที หรือไม่ก็ต้องกลับไปดาวโพเพทัส ซึ่งการมาของ หมอแกน นั้น มาทาง "รู" ของผู้ให้กำเนิด แต่เวลากลับจะมุดกลับเข้าไปทางรูนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ อย่างเจ๊กุงนั้นคุณแม่ก็เสียไปแล้ว จะกลับไปดาวโพเพทัสยังไง เพราะขามาหมอแกนก็ไม่ได้นั่งยานอวกาศมา ก็คงจะพาบรรดาสาวกกลับไปด้วยไม่ได้ แม้แต่ตัวเองนั้นก็ยังอธิบายไม่ชัดเจนว่าจะกลับดาวโพเพทัสยังไง ก็มานานตั้ง ๔๒ ปีแล้ว น่าจะกลับไปเยี่ยมบ้าน จัดทัวร์ "โพเพทัส" พาบรรดาสาวกไปเที่ยว ก็น่าจะดีนะ ถ้าไปได้ค่าเดินทางประมาณ ๑ แสนก็ไม่แพง พาคนไป ๑๐๐ คน ก็เปิดรายการทีวีได้แล้ว ก็ขอจองทัวร์ดาวโพเพทัสเอาไว้ก่อนนะจ๊ะ
   Angry ก็เป็นความจริงของหมอแกนเหมือนกัน ที่แกพูดว่าแกเหนือกว่าพระพุทธเจ้า  ที่พระพุทธเจ้าบอกว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่หมอแกนเหนือกว่าที่ หมอแกนทำให้โรคอยู่ในสังขารของมนุษย์ ของคน ให้หายออกไปจากสังขารได้ ซึ่งพระพุทธเจ้านั้นทำไม่ได้ หรือว่าพระองค์ท่านไม่ได้คิดที่จะทำ เพราะว่าพระพุทธเจ้านั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะไปแล้ว ละเว้นทุกอย่างที่เคยมีมา ซึ่งอาจารย์ประยัดก็ยังเสียดาย บรรดาสนมของพระองค์ที่มีตั้งหลายหมื่นคน ที่พระบิดาพระองค์ท่านไปหามาบำเรอบำรุงสังขารให้ลูกชายหลงอยู่ในกาม เพื่อที่จะไม่ได้ออกบวชตามคำทำนาย ไม่น่าเชื่อว่าลูกชายคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอินเดีย จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไป เพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่า "อรหันต์" หรือ "นิพพาน" ซึ่งหมอแกนนั้นมาจากตระกูลยากจน สิ่งที่หมอแกนแสวงหานั้นก็คือชื่อเสียง โดยการเป็นหมอรักษาให้คนหายป่วยได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน แต่ถ้าเป็นน้ำปั่นนั้นต้องใช้เงินมากนะ สำหรับผู้ที่หายจากโรคแล้วกลายมาเป็นสาวกหรือที่หมอแกนเรียกว่า "ผู้ช่วย" นั้น ก็ไม่ถือว่าไม่ถูกต้อง ก็ต้องรู้จักคำว่า "บุญคุณ" นะ แต่อย่าไปทำให้หมอแกนต้องเป็นคนที่ใช้เงินของพวกที่ตอบแทนอย่างไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักใช้สมอง ไม่มีบ้านอยู่แต่ต้องใช้เงินเป็นค่าโรงแรมเดือนละไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท และค่าน้ำมันเดือนละ ๑๒,๐๐๐.บาท เมื่อดาวโพเพทัสไม่มีโรงแรมทำไมจึงต้องมานอนโรงแรมในเมืองมนุษย์  เอาเงินค่าโรงแรมไปผ่อนบ้านหรือไปผ่อนคอนโดเดือนหนึ่งก็ไม่ถึงหมื่นบาท ความคิดของชาวโพเพทัสน่าจะฉลาดหรือโง่กว่าคนในมนุษย์โลก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2012, 10:30:45 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: