"อายุบวร"

คุณโต้งนั้นเปรียบไปก็เหมือนไก่หัดขัน ในการเข้ามาในสายสัญญานั้น น่าจะอ่านบทความต่าง ๆ ที่อาจารย์ประหยัดอุตส่าห์เสียเวลาพิมพ์เอาไว้ให้อ่าน เป็นการแสดงว่าคุณโต้งได้ปล่อยไก่เล็ก เพราะถ้าถามว่า เข้ามาเปิดพระโอษฐ์นั้นเสียเงินอะป่าว ถ้าขี้เกียจอ่านก็ให้ไปเปิดในหน้าแรก แล้วโทรไปคุยกับ อาจารย์เล็ก อยากรู้อะไรก็ถามท่านได้ แต่ถ้าคิดจะโทรถามอาจารย์ประหยัด นั้นละก้อ บอกได้เลยว่าคงจะไม่มีบุญที่จะโทรติด เพราะว่าโทรศัพย์ที่ใช้ ถ้าไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้ มันโทรติดแต่ไม่มีเสียง เมื่อไม่มีเสียงก็จะไม่มีคนรับ

ในเว็ปนี้ไม่มี "เทพ" หรือเทวดา ทะเลาะกัน แต่จะมี "สังขาร" คือมนุษย์ที่ให้ บรรดาเทพ ลงมา
สรวมนั่นแหละ นำความจริงที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว เอามาพูด "ศิษย์ทรยศ" ทั้งหลายของ อาจารย์ประหยัด ที่เข้ามาเขียนด่าอาจารย์ประหยัดนั้น จะถูกศอกกลับจนไม่กล้าเข้ามาอีก จนเจ้าของเว็บนี้ได้เปิดฟอรั่มเอาไว้ ใครที่ถูกอาจารย์ประหยัด นำเอาเรื่องจริงมาเขียน ต้องการที่จะเข้ามาแก้ตัว หรือต้องการที่จะเข้ามาต่อกร ก็ให้โอกาสเข้ามาได้ ตั้งแต่เปิดเว็บมานั้นยังไม่เคยมีใครเข้ามาเปิดอกแก้คำกล่าวหาที่อาจารย์ประหยัดเขียน เพราะว่าเขียนจากความเป็นจริงที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

ถ้ายังมีปัญญาหรือมันสมองที่ฉลาดพอสมควร ก็ควรจะเปิดคำว่า "สายสัญญา" ที่ Google ก็จะมีเว็ป Saisonya อยู่อีก ๒ เว็บ ซึ่ง ๒ เว็บนี้เคยเป็นศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด แต่เมื่อศิษย์คิดล้างครู แม้จะปลอมเป็นชื่ออื่น ๆ เข้ามา อาจารย์ประหยัดก็รู้ว่าเป็นใคร เมื่อเขาด่าอาจารย์ประหยัดได้ อาจารย์ประหยัดก็จะนำความเป็นจริงมาเขียน การเขียนความจริงนั้น เขียนยังไง อีก ๑๐ ปี เขียนมันก็เหมือนเดิม แม้ว่าบทความที่เขียนผ่านมาถึง ๒ เว็บแล้ว เมื่อพวกเขาลบทิ้ง อาจารย์ประหยัดก็สามารถเขียนขึ้นมาได้เหมือนเดิมและดีกว่าเดิมด้วย
"สัจจํเว อมตวาจา" การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย การพูดความจริงนั้น ก็คือความจริง ไม่ใช่เป็นการด่า ถ้าไม่อยากให้เขียนความชั่วของตนเอง ก็ไม่ควรที่จะมาทำการอวดเหนือกว่าอาจารย์ เป็นศิษย์่ล้างครู ซึ่งครูคนอื่นอาจจะล้างได้ แต่จะมาคิดล้างครู อย่าง อาจารย์ประหยัด คงจะยากซ์ แม้อาจารย์ประหยัดจะปั้นดาวให้เป็นเดือนมันยังไม่ยอมเป็น แต่มันก็พยามเป็น "ศิษย์ล้างครู" นี่แหละ

"สีเหลือง" โดยเฉพาะ นายสนธิ ลิ้มโกเต๊ก นั้น ถ้าเป็นคนดี ก็น่าจะเข้าไปเชียงใหม่ได้ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น สนธิ ลิ้มโกเต็ก ไปเชียงใหม่ เมื่อไหร่ มีแต่ ตาย กับ ตาย แต่จะตายด้วย .22 แม๊กนั่ม ของ อาจารย์ประหยัด หรือไม่ มันก็แล้วแต่ "บุญวาสนา" ที่เคยทำร่วมกันมาหรือเปล่า และไม่เพียงแต่นายสนธิ เท่านั้น แกนนำทั้งหมดของเสื้่อเหลืองนั้น ไม่มีใครกล้าที่จะไปเชียงใหม่ แม้แต่ตัวนายกเองที่มีกองทัพหนุนหลัง มีตำรวจเป็นพัน ก็ยังไม่กล้าไปเชียงใหม่ สาเหตุเป็นเพราะอะไร ก็ไม่น่าโง่ที่จะไม่รู้เลย เพราะว่าคนที่มาขายอาหาร เสื้อผ้า ฯลฯ อยู่ที่หน้าโรงแรม วโรรส ก็เพราะพวกเสื้อเหลืองทำให้พวกเขาจนลงนั่นแหละ ถ้าใครคิดว่าเสื้อแดงเชียงใหม่ ไม่สู้่ละก้อ ลองไปชวนรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตต์ ไปเชียงใหม่ดูบ้าง แล้วจะรู้ว่า "ใผเป็นใผ"

อย่าหาว่าดูถูกว่าท่านโง่เลยนะ อยากเห็นเทพก็ไปวัดแขก อยู่ถนนสีลม รู้สึุกว่าจะมีเทพสายฮินดูอยู่เต็มวัด แต่ถ้าเป็นเทพจริง ๆ นั้น ระดับท่านไก่นั้นชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ก็คงจะไม่ได้เห็น ไม่ใช่ดูถูกนะ เพราะคนที่เข้ามาถามว่าสายนี้เสียเงินไหมนั้น ก็เป็นคำถามที่คนปัญญาอ่อนถาม รู้สึกว่าจะเป็นคนแรกที่เขียนเข้ามาถามนะ คนที่เขาพากันมาเปิดพระโอษฐ์นั้น ไม่เห็นว่าจะถามเลยว่าเสียเงินไหม แล้วพวกเขาก็ไม่เคยเสียเงิน หรือว่าจะให้เรียนแบบศิษย์ "สายสัญญา" ของพ่อต้นฯ ยกถาดแต่ละครั้ง ก็ต้องมีเงินไม่ต่ำกว่า ๑ พันบาท ซึ่งเวลานี้ อาจารย์ประหยัด ได้พังเขื่อนทะลายเขื่อนประเพณีเรียกร้องเอาเงินจากลูกศิษย์ของสายสัญญา ลงแล้ว ปัจจุบันนี้ อาจารย์สายสัญญา จะเปลี่ยนคำพูดว่า ไม่เรียกร้อง แต่เมื่อลงมือทำพิธีให้ มันก็เหมือนเรียกร้องนั่นแหละ จะต้องซื้อนั่นซื้อนี่ "พระบารมี" บอกให้ทำยังงั้นยั้งนี้ จึงจะแก้ได้ แก้สำเร็จ หลอกลวงทั้งเพ
