หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *เรื่องของคุณน้ำ  (อ่าน 1062 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 09:58:55 AM »

 Tongue"อายุบวร"

Grin เรื่องของคุณน้ำที่เริ่มเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา

      Grin เมื่อ: มีนาคม 11, 2007, 02:17:51 pm  ในเว็บ    www.sanyana.com  

     Tongue เรื่องมีอยู่ว่า.....  
     Lips Sealed เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 9.09 น. เราได้ทำพิธีรับขันมา 2 ขัน ถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับเราหรือ..... ก่อนหน้านั้น ภายในครอบครัวของเราเกิดเรื่องราววุ่นวาย ที่ไม่สามารถแก้ไขได้มานานมากแล้ว จนกระทั่ง ล่าสุด พ่อกับน้องเขย มีปัญหากันอย่างรุนแรง  สาเหตุมาจากปลาที่เลี้ยงในตู้มันกัดกันตาย พ่อจะตักตัวที่กัดตัวอื่นออก น้องเขยไม่พอใจ บอกให้ตักออกหมดเลย พ่อได้ยินก้อไม่ถูกหู เลยสวนกลับ  ก้อเลยมีเรื่องกัน ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ใครห้ามก้อเอาไม่อยู่ ยายก้อเข้ามาผสมเรื่องจนกลายเป็นทะเลาะกันใหญ่โตทั้งบ้าน น้องเขยกับน้องสาวก้อหอบเอาลูกสองคนออกจากบ้านไป ร้องห่มร้องไห้กันใหญ่โต จนในที่สุดพ่อก้อหอบเสื้อผ้าขับรถออกจากบ้านไปอีกคน เมื่อน้องกลับมา เรากับน้องก้อออกไปตามหาพ่อ  ในใจก้อคิดว่า ยังไงเขาก้อเป็นพ่อ ออกไปจะอยู่ที่ไหน อย่างไร เงินทองก้อไม่มี เรากับน้องก้อไปเจอพ่อที่ห้วยแก้ว  นั่งขอร้องอ้อนวอนให้พ่อกลับบ้านนานพอสมควร พ่อก้อไม่ยอมกลับ  จนในที่สุดก้อใจอ่อน ยอมกลับบ้าน แต่เรากับน้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะพ่อขับรถเร็วมาก เรากลัวว่าพ่อจะหนีไปก้อขับรถไล่ตาม ตอนนั้นมันก้อไม่คิดถึงชีวิตหรอก  เมื่อพาพ่อกลับมาได้แล้ว รุ่งขึ้น เรากับแม่ก้อเลยพากันไปที่หางดง ไม่ได้ตั้งใจจะไปทางนั้นหรอก แต่ตอนนั้นมันมืดมนไม่รู้จะแก้ไขปัญหาในครอบครัวได้อย่างไร.....
     Tongue แม่พาเราไปพบกับเจ้าทรงคนหนึ่งชื่อแม่ดี เป็นร่างทรงอยู่ที่ตำหนักหนึ่งที่หางดง เพื่อถามดูว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมครอบครัวของเราเป็นกันแบบนี้ อยากหาวิธีแก้ไข เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ทำมาหมดทุกหนทาง เหลือแต่ทางนี้แหละ แม่ดีเค้าก้อเข้าทรงเจ้าน้อย บอกว่าที่จริงไม่มีอะไรหรอก เหมือนหมากับแมว แนะนำว่าให้นำเทียนครอบครัวไปบูชา แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำไม่ถูกต้อง คือต้องทำการตั้งศาลเจ้าที่ใหม่ เพราะที่ทำไว้แต่เดิมไม่ถูกต้อง เลยทำให้บ้านมันร้อน คนในบ้านก้อทะเลาะกัน อยู่ไม่สบาย ซึ่งมันก้อจริง เพราะพ่อกับแม่ทำการตั้งศาลเจ้าที่เอง   เราเลยคิดว่าที่เขาบอกมามันก้อถูกนะ เรากับแม่ก้อเลยตกลงที่จะทำตามที่เขาแนะนำ    ทั้งนี้เพื่อให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน .....  
         ไม่น่าเชื่อว่า  
      Undecided จะมีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างตามมา คงเป็นหนี้กรรมที่เราต้องชดใช้ เริ่มจากกการนำเทียนครอบครัวมาจุด 2 เล่ม  ราคาก้อประมาณเล่มละ 299.- บาท 2 เล่ม ก้อรวมเป็น 598.- บาท พอจุดเสร็จแล้วก้องั้น ๆ แหละ ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ต่อมาก้อให้แม่ดีพาพ่อหนานมาตั้งศาลเจ้าที่ใหม่   เราซื้อศาลใหม่สีฟ้าราคาประมาณ 900.- บาท ให้เขาเอาไปส่งที่บ้าน ค่าทำพิธีก้อมีใส่ขันร่างทรง 3 ร่าง ๆ ละ 109.- บาท รวมเป็น 327.- บาท ให้พ่อหนาน 500.- บาท ให้แม่ดีอีก 300.- บาท ค่าของทำพิธี เช่น หัวหมู ผลหมากรากไม้อีก ประมาณ 1,500.- บาท เบ็ดเสร็จก้อประมาณ 3,000.- บาท    หลังจากนั้นเราก้อเทียวไปเทียวมาหาแม่ดี จนกระทั่งวันหนึ่งเรากับน้องก้อไปถามเรื่องพิธีรับขัน เนื่องจากเค้าบอกว่าเรามีองค์อยู่รับขันซะแล้วจะดีขึ้นเอง   เค้าให้เรารับขัน 2 ขัน ซึ่งตอนนั้นเราเองก้อยังไม่เข้าใจหรอก ว่าการรับขันเป็นอย่างไร   เพียงแต่ต้องการทำอะไรก้อได้ เพื่อหวังว่าจะมีอะไรดีขึ้นมาในครอบครัวของเราบ้าง  กลับกลายเป็นว่า เราก้อเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกใช้เป็นเส้นทางทำมาหากินของพวกร่างทรงแบบแม่ดี ซึ่งในการรับขันนี้ เราเสียเงินไปมากพอสมควร เบ็ดเสร็จก้อเกือบสองหมื่นบาท แม่ดีสบายไปเลย แต่เราสิโง่ เงินตั้งมากมายให้เค้าไปได้อย่างไรกัน        
     เล่าถึงการทำพิธีบ้างดีกว่า  หลังจากจ่ายเงินจ่ายทองไปเป็นค่าขันแล้ว แม่ดีก้อนัดเราว่าให้มารับขันในวันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา 09.09 น. โดยในวันนั้นเราใส่ชุดขาว มีแม่ดีที่เป็นร่างทรงเป็นผู้ทำพิธีให้ พร้อมกับร่างทรงอีก 2 ร่าง ตอนทำพิธีรับขัน เราเองก้อยังคลางแคลงใจอยู่เหมือนกัน เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่าง แต่เราก้อไม่อยากคิดอะไร รู้แต่ว่าอยากทำให้มันเสร็จ ๆ ไป พิธีเขาก้อช่างดูขลังเหมือนจริงซะงั้น เราเองตอนแรกมีความภาคภูมิใจมาก แต่หารู้ไม่ว่า ขันที่เขาให้เรารับนั้น มันเป็นขันอะไรกันแน่
     Undecided  เมื่อทำพิธีรับขันเสร็จแล้ว แม่ดีก้อนำขันมาส่งเราที่บ้าน ตอนแรกก้อตั้งไว้บนหลังตู้ แต่รู้สึกเหมือนกับมันไม่เหมาะเลยซื้อหิ้งบูชามาอีก 2 หิ้ง ติดไว้ที่ตรงหน้าต่าง ย้ายหัวเตียง จัดห้องใหม่ เปิดไฟเพียงสลัว ๆ เท่านั้น  จากนั้นเราเองก้อไม่ค่อยกินข้าวกินปลาอยู่หลาย   เกือบสองอาทิตย์เชียวล่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จนผอมลง น้ำหนักลดลงไปหลายกิโล  อ้อ!!! ยังมีอีกหลังจากที่รับขันจากแม่ดีมาแล้ว หน้าตาของเราก้อเศร้าหมอง ไม่สบายใจ จิตใจหดหู่ ไม่อยากพูดคุยกับใคร ไม่อยากเห็นใคร มีความรู้สึกเหมือนกับว่า มีเพียงแม่ดีคนเดียวเท่านั้นที่ดีกับเรา เรารู้สึกรักเค้ามาก อยากพูดคุย อยากเจอ อยากไปอยู่กับเค้า เราแทบไม่สนใจคนที่บ้านเลย
      Sad เลิกงานตอนเย็นก้อไปจมอยู่บ้านแม่ดี กลับบ้านก้อประมาณทุ่มกว่า สองทุ่มทุกวัน เทียวซื้อของ เช่น ดอกไม้ มาลัย ผลไม้ ไปให้เค้าเป็นประจำ   ความจริงคือ เพียงแค่อยากไปหา ไปพบ ไปพูดคุยกับเค้า ซึ่งในแต่ละครั้งก้อจะต้องเสียเงินในการซื้อของไปให้เสมอ กลับบ้านมาก้ออยู่แต่ในห้อง ไม่อยากพูดคุยกับใคร ทำตาขวางใส่คนอื่น เวลามีคนมากวนใจก้อทำหน้าตาน่ากลัว เหมือนไม่ใช่ตัวเราเอง
      Angry จากนั้น แม่ดีก้อให้คนทำบายศรีเงิน บายศรีทองมาให้   ซึ่งเราก้อเสียเงินอีกประมาณ 1,500.- บาท แม่ดีนำมาส่งให้ที่บ้านพร้อมกับหิ้งบูชานั่นแหละ  เวลาเราสวดมนต์แล้วนั่งสมาธิ ก้อจะรู้สึกสั่นและหมุน แล้วปวดที่หัวใจ เราเองก้อพาลคิดไปว่าองค์เรามา มีสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่าง เวลาเรามองตัวเองในกระจก แล้วมองตาตัวเอง รู้สึกกลัวตัวเองอย่างประหลาด อะไรกัน กลัวตาตัวเองก้อมีแฮะ หลัง ๆ เลยไม่กล้ามองตาตัวเองในกระจก มันเหมือนไม่ใช่ตาของเราเอง
     Sad คนในบ้าน ก้อไม่มีใครอยากเข้าไปห้องเรา   เพราะบรรยากาศมันน่าสะพรึงกลัวอยู่เหมือนกัน เราเองก้อกลายเป็นหลงผิด อะไรก้อแม่ดี แม่ดี ไปซะหมดทุกเรื่อง  ไม่ว่าใครจะเตือนยังไงก้อไม่ฟัง อาการเหมือนโดนมนต์เสน่ห์เลยแหละ  นี่ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น ก้อต้องเรียกว่า " ลักเมา" เค้าอะไรทำนองนั้นแหละ  
     Lips Sealed พอวันหยุดก้อพากันไปทำความสะอาดที่ดงพระเจ้านั่งกร๋น ซึ่งเป็นต้นตำรับของแม่ดีเค้า เราก้อเสียเงินอีก ประมาณ ครั้งละ 500-600 บาท เป็นค่าจ้างคนทำความสะอาด และซื้อกับข้าวเลี้ยงเค้าตอนกลางวัน ตอนอยู่ที่นั่นก้อใจคอไม่ค่อยดี แม่ดีบอกว่า องค์ของเราเก่ง เค้าจะเอาเป็นลูกศิษย์ หมายถึงเป็นร่างทรง เราเองก้อไม่รู้แน่ชัดว่าองค์เราคือใครกันแน่ เพราะแม่ดีเองก้อบอกกำกวมเหลือเกิน  แต่ด้วยความที่เราปักใจ ก้อเชื่อว่าเป็นทูลกระหม่อมพ่อ ร.5 องค์หนึ่ง เพราะเราห้อยมาตั้งแต่เล็ก อีกองค์เค้าบอกว่าเป็นพระแม่กวนอิม เราเองก้อคิดว่า น่าจะใช่เพราะเราสามารถงดเนื้อสัตว์ได้เป็นระยะเวลานาน ๆ ก้อคิดว่าพระแม่ประทานพร ยังไม่พอนะ แม่ดียังให้เราทำพิธีเข้าทองในวันจันทร์ คือเข้าทองหน้าเก้าหลังเก้า เราเองก้อไม่รู้หรอกว่าเค้าทำอะไรกับเราบ้าง แต่ก้อต้องจ่ายเงินค่าซื้อแผ่นทองอีกแหละประมาณ 500.- บาท เราควักเงินแต่ละครั้งง่ายมากๆ พอเข้าทองเสร็จ เราก้อเป็นหนักยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า หายใจเข้า-ออก เป็นแม่ดีไปหมด
     Tongueมีอยู่วันหนึ่ง เราไปซื้อเทปเพลงเจ้าแม่กวนอิมที่ร้านเจอิ่มบุญ เกิดอาการประหลาด เราไปกับน้องที่ทำงาน พอเข้าไปสักครู่  เราก้อเกิดอาการแน่นหน้าอก ใจคอไม่ดี  ปวดไปหมด หายใจไม่ทัน  รู้สึกเหมือนจะตาย จนกลับมาที่ออฟฟิต เพื่อนที่ออฟฟิตได้ช่วยกันพยาบาลจนเราดีขึ้น เราโทร.หาแม่ดีทันที ก้อไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ว่าเราเป็นอะไรกันแน่ เพราะในร้านเจอิ่มบุญนั้น มีแต่เทพเทวามากมาย แม่ดีก้อบอกว่า เราเป็นร่าง พอพวกเค้าเห็นก้ออยากมาทักทาย เหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นกับเราครั้งนั้น ทำเอาเราเกือบตาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 05:03:46 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 10:03:06 AM »

"เล่าต่อ"

   Shocked Cool ยังมีอีก แม่ดีให้หยกกับเรามาแผ่นหนึ่ง บอกว่าเป็นของดีอยู่กับเค้ามานานกว่า 14 ปี แต่เค้าอยากให้เราเก็บเอาไว้ เพราะเป็นของเย็น แล้วก้อมีองค์เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งบูชาอีก 999.- บาท  มีซื้อหิ้งเพิ่มอีกด้วย เราก้อจ่ายไปอีกรวม 1,500.- บาท แม่ดีบอกว่าอยากทำขันรักษาตัวให้เรา และเปลี่ยนบายศรีให้ใหม่ เพราะอันเก่าเหี่ยวแล้ว มีอีกนะแม่ดีจะทำพิธีรับขวัญมัดมือให้กับเราโดยใช้ไก่คู่ เราก้อรู้สึกว่า ยังก่อนดีกว่า เพราะเงินเราก้อเริ่มเหลือน้อยแล้ว แม่ดีบอกว่าไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไร เราก้อเกิดอาการสองจิตสองใจ เราอยากให้ผ่านวันอาทิตย์นี้ไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน แม่ดีก้อบอกว่าตามใจเรา

    Tongue ด้วยบุญบารมีขององค์บารมีประจำสังขารที่แท้ของเรา  ท่านได้ช่วยให้เราพ้นหนี้กรรมในครั้งนี้.......... เราได้เข้าไปค้นดูรายละเอียดในอินเตอร์เนท เกี่ยวกับเรื่องราวที่เราเองสงสัย หรือข้องใจ เช่น หัวข้อ การรับขัน ร่างทรง ตำหนักทรง ดูไปเรื่อย ๆ เจอข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย แล้วก้อเจอหัวข้อ " ร่างทรงองค์เทพ"  "ภาษาเทพ"  ยิ่งอ่านยิ่งน่าสนใจ ยิ่งอ่านยิ่งกระจ่าง ยิ่งอ่านยิ่งรู้ แต่เราเองในตอนนั้นก้อยังไม่มั่นว่า แม่ดีจะทำร้ายเราถึงเพียงนั้น
    Azn เรามีความรู้สึกว่าอยากเปิดพระโอษฐ์เพื่อพูดภาษาเทพได้ แล้วเราจะกลับไปพูดกับแม่ดี เราค้นเจอเว็บของ อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ เราจึงได้ติดต่อกับอาจารย์ ขอเข้าไปพบอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องการทำพิธีเปิดพระโอษฐ์ และการลงองค์พระธรรม น่าแปลก ที่อาจารย์เองก้อว่างพอดี เราไปพบอาจารย์ในวันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม 2548 เวลา 09.00 น.  ในการนี้เราเตรียมธูป 1 ห่อ เทียนขาว 1 ห่อ ดอกบัว 5 ดอก และดอกไม้สีขาว เพื่อไปใช้ในการยกถาดกับอาจารย์ ในครั้งนี้ น้องสาวของเราได้ไปด้วยกัน
   Embarrassed เมื่อไปถึงที่บ้านของอาจารย์ ซึ่งหาได้ง่ายมาก อยู่เยื้องกับตลาดสารภี เราเจออาจารย์ที่หน้าบ้านของท่านพอดี   เมื่อเข้าไปในบ้านในห้องทำพิธีแล้วก้อพูดคุยเล่าเรื่องของเราให้อาจารย์ฟัง   อาจารย์ก้อบอกว่าขันที่เรารับมาน่ะรู้เหรอว่าขันอะไร  ไม่ใช่ขันองค์ของเราหรอก เผลอ ๆ รับขันผีมาเลี้ยงน่ะสิ ถูกเขาหลอกแล้วล่ะ   เรางี้แทบไม่อยากเชื่อเลยล่ะ อาจารย์บอกให้เรานำขันนั้นไปลอยน้ำเสีย   อย่าเอาไว้ในบ้านอีกจากนั้นอาจารย์ก้อทำพิธีเปิดพระโอษฐ์ให้เรา โดยให้เรานั่งขัดสมาท เอามือวางไว้ที่หน้าขา แล้วพูดคำว่า "ยูไล" ไปเรื่อย ๆ สักพัก เราก้อพูดภาษาอื่นออกมา   ซึ่งไม่ใช่ภาษาที่เราเคยพูด เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจเป็นยิ่งนัก   เป็นได้ได้อย่างไรกัน นี่คงเป็นภาษาเทพจริง ๆ เพราะเราพูดไปโดยที่เราเองมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน   รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา จากนั้นอาจารย์ก้อลงองค์พระธรรมให้ แล้วก้อเชิญองค์บารมีประจำสังขารของเรามา ปรากฏว่าองค์บารมีประจำสังขารของเราคือองค์เทพที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในบรรดาเทพฝ่ายหญิง   ซึ่งก้อคือ องค์พระแม่อุมาศรีมหาเทวี   ส่วนตัวอาจารย์เองก้อเชิญองค์พระศิวะมาสนทนากับองค์บารมีของเรา   ปรากฏว่าสามารถพูดคุยภาษาเทพกันได้เป็นอย่างดี เหมือนกับคุ้นเคยกันมาก่อน  
   Grin เป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจเป็นยิ่งนัก  
  
     กลับบ้านมา เราจัดห้องใหม่หมด เปิดไฟสว่างไสว  รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้ส่งขันคืนเจ้าของเค้าไป   เราคิดว่าทุกอย่างเราทำดีที่สุดแล้ว ขอให้เราแข็งแรงกว่านี้เราจะไปหาแม่ดี ทีนี้ก้อจะได้รู้กันเสียทีว่าอันไหนจริง อันไหนเท็จ   เรารู้สึกเสียใจนะที่แม่ดีทำกับเรามากมายขนาดนี้ ตอนกลางคืนเราก้อสวดมนต์เสร็จก้อเชิญองค์บารมีประจำสังขารมาร่วมสวดมนต์ภาษาเทพ  แล้วก้อนอนไม่หลับกระสับกระส่าย   ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน จากนั้นเราและน้องก้อได้แวะไปหาอาจารย์ลงองค์พระธรรมเพิ่มอีก

   Cool ในวันที่สองตอนที่อาจารย์ลงองค์พระธรรมให้   เป็นองค์พระนารายณ์ปราบมาร เราเจ็บมาก ปวดใจ ปวดไปหมด ทั้งร่างกาย และจิตใจ หายใจไม่ออก อึดอัด  อาจารย์บอกว่ากำลังขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากร่างกายของเรา ให้เอามือวางข้าง ๆ ตัว  เวลาสิ่งไม่ดีออกจากตัว มันจะออกทางปลายมือปลายเท้า   สักพักมือและเท้าของเราก้อชาไปหมด เป็นอย่างที่อาจารย์ว่าจริง ๆ ไม่รู้ว่าแม่ดีเอาอะไรใส่ให้เราบ้าง  มันถึงเจ็บปวดมากมายขนาดนี้ เราอดทนจนอาจารย์ลงองค์พระธรรมให้เราเสร็จ เราก้อลุกขึ้นไม่ได้ อาจารย์บอกว่าอีกสักครู่ค่อยลุกขึ้น เราก้อพยายามลุกขึ้นด้วยความยากลำบากพอควร


    Tongue พอกลับมาบ้าน ปรากฏว่าเราปวดไปหมดทั้ง แขน ขา ตัว เดินแทบไม่ไหว   อาจารย์บอกว่าเนื่องจากตัวเราเหมือนสนามรบ  พอขับสิ่งไม่ดีออกแล้วก้อย่อมปวดเป็นธรรมดา แต่พอนอนหลับแล้วรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา อาการดังกล่าวก้อหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีความเจ็บปวดใดใดหลงเหลืออยู่อีกเลย เราเลยคิดย้อนไปถึงตอนที่เราไปซื้อเทปที่ ร้านเจอิ่มบุญ เราไม่น่าโง่ ก้อนั่นเทพทั้งนั้น ตอนนั้นเราเป็นมารเข้าไป มิน่าล่ะ เจ็บแทบตาย  พอไปลงองค์พระธรรมในวันที่สามเราก้อไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีก

    Grin จากนั้น เรารู้สึกสบายใจ โล่งอก ไม่มัวหมอง กินข้าวกินปลาตามปกติ แม่ดีจะรู้มั๊ยว่า เราคืนขันของเค้าไปแล้ว ทุกอย่างลอยกลับไปพร้อมกับสายน้ำ ต้องขอกราบขอบพระคุณองค์บารมีประจำสังขารของเรา ที่ท่านได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเรา ขอขอบคุณท่านอาจารย์ประหยัด  เจริญบุญ  แห่งสายสัญญา ที่ได้ช่วยขจัดสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกไปจากตัวเรา ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ.....  

     ทุกวันนี้ เราเองก้อเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป มีชีวิตอย่างธรรมดา สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน และเชิญองค์บารมีประจำสังขารมาร่วมสวดมนต์ภาษาเทพด้วยกันทุกวัน อยู่อย่างมั่นใจ และสบายใจว่า พระแม่อุมาองค์บารมีประจำสังขารของเราท่านทรงสถิตย์อยู่กับเราตลอดเวลา ทรงปกป้องคุ้มรอง และดูแลตัวเราอยู่เสมอ โอม เจ  มาตากี ขอพระแม่ทรงอยู่กับลูกตลอดไป ขอพระแม่ทรงอวยพระพรให้กับลูกอยู่เสมอ ขอพระแม่ทรงนำทางชีวิตของลูกไปในทางที่ควรจะเป็น ไป และสุดท้าย    หวังว่าเรื่องนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจใครหลาย ๆ คนได้ ไม่มากก้อน้อย
  
                         กนกพิชญ์  ทองอ่อน ( น้ำ )
                        081-7846345    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 05:01:15 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2008, 04:44:19 PM »

Grin เรื่องของคุณ May Smiley อยากเข้ามาตอบ หรือบอกกล่าวประสบการณ์บ้าง แต่ไมค่อยว่าง งายเยอะตรึมเลย
 Shocked จริง ๆ แล้วบทความของคุณน้ำ อ่านแล้วสะท้อนใจดีคะ เพราะดิฉันก็เคยโดนแบบนี้มาแล้ว แต่ว่าไม่ใกล้เคียงทั้งหมด เพราะไปตรวจดวงชะตาราศีนั่นแหละ เจอจัง ๆ  แม่หมอใช้นามว่า "อมราวตี" รับดูไพ่ยิปซี ซึ่งส่วนตัวเชื่อศาสตร์นี้มากคะ
 Shocked ก็ไปดูว่าดวงกับ แม่หมอคนนี้ แหมทักดีหมดเลย จากนั้น 3 เดือนต่อมาไปอีกคะ ที่นี้กรรมหนักต้องบูชาราหู แค่ทำพิธี 799 บาท ทางแม่หมอจัดการหมด เราไปร่วมพิธีอย่างเดียว ตอน 2 ทุ่ม ไปแล้ว และทำพิธีนานมาก 4 ชั่วโมง เมื่อยมาก ๆ จากนั้นเค้าบอกว่าต้องบูชาขันธ์นะ เพราะเสริมสิริ  มงคล เนื่องจากใกล้เบญเพศ แม่หมอจะทำขันธ์ ให้ชุดละ 1,799.- บาท ระยะ 1 ปี เดือนมิถุนายนของทุกปี ตั้งแต่ปี 2545 และการรับขันธ์ต้องถวายของหน้าขันธ์ด้วยคือ ผลไม้ เช่นกล้วยน้ำว้า และน้ำมะพร้าว และสวดมนต์ทุกวัน บทสวดมนต์ทั่วไป จากนั้นชีวิตจะดีขึ้น แหม โง่รับมาตั้ง 2 ปี ชีวิตแย่ลงมาก กว่าจะหายโง่ ก็ 2 ปี กว่า ๆ จากนั้นทุก ๆ เดือนก็ไปเยี่ยมแม่หมอบ้าง 4-5 เดือนไปดูดวงบ้าง  ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ดวงมีขึ้นมีลง ตลอด (แม่หมอบอกอย่างนั้น)
 Shocked จากนั้นก็เริ่มทบทวน คืออาจจะสายไปหน่อยแต่ดีกว่า ไม่รู้สึกตัวเลย ก็ห่างแม่หมอไปเลย ไม่ไปเยี่ยม ไม่พบเจอะที่ไหนมองเหมือนอากาศ ทำเป็นไม่เห็นคะ เพราะทุกอย่างต้องเรียนรู้ พอมาได้ก็เอาขันธ์ที่เค้าให้ไปคืนวางไว้หน้าบ้านเฉย ๆ นั้นแหละ เพราะไม่อยากมานั่งกราบไหว้ขันธ์ทุก ๆ วัน ขันธ์ก็เหี่ยวเฉาลงทุกวัน ๆ
Shocked มาเจอสายสัญญาปลายปี 2548 เดือนพฤศจิกายน  ก็เลยมาศึกษาเรื่อยๆ  ก็พบสัจธรรมว่า เรานี่โง่มาตั้งนาน ขันธ์ที่เค้าทำให้ ใส่สารพัดให้คนมาเชื่อถือ ทั้งเส้นผมเรา เล็บเรา ชื่อ-สกุล ว/ด/ปี ที่เราเกิด ด้วย พูดง่าย ๆ ควบคุมเราไง จะได้เงินจากเรามาก ๆ บ่อย ๆ หลากหลายพิธีการ

 Shocked อาจารย์ไขข้อข้องใจให้หลายข้อที่เราสงสัย และนำมาสอบถาม อีกทั้งสอนให้เราเชื่อมั่นในการปฏิบัติสายสัญญาอย่างสม่ำเสมอ การดับล้าง+บรรจุองค์พระธรรม หลังจากเราได้เปิดพระโอษฐ์และยกถาดแล้ว ก็มาปฏิบัติเท่าที่ว่าง เพราะขี้เกียจ และไม่ได้สนใจมากมายนัก ปี 49 กลาง ๆ ปี ก็กลับไปเยี่ยมอาจารย์อีกครั้ง ท่านก็เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง แนะนำการปฏิบัติเพื่อตนเอง จึงกลับมาปฏิบัติอีกครั้งและทำสม่ำเสมอ            (มีขาดบางนิดหน่อย) และจากวันนั้นมาก็ไปเยี่ยมอาจารย์ทุก ๆ เดือน มีข้อสงสัยก็สอบถามในการปฏิบัติบ้าง ขอคำแนะนำอยู่เสมอ
 Shocked การที่เราอ่านในแว๊ป ทั้งเพื่อนสมาชิกใหม่และเก่า คงพอทราบว่าเปลี่ยน นี่แว๊ปที่ 3 เพระดิฉันไม่ทันแว๊ปคุณกบแก่ คะ แต่พวกเค้าเหล่านั้นล้วน ยกตนมาเหนือท่านทุก ๆ คน โดยมิได้รู้ตัวว่า การปฏิบัติยังถึงขั้นเลย การที่กล่าวถึงเพราะในการปฏิบัติสายสัญญามีหลายขั้น ดังที่อาจารย์ได้เขียนชี้แจ้งไว้  และส่วนตัวก็ได้มีโอกาศรู้จักเพื่อนเก่ามี่ปิดแว๊ปไปแล้วเช่นกัน (แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป้นอย่างไรบ้างเพราะมิได้ติดต่อ) การอยู่ในสายสัญญา พึงระลึกเสมอว่า การดับล้าง+บรรจุองค์พระธรรม อยู่ในศีล 5 และหมั่นเยี่ยมอาจารย์ จะทำใหชีวิตคุณดีขึ้น และพ่อต้นบรมครูแห่งสายสัญญาท่านก็คอยดูลูกศิษย์ท่านอยู่ห่าง ๆ เสมอ
 Smiley การไปเยี่ยมอาจารย์ ทำให้ความรู้เพิ่มพูนขึ้นเสมอ  และศิษย์แต่ละคนการปฏิบัติและสิ่งที่เผชิญก็แตกต่างกัน

ขอบคุณอาจารย์ที่คอยแนะนำมาเสมอคะ
May Grin

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 05:02:30 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
nam
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


หากจะรัำกก็ต้องลืมคำว่าเสียใจ


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2009, 09:07:47 AM »

 Embarrassed
ห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายเดือน
ขอบคุณอาจารย์ประหยัด ที่ทำให้ยังมีทุกวันนี้
ขอบคุณคุณ may ที่นำเอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง
หวังว่าประสบการณ์ต่าง ๆ จะเป็นอุทาหรณ์เตือนสติทุก ๆ ท่าน ได้
  Embarrassed


    Grin อาจารย์สายสัญญาในกรุงเทพฯ ติดต่อ อาจารย์โหน่ง โทร.086-3564575
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 09:41:38 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"ความเจ็บปวดที่ยังจำ  แต่.....ไม่ใช่ญาติสายสัญญา  จึงต้องจำลาจากไป  แม้ไม่อาลัยก็ยังระลึกถึงอยู่เสมอ"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: