ทีนี้มาพูดถึงมนุษย์ราคาคุยอย่างริชชี่ที่ถอดกายทิพย์ได้

Surper richy หน้า ๑๔๗ เป็นเรื่องที่ริชชี่ถอดกายทิพย์ไปปราบคุณไสย

คนทำคุณไสยบ้านอยู่ติดชายทะเล กำลังร่ายมนต์อยู่พอดี ตอนนั้นเขาไม่เห็นริชชี่ แต่ริชชี่เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นน่ากลัว ของเขมรที่ว่าแรงแล้วยังไม่เท่าของแขก เห็นแบบนั้นริชชี่ก็เผาทำลายของไม่ดีนั้นเสีย พร้อมทั้งเผาทำลายวิชามนต์ดำที่ใช้ทำร้ายผู้อื่นด้วย หลังจากจบธุระที่บ้านติดชายทะเลนั้นแล้ว รัชชี่ก็กลังมายังร่างเดิม แนะนำให้คนที่ถูกคุณไทยนั้นกลังไปนั่งสมาธิแก้กรรม เพื่อสื่อจิตถึงฝ่ายตรงข้าให้อโสิกรรมต่อกัน
ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัด ก็เพิ่งจะได้ความรู้ใหม่นี้แหละว่า วิธีปราบคุณไสยนั้นใช้วิธีถอดกายทิพย์ไปปราบหมอผีถึงที่บ้านได้เลย ถามว่าอาจารย์ประหยัดเชื่อไหม ตอบได้เลยว่าถ้าเชื่อก็กลายเป็นควายแล้ว เพราะการถอดกายทิพย์ออกไปนั้น ก็เท่ากับวิญญาณดวงหนึ่ง เมื่อเป็นวิญญาณนั้นถ้าไม่ปฏิบัติตนเองให้ถึงระดับขั้นก็จะไม่สามารถแสดงฤทธิ์ได้ ในเมื่อคุยว่าตัวเองเป็นพระนารายณ์มาเกิด การปราบคุณไสยนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องถอดกายทิพย์ไป ซึ่งพระนารายณ์องค์นี้หน้าโง่ปัญญาอ่อนมาก จะขอชี้แนะให้พระนารายณ์ปัญญาอ่อนองค์นี้ได้ทราบเอาไว้ว่า หน้าที่ของเทพที่จะปราบคุณไสยนั้นเขามีอยู่ ระดับอาจารย์ประหยัดที่ยังไม่เก่งเท่า ริชชี่ ไม่เก่งเรื่องคุยโม้เท่าริชชี่ ก็ปราบคุณไสยได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ประจุองค์พระธรรมที่มีพระนามว่า “องค์ปราบคุณไสย” เพียงแค่ ๑ สายลูกประคำคือ ๑๐๘ องค์ ก็เรียบร้อยแล้ว บางครั้งประจุเพียงแค่ “องค์พระร่วง” ผีพวกนี้ก็เผ่นป่าราบแล้ว 
Surper richy หน้า ๑๔๙ ย่อหน้าที่ ๖
การถอดกายทิพย์ของริชชี่ครั้งหนึ่งที่ทำให้ทีมงานได้เห็น และรับรู้ว่าภพภูมิต่าง ๆ นั้นมีจริงก็เป็นตอนที่ริชชี่พาคนประมาณที่ ๖ คน ไปดูสวรรค์ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๘ ชั่วโมง เกือบ ๆ จะทั้งวัน ซึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าริชชี่ได้ใช้พลังจิตอย่างหนัก สังเกตได้จากพอริชชี่ออกมาจากสมาธิก็จะเอนตัวลงนอนทันที แค่สัก ๕–๑๐ นาทีก็จะกลับมาเป็นริชี่ที่สดชื่น สดใสเหมือนเดิมอีก
คำวิจารณ์ของ อาจารย์ประหยัด >>>>> นานมาแล้วกว่าสิบปี อดีตพระนิกร ในเวลานั้นโด่งดังมาก มีผู้คนมากมายทั่วประเทศหลังไหลไปหา พระนิกรได้พาญาติโยมที่มีระดับ “สมองหมูปัญญาควาย” เหล่านี้ไปท่องสวรรค์ โดยเฉพาะสถานที่สวยงามของสวรรค์ คือ เกตุแก้วจุฬามณี พวกที่ไปท่องสวรรค์เหล่านี้ก็กลับมาเล่าให้ฟัง ซึ่งก็มีน้องสาวของ อาจารย์ประหยัด มีนามว่า พัฒนา ถิระปุญโญ ก็ไปกับเขาด้วย พาแม่ผัวไปนอนที่วัดของอดีตพระนิกร ไปนอนเฝ้าบารมีของอดีตพระนิกรเป็นอาทิตย์ ก็ไม่ทราบว่าน้องสาวของอาจารย์ประหยัดเสียเงินไปเท่าไหร่ แล้วอดีตพระนิกรนั้นพาไปทัวร์สวรรค์หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในสมองของอาจารย์ประหยัดจึงไม่ได้สนใจ ในที่สุด “สวรรค์มีตา” อดีตพระนิกรได้แสดงอิทธิฤทธิ์ “เสกเด็กเข้าท้อง” สีกาออน ซึ่งสีกาออนนั้นก็ได้เรียกเอาเงินอดีตพระนิกร ถ้าจำผิดก็ขออภัย ๕ ล้านบาท เมื่อสีกาออนไม่ได้เงินก็แจ้งความจับอดีตพระนิกร ปัจจุบันนี้อดีตพระนิกรก็ไม่ได้เป็นพระแล้ว ก็ไม่ได้ติดตามข่าวว่าท่านไปจำพรรษาอยู่ในคุกหรือไม่ ต้องขอให้ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องติดตามข่าวมาให้
มาถึงเวลานี้เกิดมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอย มีพระนิกร ๒ ขึ้นมา ก็คือนายริชชี่ พาลูกศิษย์ ๖ คนไปทัวร์สวรรค์ คงจะเคยไปวัดของอดีตพระนิกร ได้ยินเรื่องราวของอดีตพระนิกรมามาก ก็เลยจำเอาประวัติของพระนิกรมาใช้โดยดัดแปลงแก้ไขเล็กน้อย ก็อยากจะถามคนที่ไป “ทัวร์สวรรค์” กับริชชี่ นั้นได้เห็นอะไรบ้างบนสวรรค์ กล้าที่จะมาเล่าเปิดเผยให้ฟังได้หรือไม่ ถ้าคุยเรื่องทัวร์สวรรค์กับอาจารย์ประหยัด แล้วจะหนาว คุยให้กับคนหน้าโง่ปัญญาอ่อนก็พอคุยได้ Surper richy ย่อหน้าที่ ๒
การถอดกายทิพย์นั้นริชชี่จะใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนเป็นหลักเท่านั้น แต่มีบ้างเหมือนกันที่เผลอใช้เพื่อตัวเอง ครั้งหนึ่งเพราะความที่ยังเป็นเด็กอยู่ ตอนนั้นริชชี่ยังเรียนอยู่ที่ชั้นมัธยมที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย วันหนึ่งได้นัดกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนว่าพรุ่งนี้จะเอาลูกบอลมาเตะแข่งกันตอนเที่ยง ปรากฏว่าถึงวันนัดริชชี่ลืมเอาลูกบอลมา พอใกล้เที่ยง ขณะที่นั่งเรียนอยู่ *ริชชี่ถอดกายทิพย์ขึ้นไปหาพระพิรุณ ขอให้โปรยฝนไปตกที่โรงเรียน* เที่ยงวันนั้นฝนจึงตกกระหน่ำยกใหญ่ ไม่สามารถเล่นบอลได้ เป็นอันว่าริชชีรอดตัวไม่โดนเพื่อนต่อว่าที่ผิดสัญญา
คำวิจารณ์ของ อาจารย์ประหยัด >>>>> *ริชชี่ถอดกายทิพย์ขึ้นไปหาพระพิรุณ ขอให้โปรยฝนไปตกที่โรงเรียน* ไอ้หนูเอ้ยเอ็งมันจะโม้มากเกินไปแล้ว เพียงแค่ลืมเอาลูกบอลไป ก็บอกเพื่อนไปซี่ว่าลืม พวกเพื่อนมันก็คงจะใจกว้างพอที่จะไม่คิดอะไร แต่ถ้ากลัวเสียคำพูดจริง ๆ ละก้อ โทรกลับไปบ้านบอกให้คุณแม่ใช้ใครก็ได้เอาไปส่งให้ ในเมื่อเอ็งสามารถถอดกายทิพย์เนรมิตเครื่องมือไปซ่อมท่อประปาได้ ทำไมเอ็งไม่ถอดกายทิพย์ไปเอาลูกบอลที่บ้านมาเอง
เพียงแค่ลืมลูกบอลลูกเดียวต้องเดือดร้อนถึง “พระพิรุณ” ด้วยหรือ พระพิรุณเองก็คงจะปัญญาอ่อนพอ ๆ กับเอ็งนี่แหละ ปัญหาง่ายเพียงแค่ลืมลูกฟุตบอลก็ตามใจเด็กทำให้ฝนมาตกที่โรงเรียนได้เลย แล้วไอ้ที่ตกจนน้ำท่วมเชียงใหม่ ทำให้คนเชียงใหม่เดือดร้อนแสนสาหัส ทำไมเอ็งไม่ถอดกายทิพย์ของเอ็งขึ้นไปบอกพระพิรุณให้ฝนไปตกที่จังหวัดอื่นเล่า คนเชียงใหม่จะได้สำนึกในบุญคุณของเอ็ง คนเขียนเรื่องนี้ก็เขียนแบบคนปัญญาอ่อนเกินไปแล้ว 
ทีนี้มาคั่นรายการด้วยภาพของริชชี่ จำนวน ๔ ภาพ หน้า ๓๖๔–๓๖๕ ผู้เขียนได้บรรยายบนภาพเอาไว้ว่า

“ริชชี่เจิมนารายณ์กวนเกษียรสมุทรที่สนามบินสุวรรณภูมิ”
ซึ่งในภาพแรกนั้น ริชชี่ มองดูเหมือน “ฮิบปี่” ใสเสื้อยืดกางเกงยีนเก่า ๆ ยืนอยู่กับครอบครัว ภาพที่ ๒-๔ นั้นเป็นรูปที่ผู้เขียนบอกว่า เจิมนารายณ์ แต่อาจารย์ประหยัดมองยังไงก็เห็นริชชี่เจิมฟองคลื่นน้ำทะเล และก็ไม่เห็นว่าริชชี่ถือกระปุกแป้งเจิมแต่อย่างใด ถ้าผู้เขียนไม่ตอแหลก็น่าจะเอารูปที่เจิมองค์พระนารายณ์จริง ๆ มาให้ดู แต่ต้องเป็นพิธีการนะจ๊ะ คือในขณะที่ไปเจิมนั้นต้องได้รับเชิญจากทางการเสียก่อน ซึ่งเมื่อเป็นทางการก็จะต้อง “แต่งชุดขาว” ให้เหมาะสม เป็นการให้เกียรติสถานที่และองค์พระนารายณ์ด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น “องค์พระนารายณ์องค์นี้ก็คงจะส่งญาณบอกว่า
เอ็งเป็นนารายณ์แล้วมาเจิมพระรูปของตัวเอง” เอ็งมันไม่ปัญญาอ่อนไปหน่อยหรือเจ้าริชชี่ Super Richy It’s very easy to be you ในหน้าที่ ๓๖๖ บนภาพ เขียนบรรยายเอาไว้ว่า
วัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ) จังหวัดอยุธยา ที่ผู้มีความสามารถทางจิตต่างเชื่อว่า เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ในหน้าที่ ๓๖๘–๓๖๙ บนรูปเขียนบรรยายเอาไว้ว่า
คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา และคณะ รวมทั้งริชชี่ หม่าม้า ฯลฯ ทำพิธีบวงสรวงกราบไหว้บูชาพระบรมอัฐิของพระนเรศวรมหาราชที่เจดีย์องค์ใหญ่ในวัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ)
คำวิจารย์ของอาจารย์ประหยัด ในเมื่อริชชี่เองนั้นสามารถถอดกายทิพย์ได้ ทำไมจึงต้องไปยกเอาคำกล่าวของผู้ที่มีความสามารถของท่านอื่นมาพูด ถอดกายทิพย์ลงไปซ่อมท่อน้ำได้ ทำไมไม่ถอดกายทิพย์มุดเข้าไปถาม สมเด็จพระนเรศวร เอาเสียเลย ในฐานะที่เป็นองค์นารายณ์ เป็นมหาเทพในสรวงสวรรค์ เรียกวิญญาณของพระนเรศวรออกมาคุยได้เลย เรียกออกมาได้อยู่แล้ว
พระนารายณ์ที่แบ่งจิตมาเกิดถอดกายทิพย์ได้ ไปบวงสรวงนั่งก้มกราบวิญญาณที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ตัวเองนั้นคิดไม่ทันหรือจึงได้ปล่อยความโง่ปัญญาอ่อนออกมา ก็จะขอถามบรรดาศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ว่า องค์มหาเทพนารายณ์กับพระนเรศวรมหาราชนั้น ใครเป็นเทพที่มีระดับสูงกว่ากัน
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถถอดกายทิพย์ได้ ก็อยากจะเจอกับผู้ที่มีความสามารถทางจิตที่ต่างก็เชื่อว่า เจดีย์ที่พระนารายณ์ปัญญาอ่อนไปก้มกราบนี้ มีพระอัฐิของพระนเรศวร จะได้รู้ว่าท่านกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ ซึ่งอาจารย์ประหยัดฟันธงได้เลยว่า ไม่มีพระอัฐิของค์สมเด็จพระนเรศวรอยู่ในเจดีย์พระองค์นี้ มันก็น่าหัวเราะให้ฟันหักหมดปาก ขนาดที่ว่าถอดกายทิพย์ไปขอพระพิรุณถึงสวรรค์ได้ไม่ให้ฝนตก แต่ริชชี่กลับแกล้งปัญญาอ่อนไม่รู้ว่าเจดีย์องค์นี้มีอัฐิของพระนเรศวรหรือไม่

ผู้เขียนเองก็เถอะ อย่าเอาความตอแหลมาเขียนให้คนไม่รู้อ่าน เดี๋ยวก็จะเสียสถาบัน “ตอแหล” ไปหมด