หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * เกี่ยวกับพระเกษม  (อ่าน 3686 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 04:17:46 PM »

"อายุบวร"

  Undecided   เกี่ยวกับ พระเกษม อาจิณฺณสีโล

              
                                    พระพุทธชินราชในวัดหลวงพ่อเกษม

            
           Angry เผาพระพุทธรูปที่เป็นสัญญลักษณ์ตัวแทนพระพุทธเจ้า

        Cheesy   เมื่อปีกลาย พ.ศ. ๒๕๕๐  อาจารย์ประหยัด  ถูกขอให้ขับรถไปกรุงเทพฯ  ก็ได้เดินทางไปกับ นางศศิธร น้องสาว  พระอาจารย์โต้ง  เจ้าอาวาสวัดดอยผาส้ม  แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไปแวะ “วัดป่าสามแยก”  จึงได้ชวนเฮียช้าง  ศิษย์เอกพระเกษมไปด้วย   เนื่องจากว่า เฮียช้าง จอมราชันย์ในด้านการคุยโม้โอ้อวด  เพราะแกรู้มากแล้วก็คุยว่าไปวัดป่าสามแยกมา ๔-๕ ครั้งแล้ว  แกจึงได้พาพวกเราหลงทาง  กว่าจะไปถึงวัดก็ปาเข้าไป ๓ ทุ่ม เศษ  ก็ไปเจอกับพระเกษม พอดี  ตามฟอร์มของท่านที่เห็นใน VCD มาแล้ว ท่านก็ถามว่า เอ้า !! มีอะไร ถามมา  ก็ให้พระอาจารย์โต้งถามไปก่อน  ซึ่งคำตอบไม่เป็นที่น่าประทับใจ  เพราะพระเกษมท่านบอก พระอาจารย์โต้ง ว่า  ให้เลิกสร้างวัดที่กำลังสร้างอยู่เสีย  ถ้าสร้างต่อไปนั้นจะตกนรกหมกไหม้  ไม่รู้จักกี่กัปกี่กัลป์  ซึ่งวัดที่พระอาจารย์โต้ง กำลังสร้างนั้นก็ลงไปแล้วสิบกว่าล้านบาท  ท่านจึงได้แต่ ครับกับคร๊าบ......เท่านั้น  แล้วก็เลิกพูดถึงพระเกษม อาจิณฺณสีโล  ตั้งแต่วันนั้นมา  จนถึงบัดนี้ เวลานี้

          Sad Smiley เนื่องจากว่าได้เปิด VCD ของ พระเกษม มาหลายสิบม้วน  ตามราคาคุยที่พระเกษม  ว่าท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์หรือที่ท่านเรียกว่าภาพหลอน  ท่านสามารถเห็นเทวดาคุยกับเทวดาได้  น่าจะเป็นเทวดาระดับกิ๊กก๊อกเท่านั้น  เพราะท่านไม่เคยพูดถึงว่าท่านเคยสนทนากับ พระศิวะ พระนารายณ์ เลย  เนื่องจากอยากจะพิสูจน์ความจริง เมื่อมีโอกาสที่ได้ไปเรียนถามท่าน

    Undecided อาจารย์ประหยัด  ถามพระเกษมว่า  ทำไมองค์บารมีของผมจึงไม่พูดภาษาไทย

           Smiley พระเกษม  ตอบสวนทันทีโดยไม่ใช้สมอง  แต่ใช้ปากพล่อย ๆ ของท่านว่า “เทวดาส้นตีนเท่านั้น” ที่ลงมาเมืองไทยแล้วก็ไม่พูดภาษาไทย     เพียงคำตอบแค่นี้ก็รู้แล้วว่า พระเกษม อาจิณฺณสีโล  นั้นหาได้รู้จริง ตามราคาคุยไม่ ไม่มีทั้งหูแว่วและภาพหลอนดังที่ท่านคุยโม้โอ้อวดเอาไว้ในแผ่น VCD ไม่รู้แต่คิดว่าตนเองแน่ บังอาจไปด่าสบประมาท องค์พระบารมีของ ท่านอาจารย์ประหยัด เดี๊ยวก็รู้เอง  

          Angry Wink ถ้าสมมุติว่า พระเกษม อาจิณฺณสีโล  พอจะมีเงิน หรือมีปัญญา  ที่จะเดินทางไป ประเภท สหรัฐอเมริกา  โดยไปกับ พระอาจารย์โต้ง  เมื่อไปถึง สหรัฐ  พระอาจารย์โต้งจะคุยกับพวกผู้คนสหรัฐได้ทุกคน  เพราะว่าท่านจบปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด เกียรตินิยม เคยทำงานที่ Bank of America และสายการบินในสหรัฐ ส่วน พระเกษม อาจิณฺณสีโล นั้นจะพูดกับพวกนั้นไม่ได้ แต่ คนสหรัฐนั้นจะมีมารยาท สมบัติผู้ดี จะไม่คิดหรือใช้สติปัญญาโง่ๆ มาพูดกับ พระเกษม อาจิณฺณสีโล ว่า  “พระส้นตีน”  มึงมาถึงประเทศกูแล้วพูดภาษากูไม่ได้

         Shocked พระเกษม อาจิณฺณสีโล  เมื่อได้สบประมาทด้วยวาจา  ว่าองค์บารมีของอาจารย์ประหยัด เป็นเทวดาส้นตีน  ก็ไม่เป็นไร  ก็เข้าล็อค อ.ประหยัด เมื่อมึงเหยียบหัวแม่เท้ากูแล้ว ก็ถือว่าเป็นศัตรู สามารถตีหลักทดสอบได้ทันที  ในวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๐ ก็ได้ทดสอบไป ๑ เข็ม  แล้วก็ลืมไป  มาอีก ๒-๓ เดือน ก็เจอเฮียช้าง ศิษย์เอกพระเกษม อาจิณฺณสีโล  ก็ได้รับทราบข่าวว่า  ใครที่ไปวัดป่าสามแยก  แขวนพระเข้าไปหาหลวงพ่อ ท่านก็จะไม่พูดด้วย แล้วต่อมาก็เพิ่มความร้ายแรงขึ้นมา ในเดือน กันยายน ๒๕๕๑ หลวงพ่อท่านก็เลยดัง  ท่านได้ออกทีวี  โดยที่ท่านได้เป็นวันแมนโชว์  ท่านยืนเหยียบฐานพระพุทธชินราช  แล้วตบหน้าพระพุทธชินราชให้ดูเล่นเป็นขวัญตา ท่านบอกว่ามันเป็นทองเหลืองไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า พระอย่างนี้ถือว่า “ผิดศีล” ไม่บ้าก็เพี้ยน เพราะมันเพี้ยนตั้งแต่วันที่อาจารย์ประหยัดไปหาแล้ว พระที่กล้าพูดสบประมาทด่าเทวดาด้วยคำว่า “เทวดาส้นตีน” มันก็ผิดศีล ไม่ได้เป็นพระแล้ว อาจจะเป็นการบังเอิญก็ได้ที่อาจารย์ประหยัดตีหลักประหารมารแล้วได้ผล

       ความรู้ที่พระเกษม อาจิณฺณสีโล  มีอยู่ ใช้อยู่นั้น ก็ไปคัดลอกเอามาจากพระไตรปิฎก ไม่ได้ใช้ฌานของตนเองหามาใช้ แม้ในการโอนบุญ ส่งบุญ ก็ไปคัดลอกมาจากพระไตรปิฎก ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นมนุษย์ผู้ด้อยปัญญาทั้งหลาย  ที่พูดว่าอาจารย์ประหยัด ไปเอาของพระเกษม มาใช้นั้น  ก็ขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อท่านบอกก็ไม่เชื่อ จึงได้ไปเปิดพระไตรปิฎกอ่าน  จึงจะเชื่อ  เมื่อเชื่อแล้วก็เชื่อตาม พระไตรปิฎก  หาได้เชื่อตามที่หลวงพ่อพูดไม่   ถ้าเชื่อตามที่พระเกษมพูดละก้อ  ก็ต้องเชื่อว่า “เทวดา” หรือ “เทพ” ที่ อาจารย์ประหยัด เปิดออกมานั้น เป็นเทวดาส้นตีน ทั้งหมด แล้วคนที่เปิดพระโอษฐ์แล้วนั้น จะเชื่อตามพระเกษมว่า องค์บารมีของตนเองนั้นเป็น “เทวดาส้นตีน”  เช่นนั้นหรือ ?

       Afro Angry Undecided อย่าได้มาอวดอ้างสู่รู้ในเรื่อง เทพ-พรหม เสียจะดีกว่า  ในเมื่อราคาคุย ก็คุยแต่ว่ารู้จักเทวดาระดับ "กรรมกร" ที่อยู่ตามแถวสุมทุมพุ่มไม้ในป่า  และพวกผีระดับ หิว อดอยาก ปากแห้งกันทั้งนั้น  พูดเหมือนกับว่า ผี พวกนี้เป็นพรรคฝ่ายค้านมานานนม เวลานี้กระสันต์อยากเป็นรัฐบาลเสียเต็มประดา  ผีกับคนมันก็มีสันดานพอ ๆ กัน นั่นหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2011, 09:45:52 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 30, 2008, 07:49:22 PM »

 Grin "อายุบวร"

      Shocked วันนี้เอาคอมม์ไปซ่อม  ก็ซ่อมร้านเดียวกับ "เฮัยช้าง" นั่นแหละ  ก็ได้ทราบข่าวมาว่า  เวลานี้เฮียช้างได้กลับเข้าวัดไปอีกแล้ว  วัดที่ว่านี้ก็คือวัดพระเกษม  ซึ่งเฮียช้างนั้น "เพี้ยน" พอ ๆ กับพระเกษม  ที่เพี้ยนก็เพราะว่าใครก็ตามที่ไปเยี่ยมเยียนแกที่บ้าน  ถ้าแขวนพระเครื่องไป  แกจะไม่ให้เข้าบ้าน  ถ้าจะเข้าบ้านแกก็จะต้องถอดพระเอาไว้ในรถยนต์ที่นั่งไปเสียก่อน  แต่ถ้านั่งรถตุ๊กๆ ไปก็ต้องถอดพระฝากเอาไว้กับคนขับรถตุ๊กๆ  ถ้าเป็นสร้อยคอทองคำ  ก็ต้องถอดฝาก "เตี่ย" ของเฮียช้าง
      Shocked ซึ่งแต่ก่อนนั้นก็ไปเยี่ยมเยียนเฮียช้างบ่อย ๆ แต่ถ้าเป็นเวลานี้  ต้องถอดสร้อยคอทองคำเอาไว้ในรถละก้อ  คงจะไม่เข้าไปในบ้านเฮียช้างเป็นแน่  เพราะบ้านแกนั้นสกปรกเลอะเทอะมาก  ห้องส้วมนี้ไม่ทราบว่ากี่เดือนเมียแกจะมาล้างให้ แต่ถ้าไปก็คงจะถามแกว่า "พระแสงปืน" ที่เหน็บเอาไว้สีข้างนี้จะต้องถอดออกอะป่าว โธ่เอ๋ย...ไอ้เวรช้าง กูเลิกคบมึงดีกว่า
      Cool มิน่าเล่าแกถึงได้พูดว่า  ไม่มีเพื่อนฝูงไปเยี่ยมเยียนแกเลย  มีแต่พี่หยัดคนเดียว  ก็มันเป็นอย่างนี้ใครอยากจะไปบ้านแกเล่า  น้ำเย็นก็ไม่มีเลี้ยงแขก  เพราะดูเหมือนว่าแกจะไม่มีตู้เย็นด้วย  ใครไปนั่งบ้านแกก็ต้องทนหิวน้ำ ถ้าไม่ทนก็ต้องรีบลากลับโดยเร็วไว  เจ้าของบ้านอย่างเฮียช้าง แกรับแขกแกจะไม่ใส่เสื้อ  ใส่แต่กางเกงขาสั้นตัวเดียว เพื่อโชว์พุงดำ ๆ ของแกให้เห็นเป็นขวัญตา  พระเกษมเป็นเช่นใด ลูกศิษย์ก็เพี้ยนเช่นนั้นแ่หละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2011, 09:25:31 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 09:54:38 AM »

กราบสวัสดีอาจารย์ และศิษย์สายสัญญาทุกท่าน
   กรณีนี้ น่าจะใช้คำพูดว่า "ซื่อได้ แต่อย่าเซ่อ"
   เหตุการณ์ กรณีของหลวงพ่อเกษมที่เป็นข่าวดังออกมา เพราะซื่อเกินไปครับ
   เหตุผลของฝ่ายหลวงพ่อเกษมและลูกศิษย์ อ้างว่าในพระไตรปิฎกบอกว่า
"รูปเหมือนของพระพุทธเจ้าไม่มี"  มีแต่คำสอนเท่านั้น ที่พระพุทธเจ้าให้ยึดไว้เป็นหลัก
  หลวงพ่อเกษม ยึดคำสอนว่า "รูปเหมือนพระพุทธเจ้าไม่มี" แล้วไปเอาพระพุทธรูป
ฝังลงดิน เอากรดเกลือ ราดใส่ หรือ แสดงท่าทางตบหน้าพระพุทธชินราช อันนี้
ผมว่า "ขาดการตรึกตรองครับ"
 รูปพระต่าง ๆ ที่เขานำมาบริจาคให้แก่วัด เกิดจากแรงศรัทธา เกิดจากการร่วมมือ
ร่วมใจของกลุ่มคน แม้แต่พิธีการหล่อองค์พระ ยังเกิดเหตุมหัศจรรย์ เทวดามา
อนุโมธนาสาธุ แต่หลวงพ่อเกษมกลับไม่สนใจ ให้เอาไปทำลายทิ้งเสีย
 ผมเข้าใจครับว่า ท่านต้องการสอนให้คำเรายึดในคำสอนของ "พระพุทธเจ้า"
แต่หลวงพ่อก็อย่าซื่อเกินไปครับ
   ถ้าคนเรายึดคำสอนเป็นหลัก นั้งอ่านพระไตรปิฎกอยู่ที่บ้าน งั้นก็ไม่ต้องเข้าวัด
ไม่ต้องใส่บาตร ให้พระหาฉันเอง ไม่ต้องบริจาคค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่ต้องบวช        
ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บ้านก็ได้ครับ
  เหมือนของศาสนาอื่น อ่านแต่คำสอนอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องมีนักบวช
ไม่จำเป็นต้องหาอาหารให้นักบวช ไม่จำเป็นต้องบริจาคให้นักบวช
วัดของหลวงพ่อเกษม ต้องการแบบนั้นหรือ ?  
  หลวงพ่อเกษมอ้างว่า เลี้ยงเทวดาไว้เยอะ ผมอยากทราบว่า ทำไมเทวดาที่วัด
ของหลวงพ่อ ไม่เตือนหลวงพ่อว่า อย่าทำพฤติกรรมแบบนี้ เดี๋ยวจะเป็นข่าวดัง
ไปทั่วประเทศ
  ทำไมหลวงพ่อไม่ใช้เทวดาที่วัด ไปหาข้าว หาน้ำ กวาดลานวัด ซักผ้า ฯลฯ ละครับ
ท่านเลี้ยงเทวดาไว้เยอะ แล้วช่วยอะไรไม่ได้ จะเลี้ยงไว้ทำไมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2011, 04:01:18 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 10:06:08 AM »

 Tongue ส่วนเรื่องของเฮียช้าง ที่ไม่ให้คนแขวนพระเครื่องเข้าบ้าน
  ผมเข้าใจว่า เวลาส่งบุญแล้ว จะส่งไม่ออก เพราะผมเคยอ่านเจอ
ในหนังสือหลวงพ่อเกษม ว่าห้ามใส่ ห้ามแขวนพระเครื่อง เพราะจะส่งบุญไม่ออก
  อันนี้ "เซ่อ" ครับ เวลาการจะส่งบุญ ต้องยึดคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ซึ่งมีอานุภาพหาประมาณมิได้ แต่เฮียช้างกลัวว่าถ้าใส่พระเครื่องจะแผ่บุญไม่ออก
"บ้า" หรือป่าวครับ คุณของพระรัตนตรัย แพ้พลังของพระเครื่องที่ห้อยคอ
จนไม่สามารถ แผ่ออกไปได้ ?  คิดอย่างนี้ ก็บ้าแล้วครับ
    อย่างน้อย พระเครื่องที่เราใส่อยู่ ก่อนจะปลุกเสกทุกครั้ง บรรดาเกจิอาจารย์ต่าง ๆ
ต้องเชิญคุณพระรัตนตรัย เป็นหลักก่อนเสมอ
   เมื่อเราจะส่งบุญออกไป ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัย แล้วพระเครื่องที่เราใส่อยู่
ซึ่งเกิดจากคุณพระรัตนตรัยเหมือนกัน  จะขวางอำนาจพระรัตนตรัย ด้วยกันทำไม  ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2011, 04:02:30 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 10:07:56 AM »

โทษของพวกที่ชอบทำลายพระพุทธรูป

 Shocked อเวจีมหานรก ๘. 1 อนันตรกัปป์
     ได้แก่ พวกทำบาปหนักที่เป็นอนันตริยกรรม คือ ฆ่าบิดามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต ทำสังฆเภท คือ ยุยงสงฆ์ให้แตกแยกกัน เป็นผู้ทำลายพระพุทธรูป พระพุทธเจดีย์ ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พวกติเตียนพระอริยสงฆ์ บุคคลเหล่านี้เมื่อตายแล้ว ย่อมไปเสวยทุกข์ในอเวจีมหานรก
      Cry จะถูกนายนิรยบาลตรึงเสียบด้วยหลาวเหล็ก อันร้อนแรงทั้ง ๔ ด้าน จากซ้ายทะลุขวา
หน้าทะลุหลัง ที่ศีรษะและเท้าถูกครอบตรึง ด้วยเหล็กที่ร้อนแรง อเวจีมหานรก ห่างไกลจากมหาตาปนมหานรกลงไปในภายใต้ประมาณได้ ๑๕,๐๐๐ โยชน์ นรกขุมนี้มีอายุหนึ่งกัปป์พอดี
      Shocked การลงโทษของนรกขุมนี้มีเป็นพิเศษ นรกตั้งแต่ขุมที่ ๑ ถึงขุมที่ ๗ หรือว่าขุมอื่น บรรดาสัตว์ทั้งหลายมีการเคลื่อนไหวได้ แต่ทว่าอเวจีมหานรกนี่ ไม่มีการเคลื่อนไหว นรกขุมนี้มีกำแพงพิเศษทั้งข้างล่างข้างบน และทั้ง ๔ ด้านหน้า สัตว์นรกเหล่านั้นยืนแล้วมีกำแพงทั้ง ๖ ด้าน ด้านข้าง ๔ ด้าน ข้างบน ข้างล่าง ไฟก็พุ่งมาทั้ง ๖ ทิศ หอกทั้งเบื้องล่างเบื้องบน ด้ามหอกฝังอยู่กำแพงด้านบน ปลายหอกเสียบตั้งแต่หัวทะลุก้นและปักลงไปปักอยู่กำแพงด้านล้าง ด้านหน้า ด้านติดอยู่กับกำแพงด้านหน้า ตรงกลางหอกติดอยู่ที่อกของสัตว์นรกเหล่านั้น ด้านปลาย เอาหอกไปปักอยู่กำแพงด้านหลัง ด้านข้างก็เหมือนกันทั้งมือเท้า ทั้งตัว ถูกเสียบด้วยหอกหลายสิบเล่ม ได้รับความทุกข์ทรมานที่สุด ไม่สามารถขยับเขยื่อนได้ เพราะถูกหอกมันตรึงเข้าไปหมด หอกก็เสียบ หอกเป็นเหล็กไฟ แล้วไฟก็พุ่งเข้ามาทั้ง ๖ ด้าน กระดูกแดงฉานเหมือนเหล็กสุก ไม่มีทางที่จะดิ้นรนได้
      Shocked ความทุกข์ที่ทรมานที่ได้รับนั้นมันเป็นความทุกข์ทรมานที่เสมอราบเรียบหนักหนาอยู่อย่างนั้นตลอดกาลนาน อยู่อย่างนั้น สิ้นเวลา ๑ กัป ไม่มีการผ่อนปรนเป็นความเบาบางเป็นบางครั้งบางคราวเหมือนมหานรกขุมอื่น เพราะเหตุที่นรกขุมนี้มีเปลวไฟนรกและความทุกข์หนักปรากฏอยู่เสมอ
      Shockedไม่มีขณะที่ว่าง หรือขณะที่ผ่อนปรนให้เป็นความเบาบางเลยแม้แต่สักนิดเดียว ฉะนั้นมหานรกขุมนี้ จึงมีชื่อว่า อเวจีมหานรก นรกขุมใหญ่ซึ่งปราศจากการเคลื่อนกล่าวคือ ความเบาบางแห่งความทุกข์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2011, 10:02:29 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
naitiw
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2008, 10:19:31 PM »

เพิ่มความรู้ๆ
บันทึกการเข้า
wirut
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2010, 03:40:21 PM »

   ไม่อยากจะพูดเลยครับ กับพระเกษม งงเหมือนกันนะครับว่าทำไมยังมีคนไปวัดสามแยกอยู่อีกครับ
และไม่คิดและตรึกตรองดูให้ดี ไม่ให้ไหว้พระพุทธรูปแต่ไหว้พระเกษมเหรอครับ  ปัญญาอ่อนรึเปล่า
ขนาดมีพระพุทธรูป  คนยังห่างไกลวัด ไกลวา ไกลศาสนาขนาดนี้
แล้วถ้าไม่มี พระพุทธธุปหละ...คนจะห่างไกลขนาดไหน...สิ้นคิดที่สุดครับ
เราเคยได้ยินข่าวที่นางแบบต่างชาติแก้ผ้า ถ่ายรูป กับพระพุทธรูป เราชาวพุทธ เรายังสะเทือนใจอลยครับ
อันนี้ คนห่มผ้าเหลืองแท้ๆ มาทำแบบนี้ยิ่งกว่านางแบบต่างชาติเสียอีกครับ  
เพราะคนต่างชาติเขาไม่ได้มีเลือดของความเป็นพุทธ โทษเขาไม่ได้
ธรรมเนียมบางอย่างเขามีมากว่าสองพันห้าร้อยปีแล้ว  เพียงแค่พระเกษมมาตีความจากพระไตรปิฎก ไม่ถึง 30 ปี
ก็มีญาติโยมที่โง่เขลา  เลื่อมใสศรัทธา ปานจะขาดใจ
พระไตรปิฎก เขาสังคายนา มากี่รอบและกี่ร้อยกี่พันปีแล้ว ไม่มีช่วงศตวรรษไหน เขาบอกว่า ไม่ให้ไหว้พระพุทธรูปเลย
...ผมว่าที่พระเกษม....กล้าที่เผยแผ่แนวความคิดของตน...ว่าตนเองมีเทวดา อยู่ด้วยเยอะ...
และที่กล้าบอกว่า ผีผู้ล่วงลับไปแล้ว มาบอกทำบุญอย่างนั้นอย่างนี้..
หรือ เทวาดามาบอก ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้...
...โธ่เอ๊ย..ขนาดผียังเชื่อ...โดนผีหลอกชัดๆ...55555+ สมน้ำหน้า
...อย่าลืมว่ามีเทวดาฝ่ายมาร อยู่เยอะ...คงถูกหลอกไปเยอะเหมือน  กัน
.....ฝากบอกเฮียช้างด้วยนะครับว่า ...ที่เฮียช้างเชื่อในคำสอนของพระเกษมที่ ให้คนอื่นถอดพระหรือเครื่องราง ออกก่อนจะเข้าบ้านนั้น
ที่จริงแล้ว ผีในบ้านเฮียช้างและผีที่ตามมาจากวัดสามแยก(เยอะมากๆ)นั่นแหละครับ ที่เห็นคนใส่พระและเครื่องรางของขลังไม่ได้  ปวดแสบปวดร้อน ก็เลยไม่ให้คนอื่นใสเข้าไปในบ้าน  ป่านนี้เฮียช้างยังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับ
....มีอะไรที่คันปากอีกเยอะ เกี่ยวกับพระเกษม....
เป็นห่วงแต่คนที่ยังไปงมงายกับพระผู้นี้อยู่ กลัวว่าจะเดินทางผิดไปมากกว่านี้
 Lips Sealed ไม่ได้เจอเฮียช้างมานาน ไม่ได้ซ่อมคอมพิวเตอร์ ร้านเดียวกันแล้ว ก็เลยไม่ได้บอก แต่ก็ทราบข่าวมาว่า เฮียช้างนั้นถูกพระเกษมไล่ออกจากวัดนานมาเป็นปีแล้ว (๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ อาจารย์ประหยัดเพิ่งมาตอบ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2011, 04:10:32 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2010, 06:27:16 PM »

"อายุบวร"
 Grin เรียนคุณ Wirut ที่จะฝากไปหา "เฮียช้าง" นั้น  คงจะไม่ไปบอก  เพราะว่าเวลาเข้าบ้านแกเราจะต้องถอดเอาพระที่แขวนคอนั้นออกเสียก่อน  แล้วบ้านเฮียช้างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสะอาดสะอ้านควรที่จะเข้าไปเที่ยว  แต่ละครั้งที่ไปนั้น "ควร" ที่จะต้องซื้อ กาแฟ เป็นแก้วไปด้วย  เพราะว่าเฮียช้างแกจะไม่เลี้ยงน้ำเราเป็นเด็ดขาด  เวลาเราไปรับแกไปที่ไหน  แม้แกจะขอเราไปส่ง  เราก็จะต้องเรารถเราไปบริการแกด้วย  เมื่อถึงเที่ยงวันทั้ง ๆ ที่เราไปส่งแก  เราก็จะต้องเลี้ยงข้าวแกมื้อเที่ยงด้วย
      แม้เราจะมืดแต่ไม่ได้บอด  ถอดแว่นตาดำออกเมื่อไหร่  ก็จะเห็นโลกไสวสว่างทันที  ก็เลิกคบกันทันทีเหมือนกัน  แต่ก็ได้ข่าวแกเหมือนกัน  เพราะว่าไปซ่อม คอมพิวเตอร์ ร้านเดียวกัน  แต่ไม่เคยเจอกันมาปีเศษแล้ว  เฮียช้างพูดเก่ง อวดฉลาด  แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมแกจึงไปเชื่อหลวงพี่เกษมแก  เวลานี้ในบ้านแกก็ไม่มีพระพุทธรูปบูชาแล้ว  แม้แต่เจ้าที่เจ้าทางแกก็รื้อทิ้่งหมด  สงสัยว่าชาตินี้คงจะไม่ได้เจอกันแล้ว  ผีก็อยู่ในวงหมู่ผี  เทพก็อยู่ในวงการเทพเหมือนกัน  ซึ่งแม้ใครจะมีองค์เทพอยู่ในสังขาร  เวลาจะช่วยใครนั้นก็ต้องมองดูให้ดี  มองเข้าไปลึก ๆ มองให้นาน ๆ เพราะว่า "ผี" นั้น คือวิญญาณ แถนบัลลังก์ทอง  มันเข้าแทรกใครแล้วละก้อ  มันสามารถหลอกฝ่ายตรงกันข้ามได้  คนธรรมดานั้นกว่าจะรู้ตัวว่าไปคบผีแล้ว  ก็ต้องใช้เวลานานมาก  ส่วนคงที่เปิดพระโอษฐ์แล้ว สามารถพูดกับองค์บารมีได้  เมื่อเราฉลาดถาม ก็จะรู้ว่า ควรจะช่วยเหลืออยู่ต่อไปไหม  อย่างนี้แหละ อาจารย์ประหยัด จึงได้เลิกจากนายเล็ก หนองจอก ทันที เพราะมีบารมีมากบอก
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
wirut
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 01:02:23 PM »

...เคยไปกราบ นมัสการ  พระเกษม ที่วัดสามแยก  น้ำหนาว..เพราะมีคนแนะนำมา  แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก
...พอไปถึงแล้ว นั่งฟังอยู่ตั้งนาน  ได้รู้อะไรดีๆเยอะเลยครับจาก พระท่าน...
1.  พอเราถามถึงปัญหา เรื่องทุกข์ของเรากับพระท่าน ท่านก็แนะนำอย่างดีว่าให้ไปอ่านในพระไตรปิฎก แล้วบอกว่าทุกอย่างอยู่ในนั้นแล้ว
    แล้วท่านก็ไม่ได้บอกอะไรเลย  ยังดีนะที่ท่านเกิดในสมัยปัจจุบันนี้ ที่ยังมี เทปเสียง วีซีดี  ซีดี  หนังสือทีพิมพ์ออกมาเป็นอักษรเบลล์  
    พอให้คน ตาบอด หูหนวก ได้รับรู้ธรรมะจากท่าน
    คนตาบอด  หูไม่หนวก ยังพอได้ฟังเสียง รูปคลำอักษรเบลล์
    คนหูหนวก ที่ตาไม่บอดและยังอ่านหนังสือได้ ยังพอได้อ่าน ได้เห็นอยู่บ้าง
    แต่คนที่ทั้งหูหนวกและตาบอด ...หมดสิทธิ์...
2. นอกจากนี้ท่านยังพูดจากแบบมีความรู้มาก(ขี้คุย) คุยทับถมพระอริยะสงฆ์ท่านอื่นๆ โดยให้ความเคารพยำเกรงน้อย(ลบหลู่ดูหมิ่น)
   และสุดท้ายจบลงด้วยประโยคที่ว่า  ตนเองรู้ทุกข์อย่าง ข้าเองสุดยอดที่สุด พระอริยะท่านอื่นปัญญาอ่อน....
   ได้ยินมากับหู ไม่งั้นไม่กล้าพูดหรอกครับ

....สุดท้ายกลับมา คนที่แนะนำเขาถามว่า...เป็นไง
...อึ้งสิครับยังมีพระแบบนี้ในดินแดน แห่งพระพุทธศาสนาที่จะเจริญไปในภายภาคหน้านี้อยู่อีกเหรอ..
...คนที่เขาแนะนำก็เลย บอกว่า อะไรถ้าไม่ได้ไป สัมผัสด้วยตนเอง ...อย่าเชื่อ...
...และถ้าไปสัมผัสแล้ว ให้ใคร่ครวญพิจารณาให้ดี...ว่าสิ่งที่ได้สัมผัสนั้น เป็นเช่นไร...
...แต่ยังมี  ญาติโยม ไปวัดนี้ อยู่เยอะนะครับ แบบว่า ไปครั้งเดียว ไม่กลับ  ไปอีกเลย...
...สาธุ...ต่างคนต่างความคิด...ถ้า สุดท้ายมุ่งสู่การ ต่อยอด สืบต่อการเจริญแห่งพระพุทธศาสนา ก็ไม่ว่ากัน...
...แต่ถ้า  เพื่อแตกแยกให้ตนเอง สูงส่งกว่าคนอื่น...ถือว่า...เป็นบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา...ครับ
...นินทาพระ บาป ไหมเนี่ย...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2011, 04:13:28 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
wirut
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 01:03:12 PM »

...ผลไม้บางอย่าง  กินได้ทั้งเนื้อ และเปลือก...

...อย่ากิน แต่เนื้อ จนลืม เปลือก...

...อย่ากินแต่เปลือกจนลืมเนื้อ.....

...ตีความ ในพระไตรปิฏก ผิดเพี้ยน..

...เหมือน นั่งรถผิดสาย หละครับ ...

...นั่งอยู่อย่างนั้น หละ  ไปไม่ถึง ที่หมายสักที หละครับ....


...ตอนนี้ ผมยังไม่อยากคิดเลย ว่า ดาวพลูโต  อยู่ๆ ก็ไม่ได้อยู่ในระบบสุริยจักรวาลเลยครับ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2010, 09:41:44 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 09:53:41 AM »

"อายุบวร"
 Grin เรียนคุณ Wirut
  สมมุติว่าเราไปขึ้นรถเมล์ที่อาเขต เชียงใหม่  มันไม่ผิดสายแน่นอน  เพราะว่าที่ป้ายห้องขายตั๋วนั้นเขาเขียนเอาไว้ว่าจะไปจังหวัดใด  แต่ถ้าเราสติไม่ดี  เราไปบอกเขาว่าจะไปกรุงเทพฯ  เขาบอกว่ารถนี้จะไปเชียงราย  เราก็แกล้งโง่ซื้อ  แล้วก็ขึ้นรถคันนี้  มันก็ได้ไปเชียงรายนั่นแหละ  แล้วเราก็ลงขนส่งที่จังหวัดเชียงราย  ไปซื้อตั๋วที่ห้องขายตั๋ว ตรงพอดี  คือเขาขายตั๋วไปกรุงเทพฯ  ก็จะได้ไปกรุงเทพฯ ทันที
  แต่ถ้าบอกว่าทำอย่างนี้เป็นการเสียเวลา  เราก็นั่งรถไปสนามบินเชียงราย  ไปซื้อตั๋วเครื่องบินไปกรุงเทพฯ  ก็ยังเร็วกว่านั่งรถทัวร์จากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ เสียอีก
  ที่คุณวิรุจบอกว่าขึ้นรถผิดสาย น่าจะเป็นรถเมล์  ก็เคยขึ้นผิดสายเหมือนกัน  ก็ไม่เห็นว่ายาก  นั่งไปจนสุดสายแล้วก็นั่งกลับมา  มันก็กลับมาที่เดิมนั่นแหละ  แล้วก็ขึ้นใหม่จะไปที่ไหน  ก็ให้เอาปากถามประปี๋กระเป๋า เขาก็จะบอกเราเองนั่นแหละ  แต่ถ้าเราฉลาดมากหน่อย  เราก็ไปเปิดดูในคอม เกี่ยวกับรถเมล์ในกรุงเทพฯ แล้วก็Pintเอาไว้  รับรองว่าไม่มีการขึ้นรถผิดสายแน่  คนตาบอดยังไม่เคบขึ้นรถเมล์ผิดสายเลย  เพราะว่าปากเขาไม่แหว่ง มีปากถามก็จะรู้ว่าจะไปรถสายไหน  ขึ้่นไปบนรถก็ยังถามได้อีก 5555
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 10:42:05 AM »

"อายุวบวร"

 Grin เมื่อวานนี้ไปที่ร้าน K.P.N ไปตามเอา แอ๊ดแด๊ปเตอร์ ของ โนตบุค  ซึ่งเฮียช้างลูกศิษย์ของ หลวงพี่เกษม แกเพิ่งจะเอาเอกสารและ VCD ของหลวงพ่อไปแจกให้เด็กฝึกงานในร้าน  คุณโต้งเจ้าของร้านเขาก็เอาแจกต่อให้เรามาอีกทีหนึ่ง  ก็รับมาอย่างนั้นเอง  เพราะว่าอาจจะมีคนที่มี "อวิชชา" อยากจะอ่านอีกบ้าง  ในภาคเหนือนั้นคงจะมีอาจารย์ประหยัดคนเดียว ที่ยอมซื้อ ฮาร์ดดิส ๒๐๐ มาอัดเอา VCD ของหลวงพ่อเอาไว้แจก  เมื่อได้ไปวัดของหลวงพ่อแล้ว  ได้รู้อะไรอีกมากมาย ก็ต้องขอลาจากการฟัง VCD ของหลวงพี่  แล้วเทวดาก็มาลบของ หลวงพี่หมดไปจากคอมม์ของเราแล้ว
    ซึ่งเมื่ออาจารย์ประหยัดนั้น เป็นผู้มีฤทธิ์ สามารถปราบผี ปราบคุณไสย แม้แต่มารก็ปราบมาหลายท่านแล้ว  เปิด VCD ของหลวงพี่เกษม ไล่ผี ๒-๓ ชุด  ก็รู้ว่าหลวงพี่นั้นราคาคุยมากเหลือเกิน  ท่านเป็นพระที่ปราบผี ไล่ผี ไม่เคยออกเลย เท่าที่ได้ดู VCD ไล่ผีของท่าน
    สิ่งที่ท่านเอาจากพระไตรปิฎกมาก็คือการโอนบุญ  ท่านไปก๊อปปี้เอามาใช้  แต่เนื่องจากว่า หลวงพี่เกษม แกมีบารมีอ่อน  เป็นพระที่ไม่มีบุญาบารมีไปแจกให้ เทวดา หรือวิญญาณดวงใดได้  แกจึงไล่ผีไม่ออก  แต่เมื่ออาจารย์ประหยัดไปเอาของที่แกใช้เอามาใช้ก็รู้สึกว่าได้ผลดี  น่าจะเป็น "หวี" ที่หลวงพ่อมีนะ  แต่หลวงพ่อใช้หวีไม่ได้ เมื่อเอาหวีหลวงพ่อมาใช้ก็ได้ใช้ดีมาก  เพราะตั้งแต่หลวงพ่อได้หวีมา แกก็ไม่เคยใช้หวีผมบนหัวของแก่เลย  อย่าไปคิดว่าในพระไตรปิฎกนั้น ใครอ่านแล้วก็จะเอามาใช้ได้ทุกคน  ซึ่งเปรียบไปก็เหมือน "องค์พระธรรม" ในสายสัญญานั่นแหละ  คนที่ได้องค์พระธรรมไปแล้วจากอาจารย์ประหยัด ๓๐๐ องค์ ก็คงจะใช้ได้ไม่กี่องค์เท่านั้นเอง
    เมื่อได้ฟังพระเกษมโอนบุญแล้ว  ก็นำมาทดลองใช้ก็ใช้ได้ดี  แต่จะต้องใช้ให้ถูกคน ถูกกับวิญญาณเท่านั้น  หากเป็นวิญญาณมารเมื่อเราโอนบุญให้ไปมันไม่ยอมรับ  ก็เท่ากับเสียเวลา เสียความรู้สึก  เพราะว่ามารนั้นมันไม่รับบุญ แต่มารมันจะรับเงินสดเท่านั้น  พูดแบบนี้ก็น่าจะเป็นมารอาจารย์ในสายสัญญา
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
zutee
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 08:36:55 PM »

คุณ Wirut พูด หน้าคิด ปัญญาอยู่ใหนหนอ
 
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2011, 09:03:04 PM »

"อายุบวร"
    Angry ที่บอกว่าคุณ Wirut พูดนั้นน่าคิด  ก็คงจะไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะว่าแกจำเอาคำพูดของคนอื่น หรือไปคัดเอาจากที่คนอื่นเขียนมา แล้วเอามาเขียนต่ออีกทีหนึ่ง  ซึ่งหากคุณ Wirut ยังไม่เคยไปเจอกับพระเกษมมาละก้อ อย่ามาพูดให้เสียเวลาจะดีกว่า  การที่จะสอนใครนั้น หากสอนจากประสบการณ์ที่ลงไปคลุกคลี ไปปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว จึงค่อยนำผลที่ได้มานั้นมาสอนคนอื่นน่าจะดีกว่า  แต่อย่าลืมว่าภูมิปัญญาของคนนั้นไม่เท่ากัน ที่สำคัญก็คือ "บารมี" ในด้าน "ธรรม" ไม่เท่ากัน  บางคนไปก็เอาสมองติดกระโหลกไปนิดเดียว เมื่อไปสนทนากับพระเกษมแล้ว มันจะไปรู้อะไร ก็ฟังเขามาและมายกย่อง
    Angry อาจารย์ประหยัดนั้นเมื่อได้ฟังลูกศิษย์ พระเกษม ก็สร้างวิมานในอากาศ ว่า จะได้พบกับ เกจิอาจารย์ เสียที  แต่เมื่อไปแล้ว ก็หาได้เจออย่างที่คิดเอาไว้ไม่ เจอแต่ราคาคุย พระห่าอะไรกันวะ ที่พูดว่า เทพที่ลงมาเมืองมนุษย์แล้ว ไม่พูดภาษาไทย ก็เป็นเทพส้นตีนเท่านั้น ก็เมื่อพูดอย่างนี้ "กู" อาจารย์ประหยัด ก็กล้าพูดว่า มึงมันก็พระส้นตีน แล้วใครจะทำไม ซึ่งอาจารย์ประหยัด ก็ด่าพระเกษม มานานแล้ว ไม่เห็๋นว่ามันจะมีฤทธิ์มีเดช หรือจะเอาบารมีทาง "ธรรม" มาทำอะไร อาจารย์ประหยัด ได้เลย พระที่ไม่มี "ศีล" นะ มันไม่ใช่พระหรอก วัน ๆ หนึ่งก็หลอกพวกหน้าโง่ที่ไปหา หากินกับคนโง่ไปวัน ๆ เท่านั้น หากอาจารย์ประหยัด ไม่ไปเจอพระเกษมมาด้วยตนเอง ก็ไม่กล้าที่จะนำมาพูดหรอก
    Grin Grin พระโต้งที่ไปด้วยกันนั้น ท่านจบจากสแตนฟอร์ต ปริญญาโท เกียรตินิยม เมื่อได้ไปเจอพระเกษมแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมาท่านไม่เคยพูดถึงพระเกษมเลย  ปัจจุบันพระโต้งก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดดอยผาส้มแล้ว มีพาสปอร์ต สามารถเดินทางไปทั่วโลกได้ แต่อย่างพระเกษมนั้นรับรองว่าท่านไม่สามารถทำพาสปอร์ตได้  เพราะจะต้องสอบได้เป็นพระธรรมฑูต เสียก่อน หากพระเกษมได้ไปเมืองนอกจริง ท่านก็คงจะพูดกับฝรั่งไม่รู้เรื่อง  ญาติของอาจารย์ประหยัด นั้นจบปริญญาโท จากสหรัฐอเมริกา บวชหลังจากมีพาสปอร์ตแล้ว ก็สามารถเดินทางไปทั่วโลกได้ เวลานี้พาสปอร์ตหมดอายุ ไปขอใหม่ก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นพระธรรมฑูต แม้จะจบปริญญาโทก็ตาม  ซึ่งถ้าจะเทียบระดับพระระหว่างพระโต้ง กับ พระเกษมแล้ว พระโต้งนั้นเหนือกว่าพระเกษมมาก  เอาง่าย ๆ ว่า พระเกษมนั้นไม่สามารถพูดกับฝรั่งได้รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ฝรั่งนั้นเป็น ."คน" แต่พระเกษมราคาคุยว่าพูดกับเทวดาในวัดได้ ทั้ง ๆ ที่มองไม่เห็นตัว อย่างนี้มันราคาคุยมากไปหน่อยนะ ก็เอาเถอะ ใครอยากโง่ก็๋โง่ไป เพราะคนในประเทศไทยนั้นมีคนโง่มากมายพอสมควร
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
Adisorn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15



« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 06:43:07 PM »

กราบเรียนอาจารย์ พอดีกระผมไปพบคลิปการกระทำบางอย่างที่ดูแล้วเศร้าใจอาจารย์ลองพิจารณาดูเอาเถิดครับที่ http://www.youtube.com/watch?v=no42GLGm9gA ผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมวินัยสงฆ์ทั้งหลายไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!!!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: