หน้า: 1 2 3 [4]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * รำลึกถึง อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ *  (อ่าน 3003 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #45 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 11:14:27 AM »

"อายุบวร"
    Embarrassed มาวันนี้หลังจากได้อ่าน หนังสือ "สายสัญญานะ" โดย อ.เทวาฤทธิ์ เกษมพิณ ป. แล้ว เห็นชื่อที่ "ขออนุโมทนา" เอาไว้ปกหลัง  มีชื่อ อ.ฉัตรไชย โรจนศาสตรา อ.เบญจวรรณ พันธุ์สุวรรณ แล้ว  ก็ไม่น่าเชื่้อว่า จะได้มาเจอ คุณabcd อีก หลังจากที่ได้หลงเข้ามาในเว็บนี้  แม้จะมีความโกรธยังไงก็ช่าง ก็ไม่น่าจะเข้ามาต่อกรกับปรมาจารย์ประหยัดเลย แม้ อ.บุญเพ็ง จะเป็นพ่อ แต่เมื่อไม่ได้พูดความจริงกับลูกสาว ทำให้ลูกสาวคิดว่าใครแหยมพ่อกูมึงต้องตาย แต่ไม่ยอมศึกษาให้ดีว่า ในอดีตนั้นเมื่อแก๊ง "อินทรีขาว" โด่งดังที่เชียงใหม่ คนต่างถิ่นถูกแก๊งอินทรีย์ขาวเหยียบจมธรณีไปมากมาย หัวหน้าแก๊งอินทรีย์ขาวคือ "ไอ่พันจิ้น" หรือพระครูสุเทพวัดศรีบุญเรือง เจ้าอาวาส ปัจจุบันนี้  ในสมัยนั้นท่านอยู่เขตฝั่งน้ำปิงทางด้านทิศตะวันตก อ.ประหยัดอยู่ฝั่งทิศตะวันออก ไม่เคยเจอกัน มาเจอกันตอนที่้ พระครูสุเทพเข้ามาใน เสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ซึ่งในเวลานี้ต่างคนก็ต่างถอดเขี้ยวเล็บออกหมดแล้ว เจอกันก็ไม่พูดถึงความหลังในครั้งเป็นแก๊งเลย ปัจจุบันพระครูสุเทพท่านอายุ ๗๔ ปีแล้ว
    Lips Sealed พระครูสุเทพ ท่านเดินสายธรรม แต่ก็ยังติดกิ่นไอนักเลงอยู่  ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้นก็เดินทางอีกสายหนึ่งมาในสายสัญญา ซึ่งสามารถลบกลบเอานักเลงเก่าเอาไว้ข้างใน  แม้จะอ่อนน้อมถ่อมตนลงมามาก ไม่ยอมที่จะใช้กำลัง ที่ว่า แข็งแต่ไม่มีแรง เวลาไปในกลุ่มสายสัญญาก็ต้อง พก .๒๒ แม๊กนั่ม เพราะว่าไม่มีปืนก็เหมือนนกไม่มีปีกนั่นแหละ แต่ในสายสัญญานั้นเมื่อเป็นอาจารย์ก็ต้องพูดจากับลูกศิษย์แบบศีลมัย แม้จะติดกลิ่นไอนักเลงนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องไปหา ชี้แนะให้ไปอาจารย์สายสัญญาคนอื่น ๆ ที่ได้เขียนสดุดีอยู่ในเว็บเต็มไปหมด
    Angry ใครที่ได้เข้ามาอ่านในบทความโต้ตอบระหว่าง abcd กับ อาจารย์ประหยัด  จะเห็นว่า เมื่อนำอาจารย์บุญเพ้ง ที่ได้ทำอะไรไว้กับอาจารย์ประหยัดมาเขียนเพื่อเป็นวิทยาทาน  แต่มี นัง abcd น่าจะเป็นลูกสาว เสือกเข้ามาเขียนด่าอาจารย์ประหยัด ไปถึงพ่อแม่ คิดว่าตัวเองนั้นเป็นสายสัญญาที่มีคารมคมคายยิ่งกว่าแม่ค้า แต่เมื่ออาจารย์ประหยัดปิดประตูตีแมว คารมแม่ค้าน่าจะสู้คารมอาจารย์ประหยัดไม่ได้  จึงได้ไปชวนลูกศิษย์ อ.บุญเพ็ง เข้ามาอ่านอย่างมากมายกว่าสองพันคน ซึ่งก็น้อยกว่าบทความที่อาจารย์ประหยัดด่าหลวงพ่อเกษมส้นตีน ซึ่งนาง abcd ไม่เคยอ่านเลยหรือว่า แม้แต่ "พระ" อาจารย์ประหยัดก็ไม่มียกเว้น ก็ไม่มีลูกศิษย์คนไหนของ อ.บุญเพ็ง ใจใหญ่เหมือน นางเบญจวรรณ เข้ามาโพสข้อความด่าอาจารย์ประหยัดอีก
    Angry ตั้งใจแล้วว่าจะปฏิบัติสายสัญญา โดยไม่เอารัดเอาเปรียบใครเลย  เมื่อเปิดเว็บใหม่ ๆ นั้น มีพวกนอกสายสัญญาเข้ามารุมด่า โจมตีว่าอาจารย์ประหยัด นั้นข่มขืนใจลูกศิษย์สาว ๆ เป็นเมีย  ก็ไม่มีพวกสายสัญญาคนไหนมาช่วยเลย ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ความเป็นนักเลงให้กลายมาเป็นนักเลงบนปลายปากกา  เฉือดเฉือนกันเหมือนกันมีดโกนอาบน้ำผึ้ง หลายปีจนพวกเศษสวะนอกสายสัญญานั้นก็ค่อย ๆ หายไป จนหมดสิ้น ไม่ใช่เพราะการต่อกรด้วยปากกานะ แต่มีหลักประหารมารเสริมเข้าไปนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง ศิษย์สายสัญญานั้นอย่าได้เข้ามาต่อกรด้วย ให้ช่วยกันทำให้สายสัญญาเจริญก้าวหน้าจะดีกว่า หากจะมาด่าทดสอบลองขอดงกันก็ไม่ว่า แต่น่าจะมาสู้กันด้วยอาวุธสายสัญญาที่เรียกว่า "หลักประหารมาร" จะดีกว่า
    Angry แต่ก็ขอเตือนว่า หากยังดูตนเองไม่ออกว่า ตัวท่านเองเป็นสายสัญญา ประเภทบุญฤทธิ์ หรือ อิทธิฤทธิ์ ก็อย่าได้มาลองของเสียจะดีกว่า  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้น รู้ตนตั้งแต่แรกแล้วว่า มาอยู่สายสัญญาฝ่ายอิทธิฤทธิ์ ไม่อยากที่จะไปรังแกสายสัญญาด้วยกัน  แต่เมื่อรนหาที่ก็ไม่ว่ากัน  เพราะทุกวันนี้ตีหลักประหารมารระดับประเทศขี้เกียจมาตีหลักประหารมารระดับมดระดับปลวก สายสัญญาทุกคนมีปืนที่เรียกว่า "หลักประหาร" เหมือนกันหมด  ช่วยเอาปืนไปยิงพวกที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนจะดีกว่า  อย่างพวกเสื้อเหลืองและพรรคประชาธิปัตต์ นั้น มีใครเสียหลักไปมากกว่า ๑๐๐ หลักหรือเปล่า ถ้ายังแล้วเห็นความล่มสลายของพวกเสื้อเหลือง ที่กัดกันแล้วก็กัดพวกพรรคประชาธิปัตต์ด้วย ก็น่าจะขอบคุณผู้ที่ตีหลักประหารพวกคนเหล่านี้  ไม่ใช่พากันมากัดพวกเดียวกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 11:28:52 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: