หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทำสังฆทาน  (อ่าน 563 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2009, 01:31:31 PM »

"อายุบวร"

วินัยและข้อยึดมั่นของผู้ปฏิบัติธรรมะ สายสัญญา

ข้อ  ๑.  ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม รักษาศีล ๕ ด้วย กาย
            วาจา   จิต   อย่างเคร่งคัด (มีศีลมัย)
ข้อ  ๒. หนุนนำ ค้ำจุน บำรุงพระพุทธศาสนา ด้วย
            การ ปฏิบัติ บูชา อย่างจริงจัง   (มีภาวนามัย)
ข้อ   ๓. หมั่นบำเพ็ญ การกุศล สร้างบารมี สังฆทาน
             บุคลิกทาน สหายทาน (มีทานมัย)

ข้อ  ๔.  มีเมตตาธรรมแก่มวลมนุษย์ทั่วหล้า
ข้อ  ๕. ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่ทำให้บ้านเมือง
             เดือดร้อน

      Shocked ในวินัย ข้อ ๓. ของสายสัญญานั้น  รู้สึกว่าในสายสัญญาพันธุ์แท้ นั้นจะเน้นมาก ในเรื่องการทำสังฆทาน ซึ่งถ้าใครมี ทานมัย เป็นเลิศนั้น  จะมีความก้าวหน้าใน "สายสัญญา" อย่างรวดเร็ว  จะจริงหรือไม่นั้นก็ต้องให้ สายสัญญา-ประยุกต์ ไปทดสอบเอาเอง  เพราะถ้าจะให้แนะว่าต้องทำสังฆทานเป็นแสนถึงจะได้ไต่เต้าขึ้นไปเทียบ อาจารย์ประหยัด ได้  มันก็ไม่จริง  เพราะว่า คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ผู้วานจ้างฆ่า ประธานศาลฎีกา นั้นทำสังฆทานกับ อ.บุญมา พระบารมีก็หาได้ส่งเสริมแต่อย่างใดไม่  เพราะว่าเมื่อเดือน ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมานั้น ศาลชั้นต้นก็ได้ตัดสินให้ คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ถูกจำคุก ๒๕ ปี

      Shocked อาจารย์ประหยัดนั้นทำสังฆทาน ในสายสัญญา ไม่ต่ำกว่า หนึ่งแสนบาท  แต่ไม่เคยชี้แนะให้ ศิษย์ของตนเองทำสังฆทานกับ อาจารย์สายสัญญาเลย  จึงทำให้ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ นั้นไม่รู้จักการทำสังฆทานในสายสัญญา  พวกเขาก็คงจะกลัวเหมือนอาจารย์ประหยัด  ก็คือกลัวสังฆทานของอาจารย์สายสัญญาพันธุ์แท้  แต่เวลานี้เป็นโอกาสดีที่สายสัญญา-ประยุกต์ ในกรุงเทพฯ  จะได้ทำ "ทานมัย" อย่างง่าย ๆ และได้ผลดี  โดยการผสมผสานกับการ "ส่งบุญ"  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2011, 10:03:00 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 30, 2011, 10:20:57 AM »

"อายุบวร"
      Sad เมื่ออาจารย์พงศ์วิทย์ ศิษย์ อาจารย์บุญมา ได้หนีความอดอยากออกไปจากเชียงใหม่ น่าจะเป็นปี พ.ศ.๒๕๓๘-๙ ก็ได้เลิกทำสังฆทานกับสายสัญญา  แต่ก็มีบ้างทำเพื่อช่วย อาจารย์สายสัญญา ที่เขาขาดเหลือเรื่องเงินเรื่องทอง ไม่มากเท่าสมัยเมื่อเข้ามาในสายสัญญาใหม่ ๆ แม้แต่ทำสังฆทานกับพระ มาในสิบกว่าปีผ่านมานี้ก็ไม่ทำ ไม่ใส่บาตร ตั้งแต่ไปหา หลวงพ่อเกษมส้นตีนมา ก็เลิกสวดมนต์ ถ้าจะสวดมนต์ก็ให้องค์บารมีมาสวดแทน
      Grin ในการทำทานนั้นทุกวันนี้จะให้ "ทาน" แก่นกพิลาป เท่านั้น  ซึ่งข้าวที่ซื้อให้นกนั้นก็ประมาณเดือนละสองพันบาท  ศิษย์สายสัญญาประยุกต์หลาย ๆ คน นับเป็นพันคน  ที่อยากจะแข่งบารมีกับอาจารย์ประหยัดในเรื่อง ทำทาน นั้น ก็คงจะไม่รู้ว่าอาจารย์ประหยัดทำทานให้สัตว์ ๒ เท้าที่หิวโหยเท่านั้น ส่วนการทำทานเพื่อให้สัตว์สองเท้าที่มีวัดอยู่ใหญ่โตนั้นจะไม่ทำ เพราะการทำทานนั้นเลือกได้ว่าจะทำแบบไหน  อาจารย์ประหยัดทำทานตาม "องค์ประจำสังขาร" ท่านบอก  ใครที่คิดว่าถ้าทำทานกับสมมุติสงฆ์แล้วได้บุญมาก ก็ทำไปเถอะ ไม่มีใครห้าม  ซึ่งความจริงนั้นทำทานกับพระอาริยะบุคคลเท่านั้นที่จะได้บุญเป็นกอบเป็นกำ รู้สึกว่าการทำทานของอาจารย์ประหยัดนั้นจะแพ้ เจ๊กุง ซึ่งไปทำที่วิหาร อ.บุญมา วันที่ ๑๐ ธันวา ทุก ๆ ปี เพราะว่าเงินที่ซื้ออาหารเลี้ยงนั้นไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาท  แต่บุญที่ได้นั้นเมื่อก่อนไม่มีองค์ก็เข้าใจว่าเจ๊กุงท่านได้มาก แต่การทำทานให้สัตว์ที่หิวโหยได้มีอายุยืนต่อไปนั้นได้บุญมากกว่าทำให้มนุษย์ที่อยากทั้ง ๆ ที่มีกิน มากมายนัก
    Sad การปฏิบัติตัวในสายสัญญานั้น อาจารย์ประหยัด ก็ทำเหมือนกับกินข้าว ถึงเวลาก็ทำ ทำไปเสียจนอยู่ตัวแล้ว ก็ยังทำไปตลอด แล้วกล้าคุยว่าหาคนยากที่จะปฏิบัติได้เท่า  แต่ก็มีลูกศิษย์ อ.บุญมา คือ อ.ชาตรี ท่านบอกว่าท่านทำมากกว่าอาจารย์ประหยัดเสียอีก แต่รู้สึกว่าท่านจะมีลูกศิษย์น้อยมากทั้ง ๆ ที่ท่านปฏิบัติมามาก แม้ท่านจะปฏิบัติมากแต่ท่านก็ให้ทานน้อย แล้วก็ให้กับมนุษย์ผู้ไม่หิวโหย แต่เต็มไปด้วยความอยากเท่านั้น  ซึ่งอาจารย์ประหยัดจะเริ่มเอาอาจารย์ชาตรีเป็นตัวอย่างแล้ว ก็รู้สึกว่าสบายขึ้น ไม่เหนื่อย พยายามที่จะไม่รับศิษย์ใหม่ ไม่สอนศิษย์ใหม่ ไม่รักษาคนป่วย เพราะเป็นการเสียเวลา สู้ปฏิบัติตนเองให้มีบารมีสูงยิ่งขึ้นไป เหมือนที่อาจารย์ชาตรีทำ  ก็ขอขอบคุณที่อาจารย์ชาตรีเปิดสมองเปิดตาให้สว่าง ซึ่งอาจารย์สายสัญญาท่านใดที่ยังทำมาหากินกับลูกศิษย์ก็ไม่ควรนำไปเป็นตัวอย่าง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: