หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *ที่มาของคำว่า "เปิดพระโอษฐ์"  (อ่าน 1968 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 10:27:52 AM »

    "อายุบวร"

วันพฤหัสบ ดีที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
   
            คำว่า “เปิดพระโอษฐ์” นั้น  อาจารย์ประหยัด เป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาใช้ใน ปี พ.ศ. ๒๕๓๖-๗  ใช้เฉพาะกับบรรดาลูกศิษย์สายสัญญาเท่านั้น  ต่อมาเมื่อ คุณก้อง กังฟู   คอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” ได้ไปพิสูจน์ทราบในเรื่องของการ “เปิดพระโอษฐ์” ว่าเป็นเรื่องจริง  จึงได้นำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ในท่อนแรกของการเปิดพระโอษฐ์นั้นจะมีเขียนอยู่ใน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๓ ตุลาคม  ๒๕๔๕ ยกตัวอย่างเอามาให้อ่าน

       Cheesy  Grin ทุกร่างมีองค์คุ้มครอง เอาพิธีเปิดพระโอษฐ์พิสูจน์...เจ๋งๆ    
 

  Wink ประกอบกิจเปิดพระโอษฐ์

      Shocked เชื่อหรือไม่???...มนุษย์เราเกิดมาจะ มีองค์บารมีคุ้มครองสังขารกันทุกคน จะเป็น องค์เทพ องค์พรหม หรือ สัมภเวสี...ก็แล้วแต่สัญญาที่ทำกันไว้ตั้งแต่อดีตชาติ ...ไม่สามารถที่จะเลือกองค์บารมีประจำสังขารได้ คนใดที่พูดหรือบอกว่า องค์นั้นองค์นี้เสด็จมาประทับในร่างของตนเอง แล้วสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้นั้น ไม่จริง...(หลอก)

      Sad เพราะ องค์เทพจะไม่มีบารมีในการช่วยเหลือมนุษย์คนใดได้เลย เนื่องจากว่าองค์เทพ แต่ละองค์นั้นมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน อาจจะมีบ้างเป็นบางองค์ที่ลงมาเพื่อสร้างบารมีช่วยเหลือมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะลงมา เพื่อคุ้มครองร่างเท่านั้น...จึงจะไม่ยินยอมช่วยเหลือใครๆทั้งสิ้น

      Shocked ก็มีการที่ทำพิธีอัญเชิญเทพประจำร่างของแต่ละบุคคล ซึ่งในทางพราหมณ์เรียกว่า “เปิดพระโอษฐ์” คือเมื่อเทพเข้ามาทรงในร่างแล้วก็จะ พูดออก มาเป็นภาษาเทพ ก็จะสื่อกันรู้เรื่องในวงเทพด้วยกัน

       ถ้าจะว่าไปแล้ว องค์บารมี ก็ เปรียบเสมือนกับพระไตรปิฎกหรือหนังสือตำรา อะไรเทือกนั้น แต่ว่าคนที่เป็นเจ้าของมีไว้ไม่ยอมมาเปิดอ่านเลย ก็จะไม่รู้ไม่เข้าใจในหนังสือนั้น ด้วยฉะนี้ จึงต้องเปิดหนังสือนั้นดูเนื้อหาข้างใน... ...เช่นเดียวกันกับที่ เปิดพระโอษฐ์ เพื่อที่จะให้เทพประจำร่างนั้น แสดงตนออกมาว่า...เป็นผู้ใด๋



       Azn ต่อมา คำว่า “เปิดพระโอษฐ์” นั้น เกิดขึ้นมาในเว็บของ นายกบแก่ หรือนายโอภาส อรุโณทัยวิวัฒน์  www.saisanya.net  ซึ่งได้ขออนุญาต อาจารย์ประหยัด ทำเว็บนี้เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕  แม้ว่า อาจารย์ประหยัด  จะเลิกเขียนในเว็บของนายกบแก่แล้ว เลิกเขียนในเว็บของ นายธนากร www.sanyana.com  และเว็บของ นายก๊อปแก๊ป www.saisanyana.com  ไปแล้วก็ตาม แต่ประโยคที่ว่า “เปิดพระโอษฐ์” นั้นก็กลายเป็นประโยคที่ดังในเว็บทั้งหลายไปแล้ว  ซึ่งถ้าไปเปิด Google แล้วพิมพ์คำว่า “เปิดพระโอษฐ์” ลงไป  ก็จะเห็นว่ามีบทความเกี่ยวกับ “เปิดพระโอษฐ์” มากมาย  อ่านจนไม่หวาดไม่ไหว

      Huh? Shocked จากเว็บ saisanya  ของนายกบแก่
       สายสัญญาบารมีอาจารย์ประหยัด เจริญบุญถ้ากล่าวถึง สายสัญญา หรือ สายสัญญาบารมี หรือ สายสัญญานะ แล้วแต่จะเรียก ซึ่งมีพ่อต้นฯ หรือองค์ต้นบรมครูสายสัญญา (อาจารย์ทองพูน เสาวโรนุพันธ์) เป็นผู้บัญญัติวิธีปฏิบัติธรรมสายสัญญา เพื่อน้อมนำเข้าสู่พระศาสนา ซึ่งได้กำหนดวินัยและข้อยึดมั่นของผู้ปฏิบัติธรรมะสายสัญญา รวมทั้งได้กำหนดเครื่องสนองคุณบารมีและเครื่องบูชาเสริม
       ต่อมาอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ท่านได้ปรับปรุงให้เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นการสะดวกในการสร้างสมบุญบารมี ข้อบัญญัติที่ได้มีการปรับปรุงที่ระบุอยู่ในเรื่องเครื่องสนองคุณพระบารมี คือ ผ้าขาว (ไม่ต้องมี) ดอกบัว (เป็นดอกไม้อย่างอื่นที่เหมาะสมก็ได้) ปัจจัย (ยกเลิก) ส่วนเครื่องบูชาเสริมซึ่งประกอบไปด้วย น้ำหอม และพวงมาลัย (มิได้บังคับ) กล่าวได้ว่าการยกพานครูกับอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ จะประกอบไปด้วยเพียง ดอกไม้ ธูป เทียน ก็เพียงพอแล้ว
      Shocked Shocked สาเหตุที่ได้มีการปรับปรุงข้อบัญญัติก็เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย เช่น ผ้าขาว ในสมัยก่อน พ่อต้นฯ ได้รับไว้ และนำไปแจกให้ชาวบ้านแถบนั้นซึ่งยังยากจนอยู่ ส่วนดอกบัวจะใช้เป็นดอกไม้อย่างอื่นก็ได้ เนื่องจากบางทีไม่สะดวกในการที่จะหาซื้อดอกบัว ส่วนปัจจัยซึ่งหมายถึงเงินนั้น อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ท่านได้ยกเลิกไปเนื่องจากคนส่วนมากมักมีทุกข์มากพออยู่แล้วจึงได้ไปหาท่าน ท่านต้องการสร้างบุญสร้างกุศลสร้างบารมี ท่านจึงได้ยกเลิกเรื่องปัจจัย
       Grin อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ท่านเป็นผู้ที่ปฏิบัติอยู่ในสายสัญญามาเป็นระยะเวลานับสิบปี ในขณะที่ท่านปฏิบัติฯ ท่านไม่สามารถรับทราบถึงผลของการปฏิบัติ จนกระทั่งวันหนึ่งท่านได้ทดลองเปิดพระโอษฐ์ (การเชิญองค์บารมีประจำสังขารลงประทับร่าง) ปรากฏว่าท่านทำได้ และท่านก็ได้เปิดพระโอษฐ์ให้ลูกศิษย์เป็นจำนวนมากมายตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา จนกระทั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัม เหนือฟ้า-ใต้บาลดาล โดยคุณก้อง กังฟู ได้พาคณะมาพิสูจน์เรื่องการเปิดพระโอษฐ์ ซึ่งได้นำไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2545 หลังจากนั้นผู้คนก็หลังไหลมาจากทุกสารทิศเพื่อให้อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ท่านเปิดพระโอษฐ์
       Cheesyการเปิดพระโอษฐ์เป็นการที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมะในสายสัญญาได้ผลเร็วขึ้น เนื่องจากสามารถสัมผัสได้ไม่ว่าจะเป็นรูปธรรม หรือนามธรรม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกุศลมูลเดิมของผู้ปฏิบัติด้วย [/b]ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นสายสัญญาบารมีประยุกต์ ซึ่งศิษย์ของอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ บางท่านก็ได้ความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น บางท่านก็สามารเปิดพระโอษฐ์ ไล่ผี รักษาโรค ทำน้ำมนต์ ฯลฯ ที่ต้องเรียกว่า "สายสัญญาบารมี อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ" เนื่องจากท่านได้รวมเอาการเปิดพระโอษฐ์เข้ามาด้วย และตำแหน่งที่ลงองค์พระธรรมก็ลงตรงจักระที่ 7 ซึ่งอยู่ในวิชาพลังจักรวาล และการปรับปรุงข้อบัญญัติเพื่อมิให้เป็นการลำบากสำหรับผู้ที่จะเข้าหาท่าน
         ผู้ที่ได้ยกถาด (พานครู) กับอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ แล้ว นับว่าท่านได้อยู่ในสายสัญญาบารมี หากแต่ท่านอาจจะไม่ทราบว่าการปฏิบัติในสายสัญญาบารมี อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ปฏิบัติกันอย่างไร ซึ่งในที่นี้จะได้กล่าวโดยละเอียดเพื่อที่ท่านจะได้ถูกต้อง

กบแก่ 19 มกราคม 2547
จัดทำเพื่อเป็น พุทธบูชา แด่
  อาจารย์ทองพูน เสาวโรนุพันธุ์ บรมครูสายสัญญาบารมี
  อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ


                    Grin Azn ปัจจุบันนี้เริ่มจะมีเว็บใหม่ให้เขียนแล้ว  ก็คือเว็บ www.satusanya.com  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:44:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 10:33:52 AM »

"อายุบวร"

         Azn ซึ่งจะมีคนทั้งหลาย  นำคำว่า “เปิดพระโอษฐ์” ไปใช้  บางคน Copy ไปทั้งดุ้น  แต่ก็ไม่ได้บอกที่มาที่ไปว่ามากจากไหน  แม้แต่คำว่า “สายสัญญา” ของพ่อต้นฯ นั้น  ก็ได้เข้ามาอยู่ในเว็บ  เพราะอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ  เป็นผู้ที่ได้นำมาเผยแพร่  แต่ผู้อ่านนั้นเมื่ออ่านแล้วควรที่จะใช้วิจารณญาณด้วย  เพราะว่า “สายสัญญา” นั้น เป็นของจริง  ที่ อาจารย์ประหยัด กล้าพูดเป็นคนแรกว่า “สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร”  ซึ่งไม่มีลูกศิษย์พ่อต้นฯ ท่านใดกล้าที่จะพูด “วจี” นี้  เพราะว่าท่านยังไม่ได้พิสูจน์ให้รู้แจ้งเห็นจริง  
          Wink แม้สายสัญญานั้นจะเป็นของจริงก็ตาม  แต่ก็มีสายสัญญาประเภทเรียนแบบอยู่อย่างมากมาย  ดูเอาอย่างศาสนาพุทธ  ก็มีนายรัก รักพงษ์ หรือโพธิรักษ์  เจ้าของสันติอโศก  ซึ่งเป็นพระปลอม  แต่งกายเรียนแบบในพระพุทธศาสนา เปลี่ยนจีวรจากสีเหลืองเป็นสีช้ำเลือดช้ำหนอง  ที่สังเกตได้ง่ายก็คือ พระพวกนี้ไม่โกนคิ้ว  ถึงแม้จะมีคำพิพากษาตัดสินแล้ว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอ่อนแอ  ตำรวจก็ไม่กล้าที่จะจับพระปลอมอย่างนายรัก รักพงษ์ มาดำเนินคดี  
          สายสัญญานั้นจะไม่มีใครหรือผู้ใดบอกได้ว่า  อาจารย์สายสัญญาผู้นั้นผู้นี้เป็นของจริง หรือเป็นอาจารย์เก๊หรืออาจารย์ปลอม  ต้องลงทุนด้วยเงินบาทของไทยเข้าไปทดสอบ กว่าจะรู้ท่านก็จะเสียเงินไปฟรีๆ เป็นเงินนับพันหรือนับเงินหมื่นบาท  แต่ถ้าท่านเป็นญาติของสายสัญญาแล้ว  ได้เข้ามาเจอ อาจารย์ประหยัด ก่อน  ท่านก็จะรู้ความจริงเกี่ยวกับ “สายสัญญา”  โดยไม่ต้องเสียเงิน  ท่านจะไม่ถูกหลอกให้ยกถาด  ไม่ถูกหลอกทำสังฆทาน เหมือนกับบรรดาอาจารย์สายสัญญามากมายที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้
          เมื่อปฏิบัติสายสัญญา-ประยุกต์ ไม่ได้  ก็หันไปทางสายสัญญาสายแท้  ซึ่งมีบรรดาศิษย์อาจารย์ประหยัด  มากมายที่เปิดพระโอษฐ์ไม่ได้ผลแล้ว  ก็ต้องวิ่งไปซบอกอาจารย์สายสัญญา  ไปเรียนรู้วิชาสายสัญญา แต่หารู้ไม่ว่า  สายสัญญานั้น ความเป็นจริงมาจาก “สายเทพ”  โดยที่พ่อต้นฯ นั้น ท่านได้วิชานี้มาจากบรรดา เทพเทวดาทั้งหลาย  เมื่อไม่นับถือ “เทพ”  ไปเรียนสายสัญญาก็จะไม่ได้ผลใด ๆ ทั้งสิ้น  เมื่อไม่รู้ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่ไม่รู้ตลอดไป  ในที่สุดอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียนก็จะดับสูญไปจากสายสัญญาเองนั่นแหละ

            นายกบแก่เมื่อเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด นั้น  ได้พิสูจน์ว่า การ “เปิดพระโอษฐ์” และสายสัญญา เป็นของจริง  จึงได้เขียนยกย่องอาจารย์ประหยัด อย่างเลิศหรู  แต่เมื่อนายกบแก่ไม่ได้ใช้สติปัญญาที่มีอยู่  ก็ไปยกย่องศิษย์เอกคือคุณเอ๊กซ์ และ นายวิษณุ มาเหนือ  อาจารย์ประหยัด  นายวิษณุนั้นพยายามจะข่มอาจารย์ประหยัด ทุกวิถีทางแม้แต่ในเว็บ  บทความทุกบทความที่ อาจารย์ประหยัด เขียน  นายวิษณุก็จะใช้ความด้อยสติปัญญามาเขียนปิดท้ายเอาไว้  หากเขียนไม่ได้ก็จะเอารูปตุ๊กตามาลงเอาไว้  นายกบแก่นั้นก็ไม่ได้มองถึงการกระทำอันต่ำช้าของนายวิษณุ เมื่อเป็นอย่างนี้ในเมื่อ อาจารย์ประหยัด เป็นผู้ที่ได้รับเชิญจากนายกบแก่มาเขียน  โดยกล่าวว่าเปิดเว็บให้อาจารย์ประหยัด  จึงได้เลิกเขียนในเว็บของนายกบแก่
          เว็บนายกบแก่ยังไม่ทันที่จะปิด  ก็ถูกแฮ๊ก  โดยการเอารูปหนังเอ็กซ์ ไปลง เพื่อที่จะได้ชิงตัวอาจารย์ประหยัด  ไปเขียนในเว็บ www.sanyana.com  ซึ่ง อาจารย์ประหยัด  ก็คิดว่า  เจ้าของเว็บคือ ท่านธนากร ปุสสวงศ์ จะไม่กลายมาเป็นกบแก่ตัวที่ ๒ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่  ยังเกิดกบแก่ตัวที่ ๓ ในเว็บ Saisanyana.com  จึงได้เลิกเขียนในเว็บของนายก๊อปแก๊ป

      Azn ปัจจุบันนี้เริ่มจะมีเว็บใหม่ให้เขียนแล้ว  ก็คือเว็บ www.satusanya.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2010, 07:49:35 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
ॐ มิน คนนนท์ ॐ
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2009, 06:56:01 PM »


  ขอบคุณครับ

 Azn 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 12:36:37 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: