หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * รำลึกถึง อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ *  (อ่าน 3003 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 27, 2008, 09:50:42 AM »

   Azn "อายุบวร"
         Afro  รำลึกถึง อาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  อาจารย์สายสัญญา  

        
คนซ้าย อ.พงษ์วิทย์ คนขวา ผู้หญิงใส่แว่นดำนั้น คือ "หน้าม้า"

     วันนื้คุณธีระ  ลูกศิษย์ อาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  ซึ่งได้ปฏิบัติในสายสัญญามานาน 10 ปี ได้โทรมาคุยด้วย  ก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอกับสายสัญญา “พันธุ์แท้”  ติดใจคุณธีระที่ว่าเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญาโดยไม่ต้องเสียเงินเสียทองแต่อย่างใด  ก็แสดงความดีใจด้วยที่ท่านไม่เสียเงิน  ซึ่งตรงกันข้ามกับอาจารย์ประหยัดในสายสัญญานั้นอาจารย์ประหยัดเสียเงินให้กับอาจารย์สายสัญญาเป็นแสน  เฉพาะที่ อาจารย์บุญมา ได้เมตตาเปิดสังฆทานให้อาจารย์ประหยัดนั้น 79  พลา  ก็ไม่ทราบว่าเปิดจริง  หรือว่า อ.พงษ์วิทย์ไปอ้างว่าอาจารย์บุญมาเปิดให้  เพื่อจะได้เงินจากอาจารย์ประหยัดที่เป็นลูกศิษย์ เฉพาะยอดเงินสดใส่ซอง 6,241.00 บาท  เครื่องสังฆทานมี ๑. น้ำปลา 79 ขวด ๒. น้ำมันพืช 79 ขวด ๓.ปลากระป๋อง 79 กระป๋อง. ๔. ข้าวสารถุง 5 กก. 79 ถุง  ๕. น้ำดื่ม 79 ขวด  ฯลฯ  (ของอีก ๔ อย่างๆละ 79 รวมเป็น 9 ชนิด)  หมดเงินไปเพียงแค่หมื่นบาทเศษ ๆ   ซื้อจนของร้านชำคือ คุณเฉลิม-คุณศรีวิไล ซึ่งเป็นลูกศิษย์  อาจารย์พงษ์วิทย์   ขายของให้อาจารย์ประหยัดจนหมดร้าน  ต้องไปซื้อต่อที่แมคโคร  นี่เป็นการทำสังฆทานเฉพาะอาจารย์ประหยัดคนเดียวไม่นับของภรรยาด้วย  โดยไม่มีจุดหมายว่าทำแล้วได้อะไร เพื่ออะไร ? ทีแน่นอนก็คืออาจารย์พงษ์วิทย์ได้ทั้งเงินและของ  ไม่ต้องไปจ่ายตลาดอีกหลายเดือน  อาจารย์พงษ์วิทย์ บอกว่า อาจารย์บุญมา ท่านเมตตาเปิดสังฆทานให้ (ถ้าพูดในเวลานี้อาจารย์ประหยัดก็คงอ๊วกแตก ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐) แต่ก็ช่างเถอะเมื่อทำไปแล้ว เมื่อได้มารำลึกนึกถึง อ.บุญเพ็ง  ผู้ซึ่งฝากรอยจารึกเอาไว้ที่บนแผ่นหลัง   ก็น่าจะนำมาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์

      Afro เมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2539  คุณหลิน  ศิษย์สายสัญญารุ่นพี่  เธอได้ไปเชิญ อาจารย์บุญเพ็ง จากอุบลราชธานีมาที่บ้าน  ซึ่งเวลานั้นเธออยู่หน้าคณะเภสัช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  วันแรกอาจารย์ประหยัดก็ได้รับเชิญไปร่วมทำสังฆทาน  ก็มีคนไปประมาณสิบกว่าคน  ก็มีการเรียกลงขันเพื่อซื้อเครื่องสังฆทานและใส่ซองให้แก่ อ.บุญเพ็ง เมื่อทำสังฆทานเสร็จ  อ.บุญเพ็ง ก็ได้ชูบารมีให้แก่ลูกศิษย์  มีผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อชูบารมีแล้วผีเข้า  อ.บุญเพ็ง ก็ทำเฉย ไม่ยอมไล่ออก  เพราะถึงแม้จะไล่ก็คงจะไล่ออกไม่ได้เพราะว่ามีบารมีไม่พอ (เวลานั้นไม่ทราบ) อาจารย์ประหยัดกับคุณไตรเทพ (ร่างทรงของพระศิวะ) ก็จัดการไล่  ก็น่าจะเฉลียวใจแล้วว่า อ.บุญเพ็ง นั้น have no the ability , แปลเป็นไทยว่า  ไม่มีน้ำยา  ซึ่งคุณหลินนั้นนกรู้  เพียงแค่วันเดียวก็ทราบแล้วในสันดานของ อ.บุญเพ็งแล้วว่า ถ้าปล่อยให้ อ.บุญเพ็ง กับลูกศิษย์  อยู่ที่บ้านต่อไปละก้อ  มีหวังเสียเงินฟรี ๆ  เพราะว่า อาจารย์บุญเพ็ง  ไม่ได้ทำพิธีอะไรให้เป็นประโยชน์กับคุณหลินเลย  มีแต่นั่ง ๆ นอน ๆ กินแล้วก็ให้คุณหลินไปเรียกคนมาทำสังฆทานเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าไปวันๆ หนึ่งเท่านั้นเอง   วันที่ ๒ คุณหลินไม่ไล่ก็เหมือนไล่ อ.บุญเพ็ง  ออกจากบ้าน  ทำเป็นเจ้าเข้าทรงแล้วผีทรงก็ออกปากไล่ อ.บุญเพ็ง

      Cheesy เนื่องจากว่าอาจารย์ประหยัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี  ยังรู้สึกไม่พอใจคุณหลินอยู่ในใจ  คิดว่าคนแก่เพียง ๑ คนกับลูกศิษย์  เอาไปอยู่ที่บ้านน่าจะไม่เป็นไร  คงจะเสียเงินสักเท่าไหร่ กัน?  หารู้ไม่คงจะลืมนิทานเรื่อง “ชาวนากับเห่า” ก็เอารถไปรับ อ.บุญเพ็งไปพักที่บ้านอาจารย์ประหยัด  อาหารเย็นวันแรกเต็มโต๊ะ  พร้อมทั้งทุเรียนหมอนทอง ๑ ลูก 120.00 บาท  อ.บุญเพ็ง กินแล้วติว่าเนื้อมันแฉะสุกเกินไป  อาจารย์ประหยัดก็ตามใจไปซื้อมาให้อีก ๑ ลูก  แกก็บอกว่าแฉะอยู่  แกยังคุยเกทับอีกว่า แกอยู่ที่บ้านจะมีลูกศิษย์จากจันทบุรี นำมาให้แกเป็นเข่ง ๆ มาถึงตอนนี้อาจารย์ประหยัดก็ยังไม่เฉลียวใจว่า  อาจารย์ประหยัดเอา อ.สายสัญญา เข้าบ้าน หรือเอา “มาร” เข้ามาในบ้าน ถ้าเก็บหมาขี้เรื้อนเข้ามาเลี้ยงก็น่าจะดีกว่านี้

      Wink จากนั้นอาจารย์ประหยัดก็ไปรับ-ส่ง อ.บุญเพ็ง ไปทำสังฆทานทุกวัน  ก็ไม่เฉลียวใจเลยว่า ทำไม อ.บุญเพ็ง มาเชียงใหม่เป็นครั้งแรกถึงได้รู้จักคนมากมาย  มารู้ตอนบิลล์โทรศัพท์มา  เฉพาะ อ.บุญเพ็ง อยู่ 8 วัน ค่าโทรศัพท์หมดไป หนึ่งพันบาทเศษ  ก็เท่ากับว่า อ.บุญเพ็ง โทรวันละ 40-50 ครั้ง  ที่ไม่รู้เพราะว่าอาจารย์ประหยัดไม่ได้นอนที่บ้าน  อาจารย์ประหยัดไปนอนบ้านภรรยาที่อำเภอสารภีทุกคืน  วันแรกที่ อ.บุญเพ็ง ไปนั้นท่านราคาคุยว่า ท่านไปโปรดญาติที่ไหนท่านไม่เคยไปเบียดเบียนญาติเลย  เมื่อ อ.บุญเพ็งกลับท่านจะจ่ายค่าน้ำค่าไฟเอาไว้ทุกแห่งที่ไป  มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์ประหยัดเข้าไปบ้านในเมืองสาย อ.บุญเพ็ง บ่นกับคนใช้ของอาจารย์ประหยัดว่า  ดูซิ !!! ไม่รู้จักเวลาร่ำเวลาป่านนี้ยังไม่มา  เสียเวลาทำมาหากิน  อาจารย์ประหยัดเริ่มจะสงสัยว่า อ.บุญเพ็งเป็นเจ้าของบ้านหรือว่าอาจารย์ประหยัดเป็น แล้วอาจารย์ประหยัดเป็นขี้ข้ารับใช้แกมาตั้งแต่ชาติปางไหน  ได้ยินอย่างนี้แล้วความเมตตาในใจที่เคยมีก็เริ่มจางหาย ละลายเหมือนน้ำแข็งในแก้วกาแฟที่ปล่อยทิ้งเอาไว้นานมันก็จะกลายเป็นน้ำ  ทั้งที่ขับรถไปส่งโปรดญาติทุกวันและญาติที่มาที่บ้าน  อ.บุญเพ็ง  ได้เงินไปประมาณหมื่นบาทเศษ  

      Huh? วันสุดท้ายที่อาจารย์ประหยัดไปส่ง อ.บุญเพ็ง ไปโปรดญาติที่บ้านคุณอู๊ดนั้น  พอขับรถออกจากบ้านมาติดไฟแดงที่สี่แยกสันป่าข่อย อ.บุญเพ็ง ก็พูดกับอาจารย์ประหยัดว่า  พ่อนี้เป็นคนมีบุญมีบารมีสูง  จึงทำให้ประัหยัดนั้นมาบริการขับรถรับส่ง  คนใช้ก็บริการอย่างดี  ทำกับข้าว ซักเสื้อผ้าให้ทั้ง ๒ คน  นอนก็นอนห้องแอร์  ตอนนี้อาจารย์ประหยัดไม่ปล่อยให้ อ.บุญเพ็ง พูดพล่ามยกยอปอปั้นตนเองอีกแล้ว อาจารย์ประหยัดสวนกลับทันที อาจารย์ประหยัดบอก อ.บุญเพ็ง ว่า  พ่อเพ็งเอ๋ย ท่านหาได้มีบารมีแต่อย่างใดไม่  คนใช้ที่ทำงานให้กับท่านนั้นเพราะบารมีของอาจารย์ประหยัดที่ต้องจ่ายเงินพิเศษ ให้เขาวันละ 100.- บาท  ทุกวันนี้ท่านอยู่ดีกินดีเพราะบารมีของอาจารย์ประหยัด  อ.บุญเพ็ง หน้าซีดเงียบกริบไม่พูดพล่ามต่อไปอีก  แล้วก็ที่อยู่มา 8 วัน โดยมิได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้กับเจ้าของบ้านเลย อ.บุญเพ็ง ได้ฟัง คงจะแค้นมาก เมื่อไปโปรดญาติที่บ้านคุณอู๊ดแล้ว ออกมา อ.บุญเพ็ง เปิดซอง ของคุณอู๊ด และเจ๊จามรธรรมดู มีเงินซองละ 300.- บาท  แกพูดกับอาจารย์ประหยัดว่า  คนเชียงใหม่นั้นไม่รู้อะไรเลย ของดีใส่ซองเพียงแค่ 300.-บาท  อาจารย์ประหยัดนี้โมโหอยู่ในใจ  “กูขับรถมาส่งคุณมึงเสียเงินค่าน้ำมันเองกูยังไม่บ่นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เงินเลยซักบาท”  ยังไม่พอต้องจ่ายค่าอาหารเย็นให้อีกมื้อละ 300.- บาท ส่วนอาหารกลางวันก็ต้องพาไปกินตามร้าน  แล้วคุณกูก็ต้องจ่ายเลี้ยงคุณมึงอยู่ทุกวันด้วย

      :Smiley ในขณะที่ อ.บุญเพ็ง รับสังฆทานจากคุณอู๊ดและเจ๊จามรนั้น  คุณอู๊ดนั่งใกล้ อ.บุญเพ็ง  เจ๊จามรนั่งถัดมา อาจารย์ประหยัดนั่งข้างเจ๊จามร  องค์บารมีของคนทั้งคู่ก็ลงประทับร่าง  เจ๊จามรยื่นมือซ้ายมาหาอาจารย์ประหยัดเพื่อให้อาจารย์ประหยัดจับ  อาจารย์ประหยัดก็จับมือเจ๊จามรไว้  แล้วคุณอู๊ดก็ยื่นมือมาจับมืออาจารย์ประหยัดอีกคนหนึ่ง แล้วองค์บารมีของอาจารย์ประหยัดก็ร่ายพระเวทย์ออกไป  ในที่นั้น 4 คน มี 3 คนที่ไม่รู้ว่าเหตุผลทำไมทั้งสองคนจึงทำเช่นนี้ แต่อาจารย์ประหยัดทราบ  ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าองค์บารมีของคุณอู๊ดและเจ๊จามรนั้น ต้องการให้องค์บารมีของอาจารย์ประหยัดช่วยปกป้องทั้งสองคน  เพราะว่า อ.บุญเพ็ง นั้น  ทำของไม่ดีใส่คนทั้งสอง อ.บุญเพ็งหากินกับคนทั้งสองได้เพียงแค่ครั้งเดียวก็เกินพอและมากไปแล้ว ตั้งแต่ตัวการคือคุณหลินที่ได้เชิญ อ.บุญเพ็งมา  เธอไม่เคยโผล่หน้าไปที่บ้านอาจารย์ประหยัดเลย ศิษย์สัญญาประเภทนี้ไม่มีวันที่จะเจริญก้าวหน้าในสายสัญญาหรอก

      Undecided ทีนี้มาถึงจุดแตกหักซึ่งจะต้องจารึกจดจำเอาไว้จนวันตาย  เมื่อกลับถึงบ้านตอนบ่าย อ.บุญเพ็ง ก็เรียกอาจารย์ประหยัดไปเขียนองค์พระธรรม  แกให้อาจารย์ประหยัดนอนคว่ำ เขียนไปสักครู่หนึ่ง แกก็กากะบาดใส่หลังอาจารย์ประหยัด 4-5 กา  ก็นิดหน่อยเพียงแค่เลือดไหลซิบ ๆ เท่านั้นเอง  เป็นการแก้แค้นที่อาจารย์ประหยัดไปรู้เท่าทันแก  อีกประการหนึ่งตั้งแต่แกอยู่ในสายสัญญามา  ไม่เคยมีใครบังอาจที่จะมาต่อปากต่อคำกับแกเลย  ลูกศิษย์ของแกจะยกย่องเหมือนแกเป็นเทวดา  แล้วแกคิดว่าแกแน่ในสายสัญญาคนเดียว แกก็รีบเก็บเสื้อผ้าของแกใส่กระเป๋า  โทรไปเรียกลูกศิษย์ของแกอยู่ที่ตลาดอุ้ยทา  เอารถมารับ อาจารย์ประหยัดเองก็ยังใจดี เอากระเป๋าที่อาจารย์ประหยัดได้จากบริษัททัวร์ ทำทานไปอีก 1 ใบ  ซึ่ง อ.บุญเพ็ง ได้แสดงธาตุแท้ของแกออกมาให้เห็น เทียนทุกเล่ม ธูปทุกดอก ที่ลูกศิษย์มาทำสังฆทานนั้น  แกขนไปแม้แต่ธูปก้านเดียวไม่เหลือเอาติดหิ้งพระไว้เลย ส่วนธูปเทียนที่จุดทุกวันนั้นเป็นธูปเทียนของอาจารย์ประหยัดหมด  สันดานเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวนั้นมีอยู่ในอาจารย์สายสัญญาคนนี้ที่มีชื่อว่า อ.บุญเพ็ง หมด ตอนเย็นภรรยาอาจารย์ประหยัดเข้าบ้านไป อาจารย์ประหยัดก็เปิดเสื้อด้านหลังให้ภรรยาดูถามว่าทำไมมันถึงแสบ ปรากฏว่าด้านหลังอาจารย์ประหยัดนั้นมีรอยกากะบาดอยู่  ภรรยาอาจารย์ประหยัดโมโหใหญ่จะตามไปด่า อ.บุญเพ็ง อาจารย์ประหยัดก็ห้ามแกเอาไว้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 09:59:29 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 27, 2008, 10:14:35 AM »

"อ่านต่อ"

       Shocked พอตกกลางคืนอาจารย์ประหยัดก็ไปหาคุณไตรเทพ  ให้เชิญพ่อพระศิวะลงประทับ  พ่อพระศิวะบอกว่า อ.บุญเพ็ง นั้นได้เขียนยันต์ผีตายโหงลงบนหลังอาจารย์ประหยัด พ่อพระศิวะจึงได้ทำการล้างอาถรรพณ์ให้กับอาจารย์ประหยัด ลูกชายของคุณไตรเทพยังถ่ายรูปแผลที่หลังให้อาจารย์ประหยัดไว้ 2-3 ใบ  เอาไว้ดูเป็นอนุสรณ์ว่า ในชีวิตครั้งหนึ่งในสายสัญญา  อาจารย์ประหยัดได้ไปเก็บงูเห่าเอามาเลี้ยงไว้ในบ้าน  แล้วในที่สุดงูแก่ ๆ ตัวนี้ก็ทดแทนบุญคุณโดยแว้งกัดอาจารย์ประหยัด

       Angry ตามบัญญัติของสายสัญญาที่ว่า  ห้ามก้าวล่วงบารมีของอาจารย์สายสัญญาและผู้ปฏิบัติธรรมด้วยกัน  ซึ่งจะทำให้ “พระบารมี” ถอดถอนออกจากสายสัญญา  แต่จะมาลบล้าง พุทธพจน์ที่ว่า “สัจจํเว อมตวาจา”  การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ได้  อาจารย์ประหยัดจึงได้เขียนจดหมายประมาณ ๒๐ กว่าฉบับไปจ๊วก อ.บุญเพ็ง  เพื่อเป็นการทดสอบว่า ตามบัญญัติที่ อ.สุวิช เขียนเอาไว้นั้นมันจะเป็นจริงหรือไม่  เวลานี้ผ่านมาถึง ๙ ปี พ่อต้นได้บอกอาจารย์ประหยัดเอาไว้ว่า  “เจ้าเป็นสายสัญญาที่ไม่เคยเก็บเงินใครเลย  ทำงานฟรีแล้วพระบารมีจะลงโทษเจ้าได้อย่างไร” ตามคำพูดของ อาจารย์ ในสายสัญญาที่ชอบแอบอ้างพระบารมีนั้น    อย่าถามอาจารย์ประหยัดเลยว่าอาจารย์ประหยัดถูกพระบารมีลงโทษไหม ? ต้องไปถาม อ.บุญเพ็ง ว่า ๙  ปีผ่านมานี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของท่านเป็นยังไงบ้าง ?
   
       Cheesy ซึ่งถ้าจะถามอาจารย์ประหยัดว่าอาจารย์ประหยัดถูกอาจารย์สายสัญญา  ตีหลัก “ประหาร” อาจารย์ประหยัดไหม  อาจารย์ประหยัดตอบได้เลยว่า มีมากกว่า 5 ท่านที่ตีหลักประหารอาจารย์ประหยัด  ซึ่งหลักประหารเหล่านี้แหละที่ช่วยค้ำจุนอุดหนุนให้อาจารย์ประหยัดได้เป็น อาจารย์สายสัญญาประยุกต์  โด่งดังไปทั่วประเทศไทย ไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดที่ได้ลงตีพิมพ์เรื่องในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่มีนามว่า “ไทยรัฐ” แม้แต่ลูกศิษย์พ่อต้นยังโค่นอาจารย์ประหยัดไม่ลง  ทำไมอาจารย์ประหยัดจึงไม่กล้าคุยว่า “สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่มีสอง” อาจารย์ประหยัดแก้คุณไสยให้ลูกศิษย์ไปมากมาย  จึงมีอาจารย์ด้านคุณไสยพยายามที่จะทำอาจารย์ประหยัดตายให้ได้ แต่คนที่ทำนั้นเขายังไม่รู้จักว่า “ฟ้าสูงก็ยังมีสูงกว่าฟ้า”  คำนี้น่าจะเอามาใช้กับคนชั่วในสายสัญญาได้เลย   เอาไว้ให้อาจารย์ประหยัดเรียกร้องต้มตุ๋นลูกศิษย์เสียก่อน  ค่อยมาทำคุณไสยใส่อาจารย์ประหยัดก็แล้วกัน

      Shocked นิทานเรื่องนี้สอนเอาไว้ว่า  “อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน”  แม้จะเป็นลูกศิษย์พ่อต้นมีอายุมาก กว่า 70 ปีก็ตาม  แต่ในใจนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก  กินบนเรือนขี้บนหลังคา  เป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ราดหัวถึง 7-8 วัน  อย่าคิดว่าเขียนยันต์ผีตายโหงประหารท่านปรมาจารย์ประหยัดแล้วจะทำอะไรท่านปรมาจารย์ได้

       Smiley อยากรู้หรือเปล่าว่าเมื่อ อาจารย์สุวิช ผาสุขมูล  ได้ชุมนุม อาจารย์สายสัญญา  ที่บ้าน นายฉัตรไชย หมู่บ้านขวัญเรือน ต.หางดง จ.เชียงใหม่  เพื่อตีหลักประหาร ปรมาจารย์ประหยัด ในเดือน สิงหาคม 2546 นั้น  ตามราคาคุยของ อ.สุวิช  ทำให้ นายฉัตรไชย ลูกศิษย์ของ อ.สุวิช มีความมั่นใจสูง คุยว่า อ.บุญมาก็ไปร่วมด้วย  เมื่อตีหลักประหารเสร็จ  นายฉัตรไชย ก็ได้โทรไปขู่ “คุณผึ้ง” ศิษย์ของอาจารย์ประหยัด  บอกให้รีบไปดูใจอาจารย์ประหยัดเสีย ก่อนที่จะไม่ได้เห็นใจ คุณผึ้งน้อยตื่นแต่เช้ารีบขับรถบึ่งไปหาอาจารย์ประหยัดที่บ้านทันที  ก็เห็นอาจารย์ประหยัดสุขสบายดี  เธอเล่าให้อาจารย์ประหยัดฟังว่า  มีคนโทรศัพท์ไปขู่และคุยเป็นชั่วโมง บอกว่าชื่อ อ.ฉัตรไชย เป็นบรมครูสายสัญญา แล้วอาจารย์ประหยัดก็รู้ว่า นายฉัตรไชย นั้นไปเอาเบอร์โทรมาจากใครด้วย คนที่ให้เบอร์โทรคุณผึ้งนั้นเป็นทนายความชื่อนายเกี่ย  ผิดหวังจากคุณผึ้งที่ไม่ได้รับรักของเขา ซึ่งเป็นการผิดมารยาทและจรรยาบรรณของทนายความเป็นอย่างยิ่ง  จากเดือน สิงหาคม 2546 จนถึงวันนี้ มกราคม 2548  เป็นเวลาหนึ่งปีเศษ อาจารย์ประหยัดก็ยังอยู่สบายดี

       Cool มาเดือนนี้ พฤษภาคม ๒๕๕๑  น้องสาวไปตัดผ้าที่คุณศรีพรรณภรรยาของนายเกี่ย  ปรากฏว่าเธอไม่ยอมตัดให้ เพราะว่าเพิ่งจะไป “คีโม” มา  ซึ่งคุณศรีพรรณ นั้นเป็นมะเร็งที่เต้านม  ก็เป็นอันว่าคุณศรีพรรณนั้นถูกกรรมตามสนอง  กรรมนี้เรียกว่า “กรรมจัด สรรค์” แทนที่กรรมที่นายเกี่ยทำเอาไว้กับอาจารย์ประหยัดจะตกแต่เขา  แต่ก็มาตกกับภรรยา  ซึ่งนายเกี่ยนั้นคงจะต้องเสียเงินรักษาภรรยาเป็นเงินนับแสนบาท

       Shocked อาจารย์ในสายสัญญากลุ่มนี้และ อ.บุญเพ็ง นั้น ไม่เคยได้รู้ตัวว่าตัวเองนั้นถูกปลดออกจากสายสัญญาแล้ว แล้วก็ไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดบอกให้บรรดาศิษย์รู้ได้ว่า คนไหนพระบารมีรับรอง คนไหนพระบารมีปลดแล้ว ที่อาจารย์ประหยัดกล้าบังอาจก้าวล่วงบารมีของอาจารย์สายสัญญานั้น ก็เพราะว่าอาจารย์ประหยัดรู้ว่าท่านเหล่านั้นได้ทำความเสื่อมเสียให้สายสัญญาแล้วก็ถูกปลดไปแล้ว บรรดาอาจารย์เหล่านี้ก็เปรียบเสมือนคนธรรมดาเท่านั้นเอง หาได้มีความวิเศษวิโสมีอิทธิฤทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

       การที่ได้เข้าไปเรียนรู้สายสัญญากับ อ.บุญเพ็ง ในครั้งนี้ เสียทั้งเงินทอง เสียทั้งเวลา และเสียทั้งเลือด อาจารย์ในสายสัญญาท่านได้ให้ความประทับใจมาทุกท่าน คือความประทับใจในการเสียเงิน มากน้อยแล้วแต่อาจารย์แต่ละท่าน ซึ่งความประทับใจเหล่านี้ไม่ควรที่จะเก็บเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว  ควรที่จะเอาไปถ่ายทอดให้บรรดาลูกศิษย์ แล้วลูกศิษย์เขาก็คงจะไม่ต้องการที่จะรับ ซื้อวิชามาด้วยเงินแสน  แม้เอา “สายสัญญา” ไปให้เขา “ฟรี ๆ” ส่วนมากพวกเขายังไม่อยากจะรับเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 10:04:43 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2008, 10:20:22 AM »

  "อายุบวร"

      Shocked เจาะลึก  อาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ

      Cool ในสมุดดับล้างที่ อ.พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม  ได้ทำแจก 5,000 เล่ม  เมื่อครั้งไปโปรดญาติอยู่ที่เชียงใหม่ ในหน้าที่ 121  “ประวัติการวางพระสังขารขององค์ต้นพบรมครูพระศาสดา  สายสัญญา  เกี่ยวกับศิษย์”  ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำของ อาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  ที่ส่งไปให้ อ.พงษ์วิทย์ ลงตีพิมพ์

      Cool วันที่ 20 กันยายน 2522  ได้รับประจุ  องค์ วิ อุดถัง อุดถัง นาคราช  นะนะ เตยลิงค์โม  หลักศาสนา กู้ญาติ 20 ก.ย. 22  ออกจากวิหารหนองโดน เย็นวันนั้นถึงอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  โปรดญาติอยู่ที่นั่น 8 วัน  เย็นวันที่ 28 ก.ย. 22  เข้าปฏิบัติตนอยู่ 40 นาที  เห็นกายทิพย์ พ่อองค์ต้น  ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกล่าวคำว่า “อาจารย์บุญเพ็ง  กลับวิหารด่วน (วิหารหนองโดน) พ่อจะสำเร็จแล้ว”  เราก็ยกมือประนมกล่าวตอบว่า  “ครับ แต่ยังมีญาติเข้ามามากยังไม่ได้กลับ  เย็นวันที่ 29 ก.ย. 22  เข้าปฏิบัติตัว 40 นาทีกว่า  ก็ปรากฏกายทิพย์  ใส่ชุดขาวยืนอยู่ตรงหน้า ห่างประมาณ 2 เมตร  ท่านกล่าวว่า  “อาจารย์บุญเพ็ง  พรุ่งนี้กลับเข้าวิหาร”  เราก็ยกมือประนม  กล่าวตอบว่า “ครับ”
 
      Shocked พอเข้าถึงวันที่  30 ก.ย. 22  กลับจากกาญจนบุรี  เย็นถึงวิหารหนองโดน  
แต่งเครื่องสักการะ บูชา  มีธูป 12 ห่อ เทียน 12 ห่อ  ผ้าขาว 12 ชิ้น  เงิน  3,000.-บาท สร้อยคอทองคำ 2 เส้น  
เส้นละ 1 บาท
ยกถวายเสร็จท่านนำกรวดน้ำ  สร้อยเส้นหนึ่งท่านเก็บไว้  อีกเส้นหนึ่งท่านสวมคอให้คืน เช้า 1 ต.ค. 22  จะขอลากลับอุบลฯ  ท่านกล่าว  ยังกลับไม่ได้  วันออกพรรษาพ่อจะสำเร็จแล้ว  รอไปก่อน  ทั้งวันท่านได้โปรดญาติแสดงธรรมอยู่ตลอดวัน  สังขารของท่านเป็นปรกติ  สดชื่นแจ่มใสอยู่ตลอด  พอวันที่ 3 ตุลาคม 2522 คุณนายน้อย อ.นางรอง  เข้ามาวิหาร  นำเครื่องสังฆทานถวายเสร็จ  องค์ต้นสั่งให้เราไปลงหลักที่บ้านคุณนายน้อย อ.นางรอง  อาจารย์บุญเพ็งก็ถือโอกาสจะกลับไปอุบลฯ สัก 2-3 วัน  วันออกพรรษาจึงจะกลับเข้าวิหารอีก  องค์ต้นกล่าวว่า “ระยะนี้ยังไปไหนไม่ได้  ต้องอยู่รอถึงวันออกพรรษาก่อน”  เสร็จจากลงหลักบ้านคุณนายน้อย อ.นางรอง  กลับเข้าวิหาร ตอนเย็น วันที่ 3 ต.ค. 22  สังขารขององค์ต้นมีอาการตัวร้อนเหมือนเป็นไข้หวัด  เย็น ๆ ท่านเรียกขึ้นไปพบบนวิหาร  ให้นวดขาระยะหนึ่งแล้วสั่งให้เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัว  ท่านกล่าวว่าปวดเมื่อยตามตัว  คุณแม่ล้วนก็เข้าถามอาการ  ท่านก็ตอบไม่เป็นอะไรหรอกไปนอนเถอะ  ท่านก็เข้าพักนอน

      Shocked รุ่งเช้า  4 ต.ค.22 ท่านยังดับล้างปฏิบัติตัวตามปกติ  พอตอนสายมีอาการตัวร้อนมาก  ศิษยานุศิษ์ย์เข้าเฝ้า  ปรนปฏิบัติอยู่ตลอด  นำยามาให้ท่าน ท่านก็รับไปบ้าง  ตลอดเย็น วันที่ 4 ต.ค. 22 คณะศิษย์ได้ปรึกษากันที่ลานวิหาร  องค์พ่อท่านเรียกมาถามว่าจะไปเอาหมอมารักษาใคร  ไม่มีพระเจ้าองค์ใดรักษาได้ ถึงสัญญาแล้ว  ศิษย์ทั้งหมดพิศวงศ์ท่านจะสำเร็จอย่างไร  ก็ได้แต่คอยดูปรนนิบัติสังขารอยู่ตลอด

     Shocked เช้า วันที่  5 ต.ค. 22  อาการก็เหมือนเดิม  จะเช็ดตัวเท่าไร ผิวกายจะไม่ลดจากความร้อนสูง  คณะศิษย์ที่ได้รับข่าวอาการประชวน  ก็ทยอยเข้าสู่วิหารหนองโดน  เย็น วันที่  5 ต.ค. 22  อาการหนักไม่พูดจา  ศิษย์ทั้งหลายไม่นึกถึงความสำเร็จของสังขารและวิญญาณ  จนเวลาประมาณ 01.30 น.  ของ วันที่  6 ต.ค.22  มีองค์สำเร็จถือพานทองคำ  นางฟ้านางสวรรค์  ช้างเอราวัณ  ห้อมล้อมอยู่ข้างวิหารเต็มไปหมด  เราเลยถามว่าพวกท่านมากันมาอะไรมากมายนัก  ท่านตอบว่า มารับองค์ต้น  เบื้องบนเตรียมรับจัดงานรอรับท่านไว้แล้ว  และมีองค์จะมาขอนำสร้างครั้งสุดท้าย  ออกตัวดับล้างให้ศิษย์ล้างแทนต้นด้วย  มีอยู่ 4 บท  ก่อนออกตัวดับล้างครั้งสุดท้ายขององค์ต้นบวรพระบรมครู  คืนวันที่  6 ต.ค. 22  ช้างเอราวัณได้อาศัยสังขารขององค์ต้นที่สงบนิ่ง  กล่าวออกตัวล้าง  ก่อนออกตัวกล่าวว่า  “อารักขาสมเด็จพระเจ้าพระยาชัยยันโตโหตุ สัญญา”
วรรคแรกเวลา  01.30 น.  ว่า.....................................
วรรคที่สอง นิ่งอยู่ประมาณ 30 นาที  บอกให้ประคองสังขารลุกขึ้นนั่ง  กล่าวคำประจุว่า  สายโสดาผล ทะมะ อุดถัง อุดถัง นาคราช นะนะนะ โสดพัดจุลี  สายเหล็กดิ่งสิทธิ์สัญญา  แล้วให้ประคองสังขารลงนอน  แล้วต่อ ล้างต่อ จุลที่สอง  เวลา  02.00 ว่า..........................................
วรรคที่สาม  เวลา  02.40 น.  ว่า.......................................
วรรคที่สี่  เวลา  03.09 น.  วันเสาร์ ที่ 6 ต.ค. 2522  ว่า................................
จบครั้งที่สี่  เงียบไปประมาณ 5 นาที  สานุศิษย์น้อมเข้าคารวะ  องค์ต้นได้ยกมือขวาค่อย ๆ  ตั้งขึ้นให้ตรงประมาณ 3 นาที  ค่อย ๆ วางมือลง  วางพระสังขารประคองสังขารไปจนถึง  เวลา  11.25  ของ วันที่ 6 ต.ค. 22  จึงวางสังขารเวลา  06.00 น.

      Shocked จากบันทึกความทรงจำของ อาจารย์บุญเพ็ง  พันธุ์สุวรรณ์  นี้  แสดงว่า อ.บุญเพ็ง นั้นมีตาทิพย์ จึงได้เห็นกายทิพย์ของพ่อต้น เห็นนางฟ้านางสวรรค์ และเห็นช้างเอราวัณ (ไม่ทราบว่าเห็นช้างขององค์อมรินทร์ ใช่หรือไม่? ไม่เคยได้ยินว่าพระอินทร์จะเอาช้างทรงให้ใครยืม หรือว่าอาจารย์บุญเพ็งท่านยืมให้  Tongue

      Shocked เมื่อเห็น นางฟ้า เห็น พ่อต้นได้  ทำไม ?  จึงไม่เห็น องค์บารมีของอาจารย์ประหยัด  เห็น อาจารย์ประหยัด  เป็นมนุษย์ธรรมดา  จึงได้บังอาจเขียนยันต์ผีตายโหงลงบนหลังร่างประทับของปู่ฤษี  ซึ่งการประพฤติของผู้ที่มีตาทิพย์นั้นไม่ควรทำ  แล้วไม่ควรที่จะกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณคนที่ได้ให้ที่พักอาศัย ให้ข้าวให้น้ำกิน

      Cool Cool เป็นการแสดงว่า  บันทึกความทรงจำนี้เป็นเท็จ  เขียนเพื่อโปรโมทตัวเอง  เพื่อที่จะให้ศิษย์สายสัญญาที่ด้อยปัญญานั้นหลงเชื่อ  เพื่อที่จะได้รับลาภสักการะจากบรรดาศิษย์เหล่านี้  คนอย่างนี้พ่อต้นฯ  มิได้เอาไว้เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขในสายสัญญาต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 11:13:08 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2009, 10:47:19 AM »

"อายุบวร"

      Shocked บทความที่เขียนถึง อ.บุญเพ็ง นั้น  สะท้อนถึงอะไร ?  คนแปลกหน้า "รู้หน้า แต่ไม่รู้ใจ"  
 
      Shocked "เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย"  เอามาใช้ใน "สายสัญญา" ไม่ได้  เพราะที่พูดที่ลือมาจากศิษย์สายสัญญานั้น เป็นศิษย์สายสัญญาเป็นส่วนมากที่อยู่ในระดับชาวบ้าน  ผู้ซึ่งปฏิบ้ัติในสายสัญญาได้เพียงแค่ผิวเผิญ  ถ้าเป็นต้นไม้ก็เป็นเพียงกะพี้เท่านั้น  หาได้ถึงแก่นไม่

       Azn ประสบการณ์เลือดท่วมหลังนั้น  คงจะลืมไม่ได้  ลืมไม่ลง  ใครจะเชื่อหรือไม่นั้นไม่สำคัญ  ซึ่งถ้าไม่เป็นเรื่องจริง อาจารย์ประหยัด ก็น่าจะถูก อ.บุญเพ็ง ฟ้องหมิ่นประมาท ไปตั้งนานแล้ว
       Afro ก็คงจะมีคนอ่านมากพอสมควร  จึงไม่เห็นว่าจะมีใครเชิญ อ.บุญเพ็ง ไปเชียงใหม่อีก  แต่ก็มี อาจารย์ หน้าใหม่ในสายสัญญา คือ อ.สุวิช-อ.เพ็ญจันทร์เข้ามาอีก  แล้วก็หายไป หายไป  ถ้าเป็นสายสัญญาพันธุ์แท้ แล้วเป็นของจริง มันก็น่าจะมีศิษย์สายสัญญาไปเชิญท่านมาอีก

       Shocked อาจารย์สายสัญญา สายแท้ คนไหน  ถ้าเจอหน้าลูกศิษย์แล้ว  ก็ให้ "ยกถาด" เรียก "สังฆทาน" นั้น  ส่วนมากแล้ว จะเป็นอาจารย์ที่เรียกว่าถูกปลดแล้ว  ทำสังฆทานไปก็ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด  ที่ อาจารย์ประหยัด กล้าพูดก็เพราะว่า ได้ทำสังฆทาน ในสายสัญญา หมดเงินไปมากกว่าหนึ่งแสนบาท  แล้วพวกท่านที่ทำเพียงแค่พันสองพัน จะได้ผลหรือ ?  คนที่ทำเป็นล้านหลัง อาจารย์ประหยัด คือ คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  ทำแล้ว ผ่านมา ๑๕ ปี  ยังถูกศาลตัดสินจำคุกถึง ๕๐ ปี  ลดราคาให้ครึ่งหนึ่งก็เหลือ ๒๕ ปี

       Tongue สงสารเจ้าของสายสัญญา คือพ่อต้นฯ  แต่ก็ไม่ต้องวิตก  เพราะว่า "คลื่นลูกหลังย่อมดังกว่าคลื่นลูกแรก"  สายสัญญาไม่เสื่อม แต่ อาจารย์ในสายสัญญานั้นแหละจะ "เสื่อม"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2010, 10:52:14 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2009, 10:46:05 AM »

  "อายุบวร"

      Shocked คัดมาจากคำบอกเล่าของ อ.บุญเพ็ง

        พอเข้าถึงวันที่  30 ก.ย. 22  กลับจากกาญจนบุรี  เย็นถึงวิหารหนองโดน  แต่งเครื่องสักการะ บูชา  มีธูป 12 ห่อ เทียน 12 ห่อ  ผ้าขาว 12 ชิ้น  เงิน  3,000.-บาท  สร้อยคอทองคำ 2 เส้น  เส้นละ 1 บาท

       Tongue ไม่ใช่เฉพาะ อ.พงษ์วิทย์ และ อ.กรีฑา  แม้แต่ อ.บุญเพ็ง  เมื่อไปโปรดญาติที่ใดก็ตาม  เมื่อกลับมาก็จะแต่งเครื่องสักการะบูชา  ไปยกให้กับพ่อต้นฯ  ในฐานะที่ได้นำเอาองค์พระธรรม และวิชาของสายสัญญาไปหากินกับประชาชนทั่วไป

       แต่เมื่อพ่อต้นท่านได้มรณะภาพไปแล้ว  ประเพณีตั้งเครื่องสักการะบูชานี้ก็หมดไป  เพราะบรรดาศิษย์พ่อต้นฯ ทั้งหลายไม่รู้ว่าจะไปแต่งเครื่องสักการะไปบูชาใคร  ก็เหมือนกับว่า ไม่มีส่งส่วย เพราะว่าผู้ที่จะรับส่วยนั้นมรณะไปแล้ว  แต่หารู้ไม่ว่า  ที่พ่อต้นฯ รับเครื่องสักการะนั้น  เป็นการรับแทน "บรมครูสายสัญญา"  เมื่อขาดพ่อต้นฯ แล้ว บรรดาศิษย์พ่อต้นฯ ยังไม่รู้ซึ้งถึงภาคโลกวิญญาณ  ก็เลยยกเลิกการส่งส่วยเหล่านี้  เมื่อไม่มีการสักการะบูชา "พระบารมี"  ก็ทำให้ขาดการติดต่อกับพระบารมี  ก็ไม่มีพระบารมีสายสัญญามาดูแลบรรดาครูบาอาจารย์เหล่านี้  ก็ทำให้บรรดาอาจารย์เหล่านี้ประพฤตินอกลู่นอกทาง  ในที่สุดก็จะถูกปลดออกจากสายสัญญาไป  เนื่องจากไม่มีพ่อต้นฯ คอยตักเตือน และสั่งสอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 02:54:42 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
2514
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 12:25:22 PM »

  กราบเท้าอาจารย์ประหยัด ที่เคารพ และนับถือเป็นยิ่งกว่า บิดา มารดา ในชาตินี้ และอดีตชาติ ปุเรนชาติ ที่ผ่านมา  ขอนับถือและบูชาท่านเป็นอย่างยิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2010, 09:05:02 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:01:50 PM »

  abcd= เมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2539  คุณหลิน  ศิษย์สายสัญญารุ่นพี่  เธอได้ไปเชิญ อาจารย์บุญเพ็ง จากอุบลราชธานีมาที่บ้าน  ซึ่งเวลานั้นเธออยู่หน้าคณะเภสัช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  วันแรกอาจารย์ประหยัดก็ได้รับเชิญไปร่วมทำสังฆทาน ก็มีคนไปประมาณสิบกว่าคน  ก็มีการเรียกลงขันเพื่อซื้อเครื่องสังฆทานและใส่ซองให้แก่ อ.บุญเพ็ง  
(มีการเรียกลงขัน) ไม่ทราบว่าศึกษาธรรมสายสัญญามากี่ปีลองศึกษาดูไหม่นะว่า(มีการเรียกลงขัน) พ่อต้นท่านพาเรียกว่าอะไร


Afro อาจารย์ประหยัดพตอบ=มีการเรียกลงขัน ถ้ามึงรู้ทำไมมึงไม่บอกมาเลย  ปากมึงอมอะไรคับ ๆ เอาไว้หรือ การลงขันที่บ้านนางหลินนั้น นางหลินเขาไม่มีเงินจึงเรียกบรรดาสายสัญญาไปช่วยซื้อของทำสังฆาน แล้วก็เงินใส่ซองให้ อาจารย์บุญเพ็ง  คนอย่างมึงไม่เคยทำสังฆทานในคนหมู่มากมึงจะไปรู้อะไร ไอ้อีสายสัญญาระดับกระจ๊อก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:20:44 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:03:33 PM »

abcd=(มีการเรียกลงขัน)ถือว่าท่านสบประมาทสายสัญญา

Afro Afro การทำสังฆานของกลุ่มคนในสายสัญญา  ซึ่งไม่สามารถทำเองได้  มีเงินหนึ่งร้อยบาทจะทำกับอาจารย์บุญเพ็งได้หรือ ? ขนาดที่ว่าเงิน ๓๐๐ บาท  แกยังบอกว่าคนเชียงใหม่ไม่รู้จักของดี  ใส่ซองเพียงแค่ ๓๐๐ บาทเท่านั้น ถ้ากูมีเงิน ๕๐ บาทก็จะทำสังฆทานกับอาจารย์บุญเพ็งได้หรือถ้าไม่ช่วยกันทำ อีควายเอ้ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:21:56 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:15:43 PM »

เมื่อทำสังฆทานเสร็จ  อ.บุญเพ็ง ก็ได้ชูบารมีให้แก่ลูกศิษย์  มีผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อชูบารมีแล้วผีเข้า  อ.บุญเพ็ง ก็ทำเฉย ไม่ยอมไล่ออก  เพราะถึงแม้จะไล่ก็คงจะไล่ออกไม่ได้เพราะว่ามีบารมีไม่พอ (เวลานั้นไม่ทราบ)  อาจารย์ประหยัดกับคุณไตรเทพ (ร่างทรงของพระศิวะ) ก็จัดการไล่  ก็น่าจะเฉลียวใจแล้วว่า อ.บุญเพ็ง นั้น have no the ability , แปลเป็นไทยว่า  ไม่มีน้ำยา
         ( abcd=ข้าพเจ้าปฏิบัติสายสัญญามา 38 ปี อาจารย์บุญเพ็งท่านจะเป็นอาจารย์ที่นิ่งไม่อวดรู้ว่าตัวเองเก่ง ซึ่งข้าพเจ้าได้รู้ ได้เห็น อย่างที่บางคนไม่เห็น ไม่เหมือนพวกมารดีแต่เห่าใบตองแห้ง (เพราะอาจารย์บุญเพ็งเคยสอนว่า พ่อต้นเคยสอนไว้ว่าอย่าลืมคุณคน อย่าหลงตนเอง และอย่าเป็นคนโอ้อวดบารมี)  
          อาจารย์ประหยัดกับคุณไตรเทพ (ร่างทรงของพระศิวะ) ก็จัดการไล่  
          (ถ้าคุณเห็นอาจารย์ประหยัดกับคุณไตรเทพ (ร่างทรงของพระศิวะ) ก็จัดการไล่ แล้ว   abcd=ทำไมไม่เห็นร่างที่อยู่กับอาจารย์บุญเพ็ง ซึ่งต่างจากเราซึ่งเห็นร่างทั้งเบื้องบนเบื้องร่างมาประครอง)  
          ก็น่าจะเฉลียวใจแล้วว่า อ.บุญเพ็ง นั้น have no the ability , แปลเป็นไทยว่า  ไม่มีน้ำยา
           (สงสัยจะชอบทานขนมจีน ระวังเส้นจะออกจมูกนะ)

(อาจารย์ประหยัดตอบ)"ข้าพเจ้า" นะ มันเป็น หมาที่ไหน เข้ามาในเว็บนี้ยังต้องใช้นามแฝงว่า เบญจวรรณ ถ้า ข้าพเจ้า ปฎิบัติสายสัญญามา ๓๘ ปีแล้วจริง  ก็คงจะมีชื่อดังพอสมควรที่จะเปิดเผยได้ อาจารย์บุญเพ็งนั้นไม่มีดีที่จะอวด แล้วมันจะเอาอะไรมาอวดกันวะ  เจ้าเองนั้นไม่ได้เป็นผู้ที่ให้ที่พักพิงกับ อ.บุญเพ็ง แล้วไม่เคยพา อ.บุญเพ็ง ออกไปล่าเหยื่อเป็นอาทิตย์  แล้วมึงจะไปรู้อะไปเกี่ยวกับ อ.บุญเพ็ง  กูเองก็ไม่เคยศรัทธาในต้ว อ.บุญเพ็ง มาก่อน  เอา อ.บุญมามาเลี้ยงเอาไว้ในบ้าน นึกว่าทำบุญกับคนแก่ แต่ไม่รู้ว่าแกนั้นคืองูเห่าดี ๆ นี่เอง ก่อนไปนั้นเอาเหล็กจารกากะบาดบนหลังกู ๓ กา ก็คงจะเป็นองค์พระธรรมโคตรพ่อโคตรแม่ของ อ.บุญเพ็งนั่นแหละ  ตัว ข้าพเจ้าฯ (หรือมึง) นั้นอยู่ในสายสัญญมานาน ๓๘ ปี มึงมันก็ยังเป็นกบอยู่ในกะลาเหมือนเดิมนั่นแหละ

  ยกมาจากข้อความข้างบน ของ นางเบญจวรรณจอมโม้แห่งบางนกแขวก   ทำไมไม่เห็นร่างที่อยู่กับอาจารย์บุญเพ็ง ซึ่งต่างจากเราซึ่งเห็นร่างทั้งเบื้องบนเบื้องร่างมาประครอง
 Afro Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) คำตอบที่จะได้รับของ อีนางเบญจวรรณที่มายกหางตนเองว่าเป็น คนมี "ตาทิพย์" คนอื่นนั้นเขาเห็นว่า ไอ้แก่บุญเพ็งนั้นมีองค์ "สำภเวสี" มาประคอง  ไม่มีพระบารมีองค์ใดจะมาประคอง "เสือหิว" ที่ต้องลากสังขารจากอุบลมาหากินที่เชียงใหม่ ซึ่งที่ อีเบญจวรรณมีตาทิพย์จริงก็คงจะรู้แล้วว่า ถ้า "เสือก" เข้ามาอวดดีในเว็บนี้แล้ว จะมีผลต่อตัวเองเช่นไร  แต่เนื่องจากว่ามีตาทิพย์ที่โกหกตอแหล ผลที่ติดตามมานั้นก็คือ การตอบสนองอย่างเร้าใจ มีลูกศิษย์ของ อาจารย์สายสัญญาหลาย ๆ คนที่หลงเข้ามาแล้วพูดว่า "ไม่น่าเล้ยที่เข้ามาในเว็บนี้" Lips Sealed Tongue
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:30:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:20:52 PM »

  ซึ่งคุณหลินนั้นนกรู้  เพียงแค่วันเดียวก็ทราบแล้วในสันดานของ อ.บุญเพ็ง
(abcd=สันดาน พ่อแม่คงสอนให้พูดสินนะ รับไม่ได่ตำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
 Embarrassed ก็มีแต่พ่อกูคนเดียวเท่านั้นที่สอน คือสอนให้ผสมพันธุ์

 Afro Afro Afro (อ.ประหยัดตอบ) ที่มึงรับคำว่าสันดานไม่ได้  มึงก็คงจะคิดว่า ไอ้แก่บุญเพ็ง นั้นเป็นยิ่งกว่า พ่อ-แม่ มึงเสียอีก  สันดานนั้นยังน้อยไป น่าจะเรียกขานให้มันเลวยิ่งกว่านี้  ไอ้แก่บุญเพ็ง เป็นแขก ไปพักบ้านกู กูซื้อ อาหารให้กิน ให้ที่อยู่ที่นอน  ไอ้แก่บุญเพ็ง มึงยังมาตำหนิกูเจ้าของบ้าน ถามว่ากูนั้นเป็นขี้ข้าโคตรมึงมาแต่ชาติปางไหนหรือ ไอ้แก่บุญเพ็งเอ๋ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:27:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:34:51 PM »

   เพราะว่า อาจารย์บุญเพ็ง  ไม่ได้ทำพิธีอะไรให้เป็นประโยชน์กับคุณหลินเลย  มีแต่นั่ง ๆ นอน ๆ กินแล้วก็ให้คุณหลินไปเรียกคนมาทำสังฆทานเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าไปวันๆ หนึ่งเท่านั้นเอง
 abcd=(ปฏิบัติสายสัญญาห่าอะไรไม่รู้ว่าทำสังฆทาน ทำเพื่ออะไร ทำไม ทำแล้วได้อไร พูดอย่างงี้มำว่าไห้ทุกคนที่อยู่ในสายสัญญานี่หว่า มึงเป็นใครวะไอ้มารศาสนา)

 Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) ถุย ไอ้อีสัตว์นรกสายสัญญาระดับกระจ๊อก มาบังอาจว่ากูเป็น "มารศาสนา" กูเป็นมารศาสนาไม่ได้เพราะว่ากูเป็นผู้ชาย ไม่สามารถทำให้พระเสื่อมเสียได้ ไอ้แก่บุญเพ็ง ที่เป็นอาจารย์ของมึง แล้วมึงนับถือนั้น มันไปกินไปนอนบ้านคุณหลิน เขาก็ทำสังฆทานไปแล้ว  และเรียกบรรดาสายสัญญาที่เขารู้จักไปทำสังฆทาน แม้แต่กูเองก็ไปลงขันทำสังฆทานหมดไปหลายร้อยบาท  แต่ อาจารย์ของมึงนั้นไม่เคยประจุองค์พระธรรมให้คุณหลินและใครเลย  มึงไปยืมสถานที่เขาโปรดญาติ ทำมาหาแดกที่บ้านของเขา  คนอย่างกูนะเป็นอาจารย์สายสัญญามีลูกศิษย์เป็นหมื่น  ที่กูไม่ยอมรับสังฆทานใครนั้น เพราะกูไม่ได้จนถึงกับจะต้องมาทำมาหากินกับลูกศิษย์ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเรียกสังทานเพื่อที่่จะเอาเงินเอาของ ของคนอื่น ไอ้อีสัตว์ มึงน่าจะรู้ อีสายสัญญาระดับกระจ๊อก ๓๘ มงกุฏ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:32:32 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:38:38 PM »

   เพราะว่า อาจารย์บุญเพ็ง  ไม่ได้ทำพิธีอะไรให้เป็นประโยชน์กับคุณหลินเลย  มีแต่นั่ง ๆ นอน ๆ กินแล้วก็ให้คุณหลินไปเรียกคนมาทำสังฆทานเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าไปวันๆ หนึ่งเท่านั้นเอง
  abcd=(อาจารย์บุญเพ็ง  ไม่ได้ทำพิธีอะไรให้เป็นประโยชน์กับคุณหลินเลย แสดงว่าพวกมีงคงหาประโยชน์จากอาจารย์บุญเพ็ง พอไม่ได้ประโยช์ก็โกธรละสิ เดี๋ยวจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ในนรกนะเพราะคนแบบนี้ไม่ได้ขึ้นสวรรค์

  Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) คนอย่าง ไอ้แก่บุญเพ็ง นะ มันไปเชียงใหม่ครั้งนั้นมันมีอะไรให้กับพวกกูหรือ  มันไปอยู่บ้านอาจารย์ประหยัด มันขอเหล็กจารอาจารย์ประหยัด ไปร้อยกว่าอ้น ธูปเทียน ที่ไปทำสังฆทานมา แม่มันยังขนกลับบ้านไปหมดไม่เหลือธูปแม้แต่เพียงก้านเดียว ไอ้แก่บุญเพ็งนั้นมันมีแต่ กากะบาด กาที่หลังให้เลือดไหลซิบ ๆ อยู่หลังอาจารย์ประหยัดเท่านั้นแหละวะ อีสัตว์สายสัญญา ๓๘ มงกุฏ สายสัญญากระจ๊อก โปรดทราบตามนี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:35:30 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
abcd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 01:40:40 PM »

  วันที่ ๒ คุณหลินไม่ไล่ก็เหมือนไล่ อ.บุญเพ็ง  ออกจากบ้าน  ทำเป็นเจ้าเข้าทรงแล้วผีทรงก็ออกปากไล่ อ.บุญเพ็ง (abcd พวกหลอกพวกลวง หรือพวกตอแหล)

 Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) พ่อเพ็งของมึงไปทำมาหาแดกบ้านเขานะ แล้วมึงไปว่าเจ้าของบ้านไปหลอกลวงมึงได้ยังไง  ที่ตอแหลนะก็คือตัวมึงนั่นแหละ  มึงไม่ได้ไปกับไอ้แก่บุญเพ็งแต่ "เสือก" มาอวดสู่รู้  แล้วไอ้แก่บุญเพ็ง อาจารย์ของมึงหรือเป็นพ่อของมึงก็ไม่รู้ มันก็เป็นพวกหลอกลวง และตอแหล อยู่แล้ว รวมทั้งตัวมึงอีกด้วย อี ๓๘ มงกุฎ เอ๋ย  เพียงแค่ ๑๘ มงกุฎ ของได้แก่บุญเพ็ง กูก็ยังอ๊วกแตกแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:39:21 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
mama
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 02:59:06 PM »

  อ.บุญเพ็งไปพักที่บ้านอาจารย์ประหยัด  อาหารเย็นวันแรกเต็มโต๊ะ  พร้อมทั้งทุเรียนหมอนทอง ๑ ลูก 120.00 บาท  อ.บุญเพ็ง กินแล้วติว่าเนื้อมันแฉะสุกเกินไป  
  อาจารย์ประหยัดก็ตามใจไปซื้อมาให้อีก ๑ ลูก  แกก็บอกว่าแฉะอยู่  แกยังคุยเกทับอีกว่า แกอยู่ที่บ้านจะมีลูกศิษย์จากจันทบุรี  นำมาให้แกเป็นเข่ง ๆ  มาถึงตอนนี้อาจารย์ประหยัดก็ยังไม่เฉลียวใจว่า  อาจารย์ประหยัดเอา อ.สายสัญญา เข้าบ้าน หรือเอา “มาร” เข้ามาในบ้าน ถ้าเก็บหมาขี้เรื้อนเข้ามาเลี้ยงก็น่าจะดีกว่านี้
   (mama=จากที่ได้ปฏิบัติกับอาจารย์บุญเพ็งมาหลายปี ท่านเป็นคนที่ตรง คิดอย่างไงก็พูดอย่างนั้น(ไม่ตอแหล)   ถ้าอยู่ในระบบราชการเขาเรียกว่าพวกชอบเรียฮิ (คงจะถูกเรียๆฮิบ่อยหละสิ)
    Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) ถุย ไอ้สันดานเอ้ย มึงมีตาทิพย์มึงยังไม่รู้หรือว่ากูทำงานธนาคารมา ๑๒ ปี ขืนอยู่นานกว่านี้ ผู้จัดการ มันคงจะต้องถูกกูเลียด้วย .๒๒ แม๊กนั่ม มีผู้จัดการเพียงคนเดียวที่กูไม่ท้าาดวลปืนด้วยก็คือ นายประสงค์ โอศิริไพบูลย์ผู้จัดการ BBC สาขาต้นลำไย
Afro Afro(อาจารย์ประหยัดเอา อ.สายสัญญา เข้าบ้าน หรือเอา “มาร” เข้ามาในบ้าน ถ้าเก็บหมาขี้เรื้อนเข้ามาเลี้ยงก็น่าจะดีกว่า โถน่าสงสาร คุณพ่อประหยัด ผู้เป็นยิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าของหนูเสียอีก พบมารสายสัญญาแล้ว ยังเห็นว่าเป็นมาร ดีแล้วที่ไม่ยอมต้อนรับไอ้แก่บุญเพ็งอาจารย์ของหนูเข้าบ้านอีก)
(เก็บหมาขี้เรื้อนเข้ามาเลี้ยงก็น่าจะดีกว่า ขอพรที่ขอนี้ให้นึกฉันใดให้ได้ฉันนั้นทุกชาติไป ตามสัญญา)

 Afro Afro Afro กูอ่านมาหลายหน้าแล้ว ก็เพิ่งจะรู้ว่ามึงนั้นเป็น ศิษย์ไอ้แก่บุญเพ็งแล้วก็น่าจะเป็นลูกด้วย  แค่ไอ้แก่บุญเพ็งนั้น ๑๘ มงกุฎ แล้ว  ตัวมึงเองนั้นยังมากกว่าเป็นตั้ง ๓๘ มงกุฎ  ตัวมึงนั้นคงจะเอาไปเปรียบกับหมาไม่ได้ คงเปรียบได้แต่ เหี่ย เท่านั้น่เอง กูด่าอาจารย์ของมึงเป็นหมาขี้เรื้อน มึงมันจะมีบารมีอะไรที่จะบังอาจมาขอพรให้ใครต่อใคร ขอพรให้ตัวเองเอาตัวให้รอดเสียก่อนเถอะ อีสายสัญญาระดับกระจ๊อก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:42:21 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

mama แปลเป็นไทยว่า มามะ รีบ ๆ มาหาหนูนะ หนูยังเร่าร้อนอยู่เสมอ
mama
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 03:03:54 PM »

  อาจารย์ประหยัดเข้าไปบ้านในเมืองสาย อ.บุญเพ็ง บ่นกับคนใช้ของอาจารย์ประหยัดว่า  ดูซิ !!! ไม่รู้จักเวลาร่ำเวลาป่านนี้ยังไม่มา  เสียเวลาทำมาหากิน  
  (อาจารย์ประหยัดตอบ) (เสียเวลาทำมาหากิน สิ่งที่ว่านี้ถ้าไม่ได้มาจากปากๆอาจารย์บุญเพ็ง พันธ์สุวรรณ ขอสาปสรรพรรณาให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย อย่าได้มาร่วมพระศาสนาขององค์ 5 ตามสัญญา

 Afro (อาจารย์ประหยัดตอบ) มึงอีกคนหนึ่ง ที่เป็นลูกศิษยไอ้แก่บุญเพ็ง ๑๘ มงกุฎ  ซึ่งสายสัญญา ๑๘ มงกุฎ นั้น กูขอบอกให้พวกมึงทราบ  พวกมึงในเวลานี้พวกมึงไม่มีความสามารถที่จะไป "หากิน" ในเชียงใหม่ได้แล้ว  แล้วคนอย่างมึงนะจะมีน้ำยา หรือมีบารมี แค่ไหนที่จะไปสาปสรรพรรณากูได้  จึงไม่ต้องสาปหรอก  มึงรู้หรือเปล่าว่า ในสายสัญญานั้น มีหลักประหารมาร  มึงแน่จริงมึงก็ไปขอองค์ตีหลักที่อาจารย์ของมึงมาตีหลักประหารกู  ตัวกูเองนั้นเคยถูกอาจารย์พงษ์วิทย์ ตีหลักประหารมาแล้ว แล้ว อ.พงศ์วิทย์ ก็ถูกพระบารมี เล่นงานป่่วยเป็น อำมพาติ หลายปี  มึงไปถาม อ.พงษ์วิทย์ ดูเสียก่อน ค่อยมาต่อกรกับกู

 Cry  ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓
 Afro "อายุบวร"
     Afro อีนัง Mama มันได้เหม็นสาป อาจารย์ประหยัด เอาไว้เมื่อ วันที่ ๒๐ พ.ค.๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันที่หลังจากมีการสั่งฆ่าประชาชนของรัฐบาล "นายหมีน่าฮาก" แม้ว่า อาจารย์ประหยัด จะเป็น นายประกัน แกนนำเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ก็ไปในการชุมนุมที่ราชประสงค์เหมือนกัน  แต่เนื่องจากว่า ทนร้อนไม่ค่อยได้  หนังไม่หน้าเหมือนอีนังMamaคนอีสาน ก็เลยต้องกลับไปนอนห้องแอร์ที่โรงแรม ไม่ทราบว่าเพราะหนังไม่หนาหรือพระบารมีท่านไม่ต้องการให้ อาจารย์ประหยัด ไปตายที่ราชประสงค์  เพื่อจะมานั่งรอนอนรอคำสาปแช่งของอีควายดำตัวนี้
      Afro สาป หรือ แช่ง จน อาจารย์ประหยัด รำคาญ จึงได้ไปวิหาร อ.บุญมา เมื่อ ๑๑ ธ.ค.๒๕๕๓ แล้วก็ยังขัีบรถเก๋งไปที่วิหารใหญ่  เพื่อที่จะไปใกล้ ๆ พ่อต้นฯ ห่างจากศพพ่อต้นฯ ไม่เกิน ๕ เมตร เพื่อที่จะให้ัคำสาปของอีควายดำ มันจะได้สำเร็จ แต่ที่แน่นอนก็คือ อีควายMama และ อีควายเบญจวรรณ ก็ไม่กล้าแหยมเข้ามาในเว็บนี้อีก
      Afro ในเมื่อกล้าพูดว่า "สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร" ทำไมเจ้าของสายสัญญาคือพ่อต้นฯ จะมาทำอะไรให้กับผู้ประกาศความยิ่งใหญ่ของสายสัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 09:43:57 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

mama แปลเป็นไทยว่า มามะ รีบ ๆ มาหาหนูนะ หนูยังเร่าร้อนอยู่เสมอ
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: