หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สายสัญญาทิดวี  (อ่าน 1028 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 04:25:57 PM »

Copy from www.saisanyana.com
"อายุบวร"

ทิดวี
Newbie

ผู้ที่เริ่มสนใจในสายสัญญาโปรดอ่าน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2007, 05:12:30 am  

       สำหรับผู้ที่เข้ามาใหม่ หรือเริ่มที่จะสนใจในสายสัญญา แต่ยังเกิดความสงสัยหรือความกลัว ว่าทำไม ข้อความที่อาจารย์ประหยัด ท่านแสดงออกในกระทู้ ทำไมถึงได้ดุดัน วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและไม่กลัวใคร ทำให้บางท่าน เกิดความคิดที่ลังเลสงสัย

        Grin ผมในฐานะศิษย์คนหนึ่งในสายสัญญา จึงอยากจะเรียนชี้แจง ให้ท่านได้เข้าใจดังนี้

       1.  ทำไมอาจารย์ประหยัด ถึงได้พูดตรง ดุดัน และไม่เกรงใจใคร

       เพราะอาจารย์ต้องการสอนให้ทุก ๆ ท่าน ที่เป็นศิษย์ในสายสัญญา หรือที่กำลังจะเป็นศิษย์ในสายสัญญาไม่ให้หลงทาง ผิดพลาดในชีวิต โปรดอย่าลืมว่า กว่าท่านอาจารย์ประหยัด จะมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ นับเวลาสิบกว่าปี

     ท่าน ได้เจอ เสือ สิงห์ กระทิง แรด เจอเขี้ยว เจอหลอก เอาเปรียบมาไม่รู้เท่าไหร่   ท่านไม่อยากให้ศิษย์ทั้งหลายต้องพบสิ่งที่ไม่ดีเหมือนท่านมาก่อน อาจารย์ประหยัดต้องตีแรง ๆ เตือนแรง ๆ ศิษย์จะได้จำ เพื่อไม่ให้ศิษย์ ต้องพบ สิ่งที่ไม่ดี เหมือนที่ท่านได้พบมา


       2.  ทำไมอาจารย์ประหยัดถึงได้ วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและไม่กลัวใคร

         “เพราะสายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร”  บุคคลต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นองค์เทพนั้น จริง ๆ แล้วเป็นองค์เทพของแท้นั้น น้อยมาก อาจารย์ท่านพบมามาก ท่านจึงไม่อยากให้ศิษย์ของท่าน ต้องเสียรู้ให้ใครอีก เช่น เสียสติ เสียเงิน  ถูกร่างทรงให้รับขันธ์ เสียเงิน เสียทอง แล้วชีวิต ต่ำลง ถูกวิญญาณ เข้าแทรกเป็นเดือนเป็นปี บางท่านโชคดีที่มาเจออาจารย์ ก็พบทางสว่าง ช่วยแก้ไขให้

         ตามที่เคยได้อ่านข้อเขียนของอาจารย์ที่ผ่านมา  ท่านอาจารย์ไปพิสูจน์ตำหนักทรงที่ไหน ส่วนใหญ่พอท่านกลับมาแล้ว ตำหนักทรงที่ท่านไปพิสูจน์มา อีกไม่นานต้องปิดตัวลง เพราะอะไร ? เพราะเจอของจริงหรือปล่าว และที่สำคัญ  ร่างทรงที่อ้างว่าเป็นองค์เทพ ที่ถูกอาจารย์วิพากษ์วิจารณ์ เคยกล้ารับคำท้า พิสูจน์ตัวเอง ให้อาจารย์เห็น บ้างไหม ?

           ครับ ใครที่สนใจอยากจะเป็นศิษย์ในสายสัญญา ท่านมาหาอาจารย์ได้ ด้วยความสบายใจ เงินไม่ต้องเสียสักบาท บรรยากาศเป็นมิตร และอบอุ่น      


ทิดวี
Newbie

Re: ผู้ที่เริ่มสนใจในสายสัญญาโปรดอ่าน
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2007, 05:14:19  

       ขั้นตอนในการเป็นศิษย์สายสัญญา
       ขอเล่าง่าย ๆ ภาษาชาวบ้าน เพื่อบางท่านจะได้เข้าใจ (ขอเล่าด้วยความรู้สึกของผมครับ อันใดกล่าวผิดพลาดไป  ขอน้อมรับแต่ผู้เดียว และอาจารย์ประหยัดได้โปรดแก้ไขให้ด้วย)

     1.  ให้ท่านมาเปิดพระโอษฐ์ กับอาจารย์

             เปิดพระโอษฐ์ ก็คือการที่จะดูว่า ร่างของท่าน มีเทพองค์ใด วิญญาณ ใด เป็นผู้ดูแล บางครั้งก็จะทำให้รู้ว่ามีวิญญาณใดเกาะมา หรือถูกทำคุณไสย ใส่มา  เมื่อท่านเปิดพระโอษฐ์แล้ว ทุก ๆ วัน ขอให้ท่านมีเวลาสวดมนต์ แล้ว “อาราธนาองค์พระบารมีประจำสังขารมาร่วมสวดมนต์” เมื่อท่านพูดภาษาเทพคล่องแล้ว

             ขั้นต่อไป “ก็หัดสนทนาระหว่างท่าน กับองค์พระบารมีของท่าน”  ทำถึงขั้นตอนนี้”ก็สุดยอด”แล้วครับ ท่านอยากรู้อะไร ท่านถามได้หมด แต่ต้องถามถึงเรื่องที่”สมควร” นะครับ

             เช่น อยากรู้ว่า นักบินที่ขับเครื่องบินตกที่เขาใหญ่ จะรอดหรือไม่, จะค้นหาเจอหรือไม่,บุตรของเพื่อนที่กำลังจะคลอด ออกมาเป็นเพศใด, พระเครื่ององค์นี้ ได้ถูกปลุกเสกจากสมเด็จองค์นี้ใช่หรือไม่,พระเครื่ององค์นี้ เด่นในเรื่องโชคลาภ หรือไม่, คู่รักสองคนนี้ จะสมหวังในรักหรือไม่ ฯลฯ  สำหรับคำตอบทุกอย่างที่ผมได้รับ ผมส่งเข้าหาเมล์ของผมตลอดเพื่อเป็นหลักฐานในอนาคตว่าจริงหรือไม่  ผลการทดสอบที่ได้ คำตอบคือ “เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง”

                ไม่ต้องไปสนใจในหนังสือของคุณริชชี่ ผมเคยเข้าไปในเวปของเขาแล้ว เขาบอกว่าถ้าอยากแก้กรรมให้อ่านหนังสือของเขาก่อน (พูดง่าย ๆ ก็ต้องเสียตังนะสิ) ถ้ายังไม่สำเร็จให้เมล์ไปถามเขา แต่ผมไม่ซื้อครับ ผมเมล์ไปถามเขาเลย ผ่านมาสองเดือนแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบเลย แต่สำหรับ อาจารย์ประหยัดไม่ต้องเสียตังครับ

      2.  เมื่อท่านพอใจในขั้นตอนที่ 1 แล้ว ให้มายกถาดกับอาจารย์

               พูดง่าย ๆ ขั้นตอนนี้ เมื่อท่านยกถาดแล้ว ท่านสามารถรักษาตัวเองได้ หรือผู้อื่นก็ได้ เช่นอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ถูกคุณไสย ผีเข้า มีการลงองค์พระธรรม พูดง่าย ๆ ลักษณะจะคล้าย”ยันต์” นั้นเอง ซึ่งแต่ระแบบก็จะมีคุณพิเศษต่าง ๆ กันไป เช่น ทำให้ร่างกายแข็งแรง,มีเสน่ห์,มีอำนาจ,หูทิพย์,ตาทิพย์,นิ้วเพชร ชี้เป็น ชี้ตาย ฯลฯ แต่ในขั้นตอนนี้ท่านต้องมีเวลาในการปฏิบัติให้มาก ต้องทำทุกวัน คือ การบูชาพระบารมีและภาวนาธาตุ, การดับล้าง,กรวดน้ำแผ่เมตตา   ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ยาก เป็นภาษาง่าย ๆ เหมือนที่เราใช้สวดมนต์กันทุกวัน และต้องลงองค์พระธรรมให้ตัวเองให้สม่ำเสมอด้วย

      สำหรับผม เวลาเป็นไข้ มักจะเป็นไข้หนัก เป็นครั้งหนึ่งใช้เวลาสองอาทิตย์ ถึงจะหาย (น้ำมูกสีเขียว,เจ็บคอ,ปวดศรีษะ) ซึ่งทรมานมาก ผมทานยาแก้ไขได้สามวัน วันที่สี่ จึงได้ทดลองลงองค์พระธรรม ให้ตัวเอง และไม่ทานยาแก้ไขด้วย ขอยืนยันว่า ลงองค์พระธรรม เพียงรอบเดียว อาการหายสนิท (เรื่องนี้ได้เล่าให้ศิษย์สายสัญญาอีกท่านได้ฟังในระหว่างเป็นไข้ให้ทราบด้วย)

      ผลที่ได้ ตามข้อ 1 และ 2 ที่ผมกล่าวมายังเล็กน้อยมาก ถ้าท่านอยากทราบว่าจะได้อะไรมากกว่านี้ก็ลองเข้ามาเป็นศิษย์สายสัญญาดูสิครับ
   

ทิดวี
Newbie
Re: ผู้ที่เริ่มสนใจในสายสัญญาโปรดอ่าน
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2007, 05:15:58 am  

     ทุกอย่างอยู่ที่การลงมือปฏิบัติ อย่าพึงสงสัย  เหมือนที่ผมเคยเห็นคำถามเวปไซต์พลังจิตมีคนสงสัย ถามว่า”สายสัญญาคืออะไร” (ทำไม ไม่เข้ามาถามอาจารย์ประหยัดในเวปนี้ละครับ) คำตอบที่ผมเห็นคือ “ไม่ใช่คำสอนในพระไตรปิฎกบ้าง” “ไม่ใช่ทางไปสู่นิพพานบ้าง”  ตอบอย่างนี้ อย่าไปเชื่อครับ  เอาเท้าดีด คนตอบลงคลองไปเลยครับ  “มันเกี่ยวอะไรกับ พระไตรปิฎก มันเกี่ยวอะไรกับทางไปสู่นิพพาน”  

                ไอ้ตัวคนตอบนะ ก็ได้แค่คุยว่าเป็นศิษย์ปฏิบัติสายนู้น สายนี้ ได้ฤทธิ์ทางใจ บ้าง ได้ฤทธิ์นู้น ฤทธิ์นี้บ้าง ขอโทษเถอะครับ ฤทธิ์ทางใจที่ท่านได้ แล้วคุยว่า ไปนรก ไป สวรรค์ ได้เห็นอะไรต่าง ๆ เนี่ยะ เป็นแค่สิ่งเบื้องต้นครับ เมื่อคุณได้เห็นสวรรค์ เห็นนรกแล้ว มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่า เวรกรรมมีจริง จึงไม่กล้าทำบาป มันเป็นเพียงหนทางที่จะทำให้คุณอยากไปนิพพานมากขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คุณได้ไปนิพพาน

            ขอโทษเถอะครับ

            
             1.  ฤทธิ์ที่ท่านได้ ท่านสามารถเชิญองค์เทพมาได้ไหม
             2.  ฤทธิ์ที่ท่านได้  ท่านสามารถรักษาอาการเจ็บป่วย ตัวเอง และคนอื่น ๆ ได้ไหม
             3.  ฤทธิ์ที่ท่านได้   ท่านสามารถขับคุณไสย ไล่ผี ได้ไหม
             4.  ฤทธิ์ที่ท่านได้   ท่านสารถ ลงเมตตา, อำนาจ, เสน่ห์ , ทำน้ำมนต์ ฯลฯ ได้ไหม
             5.  ฤทธิ์ที่ท่านได้   ท่านสามารถ สร้างบารมีเข้าสู่ยุคองค์ 5 ไหม
             6.   ยังมีอีกมากมายที่ กล่าวไม่หมด



               Shocked ตามประวัติ องค์พระบรมครูสายสัญญาบารมี หน้าที่สี่ วรรค 3 ลองหาอ่านมาดูสะ ท่านจะรู้ว่าพระบรมครูสายสัญญาบารมี ท่านเคยเป็นศิษย์ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์มาก่อนนะครับส่วนในยุค พระโคตโม พระองค์บรมครูสายสัญญาบารมี ท่านมีพระนามว่าอะไร ไม่ขอกล่าว แต่ขอให้รู้ว่าไว้ ระดับศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้า มาถ่ายทอด มาเป็นองค์พระบรมครูสายสายสัญญาบารมีใครได้เป็นศิษย์ท่าน  ถือว่าสุดยอดแล้ว “สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร”          

       สุดท้ายขอฝากวินัย และ ข้อปฎิบัติ ของศิษย์สายสัญญา และผู้ที่จะเป็นศิษย์สายสัญญาไว้เตือนใจหนึ่งข้อ

***ผู้ปฏิบัติธรรม  ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติใหม่  ต้องประคับประคองตนให้มี  กาย  วาจา  จิตให้เป็น ศีลมัย  พึงระวังการหลง ในอำนาจอิทธิฤทธิ์  เพราะเป็นขั้นต้นของการได้รับเหตุในทางธรรมะ  เป็นอำนาจอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลรับรอง  มักจะลืมตน หลงตน ทนงตัว จะเกิดพฤติกรรมที่ปรากฏให้เห็นได้ชัด เช่น  อวดรู้  เพ้อเจ้อ ปั่นจิตไหวหวั่น ยกตนเทียมท่าน  ข้ามเกินครูบาอาจารย์  และเหตุอันเป็นประมาทด้วยนานาประการทั้งปวง***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 05:05:31 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 04:26:37 PM »

ทิดวี
Newbie
Re: ผู้ที่เริ่มสนใจในสายสัญญาโปรดอ่าน
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2007, 05:35:05 

       และแล้วผมก็ได้รับเมล์จาก คุณริชชี่ หลังจากที่รอมากว่า 2  เดือน
   เขาตอบมาว่าดังนี้
       "ผมไม่ใช่คนรับแก้กรรมให้ใคร  อย่ามาคาดหวังว่าให้ผมแก้ไขปัญหาให้คุณ  คุณต้องแก้เอง   กรรมที่ใครก่อผู้นั้นต้องแก้เอง  ไม่มีเทพองค์ใดมาฝืนกรรมหรือแก้ให้ใครได้หรอกครับ"


        ครับ ผมเข้าใจครับน้อง ริชชี่ แต่เมื่อท่านประกาศในเวปว่า  ใครมีปัญหา อะไรในชีวิต ให้"ไปซื้อหนังสือ" ของน้องมาอ่านดูก่อนถ้าไม่เข้าใจแล้วค่อยเมล์ มาถาม

     พอถามไป แล้วตอบกลับมาอย่างนี้ ปวดหัวครับ

     ผมเข้าใจอยู่ "ว่ากรรมใคร กรรมมัน"

     แต่ทำไมท่าน "ไม่ชี้แนะแนวทางชีวิต ละครับ ว่าควรปฏิบัติอย่างไร" ถ้าองค์เทพ (ของจริง) ที่ลงมาประทับร่างของน้อง ตอบได้แค่นี้  ทำประโยชน์ได้เท่านี้ จะลงมาทำไม เชิญท่านกลับไปดีกว่ามั๊ง 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2008, 12:17:46 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 11:49:20 AM »

"อายุบวร"

      Tongue SUPER RICHY  เรื่องจริงหรืออิงนิยาย

   วันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

      Tongue    วันนี้คุณเศกสมได้นำหนังสือ Pocket Book เล่มหนึ่งมีชื่อว่า Super richy  ซึ่งผู้เขียนมีนามว่า ชกนก โตธนายานนท์  ถึงกับกล้าหาญชาญชัยพูดว่า  เรื่องนี้เป็น “วรรณกรรม”  เล่มแรก  แต่น่าจะเป็น “เวรกรรม” เล่มแรก ในชีวิตของเธอที่เขียน  ซึ่งได้เขียนจากคำบอกเล่าของริชชี่และผู้ที่อยู่ข้างเคียง  โดยที่ตัวคุณชกนกนั้นไม่ได้รู้และสัมผัสในเรื่องเกี่ยวกับภาคโลกทิพย์หรือมิติลี้ลับเลย  ตัวเธอเองนั้นพูดได้ว่าเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีองค์บารมีลงมาสรวม  ไม่สามารถที่จะพูดภาษาเทพได้  ถึงแม้ว่าจะอยู่กับองค์พระนารายณ์ที่แบ่งจิตมาเกิดก็ตาม  ระดับพระนารายณ์ที่แบ่งจิตมาเกิดนั้น

 Cool Tongue    Super richy หน้า ๑๒๙  “แบ่งจิตมาเกิด” 
 
      เป็นการกระทำโดยผู้มีญาณบารมีที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน  มีอำนาจและพลังอย่างหาที่สุดไม่ได้  โดยมากจะได้ยินเรื่องราวของการแบ่งจิตมาเกิดจากเทพชั้นสูง  ซึ่งจะมีความสามารถในการสร้างจิตดวงใหม่ที่มีรากฐานมาจากจิตเดิมของเขา  เป็นการกระทำที่บ่งบอกถึง  ความสามารถในระดับที่สูงที่สุด

         Shocked ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัด  ถ้าคุณชกนกนั้นพูดภาษาเทพและสื่อกับพระองค์ท่านได้  ก็คงจะไม่แกล้งแสดงความปัญญาอ่อนเขียนยกยอปอปั้นเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะได้เข้ามาสัมผัสสายเทพได้ไม่นาน  ในการที่มนุษย์คนใดก็ตามที่จะมีเทพเข้ามาประทับภายในร่าง  ไม่จำเป็นที่จะต้องมีอำนาจหรือพลังอย่างหาที่สุดไม่ได้  ซึ่งเป็นคำพูดราคาคุยยกยอริชชี่  อ่านแล้วอยากอ๊วกแตก…..!!!!!   สงสารผู้เขียนเหลือเกิน  หน้าตาก็ดีไม่น่าจะมีสมองที่เต็มไปด้วย “อวิชชา”  สงสารผู้ที่ซื้อหนังสือนี้ไปอ่านซึ่งจะได้รับข้อมูลที่ยกเมฆป้อนใส่เข้าไปในหัวสมอง  แต่สำหรับศิษย์สายสัญญาประยุกต์นั้น  ถ้าสมมุติว่ากล้าซื้อมาอ่าน  ก็จะได้เรียนรู้ถึงพฤตติการณ์ ของ ผู้เขียน และ ตัวริชชี ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่น่าที่จะเขียนออกมาได้เลย  เพราะว่าเท่ากับเป็นการโปรโมทยกย่องให้ริชชี่เป็นผู้วิเศษเอาไปเสียเลยมันสำคัญอยู่ที่ว่าพวกศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้นจะกล้าซื้ออ่านหรือไม่เท่านั้นเอง

      Tongue Surper richy  หน้า ๑๒๙  ย่อหน้า ๓  ความว่า

   ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้น ประสบการณ์ก็ทำให้เขาเริ่มที่จะเข้าใจถึงที่มาของสิ่งเหล่านี้  ริชชี่เล่าถึงประสบการอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาให้ผู้เขียนฟังว่า  ทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับอดีตของเขา  เขาเคยถามองค์นารายณ์ไปว่า  เพราะเหตุใดเขาจึงอดีตที่ผูกพันกับองค์นารายณ์  คำตอบที่ได้ทำให้ได้ความรู้ขึ้นมาอีกประการหนึ่งคือ  การมาเกิดของริชชี่นั้น  เกิดขึ้นเนื่องจากองค์นารายณ์ได้แบ่งจิต  ขององค์เองออกมาหลายส่วนเพื่อส่งมาเกิด  โดยมีวัติถุประสงค์เพื่อมาสร้างบุญบารมีด้วยการช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกได้ยาก  การแบ่งจิตขององค์นารายณ์ตามที่ริชชี่ได้ถามจากองค์นารายณ์เองนั้นมี ๒ วิธี

      Shocked    คำวิจารณ์ของปรมาจารย์ประหยัด  ก็ขอบอกอีกครั้งว่า สงสารคุร “กชนก”   ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเรื่องของ เทพ-เทวดา เอาเสียเลย  เขียนแบบคนปัญญาอ่อนออกมาได้ว่า “การมาเกิดของริชชี่นั้น  เกิดขึ้นเนื่องจากองค์นารายณ์ได้แบ่งจิตขององค์เอกออกมาหลายส่วนเพื่อส่งมาเกิด”   ก็ไม่ทราบองค์นารายณ์ที่ริชชี่ถามนั้น  เป็นองค์นายรายปัญญาอ่อนองค์ใดหรือ ?  เพราะว่าอาจารย์ประหยัด ก็มีองค์พระนารายณ์ลงมาประทับร่างเพื่อปราบมารอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เห็นว่าองค์พระนารายณ์ของ อาจารย์ประหยัด จะปัญญาอ่อนเหมือนที่ลงมาเกิดเป็นริชชี่เลย  ริชชี่นั้นไม่ทราบว่าเป็นจิตส่วนไหนแบ่งมาเกิด  หน้าจะเป็นขนหน้าแข้งของพระนารายณ์ที่หลุดล่วงลงมาเกิดมากกว่า

 Tongue Surper richy  หน้า ๑๓๒  ย่อหน้า ๒
   กรณีของริชชี่  เมื่อองค์แบ่งจิตมาเกิดแล้วได้แสดงความแตกต่างตั้งแต่เป็นเด็ก  การที่เขาไม่คลานแต่สามารถเดินได้เลยนั้น  มีผู้รู้อธิบายว่าเป็นเพราะเขามีอำนาจจิตที่ทรงพลังตั้งแต่ยังเด็กแล้วไม่ยังไม่รู้ตัว  นั่นทำให้ฝื นร่างกายให้เดินได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นด้วยการคลาน  พลังจิตขั้นสูงสามารถฝืนธรรมชาติด้วยพละกำลังของจิตเอง  ขับเคลื่อนให้ร่างกายที่ยังเป็นทารกอยู่นั้นเดินได้ในทันทีตามที่จิตต้องการ

         Shocked ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัด  ไม่ทราบว่า คุณชกนก เป็นคนปัญญาอ่อนเชื่อเรื่องนี้ถึงขนาดที่กล้าเอามาเขียนด้วยหรือ  เด็กที่ไม่คลานนั้นถ้าปัญญาไม่อ่อนแม่ก็เลี้ยงไม่ดีถึงไม่มีแรงคลาน  ยังงี้ยังมีหน้ามาอวดว่าเป็นผู้มีอำนาจจิตที่ทรงพลัง  ลูกสุนัขเวลาเกิดมาตายังลืมไม่ได้มันก็คลานได้แล้ว  โดยลูกสุนัขนั้นไม่จำเป็นต้องใช้พลังจิตเลย  มันเป็นไปตามธรรมชาติของคนที่เกิดมาโดยทั่วไป  เมื่อคว่ำได้แล้วก็ต้องคลาน  แต่เมื่อเกิดมาแล้วไม่เป็นไปตามธรรมชาติผิดธรรมชาติคลานไม่ได้  ยังอวดโง่มาเล่าให้คนทั้งหลายฟังว่า  ไม่คลานแต่ลุกขึ้นเดินได้เลย  ใครที่อ่านแล้วเชื่อตามก็จะคล้อยตาม  คืออ่านไปก็ปัญญาอ่อนตามไปด้วย

 Tongue Surper richy  หน้า ๑๓๔  วรรค ๒

   ผู้เขียนเคยขอให้ริชชี่ถามองค์นารายณ์ถึงต้นตาลว่า  เหตุใดคนโบราณจึงต้องปลูกต้นตา
ไว้มากมายในโบราณสถานเหล่านั้น ซึ่งล้วนเคยเป็นแหล่งอารยธรรมที่ทำให้การเคารพบูชาองค์เทพมาก่อน การถามครั้งนั้น  ทำให้ริชชี่ได้ความรู้  และผู้เขียนได้คำตอบว่า ต้นตาลนั้นเป็นท่อลำเลียงพลังของทั้ง ๓ ภพ คือสวรรค์ มนุษย์ และบาดาล  เพราะวิธีที่จะส่งคลื่นพลังงานหากันได้นั้นมีหลายวิธี แต่วิธีที่ดีที่สุดจะต้องมีวัตถุที่ใช้เป็นตัวผ่าน  ซึ่งต้นตาลเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ และมีคุณสมบุติเป็นตัวผ่านพลังงานที่ดี   การทำงานของต้นตาล ก็จะคล้ายกับเสาวิทยุที่ใช้รับส่งสัญญาณ  เพียงแค่เป็นเสาธรรมชาติ  และมีคุณสมบัติในการ “รับหรือดูด และ “ส่งหรือปล่อย  พลังงานไปยังทั้ง ๓ ภพ  เช่น จากภพบาดาลขึ้นไปยัง ภพมนุษย์  จากนั้นต่อไปยัง ภพสวรรค์ คือจาก “ล่างขึ้นบน”  รวมทั้งจากสวรรค์ลงมายัง ภพมนุษย์  และต่อไปยังภพบาดาลได้  คือจาก “บนลงล่าง”  สามารถยกตัวอย่างเฉพาะการรับส่งพลังงานจากภพมนุษย์ไปยังสวรรค์และจากสวรรค์สู่ภพมนุษย์ได้ดังนี้

       Shocked:o    ความเห็นของท่านปรมาจารย์ประหยัด  เกิดมาตั้งนานก็เพิ่งจะมารู้ว่าต้นตาลนั้นเป็นเสาอากาศหรือเป็นท่อลำเลียงพลังของ “เทพ”  นี่เป็นเพียงต้นตาลเพียงต้นเดียวที่ขึ้นอยู่หลังบ้านริชชี่นะ  ขนาดที่ว่าฟ้าผ่าต้นตาลต้นนี้ยังมาเขียนบิดเบียนให้เป็นเรื่องนิยายน้ำเน่า  ว่าที่ว่าฟ้าผ่าลงมานั้นเบื้องบนเขาส่งพลังลงมาให้  แล้วไอ้พวกที่ยืนอยู่กลางทุ่งนาหรืออยู่ใต้ต้นไม้กลางทุ่ง  ฟ้าผ่าลงมาเพื่อส่งพลังให้จนตัวดำเป็นตอตะโก  พลังเทพอะไรหรือที่ทำอย่างนั้น  ซึ่งถ้าต้นตาลเป็นท่อส่งพลังของเทพละก้อ  ที่จังหวัดเพชรบุรีมีต้นตาลหลายหมื่นต้น  พลังเทพที่ส่งลงมากับต้นตาล  คนเพชรบุรีก็คงจะกลายเป็นองค์เทพไปหมดทั้งเมือง  ไปทางไหนก็จะมีแต่องค์นารายณ์ทั้งนั้น  ต่อไปใครอยากได้พลังของเทพก็ไปที่ต้นตาล  แต่คงจะไม่เป็นต้นตาลเฉพาะต้นของริชชี่นะ  ต้นตาลต้นอื่นก็คงใช้ได้  ก็ไปรับพลังของเทพที่ต้นตาลได้เลย

         Shocked ต้นตาลที่เมืองเพชรนั้นเขาปลูกเอาไว้เพื่ออะไร  ก็จะบอกให้คนที่อ่านหนังสือ Surper richy  นี้เอาไว้เพื่อจะได้ไม่ให้โง่ต่อไป  เขาปลูกตาลเอาไว้เพื่อที่จะเอามาทำเป็นน้ำตาล  ต้นตาลนั้นปลูกง่ายแต่ตายยาก  ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลอะไรเลย  ปลูกเอาไว้ตามดินที่เรียกว่าเป็นคันนาใหญ่ ๆ หรือตามดินที่อยู่ในที่นาที่ทำเป็นแปลงตีข้าว  ถ้าปลูกเอาไว้เป็นเสาอากาศเพื่อดูดเอาพลังงานของเทพละก้อ  คงจะไม่ต้องมีการสร้างเจดีย์เอาไว้เพื่อกราบไหว้บูชาถ่ายทอดพลังจากความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์  ก็คงจะต้องใช้สติปัญญาพิจารณาเอาเองว่า  จะไปรับพลังจากต้นตาลหรือไปรับพลังจากเจดีย์ตามวัดต่าง ๆ 

 Tongue Surper richy หน้า ๑๓๗  ย่อหน้า ๑
   พลังงานที่เจาะจงส่งมาถึงริชชี  เป็นพลังงานปริมาณมหาศาล  จนสามารถทำให้เกิดเป็นฟ้าผ่า  ลงมาที่ต้นตาลอย่างรุนแรง  อีกนัยหนึ่งก็เพื่อทำให้จิตลึก ๆ ของริชชี่ถูกกระตุ้น  เหมือนเป็นการเปิดสวิตช์ให้พลังงานเข้าสู่โปรแกรมพิเศษที่แฝงอยู่ในตัวของริชชี่เอง (อิทธิฤทธิ์)  ทั้งพลังงานจากทางเทพพรหม  และพลังงานจากข้างในตัวริชชี่ Surper richy  หน้า ไหลเชื่อมกัน  จึงเป็นผลทำให้ริชชี่ที่ขณะนั้นอายุได้ ๑๓ ปี มีอาการที่เรียกว่า  อยู่ดีๆ ก็มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์  เกิดขึ้นนั่นเอง

      Shocked    ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัด   ก็อยากทราบเหมือนกันว่า เทพ-พรหม หน้าโง่ปัญญาอ่อนองค์ใดที่ส่งพลังเทพเป็นสายฟ้าผ่าลงมาให้ริชชี่   คงจะไม่ใช่เทพองค์ที่มีพระนามว่า “รามสูร” นะจ๊ะ  ฟ้าผ่านั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติไม่น่าจะบิดเบือนมาเป็นนวนิยายต้มคนอ่านได้เลย  ใคร ๆ ก็รู้กันว่า  ฟ้าผ่านั้นเกิดจากไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่เมฆก้อนหนึ่งวิ่งข้ามไปสู่เมฆอีกก้อนหนึ่ง   ในขณะที่วิ่งผ่านอากาศไปนั้นก็จะเกิดเสียงดังที่เรียกว่า “ฟ้าร้อง”  แต่ไฟฟ้านั้นบางกระแสมันกะระยะทางผิด  ไปไม่ถึงก้อนเมฆอีกก้อน  เมื่อไปไม่ถึงก็จะตกลงมายังแผ่นดิน  ต้นไม้หรือวัตถุต่าง ๆ ที่อยู่สูงที่สุดในขณะที่กระแสไฟฟ้าลงมานั้น  ก็จะกลายเป็นตัวรับกระแสไฟฟ้าทันที  เรียกว่า “ฟ้าผ่า”  บ้านอาจารย์ประหยัด นั้นเคยถูกเพียงแค่หางของสายฟ้าผ่าเท่านั้น  กระเบื้องหลังคาไม่แตก  แต่ปูนที่โบกเอาไว้ที่ครอบหลังคานั้นแตก  ที่บ้านไม่เกิดไฟไหม้เพราะฟ้าผ่าก็เป็นเพราะว่า  ในบ้านหลังนี้มีร่างของเทพองค์หนึ่งอยู่คืออาจารย์ประหยัด  ไม่ใช่เป็นการเตือนหรือเป็นการส่งพลังเทพมาให้  เพราะเมื่อฟ้าผ่าบ้านแล้ว  ก็ไม่เห็นว่าจะมี “อิทธิฤทธิ์” ปาติหาริย์  เกิดขึ้น  มันเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดานั่นเอง 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2008, 12:15:41 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 11:53:42 AM »

ทีนี้มาพูดถึงมนุษย์ราคาคุยอย่างริชชี่ที่ถอดกายทิพย์ได้

 Tongue Surper richy  หน้า ๑๔๗  เป็นเรื่องที่ริชชี่ถอดกายทิพย์ไปปราบคุณไสย

    Tongue คนทำคุณไสยบ้านอยู่ติดชายทะเล  กำลังร่ายมนต์อยู่พอดี  ตอนนั้นเขาไม่เห็นริชชี่ แต่ริชชี่เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นน่ากลัว ของเขมรที่ว่าแรงแล้วยังไม่เท่าของแขก  เห็นแบบนั้นริชชี่ก็เผาทำลายของไม่ดีนั้นเสีย พร้อมทั้งเผาทำลายวิชามนต์ดำที่ใช้ทำร้ายผู้อื่นด้วย  หลังจากจบธุระที่บ้านติดชายทะเลนั้นแล้ว  รัชชี่ก็กลังมายังร่างเดิม แนะนำให้คนที่ถูกคุณไทยนั้นกลังไปนั่งสมาธิแก้กรรม  เพื่อสื่อจิตถึงฝ่ายตรงข้าให้อโสิกรรมต่อกัน
         Shocked ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัด  ก็เพิ่งจะได้ความรู้ใหม่นี้แหละว่า  วิธีปราบคุณไสยนั้นใช้วิธีถอดกายทิพย์ไปปราบหมอผีถึงที่บ้านได้เลย  ถามว่าอาจารย์ประหยัดเชื่อไหม  ตอบได้เลยว่าถ้าเชื่อก็กลายเป็นควายแล้ว   เพราะการถอดกายทิพย์ออกไปนั้น  ก็เท่ากับวิญญาณดวงหนึ่ง  เมื่อเป็นวิญญาณนั้นถ้าไม่ปฏิบัติตนเองให้ถึงระดับขั้นก็จะไม่สามารถแสดงฤทธิ์ได้  ในเมื่อคุยว่าตัวเองเป็นพระนารายณ์มาเกิด  การปราบคุณไสยนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องถอดกายทิพย์ไป  ซึ่งพระนารายณ์องค์นี้หน้าโง่ปัญญาอ่อนมาก  จะขอชี้แนะให้พระนารายณ์ปัญญาอ่อนองค์นี้ได้ทราบเอาไว้ว่า  หน้าที่ของเทพที่จะปราบคุณไสยนั้นเขามีอยู่ ระดับอาจารย์ประหยัดที่ยังไม่เก่งเท่า ริชชี่  ไม่เก่งเรื่องคุยโม้เท่าริชชี่  ก็ปราบคุณไสยได้อย่างง่ายดาย  เพียงแค่ประจุองค์พระธรรมที่มีพระนามว่า “องค์ปราบคุณไสย” เพียงแค่ ๑ สายลูกประคำคือ ๑๐๘ องค์  ก็เรียบร้อยแล้ว  บางครั้งประจุเพียงแค่ “องค์พระร่วง”  ผีพวกนี้ก็เผ่นป่าราบแล้ว  

 Tongue Surper richy  หน้า ๑๔๙  ย่อหน้าที่ ๖

   การถอดกายทิพย์ของริชชี่ครั้งหนึ่งที่ทำให้ทีมงานได้เห็น  และรับรู้ว่าภพภูมิต่าง ๆ นั้นมีจริงก็เป็นตอนที่ริชชี่พาคนประมาณที่ ๖ คน  ไปดูสวรรค์  ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๘ ชั่วโมง เกือบ ๆ จะทั้งวัน  ซึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าริชชี่ได้ใช้พลังจิตอย่างหนัก  สังเกตได้จากพอริชชี่ออกมาจากสมาธิก็จะเอนตัวลงนอนทันที  แค่สัก ๕–๑๐ นาทีก็จะกลับมาเป็นริชี่ที่สดชื่น สดใสเหมือนเดิมอีก

         Shocked คำวิจารณ์ของ อาจารย์ประหยัด >>>>> นานมาแล้วกว่าสิบปี  อดีตพระนิกร  ในเวลานั้นโด่งดังมาก  มีผู้คนมากมายทั่วประเทศหลังไหลไปหา พระนิกรได้พาญาติโยมที่มีระดับ “สมองหมูปัญญาควาย” เหล่านี้ไปท่องสวรรค์  โดยเฉพาะสถานที่สวยงามของสวรรค์  คือ เกตุแก้วจุฬามณี  พวกที่ไปท่องสวรรค์เหล่านี้ก็กลับมาเล่าให้ฟัง ซึ่งก็มีน้องสาวของ อาจารย์ประหยัด  มีนามว่า พัฒนา ถิระปุญโญ  ก็ไปกับเขาด้วย  พาแม่ผัวไปนอนที่วัดของอดีตพระนิกร  ไปนอนเฝ้าบารมีของอดีตพระนิกรเป็นอาทิตย์  ก็ไม่ทราบว่าน้องสาวของอาจารย์ประหยัดเสียเงินไปเท่าไหร่  แล้วอดีตพระนิกรนั้นพาไปทัวร์สวรรค์หรือไม่  เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในสมองของอาจารย์ประหยัดจึงไม่ได้สนใจ  ในที่สุด “สวรรค์มีตา”  อดีตพระนิกรได้แสดงอิทธิฤทธิ์  “เสกเด็กเข้าท้อง” สีกาออน  ซึ่งสีกาออนนั้นก็ได้เรียกเอาเงินอดีตพระนิกร  ถ้าจำผิดก็ขออภัย ๕ ล้านบาท  เมื่อสีกาออนไม่ได้เงินก็แจ้งความจับอดีตพระนิกร  ปัจจุบันนี้อดีตพระนิกรก็ไม่ได้เป็นพระแล้ว ก็ไม่ได้ติดตามข่าวว่าท่านไปจำพรรษาอยู่ในคุกหรือไม่  ต้องขอให้ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องติดตามข่าวมาให้

      Shocked    มาถึงเวลานี้เกิดมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอย  มีพระนิกร ๒ ขึ้นมา  ก็คือนายริชชี่  พาลูกศิษย์ ๖ คนไปทัวร์สวรรค์  คงจะเคยไปวัดของอดีตพระนิกร  ได้ยินเรื่องราวของอดีตพระนิกรมามาก  ก็เลยจำเอาประวัติของพระนิกรมาใช้โดยดัดแปลงแก้ไขเล็กน้อย  ก็อยากจะถามคนที่ไป “ทัวร์สวรรค์” กับริชชี่  นั้นได้เห็นอะไรบ้างบนสวรรค์  กล้าที่จะมาเล่าเปิดเผยให้ฟังได้หรือไม่  ถ้าคุยเรื่องทัวร์สวรรค์กับอาจารย์ประหยัด แล้วจะหนาว  คุยให้กับคนหน้าโง่ปัญญาอ่อนก็พอคุยได้

    Surper richy ย่อหน้าที่ ๒
   การถอดกายทิพย์นั้นริชชี่จะใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนเป็นหลักเท่านั้น  แต่มีบ้างเหมือนกันที่เผลอใช้เพื่อตัวเอง ครั้งหนึ่งเพราะความที่ยังเป็นเด็กอยู่  ตอนนั้นริชชี่ยังเรียนอยู่ที่ชั้นมัธยมที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย  วันหนึ่งได้นัดกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนว่าพรุ่งนี้จะเอาลูกบอลมาเตะแข่งกันตอนเที่ยง  ปรากฏว่าถึงวันนัดริชชี่ลืมเอาลูกบอลมา  พอใกล้เที่ยง  ขณะที่นั่งเรียนอยู่  *ริชชี่ถอดกายทิพย์ขึ้นไปหาพระพิรุณ  ขอให้โปรยฝนไปตกที่โรงเรียน*   เที่ยงวันนั้นฝนจึงตกกระหน่ำยกใหญ่  ไม่สามารถเล่นบอลได้  เป็นอันว่าริชชีรอดตัวไม่โดนเพื่อนต่อว่าที่ผิดสัญญา

         Shocked คำวิจารณ์ของ อาจารย์ประหยัด >>>>> *ริชชี่ถอดกายทิพย์ขึ้นไปหาพระพิรุณ  ขอให้โปรยฝนไปตกที่โรงเรียน*  ไอ้หนูเอ้ยเอ็งมันจะโม้มากเกินไปแล้ว  เพียงแค่ลืมเอาลูกบอลไป  ก็บอกเพื่อนไปซี่ว่าลืม  พวกเพื่อนมันก็คงจะใจกว้างพอที่จะไม่คิดอะไร  แต่ถ้ากลัวเสียคำพูดจริง ๆ ละก้อ  โทรกลับไปบ้านบอกให้คุณแม่ใช้ใครก็ได้เอาไปส่งให้  ในเมื่อเอ็งสามารถถอดกายทิพย์เนรมิตเครื่องมือไปซ่อมท่อประปาได้  ทำไมเอ็งไม่ถอดกายทิพย์ไปเอาลูกบอลที่บ้านมาเอง

         Shocked เพียงแค่ลืมลูกบอลลูกเดียวต้องเดือดร้อนถึง  “พระพิรุณ”  ด้วยหรือ พระพิรุณเองก็คงจะปัญญาอ่อนพอ ๆ กับเอ็งนี่แหละ  ปัญหาง่ายเพียงแค่ลืมลูกฟุตบอลก็ตามใจเด็กทำให้ฝนมาตกที่โรงเรียนได้เลย  แล้วไอ้ที่ตกจนน้ำท่วมเชียงใหม่  ทำให้คนเชียงใหม่เดือดร้อนแสนสาหัส  ทำไมเอ็งไม่ถอดกายทิพย์ของเอ็งขึ้นไปบอกพระพิรุณให้ฝนไปตกที่จังหวัดอื่นเล่า  คนเชียงใหม่จะได้สำนึกในบุญคุณของเอ็ง  คนเขียนเรื่องนี้ก็เขียนแบบคนปัญญาอ่อนเกินไปแล้ว

 Shocked ทีนี้มาคั่นรายการด้วยภาพของริชชี่  จำนวน ๔ ภาพ  หน้า ๓๖๔–๓๖๕  ผู้เขียนได้บรรยายบนภาพเอาไว้ว่า
         Embarrassed “ริชชี่เจิมนารายณ์กวนเกษียรสมุทรที่สนามบินสุวรรณภูมิ”
   ซึ่งในภาพแรกนั้น ริชชี่ มองดูเหมือน “ฮิบปี่” ใสเสื้อยืดกางเกงยีนเก่า ๆ  ยืนอยู่กับครอบครัว  ภาพที่ ๒-๔ นั้นเป็นรูปที่ผู้เขียนบอกว่า เจิมนารายณ์  แต่อาจารย์ประหยัดมองยังไงก็เห็นริชชี่เจิมฟองคลื่นน้ำทะเล  และก็ไม่เห็นว่าริชชี่ถือกระปุกแป้งเจิมแต่อย่างใด ถ้าผู้เขียนไม่ตอแหลก็น่าจะเอารูปที่เจิมองค์พระนารายณ์จริง ๆ มาให้ดู  แต่ต้องเป็นพิธีการนะจ๊ะ  คือในขณะที่ไปเจิมนั้นต้องได้รับเชิญจากทางการเสียก่อน  ซึ่งเมื่อเป็นทางการก็จะต้อง “แต่งชุดขาว” ให้เหมาะสม  เป็นการให้เกียรติสถานที่และองค์พระนารายณ์ด้วย  ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น  “องค์พระนารายณ์องค์นี้ก็คงจะส่งญาณบอกว่า  เอ็งเป็นนารายณ์แล้วมาเจิมพระรูปของตัวเอง”  เอ็งมันไม่ปัญญาอ่อนไปหน่อยหรือเจ้าริชชี่

      Super Richy  It’s very easy to be you  ในหน้าที่ ๓๖๖  บนภาพ  เขียนบรรยายเอาไว้ว่า

   วัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ) จังหวัดอยุธยา  ที่ผู้มีความสามารถทางจิตต่างเชื่อว่า  เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

   ในหน้าที่ ๓๖๘–๓๖๙  บนรูปเขียนบรรยายเอาไว้ว่า

   คุณหญิงกอแก้ว  บุณยะจินดา  และคณะ  รวมทั้งริชชี่ หม่าม้า ฯลฯ ทำพิธีบวงสรวงกราบไหว้บูชาพระบรมอัฐิของพระนเรศวรมหาราชที่เจดีย์องค์ใหญ่ในวัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ)

      Shocked    คำวิจารย์ของอาจารย์ประหยัด  ในเมื่อริชชี่เองนั้นสามารถถอดกายทิพย์ได้  ทำไมจึงต้องไปยกเอาคำกล่าวของผู้ที่มีความสามารถของท่านอื่นมาพูด  ถอดกายทิพย์ลงไปซ่อมท่อน้ำได้  ทำไมไม่ถอดกายทิพย์มุดเข้าไปถาม สมเด็จพระนเรศวร เอาเสียเลย  ในฐานะที่เป็นองค์นารายณ์  เป็นมหาเทพในสรวงสวรรค์  เรียกวิญญาณของพระนเรศวรออกมาคุยได้เลย  เรียกออกมาได้อยู่แล้ว

         Shocked พระนารายณ์ที่แบ่งจิตมาเกิดถอดกายทิพย์ได้  ไปบวงสรวงนั่งก้มกราบวิญญาณที่อยู่ในระดับต่ำกว่า  ตัวเองนั้นคิดไม่ทันหรือจึงได้ปล่อยความโง่ปัญญาอ่อนออกมา  ก็จะขอถามบรรดาศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ว่า  องค์มหาเทพนารายณ์กับพระนเรศวรมหาราชนั้น ใครเป็นเทพที่มีระดับสูงกว่ากัน

      Shocked    ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถถอดกายทิพย์ได้  ก็อยากจะเจอกับผู้ที่มีความสามารถทางจิตที่ต่างก็เชื่อว่า  เจดีย์ที่พระนารายณ์ปัญญาอ่อนไปก้มกราบนี้  มีพระอัฐิของพระนเรศวร จะได้รู้ว่าท่านกล่าวเป็นเท็จหรือไม่  ซึ่งอาจารย์ประหยัดฟันธงได้เลยว่า  ไม่มีพระอัฐิของค์สมเด็จพระนเรศวรอยู่ในเจดีย์พระองค์นี้  มันก็น่าหัวเราะให้ฟันหักหมดปาก  ขนาดที่ว่าถอดกายทิพย์ไปขอพระพิรุณถึงสวรรค์ได้ไม่ให้ฝนตก  แต่ริชชี่กลับแกล้งปัญญาอ่อนไม่รู้ว่าเจดีย์องค์นี้มีอัฐิของพระนเรศวรหรือไม่
  
      Shocked Tongue    ผู้เขียนเองก็เถอะ  อย่าเอาความตอแหลมาเขียนให้คนไม่รู้อ่าน  เดี๋ยวก็จะเสียสถาบัน “ตอแหล” ไปหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2009, 10:38:45 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 11:54:30 AM »

 Tongue ว่าด้วยเรื่อง อิทธิวิธี หรือ การแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ
หน้า ๑๕๘–๙

    Tongue ประสบการณ์ Super Richy  หน้า การใช้ “อิทธิวิธี” ของริชชี่  ที่จริงก็ได้กล่าวไว้บ้างแล้วในบทที่แล้ว  แต่เพื่อให้เห็นชัดเจน  ผู้เขียนจึงขอนำเอาอีกเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ผู้อ่านฟัง  ครั้งหนึ่งริชชี่เคยช่วยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มาหาที่บ้าน  พวกเขาเล่าว่าที่หมู่บ้านเขาแล้งน้ำมาก  ขุดดินไปเท่าไหร่ก็ไม่พบน้ำ  ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงมาหาริชชี่เพื่อให้ช่วยให้ฝนตก  ริชชี่หลับตาถอดกายทิพย์ไปยังบ่อน้ำที่ชาวบ้านบอก  *ดำลึกลงไปใต้ดินและเห็นว่าเขาขุดพลาดไปอีกนิดเดียวเท่านั้น  น้ำใต้ดินตามธรรมชาตินั้น  ที่จริงอยู่ด้านข้างบ่อไปนิดเดียว  ริชชี่ลืมตาขึ้นแล้วบอกชาวบ้านกลุ่มนั้น  แต่ด้วยความที่พวกเขาไม่เห็นเหมือนที่ริชชี่เห็น  ริชชี่จึงถอดจิตกลับไปที่บ่อน้ำนั่นอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อที่จะช่วยเจาะไปด้านข้างของบ่อให้น้ำใต้ดินใกล้ ๆ กันนั้นพุ่งทะลุมาที่บ่อน้ำของชาวบ้านได้  **น่าแปลกตรงที่ริชชี่ในร่างทิพย์นั้น  แค่คิดว่าอยากได้เครื่องมือขุดเจาะดิน  เครื่องมือก็ปรากฏในมือของริชชี่ทันที  เป็นสว่านใช้เจาะดิน  ริชชี่จึงใช้สว่านนั้นเจาะดินด้านข้างบ่อจนไปทะลุกับบ่อน้ำใต้ดิน  น้ำจึงทะลักมายังบ่อที่ชาวบ้านขุด  สรุปว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นไม่ต้องกลับมาขุดอีก  ริชชี่ทำให้หมดแล้ว  พอริชชี่ลืมตามาก็บอกให้พวกเขากลับไปได้  มีน้ำที่บอแล้วชาวบ้านยังงงๆ อยู่  แต่ก็ยอมกลับไป  ในที่สุดก็พบว่ามีน้ำแล้วจริง ๆ ต่างพากันดีใจยกใหญ่

      Shocked คำวิจารณ์ของปรมาจารย์ประหยัดในเรื่องนี้  คนที่สามารถถอดกายทิพย์ได้นั้น  เขาไม่จำเป็นต้อง *ดำลึกลงไปใต้ดิน เพียงแค่กำหนดจิตก็จะไปถึงจุดนั้นทันที  นึกเพียงแต่ว่ามีแต่คนดำน้ำเท่านั้น  แต่ถ้าไปฟังหรือไปอ่านเรื่องพระร่วงนั้น  จะมีขอมดำดินมาโผล่ขึ้นในวัดที่ขณะที่พระร่วงกวาดวัด  ก็น่าจะจำเอามาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย  แต่ที่ขอมดำดินมาโผล่ที่วัดนั้น  ผู้เขียนเล่าเรื่องราวมาไม่ได้บอกว่าใช้วิชาอะไร น่าจะเป็นวิชาไสยศาสตร์มากกว่า

      Shocked    ในการขุดบ่อน้ำหรือเจาะน้ำบาดาลนั้น  ในบ้านของอาจารย์ประหยัดมีช่างเจาะน้ำบาดาลอยู่ชื่อ นายเปี้ย  เขาเจาะน้ำบาดาลมาแล้วเป็นพันๆ บ่อ  ซึ่งแถว ๆ บ้านอาจารย์ประหยัดนั้น  เขาจะเจาะเป็นมาตรฐาน ๑๔ เมตร  เมื่อเจาะผ่านดินชั้นบนลงไปแล้ว ก็จะไปผ่านดินชั้นดินเหนียว  กรวดหยาบ ทรายหยาบ สุดท้ายก็จะเป็นระดับทรายละเอียด  ซึ่งระดับนี้จะมีน้ำพอที่จะใช้  ก็จะใช้สูบโยกสูบเอาทรายออกมา  จนกว่าปลายเข็มเจาะนั้นจะเป็นโพลง  ไม่มีทรายขึ้นมาแล้ว  จึงจะเอาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าติดเข้าไป

         Shocked **น่าแปลกตรงที่ริชชี่ในร่างทิพย์นั้น  แค่คิดว่าอยากได้เครื่องมือขุดเจาะดิน  เครื่องมือก็ปรากฏในมือของริชชี่ทันที  เป็นสว่านใช้เจาะดิน  เป็นคำพูดตอแหลของริชชี่ชัด ๆ เอาเสียเลย  ในมิติภาคโลกทิพย์นั้น  เครื่องมือทิพย์จะมาใช้กับโลกมนุษย์ไม่ได้  เมื่อริชชี่เนรมิตสว่านเจาะดินมาแล้ว  เจาะผ่านดินเข้าไปน้ำก็จะไหลไปที่บ่อทันที  ตอแหลชัด ๆ เลย  ในชั้นของดินนั้นน้ำไหลผ่านได้เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น  มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ขุดบ่อน้ำโดยไม่ขุดให้ถึงระดับทราย  โง่งี่เง่าปัญญาอ่อนทั้งคนขุดและโง่ทั้งคนที่ถอดกายทิพย์ดำดินลงไป

 Tongue Super Richy  หน้า ๑๕๙

   การที่ริชชี่ในร่างทิพย์คิดอยากที่จะได้เครื่องมือเพื่อใช้ในการขุดเจาะดิน  แล้วเครื่องมือนั้นก็ปรากฏขึ้นมาในมือของริชชี่  นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้  ริชชีเล่าว่าเครื่องมืออื่น ๆ เช่น  เครื่องมือช่างที่ใช้เชื่อมเหล็กหรือแม้แต่ค้อน ตะปู  ก็จะมาปรากฎขึ้นทันทีที่ร่างทิพย์นั้นต้องการใช้  แม้แต่ครั้งหนึ่งที่บ้านของริชชี่เองท่อน้ำใต้ดินข้างล่างบ้านเกิดรั่วขึ้นมา  หม่าม้าไปรู้จะทำอย่างไร  ตอนนั้นริชชี่ถอดกายทิพย์ไปดูว่ามันรั่วตรงไหน  แล้วก็มาบอกหม่าม้าว่ารั่วตรงไหนบ้าง  อธิบายอย่างไรหม่าม้าก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ได้เห็น  ริชชี่ไม่อยากรอช่าง  จึงกลับไปที่เดิมคิดอยากเชื่อมปิดรูรั่วในท่อ  เครื่องมือเชื่อมก็ปรากฏขึ้น  ริชชี่ใช้มันเชื่อมท่อที่รั่วจนปิดสนิท  ท่อน้ำที่รั่วคราวนั้นได้ริชชีเชื่อมปิดรอยรั่วจนสนิท  หม่าม้าจึงไม่ต้องเรียกข่างมา

         Shocked คำวิจารย์ของอาจารย์ประหยัดในเรื่องนี้  อ่านมาถึงตอนนี้รู้สึกว่าอาจารย์ประหยัด  ปัญญาจะเริ่มลดระดับตกต่ำลงเกือบจะเท่ากับเด็กปัญญาอ่อนอย่างนายริชชี่  กูจะบ้าตายแล้วโว้ย……!!!!!  เพิ่งจะได้ยินเดี๋ยวนี้เองว่า  คนสามารถถอดกายทิพย์ไปเชื่อมแป๊บน้ำได้  ถ้าได้ถึงขนาดนี้แล้วละก้อแสดงว่ามีฤทธิ์มากเหลือเกิน  ทำไมเอ็งไม่เสกเปลี่ยนท่อน้ำใหม่ทั้งหมด  เสียเวลาไปเชื่อมมันทำไม  ถ้าเอ็งแน่จริงละก้อเอ็งกรุณาถอดกายทิพย์มา “เขกกระบานข้าหน่อยเถอะ”  เผื่อว่าสนิมของ “อวิชชา” ที่เกาะในกะโหลกข้ามันจะร่วงออกไป  แล้วข้าจะไม่ลืมพระคุณท่านริชชี่เลย  จะให้ไปยกถาดขอเป็นศิษย์ก็จะไป  เว็บนี้ก็จะกลายเป็นเว็บของริชชี่ไปอีกเว็บหนึ่ง  และบรรดาลูกศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  ก็คงจะต้องติดตามอาจารย์ประหยัดไปคารวะเป็นศิษย์ริชชี่หมดทุกคน
   
 :PSuper Richy  หน้า ๑๖๐ ย่อหน้าที่ ๒

   ริชชี่ราคาคุยว่า>>>>> นอกจากจะเป็นเครื่องมือช่างแล้ว  ในครั้งที่ริชชี่รักษาคนป่วย  เครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องใช้รักษาผู้ป่วยต่าง ๆ ก็จะสามารถปรากฏขึ้นมาในทิพย์ได้ด้วยเช่นกัน  แม้แต่อาวุธต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นมาตามที่กายทิพย์นั้นต้องการ

      Shocked    ความเห็นของปรมาจารย์ประหยัดในเรื่องนี้  ริชชี่เป็นคนที่ทนงตัว พูดมาก  คนพูดมากถ้าไม่พูดจากความจริง  ก็จะจำความเก่าที่พูดออกไปไม่ได้  แรก ๆ นั้นรักษาโรคโดยใช้น้ำมนต์หรือพลังของพระนารายณ์มาตอนนี้มาคุยอีกว่า  ใช้เครื่องมือแพทย์รักษาคนป่วย  มิน่าเล่าเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประชวร  ท่านเป็นถึงองค์พระนารายณ์อวตาร  ก็คงจะหายประชวรเพราะริชชี้ถอดกายทิพย์ไปรักษาพระองค์ท่าน  แต่ทุกครั้งที่พระองค์ท่านประชวร พระทุกวัดในประเทศไทยก็จะสวดมนต์ให้พระองค์ท่าน  ซึ่งถ้าริชชี่ทำได้ดังราคาคุย  พระเจ้าแผ่นดินของเราจะไม่มีวันประชวรอย่างแน่นอน  ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็คงจะถูกอาวุธของริชชี่ ปราบราบเรียบเป็นหน้ากลอง  พระพิรุณที่ริชชี่ขึ้นไปสนทนาด้วย  ก็จะไม่โปรยปรายฝนให้ตกลงมาจนน้ำท่วมหลาย ๆ จังหวัด  แม้แต่จังหวัดเชียงใหม่เองก็เถอะ  พระพิรุณไม่เคยเห็นแก่หน้าริชชี่ยกเว้นให้เลย จึงทำให้น้ำท่วมเชียงใหม่เมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาถึง ๓ ครั้งต่อ ๑ ปี

         Shocked หากอาจารย์ประหยัดมี “บารมี” เทียบเท่า ริชชี่  อาจารย์ประหยัด ก็จะถอดกายทิพย์ไป ๓ จังหวัดภาคใต้  ไปทำลายวัตถุระเบิด และปืน เอ็ม ๑๖ อาวุธสงครามทุกชนิดของพวกก่อการร้ายให้หมด  ก็นึกเอาก๊าชที่เคยเชื่อมแป๊บน้ำที่บ้านนั่นแหละ  เผาอาวุธทุกชนิดของพวกก่อการร้ายให้ไหม้ไปหมด   ถ้าทำได้เช่นนี้พวกก่อการร้าย ๓ จังหวัดภาคใต้ก็หมดฤทธิ์  แต่เนื่องจากอาจารย์ประหยัดมิใช่องค์นารายณ์แบ่งจิตมาเกิดจึงไม่สามารถทำได้  ก็ไม่ทราบว่าบรรดาลูกศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  มีองค์นารายณ์องค์ใดบ้างที่แบ่งจิตมาเกิด  ถ้ามีก็ให้รีบไปหาริชชี่เพื่อจะไปฝึกวิธีถอดกายทิพย์  จะได้นำเอาความปัญญาอ่อนมาช่วยศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  พระนารายณ์องค์ ที่อยู่กับคุณโหน่งจะว่ายังไง ?

         Shocked ก็คงจะต้องจบแค่นี้ทั้ง ๆ ที่มีเรื่องเล่าอีกมากมายใน “วรรณกรรม” บ้าบอคอแตก  ซี่งถ้าใครอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ก็ไปซื้ออ่านเอาเอง  เพียงแค่ ๒๙๔.๐๐ บาทเท่านั้น  แต่ขอแนะนำว่า ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ ไม่ควรซื้ออ่าน  เพราะพวกท่านทั้งหลายนั้นเรียกได้ว่า It’ very easy to be Richy.
   ร่างทรงเองเทพร่างไหนยังไม่สามารถพูดภาษาเทพได้  อาจารย์ประหยัด  กล้าพูดได้เลยว่า  เป็นเทพระดับ “กระจอก”  เทพที่ “เป็นใบ้”  มันจะมาช่วยคนอื่นได้หรือ  แม้แต่ตัวเองมันยังคุยไม่ได้ต้องไปจ้างคนมาเขียนเล่าเรื่องบ้าบอคอแตกมาเป็น “เวรกรรม” ไปเสียซึ่งไม่น่าจะมาใช้คำว่า “วรรรกรรม”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2008, 12:10:06 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 12:06:23 PM »

อายุบวร

ทิดวีเขียน สอนเอาไว้ว่า

ตามประวัติ องค์พระบรมครูสายสัญญาบารมี หน้าที่สี่ วรรค 3 ลองหาอ่านมาดูสะ ท่านจะรู้ว่าพระบรมครูสายสัญญาบารมี ท่านเคยเป็นศิษย์ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์มาก่อนนะครับส่วนในยุค พระโคตโม พระองค์บรมครูสายสัญญาบารมี ท่านมีพระนามว่าอะไร ไม่ขอกล่าว แต่ขอให้รู้ว่าไว้ ระดับศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้า มาถ่ายทอด มาเป็นองค์พระบรมครูสายสายสัญญาบารมีใครได้เป็นศิษย์ท่าน  ถือว่าสุดยอดแล้ว “สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร”     


      Shocked ซึ่งทิดวีนั้น ได้อ่านและปฏิบัติ ในสายสัญญาแล้ว  เห็นผลแล้ว  เพียงคำพูดที่ว่า ใครได้เป็นศิษย์ท่านถือว่าสุดยอดแล้ว  และได้เซ็นรับรองคำพูดของ อาจารย์ประหยัด ที่กล้าพูดเอาไว้ว่า “สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร”
 
      Shocked ก็น่าที่จะสอนให้ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้นได้เอาเป็นตัวอย่างบ้าง  หากไม่ถึง "สัญญา" ก็คงจะไม่หิวถึงกับมาทำสัญญากู้ อ้าว.....!!!! ขอประทานอภัย หากไม่ถึงสัญญาก็คงจะไม่ได้เข้ามาสายสัญญาหรอก เอ้า...สัญญา สาธุ สัญญา จิ้มไป เขียนไป
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: