
"อายุบวร"
วันศุกร์ที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ความลับของนายกบแก่หรือนายโอภาส อรุโณทัยวิวัฒ์ เจ้าของเว็บ www.Sanyana.net ซึ่งเป็นเว็บแรกของสายสัญญา-ประยุกต์

เรื่องมันมีอยู่ว่า นายกบแก่ได้เดินทางไปปอยเปต กับ อาจารย์ประหยัด โดยการนำพาของ คุณณัชชา เบญจาทิกุล เพราะคำที่ว่า
“เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก” จึงได้ขอคุณณัชชา พ่วงเอานายกบแก่ไปด้วย เพื่อที่ว่าถ้านายกบแก่มีความสามารถแสดงฝีมือให้กับ ดร.สุวพล อินทวงศ์ เจ้าของคาสิโน ได้เห็น นายกบแก่ก็จะได้มีงานทำเพราะตกงานมานานแล้ว ก็ได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปเมื่อ 25 มิถุนายน 2547
เมื่อไปถึงนั้นนายกบแก่ถ้าไม่ตาบอดก็น่าจะเป็นว่า ดร.สุวพล นั้นท่านมีความนับถือ อาจารย์ประหยัด มากเพียงไร เมื่อได้มีการประจุองค์พระธรรม เปิดพระโอษฐ์ และเสริมบารมีให้กับเทพของ ดร.สุวพล คุณมนัส และบรรดาพนักงานของคาสิโน กบแก่ก็ได้ “โชว์” ฝีมืออันน้อยนิด ทั้ง ๆ ปฏิบัติมานานเกือบ ๒ ปี ประจุองค์พระธรรมให้แก่พนักงานของคาสิโน แต่ก็ไม่เป็นที่ประทับใจแก่เจ้าของคาสิโน ไม่มีใครที่จะมองเห็นคุณค่าของกบแก่แล้วยังไม่มองกบแก่อยู่ในสายตาด้วย ดีที่ ดร.สุวพล ไม่บอกว่า คราวหน้าอย่าเอาไอ้หน้าดำสายตาสั้นคนนี้ตามมาอีกนะ ไม่บอกก็รู้อยู่เต็มอกแล้ว วันรุ่งขึ้น 26 มิถุนายน 2547 ก็เดินทางกลับ ในขณะที่ไปเปลี่ยนรถนั้น คุณณัชชาขึ้นมานั่งรถแล้วคุยด้วย เธอบอกว่า ดร.ให้ซองขาวมาจำนวนหนึ่ง จะแบ่งให้นายกบแก่เท่าไหร่ ? เนื่องจากว่ามิได้คิดว่าจะไปทำมาหากินก็เลยบอกคุณณัชชาไปว่า ให้ไป ๕ พันบาทก็ได้ คุณณัชชาสวนกลับทันทีบอกว่าให้ ๓,๐๐๐.๐๐ ก็พอแล้ว เดี๊ยวจะเคยตัว ก็มันจะเคยตัวได้ยังไงในเมื่อ นายกบแก่จะได้ไปครั้งนี้เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็เป็นดังที่คิดเอาไว้
หลังจากนายกบแก่ได้จาก คาสิโน รีสอร์ท ปอยเปต ไปแล้ว ไม่มีคนในบ่อนคนใดถามหานายกบแก่อีกเลย
เพราะ “บารมี” อันสูงส่งของกบแก่นี้แหละ ทำให้ส่งรัศมีรุนแรงมากจนเจ้าของบ่อนและผู้จัดการบ่อนไม่กล้าที่จะเชิญนายกบแก่ไปอีก ก็ถือว่าไปนั่งรถกินลมเล่นที่ปอยเปต ได้ค่าบุหรี่มา ๓,๐๐๐.๐๐ บาท ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องขายขี้หน้า ในเมื่อ ดร.สุวพล เห็นหน้าเห็นตา เห็นฝีมือแล้ว เขาไม่เอาก็ไม่รู้จะว่ายังไง แต่หลังจากนั้น อาจารย์ประหยัด ก็เดินทางไปคาสิโนทุกอาทิตย์ โดยทาง ดร.สุวพล เขาจ่ายค่าเครื่องบิน ไปกลับให้โดยการบินไทยเขาคิด ไป-กลับ ๕,๐๐๐.๐๐ บาท น่าจะเอาท่านอาจารย์กบแก่ไปช่วย ก็จะได้ไว้ค่าเครื่องบินอีกห้าพันบาท
นายกบแก่นั้นไม่กล้าคุยในเรื่องที่ตนเองนั้น ไปโปรดญาติที่ ปอยเปต รีสอร์ท ให้ใครได้ฟัง ตั้งแต่ วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ จนถึงเวลานี้ อยากรู้เหตุผลก็โทรไปถามนายกบแก่เอาเอง

ตามราคาคุยของลูกศิษย์ที่ชื่อว่าคุณแต้ม หล่อนบอกและคุยโม้อยู่ตลอดว่า มีตาทิพย์ สามารถเห็นนั่นเห็นนี่ แล้วก็แก้ไขได้ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็น่าที่จะเปิดทางให้ลูกศิษย์ ไปทำมาหากินได้แล้ว อีกประการหนึ่งนั้นก็อยากจะช่วย คาสิโน ของ ดร. ด้วย ก็ได้นำคุณแต้มไป เสียค่าเครื่องบิน ไป-กลับ ให้ ค่าผ่านด่านโดยไม่ใช้พาสปอร์ต นั้นทางคาสิโน เขาเป็นคนออกให้ เมื่อเข้าไปทำพิธีในห้องพระ ปรากฏว่าที่คุณแต้มพูดเอาไว้นั้นเป็นราคาคุยทั้งสิ้น ตาทิพย์ของเธอนั้นก็คือ “ตาถั่ว” ดี ๆ นี่เอง หลังจากที่ได้นำเอาศิษย์เอกที่ “เอกทางโม้” ไปที่คาสิโนปอยเปตแล้ว ก็ไม่ได้นำใครไปอีกเลยไม่ว่าที่ไหน เพราะจะทำให้ อาจารย์ประหยัด นั้นอับอายขายขี้หน้า หลังจากนั้นมาไปที่ไหนก็บุกเดี่ยว ทำได้ก็ทำเอง ขายขี้หน้าเอง
>

การที่อาจารย์ประหยัด ไปทำอะไรสำเร็จมาแล้ว ก็นำมาเขียน ไอ้พวกปัญญาอ่อนหน้าโง่ทั้งหลายชอบพูดว่าอาจารย์ประหยัดขี้โม้ขี้คุย ถ้าไม่แน่จริงละก้อ ไม่มีคนเขามาทำเว็บ สายสัญญา ให้ถึง ๓ เว็บ และเจ้าของเว็บทั้ง ๓ คนนั้นก็ได้ดับสูญไปตามสัญญา ที่มีสัญญากับเทพเปิดพระโอษฐ์เอาไว้แล้ว ไปจับเอาสายสัญญารุ่นโบราณมาเป็นหลักเกาะเอาไว้ก่อน จึงทำให้เกิดเว็บ สายสัญญา ขึ้นมาถึง ๓ เว็บ และเว็บนี้เป็นเว็บที่ ๔ อีกไม่นานก็จะเกิดเว็บ “สายสัญญา-ประยุกต์” ขึ้นมาใหม่อีก เป็นเว็บที่ ๕ น่าจะเป็นเว็บสุดท้ายที่ อาจารย์ประหยัด จะเขียน เพราะคิดว่าเขียนไปให้ความรู้ไปก็เท่านั้นแหละ ใครหรือผู้ใด ที่คิดว่าตนเอง เก่ง มีบารมีสูง สามารถเป็นอาจารย์สายสัญญาได้ ก็น่าที่จะเข้ามาแสดงในเว็บนี้ แล้วต้องไปแสดงฝีมือที่สำนักของคุณลูกหมูด้วย ถ้าเจ้าของเว็บเขาไม่เห็นฝีมือ ก็คงจะไม่ให้มาเป็นอาจารย์ประจำ ซึ่งจะหาคนที่เก่งจริงในสายสัญญามาต่อกรกับคุณลูกหมูนั้น คงจะยากมาก คือมองไม่เห็นตัวเอาเสียเลย

ตามหาอาจารย์ในสายสัญญามานานถึง ๑๕ ปี ยิ่งตามหาก็ยิ่งห่างไกล ศิษย์พ่อต้นฯ หรือแม้แต่ลูกชายลูกสาวพ่อต้นฯ ก็แค่นั้นแหละ มองไม่เห็นว่าใครจะมารับถาดของอาจารย์ประหยัด ได้เลยซักคน ทุกคนนั้นหายใจเป็นปัจจัยไปหมด แม้เวลานี้จะลดราคาลงมาแบบที่ว่า ขายเลหลั่ง ก็มีคนน้อยมากที่จะเข้าหา ในเมื่อมีสายสัญญา-ประยุกต์ นั้นเรียกร้องเงินทองเพียงแค่ ๐.๐๐ บาท ถ้ารู้แล้วยังไปเสียเงินอีก ก็จนปัญญากับพวกที่แกล้งโง่ปัญญาอ่อนเหล่านี้เหลือเกิน แต่ก็มีศิษย์อาจารย์ประหยัด ที่
อาจารย์ประหยัด ตัดหางปล่อยแล้ว หลาย ๆ คนก็ต้องหาที่ “เกาะ” วิ่งไปเกาะบรรดา อาจารย์ที่วิหารใหญ่ หลายคน อ.สุภาพวิหารใหญ่ก็คงจะหวังพึ่งพวก”ศิษย์เน” เหล่านี้ เพื่อโปรโมทและหาลูกค้าให้ ประเภท “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” อีกไม่นานก็คงจะดับสูญไปตามสัญญา บรรดาเว็บทั้ง ๓ เว็บ นั้น กำลังนี้กำลังเกาะวิหารใหญ่และอาจารย์เก่า ๆ อยู่ ก็จะคอยดูว่าพวกเขาจะ “เหนียว” แน่นแค่ไหน จะสำเร็จตามความมุ่งหมายของพ่อต้นฯหรือไม่ ?