"อายุบวร"
ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถ้ามันมากเข้า หลายครั้ง จนขาดความเที่ยงธรรม พระบารมีไม่ไว้วางพระทัย จะค่อยริดรอนอำนาจคุณธรรม ลงตามวาระที่ผิด ผู้นั้นอาจไม่รู้ตัวก็ได้ หรือบารมีเตือนทางเหตุบางอย่าง (สำหรับศิษย์บางท่านอาจเป็นกรณีของวรรคเวรมาถึง ข้อนี้ยกเว้นมิใช่บารมีเตือน) เมื่อทำนอกลู่นอกทาง ผิดมาก ๆ เข้า จะไม่มีอำนาจคุณธรรมแม่แต่น้อยนิด พระบารมีตัดทิ้งมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทำลายชื่อเสียงของศิษย์ทั้งหลาย ทำเสียภาพพจน์ จิตใจขอผู้ปฏิบัติธรรมนั้นก็จะค่อยเหินห่างละวาง กลับไปเป็นคนธรรมดาทั่วไปเหมือนเดิม บางท่านอาจเสียกว่าเก่า เพราะจะสะสมวิญญาณพวก “มาร” ใส่ตัว (สุรา) ที่กล่าวมานี้ฐานปราณี คือคัดเซ็นออกทิ้งไป ทางโลกก็คือ ไล่ออก ปลดออก ให้ออก ตามสถานะแห่งความผิด (ก็อยู่ไปตามประสาคนมีมลทิน) โลกกับธรรมเป็นของคู่กัน
ถ้าท่านผู้ใดเข้าถึงคุณธรรมอันลึกซึ้งแล้ว จึงจะรู้ว่า เป็นเรื่องที่ต้องพึงสังวรอย่างที่สุด มิใช่ว่าใครก็จะมาลองทำเล่น ๆ ได้ ดังนั้นผู้ที่มีวิจารณญาณระดับสูง จึงจะได้รับความไว้วางพระทัยจากโลกทิพย์มาก จะได้เปรียบศิษย์ผู้อื่นมากที่สุด จะได้เป็นผู้รับมอบอำนาจกายสิทธิทั้งหมดแผ่นดินแผ่นฟ้า จึงจะต้องดูกันต่อ ๆ ไป (ท่านผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะมาทีหลัง) ศิษย์ผู้ที่มีวิจารณญาณระดับสูงจึงไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้แก่ใครด้วย :
ขยายความข้างบน สำหรับท่านผู้ใดที่ถูกพระบารมีตัดทิ้งแล้ว แต่พยายามเอาความรู้เก่า ๆ (บทบาทสมมุตินามไปตามท้องเรื่อง เก่า ๆ ที่เคยมีคนนับถือ) เพื่อให้ได้มาซึ่งอามิสสินจ้าง รางวัล จะมีภัยมาถึง (พระบารมีมิต้องรอให้ทางการบ้านเมืองปราบ เบื้องบนจะปราบเอง นี้เรียกว่า ไม่เป็น “ศีลธรรม” ไม่เอาเป็นหน่อเป็นแนวให้ไปเกิดในศาสนา จะลงอเวจีก่อนมนุษย์อื่น ๆ) 
ขอให้ท่านเปิดหาอ่านลักษณะความผิดที่ศิษย์ทั้งหลายทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใช้อำนาจเกินสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน

ข้อพิจารณา หลักโลก หลักธรรม เพื่อประดับความรู้

1. การที่ทางการบ้านเมืองเพิกถอนกรรมสิทธิ์ถือครองรูปสังขาร โจรผู้ร้าย พวกวิญญาณ “อมนุษย์” ทั้งหลาย ปัจจุบัน ถูกในครรลองครองธรรม แต่ผู้กระทำพึงใช้กระบวนการทางธรรมะ ชดใช้ ชดเชย แทนค่า ทางวิญญาณแก่เขาเหล่านั้น ในศาลสถิตยุติธรรมของโลกวิญญาณ โดยมีองค์กรผู้น้อมนำได้ มิฉะนั้นแล้ววิญญาณจะต้องเกิดมาจองเวรอีกอย่างแน่นอน

2. การที่ทางการบ้านเมืองต้องใช้เงินกู้พัฒนาบ้านเมือง ก็เป็นสิ่งที่ถูกในครรลองครองธรรม เป็นการแทนค่าในสมการทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการสร้างบุญญาบารมีของท่าน “ทวยเทพ” ทั้งหลาย
:

3. นโยบายคุมกำเนิด คือ การกระทำที่ถูกครรลองครองธรรมในปัจจุบัน เฉพาะในมนุษย์ผู้มีเชื้อสายวิญญาณ ยักษ์ เปรต ดิศาจแถนบัลลังก์ทอง ลิงลม แต่มนุษย์ผู้ใดมีเชื้อสายของมารอยู่ในตัว มารจะเข้าปฏิสนธิ เพื่อให้เกิดการล้างผลาญ ให้สมบัติอันตรธาน เรียกว่าครองทรัพย์ไม่อยู่
>

วิธีคุมกำเนิดที่ดีที่สุด ก็คือ “ดับล้างเอาเชื้อสายของมารออก ผู้มีบุญจะมาเกิด มาค้ำจุนทุกอย่าง ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรคุมหรือทำหมัน ไม่ควรปิดกั้นผู้มีบุญมาเกิด.

พฤติกรรมที่ ไม่ถูกครรลองครองธรรมต่อไปนี้ ไม่มีอยู่ในจิตใจ ของเหล่าผู้ปฏิบัติธรรม (สายสัญญา) อย่างเด็ดขาด
๑. ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
๒. ละเมิดสิทธิในสังคม
๓. ละเมิดสิทธิมนุษยชน
ท่านผู้ใดกระทำผิด จะถูกเพิกถอนกรรมสิทธิ์คือครองอำนาจกายสิทธิ์ (บุญญฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์) จากองค์กรสถาบันทิพย์บนวิมาน ตัดขาดออกไป เรียกว่าบารมีตกในทางโลก คือ ถอดยศ หมดอำนาจ ถ้าศิษย์ผู้ใดกระทำผิดมาก ๆ จะถูกเพิกถอนกรรมสิทธิ์ถือครองรูปสังขาร (ประหารชีวิต ด้วยความวิบัติต่างวาระ กันเฉียบขาด) เรียกว่า เป็นดาบสองคม นั่งบรรลัย นอนบรรลัย ตามสัญญา 
ผู้โองการโลกทิพย์วางสัญญา ประกาศกฎอัยการศึก ต่อโลกมนุษย์หลายปีแล้ว ดังนั้นทางการบ้านเมืองจึงมิต้องกังกลในพฤติกรรมดังกล่าว

ข้อพิจารณา ของ อาจารย์ประหยัด ในข้อที่ ๑ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการเขียนกว้างเกินไป เป็นการเขียนเพื่อปกป้องตนเองของ อาจารย์สุวิช ซึ่ง “สิทธิส่วนบุคคล” นั้นควรจะพูดให้ชัดเจน ว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลสำหรับอาจารย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม ไม่รับจ้างสร้างบารมี ไม่นำองค์พระธรรมไปขายกิน จนกลายเป็นอาจารย์เทียมก็ยังไม่รู้ตัวอี