หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ที่สุดแล้วจะลงเอยอย่างไร  (อ่าน 661 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลูกหมูท่องโลกทิพย์
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


ความตายไม่สิ่งน่ากลัวแต่สิ่งที่น่ากลัวคือ กรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:46:38 AM »

ไปเจอกระทู้นี้มา น่าสนใจและคิดว่าคงจะตรงใจกับคนหลายๆคนที่เข้ามาอ่านและข้อความบางส่วนที่ตรงใจผม


บ้านเมืองเราเป็นอะไรไปแล้ว นี่คือเสียงคำถามที่ได้ยินบ่อยไที่สุด ทุกวันนี้ประเทศชาติแตกแยกเป็นสองฝ่าย จะพูดจะจาอะไรกับใครต้องคอยหวาดระแวงว่าคนที่พูดด้วยอยู่ข้างเดียวกันหรือเปล่า

เพราะเกรงจะต้องผิดใจกัน หรือทะเลาะเบาะแว้งกันจนกระทั่งเลือดตกยางออก มากที่สุดก็ฆ่ากันให้ตายไปเลย เพียงเพราะแค่ความคิดเห็นไม่ตรงกันทางการเมืองนาทีนี้

เรื่องการเมืองกลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ใฝ่หาความสงบ หลายคนเลี่ยงที่จะไม่พูดการเรื่องเมืองในบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน วงเหล้า บนรถ ตามท้องถนน ฯ บ้างจะออกตัวว่าอยู่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ก็จะถูกผลักใสให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ก็ถูกดึงให้ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง พื้นที่ตรงกลางแทบไม่มีให้ยืน

ออกจากบ้านจะใส่เสื้อสีอะไรยังต้องคิดให้ดี(วูบหนึ่งผมคิดว่าถ้าโลกมีแต่สีขาวดำก็คงดีเหมือนกัน) เหลืองและแดงคือสิ่งต้องห้ามหากไม่อยากแสดงจุดยืนส่วนตัวหรือมีปัญหาภายหลังจากคนที่มองคนแต่เพียงภายนอก(สีเสื้อ)

ทุกวันนี้เราไม่ได้มองเรื่องสิทธิในความเชื่อทางการเมืองเลย เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่เขาก็มีความคิดเห็นต่างกัน บุช หรือ เคอรี่ โอบามา หรือ แม็กเคน แม้ทั้งสองฝ่ายจะเกลียดกันเข้าไส้ไม่แพ้ประเทศไทย ทว่า เขากลับก็ยังคงอยู่ร่วมกันได้ และยังเป็นคนชาติเดียวกัน

ผิดกับประเทศเราที่มองฝ่ายที่มีความคิดเห็นทางการเมืองตรงข้ามกับตัวเองว่า คนพวกนั้นเป็นคนโง่ ไร้ความคิด ไม่มีสมอง หนักเข้าก็หาว่าไม่ใช่คนไทย เจอหน้าที่ไหนต้องด่าต้องทำร้ายกัน

คนขับแท็กซี่สีแดงไม่รับผู้โดยสารสีเหลือง พ่อค้าสีเหลืองไม่ขายอาหารให้ลูกค้าสีแดง อาจารย์สีแดงกดคะแนนนักศึกษาสีเหลือง ผู้จัดการสีเหลืองต่อว่าลูกน้องสีแดง  เพื่อนสีเหลืองไม่ชอบหน้าเพื่อนสีแดง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ฉลาดหรือโง่ไปกว่ากันเลย

กระทั้ง ถึงขนาดรณรงค์ไม่ให้ใช้บริการของธนาคารนี้ เพราะสนับสนุนฝั่งตรงข้าม ไม่ใช้เครือข่ายโทรศัพท์บริษัทนี้ เพราะมีเจ้าของเป็นหันหน้าของฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช้สินค้าของบริษัทนี้เพราะสนับสนุพรคคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถทำได้ แต่เพื่ออะไรล่ะ ความสะใจเท่านั้นเหรอ ถึงจุดนี้ผมคิดว่้ามันมากเกินไปแล้ว กับการดึงทุกอย่างแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเสียหมด

ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเหมือนกับว่า(คนที่ร่วมด้วย)กำลังเอาขวานกรีดลงบนแผ่นดินให้แบ่งประเทศเป็นส่วนๆ แยกดินแดนกรุงเทพฯ กลาง เหนือ อีสาน ใต้ ออก ตก

ใครอยากพูดอยากวิจารณ์อะไรก็ทำได้อย่างอิสระ เสรี ไม่มีการเกรงใจหรือสำนึก ละเลยสถาบันที่ทำให้ชาติเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ลืมสิ้นบุญคุณบรรพบุรุษที่ปกป้องดินแดนด้วยเลือดเนื้อ

คอมเมนท์ในอินเตอร์เน็ต90%เป็นคำด่า เยาะเย้ยถากถาง จ้องจะเหยียบกันให้จมดิน ทำลายให้หายไปจากโลกนี้ ฝ่ายตรงข้ามเจ็บ-ตายก็สมนํ้าหน้า เชียร์ให้ยิง ให้ระเบิด อย่างไม่มีจิตสำนึกว่า คนเหล่านั้นก็เป็นคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติเดียวกับคุณผมไม่เห็นด้วยกับการยึดสถานที่ราชการ สนามบิน ปิดถนน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนไทย(และคนต่างชาติบางส่วน)เดือดร้อน

ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการยิงแก๊สนํ้าตา ปาระเบิด ใช้ความรุนแรงสลายชุมนุมคนไทย และเกลียดที่สุดกับพวกหมาลอบกัดที่ลอบยิงปืน ยิงระเบิด ปาระเบิดจากมุมมืด หรือใช้กำลังและจำนวนคนที่มากกว่า รุมใช้ไม้ตี-ชกต่อยฝ่ายคนไทยที่น่ารังเกียจที่สุด เห็นจะเป็น นักการเมืองเลวๆที่เห็นประเทศชาติเป็นของเล่นหรือขนม จึงผลัดกันเล่น ผลัดกันกินอย่างสนุกสนาน แถมยังหวงแหนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนที่ไม่ใช่พวกพ้องมาแตะ ราวกับสุนัขหวงกระดูก(ประเทศไทยตอนนี้เหลือแค่นั้นจริงๆ)

อย่าได้้มาอวดอ้างว่าฝ่ายที่ท่านยืนอยู่เป็นเสียงข้างมาก คนไทยมี 60 กว่าล้านคน มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 40 ล้านคน มาใช้สิทธิ์จริงๆไม่ถึง 30 ล้านคน

เลือกพรรคพลังประชานประมาณ 12 ล้านคน พรรคประชาธิปัตย์ประมาณ 12 ล้านคน ที่เหลือเป็นพรรคอื่น ถามว่าแล้วใครเป็นเสียงข้างมาก? ที่แน่ๆไม่ใช่เหลืองหรือแดง ในความคิดผมคนไทยคือเสียงข้างมากในประเทศนี้(อย่าได้หาว่าผมประชดหรือด่าว่าใครไม่ใช่คนไทย ทุกคนรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า)   

แน่นอนว่าผมเคารพในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง(ไปทุกครั้งไม่เคยเบื่อ) สภาฯ และไม่สนับสนุนให้ใครหน้าไหนอยู่เหนือกฏหมายทั้งนั้น ไม่ว่าจะแกนนำในทำเนียบหรือคนที่อยู่นอกประเทศแต่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นปกติแบบนี้ ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียวไม่อาจแก้ปัญหาได้ เลิกฟังคนสีเหลือง5คนที่ทำเนียบ และ คนสีแดง3คนที่NBTซะ คนพวกนี้จะทำให้ประเทศเดินไปสู่ความพินาศ 

คนที่วันๆเอาแต่จ้องจะชนะคะคานกัน คนที่นำมวลชนเลือดเนื้อสายเลือดชาติเดียวกันเข้าประหัดประหารกัน คนเหล่านี้ไม่สมควรแม้แต่จะมีสถานะใดๆให้ยืนในสังคม

อย่าได้เลือกข้าง เพียงเพราะมีคนบอกให้คุณทำแบบนั้น อย่าได้กลัวที่จะยืนอยู่ตรงข้ามกับสองสี หนักแน่นอยู่บนจุดยืนเดิม บนทางสายกลางที่แม้จะคับแคบ เดินลำบาก แต่ก็อบอุ่นไปด้วยผู้คนที่ใฝ่สันติและรักสงบประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อไหร่เรื่องราวเหล่านี้จะสิ้นสุด มันจะจบแบบไหน  คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้แทนคนไทยได้  สิ่งที่ทุกคนกำลังจะทำต่อจากนี้ล้วนนำไปสู่จุดจบ(หรือทางออก)ร่วมกันทั้งสิ้นคิดให้ดีก่อนจะถืออะไรไว้ในมือ คิดให้มากก่อนที่จะพูดอะไร คิดให้หนักก่อนจะทำอะไร สิ่งนั้นสร้างอะไรดีให้กับสังคมหรือเปล่า สิ่งนั้นสร้างผลกระทบให้กับใครหรือไม่ 

การเมืองเป็นเรื่องที่ผมพยายามที่จะไม่เขียนถึงที่สุด(สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้) ไม่นับผลกระทบที่ตามมาแน่หลังจากที่ผู้คนได้อ่านบทความนี้จบ ที่จะต้องถูกตีความขีดเส้นทาสีให้เสร็จว่าสนับสนุนใคร ก็ยังมีความหดหู่ในใจขณะกำลังเขียนและเขียนจบ ความขับข้องใจที่ทำอะไรให้ประเทศได้เพียงเท่านี้

แล้วยังกับอนาคตที่ไม่มีทางรู้  หลังจากนี้อาจมีการนำเอาข้อความข้างบนไปอ้างอิง เข้าข้างฝ่ายตัวเอง มองข้ามความเจตนาดีต่างๆ เพื่อทำให้กระทู้นี้กลายเป็นอีกหนึ่งกระทู้การเมืองด่ากันไฟแล่บ หนักกว่านั้นผมอาจจะโดนโจมตีจากคนทั้งสองฝ่าย

ถ้าหากมันจะเป็นอย่างนั้น ผมขอร้องให้เลิกความคิดนั้นเสีย(มันไม่ได้อะไรหรอก) แล้วเปลี่ยนมาเป็นการช่วยกันเสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ คุยกันด้วยเหตุด้วยผลดีกว่าครับ ถอดเสื้อสีสดที่ใส่อยู่ในใจออกเสีย หันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันหาทางออก แม้มันจะเป็นคำพูดเดิมที่ได้ยินเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยมีใครเห็นมันเสียที

ผมอยากเห็นมันในกระทู้นี้ แม้ว่าจะมีเพียงแค่ไม่ถึง10คอมเมนท์ก็ตาม ผมก็คงดีใจมากกว่ามีคอมเมนท์เป็นร้อย แต่อ่านแล้วเจอแต่ข้อความสาดโคลนกันไปมาเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มันอาจจะเป็นความเชื่อของผมคนเดียว แต่ผมมีความรู้สึกว่าคนไทยที่มีความคิดเห็นเป็นกลางน่าจะมีจำนวนมากกว่าสีเหลืองหรือสีแดง แสดงตัวออกมาเถอะครับ ส่วนผู้ที่เลือกสีไปแล้วลองเปิดใจให้กว้างแล้วค่อยๆก้าวเดินขึ้นมาตรงกลางไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป

สักวันประเทศไทยจะต้องกลับมามีเพียงสีเดียว ปลายขอบฟ้ายังอยู่อีกแสนไกล แม้มันจะเป็นเพียงแค่แสงเลือนลาง แต่ก็น่าจะงดงาม สดใสกว่าท้องฟ้าที่อยู่บนหัวเราในตอนนี้  ขอเพียงคนไทยจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน

อย่าได้สงสัยหรือตั้งข้อสังเกตเลยครับ ว่าผมอยู่ฝ่ายไหน สีอะไร อยู่ข้างใคร  เชียร์ใคร มันไม่สำคัญอะไรหรอก ผมเป็นเพียงแค่คนไทยคนหนึ่งเท่านั้น

ต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับพวกคุณจะเป็นคนกำหนด

 

 

คนที่คิดถึงรอยยิ้มและนํ้าใจอันดีงามของชาวไทย


สุดท้ายก็   กัมมุนา วัตตีโลโก  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:52:54 AM โดย ลูกหมูท่องโลกทิพย์ » บันทึกการเข้า

คนพาล ย่อมสำคัญบาปดุจน้ำผึ้ง ตราบใดที่บาปยังไม่ให้ผล
ก็เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้น คยพาลย่อมประสบทุกข์
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: