Satusanya
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
สมาชิก
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
Satusanya
>
หมวดพิเศษ
>
ห้องพิเศษ (สำหรับคู่กรณีอาจารย์ประหยัด)
>
* สังฆทาน 85,000.00 บาท *
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: * สังฆทาน 85,000.00 บาท * (อ่าน 800 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
* สังฆทาน 85,000.00 บาท *
«
เมื่อ:
กันยายน 30, 2008, 10:52:47 AM »
"อายุบวร"
สังฆทานพงษ์วิทย์
สังฆทานสดๆ
สังฆทาน 85000
ความจริงก็ไม่อยากจะเอารูปการทำสังฆทานเหล่านี้มาลง แต่ในเมื่อศิษย์ปลายแถวของอาจารย์พงวิทย์เข้ามาราคาคุย ก็จะให้รู้ว่า "ใครเป็นใคร" ใครอยู่ในระดับไหน การทำสังฆทานในครั้งนี้ได้รับความกรุณาจากสองสามี-ภรรยา (แว่นดำ) ได้ร่วมมือกับ อ.พงษ์วิทย์ ทำตัวเหมือนหน้าม้า ทั้ง ๆ ที่สามีก็ทำงาน ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยสนใจ ก็เลยไม่สืบสาวเสียก่อนว่าเป็นตำแหน่ง "นักการ" หรือไม่? ภรรยาของป่าไม้ท่านนี้เป็น "ขี้ยา" เหมือนกับ อ.พงษ์วิทย์ ไม่มีเงินซื้อบุหรี่สูบ (บุหรี่นอก) ก็เลยเอา "พระบารมี" มาอ้าง แต่น่าจะเป็นพ่อต้นมากกว่า จริง ๆ แล้วก็ "ขี้ยา" สองท่านนี้แหละ จึงต้องเสียเงินซื้อบุหรี่ให้ "เปรต" ๒ ตัวนี้หมดเงินไปห้าพันกว่าบาท
ที่ทำสังฆทานก็เพราะว่าในสมัยนั้น ไม่มีอาจารย์ที่มีจิตบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่เห็นแก่เงิน เหมือนกับศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ ในสมัยนี้ อาจารย์ประหยัดนั้นเจอแต่อาจารย์ประเภท "เสือหิว" ราคาคุย ทำพิธีอะไรไป ก็ไม่เห็นว่าลูกศิษย์คนไหนประสบความสำเร็จในการงาน ในอาชีพของตนเอง แม้แต่อาชีพของอาจารย์ยังต้องพังพินาศ ระเหเร่ร่อน ออกจากเชียงใหม่ไป ถามว่าสายสัญญาพันธุ์แท้ของ อ.พงษ์วิทย์ จริงหรือเก๊ กันแน่ ต้องไปถามอาจารย์บุญมาดูเอาเอง
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 12:45:30 PM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: สังฆทาน 85,000
«
ตอบ #1 เมื่อ:
กันยายน 30, 2008, 10:59:25 AM »
"อายุบวร"
***บารมีไม่ถึงมาเป็นอาจารย์สายสัญญาจึงถูกหลอก***
อาจารย์สายสัญญาถูกลูกศิษย์หลอก
:
เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. 2536 ณ วิหารสายสัญญา หลังโรงภาพ ยนต์ฟ้าธานี ซึ่งเป็นสำนักของ อ.พงษ์วิทย์ บูรณะอุดม ลูกศิษย์ อ.บุญมา นพสันเทียะ
ได้มีลูกศิษย์ใหม่เข้ามา คือ คุณนำชัย-คุณวัชรี สงวนทรัพย์ คุณนำชัยนั้นทำงานป่าไม้มีสำนักงานอยู่ถนนสายห้วยแก้ว
พูดภาษาเทพได้ ซึ่งเวลานั้นอาจารย์ประหยัดยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ องค์บารมีประจำสังขารเลย คุณวัชรีภรรยาเป็น “ขี้ยา” เธอสูบบุหรี่จัดมาก พอ ๆ กับ อ.พงษ์วิทย์ เวลาที่ อ.พงษ์วิทย์ จะแก้ไขอะไรให้กับลูกศิษย์ ก็จะให้คุณนำชัยเป็นคนทรงให้ เรียกว่าให้ “ผี” มาชี้นำ อาจารย์สายสัญญา พูดได้ว่ามาร่วมมือกันหากิน
:
:
พอดีภรรยาของอาจารย์ประหยัดต้องการขายที่ดิน ก็เลยเข้าล๊อคของ อ.พงษ์วิทย์ คุณนำชัย ทั้งสองสามีภรรยาคู่นี้เข้ามาในสายสัญญาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ อ.พงษ์วิทย์ ก็ต้องการแสวงหาชื่อเสียง และลาภ สักการะ คุณนำชัยก็ทรงบอกให้ภรรยาอาจารย์ประหยัดซื้อเครื่องอุปกรณ์สำหรับใช้กับโรงเรียน เพื่อที่จะให้ อ.พงษ์วิทย์ นำไปบริจาคให้กับโรงเรียน โดยผ่าน ตชด.แม่ริม เรียกได้ว่าทำบุญด้วยเงินคนอื่นเพื่อชื่อเสียงของตนเอง ความที่อยากจะขายที่ดิน ก็เลยต้องตกหลุมพรางของพวกเขา ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็ค้านเขาแล้ว แต่เมื่อภรรยาอาจารย์ประหยัดไม่ฟัง ก็แอบไปตกลงกับ อ.พงษ์วิทย์ อาจารย์ประหยัดเองก็ช่วยทำให้อย่างที่ไม่พอใจ
ซื้อของสำหรับทำสังฆทานขายที่ดิน ไปประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท
แต่ที่น่าจะมองเห็นในการแอบแฝงของคุณวัชรีก็คือ ทางพระบารมีสั่งให้เอาบุหรี่ซอง “สีแดง” ซึ่งจะต้องเป็นยี่ห้อ วิลสตั้น 10 ห่อ
เวลานั้นดูเหมือนว่าเฉพาะค่าบุหรี่หมดไปห้าพันกว่าบาท เพื่อว่าจะได้เอาไปแบ่งกันสูบระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
เมื่อทำสังฆทานเสร็จตามราคาคุยขององค์บารมีระดับ “กระจ๊อก” ของคุณนำชัย ว่าจะขายได้ภายใน 1-2 เดือน ปรากฏว่าผ่านมาแล้ว ๑๕ ปี ก็ยังไม่ได้ขายเลย
ตามที่อาจารย์ประหยัดเคยพูดจากประสบการณ์ในสายสัญญามาเป็นเวลา 10 ปี อาจารย์สายสัญญาที่ถูกแต่งตั้งโดยที่เห็นว่าเขามาปรนนิบัติรับใช้ดี เห็นความดีของลูกศิษย์จึงได้แต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ แต่ไม่รู้เท่าทันพระบารมี คือไม่ได้ทราบเลยว่า ลูกศิษย์คนนี้พระบารมีรับรองหรือ เมื่อแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์แล้ว ไปโปรดญาติจึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีความตั้งใจอยากจะให้ลูกศิษย์ได้ดี แต่......ทำไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็เหมือนกับว่าส่งลูกศิษย์ไป ”ต้ม” คนเชียงใหม่นั่นแหละ
ในสมัยนั้นอาจารย์ประหยัดเองยังไม่รู้จักและเข้าใจในเรื่อง เทพ-พรหม จึงถูกคุณนำชัยหลอกเอาได้ เวลานี้ได้เรียนรู้และรู้จริงในเรื่องเทพ-พรหม โดยไม่ได้คิดหรือตั้งใจที่จะมาเป็นอาจารย์ ในสายเทพ แต่เมื่อได้รู้แล้วนำมาประยุกต์กับสายสัญญาแล้ว ไม่ว่าสายสัญญาหรือสายเทพนั้น หลอก อาจารย์ประหยัดและบรรดาลูกศิษย์ได้ยาก คือพูดได้ว่าหลอกไม่ได้เลย มีแต่อาจารย์ประหยัดจะไปเปิดเผยให้ลูกศิษย์ทราบว่า ที่อาจารย์สายสัญญาคนนั้นทำไป จะได้ผลหรือไม่ได้ผล
“การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย”
ซึ่งอาจารย์ประหยัดไม่สนว่าใครต้มใคร เมื่อพวกคุณถูกต้มก็ถือว่าเป็น “กรรม” ของคุณก็แล้วกัน แต่อย่าลืมว่า “พระบารมี” ท่านไม่เก็บเอาพวกอาจารย์และศิษย์ที่ประพฤติไม่ดีเอาไว้หรอก
อาจารย์สายสัญญาที่คิดว่าตัวเองมี “บารมี” สูง แต่ไม่รู้เท่าทัน “พระบารมี” ก็โปรดกรุณาระวังตัวเอาไว้ให้ดี ซึ่งก็มีอาจารย์สายสัญญาระดับสูงดับไปในสายสัญญาหลายท่านแล้ว
"อายุบวร"
ความจริงศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ น่าจะไปทำสังฆทานกับอาจารย์สายสัญญาพันธุ์แท้บ้าง จะได้ลุเวรลุกรรม จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่เร็วไว้ขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเงินแสน ทำเพียงแค่พันสองพันก็พอได้ แล้วอาจารย์พันธุ์แท้ที่เป็นลูกศิษย์พ่อต้นนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม อยู่ในกรุงเทพฯ นี้เอง
ในวันออกพรรษานี้ ที่วิหารใหญ่ของพ่อต้นฯ ก็จะมีการจัดงานไหว้ครู เป็นงานใหญ่ประจำปีของ สายสัญญา ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ก็น่าจะพากัน ไปดูว่าเขาจัดงานกันยังไง ไปดูความยิ่งใหญ่ของสายสัญญา สายของพ่อต้นฯ ส่วนในวันที่ ๙-๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๙ นี้ ทางวิหารของ อ.บุญมา นพสันเทียะ ก็จะมีการจัดการ ไหว้ครู
ในงานไหว้ครูของ อ.บุญมา นั้น จะมีลูกศิษย์จากเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศิษย์สายสัญญารุ่นเดียวกัน เข้าสายสัญญาเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ไปตั้งโรงทาน ที่วิหารของ อ.บุญมา ท่านมีนามว่า "เจ๊กุง" เจ๊กุงตั้งโรงทานที่งานวิหาร อ.บุญมา มานานกว่า ๑๐ ปี สร้างบารมีโดย "ทาน" ซึ่งยากมากสำหรับศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ เจ๊กุงบอกว่าเข้าสายสัญญาไม่เคยเสียเงินให้กับ อ.บุญมา แต่อย่าลืมว่า "ทาน" นั้นยิ่งใหญ่มาก แล้วก็เสียเงินมากด้วย บุญที่ได้มานั้นได้จากการทำทานให้กับคนเป็นพัน ๆ คน ไม่ใช่ได้จาก อ.บุญมา ซึ่งเจ๊กุงอาจจะเข้าใจผิดว่า อ.บุญมา เป็นผู้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งถ้าทำได้จริงเมื่อทำทานกับ อาจารย์บุญมา ศิษย์สายสัญญาเชียงใหม่ก็ไม่น่าจะหนีหายไปหมด เพราะ อ.บุญมาเคยไปรับสังฆทาน ของศิษย์เชียงใหม่หลายครั้ง
บารมีที่เจ๊กุงได้จากการทำทานบารมีนั้น ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ไม่สามารถแสดงฤทธิ์ รักษาคน ปราบผี ปราบคุณไสยได้ ซึ่งในด้านนี้ต้องสร้างบารมีอีกแบบหนึ่ง เมื่อได้ก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ถ้าทำชั่วก็ตกอย่างเร็วเหมือนกัน
ในรูปที่ ๕-๖ นั้น ผู้ชายใส่ชุดขาวซ้ายมือ ก็คือ อ.พงษ์วิทย์ บูรณะอุดม ส่วนผู้หญิงเสื้อลายนั้นก็คือคุณวัชรี สงวนทรัพย์ มารผู้หญิง หรือ "หน้าม้า" ของ อ.พงษ์วิทย์ ก็ไม่ทราบว่าหน้าม้านั้นเวลาได้ทรัพย์มาเขาแบ่งกันยังไง
:
:
การที่พญามาร ตัวนี้ไปกล่าวอ้างว่า อาจารย์บุญมาเปิดสังฆทานให้กับอาจารย์ประหยัด ๗๙ พลานั้น เพิ่งจะมาถึงบางอ้อ เมื่อวานนี้เองว่า อาจารย์บุญมาไม่เคยเปิดสังฆทานฝากลูกศิษย์คนไหนไปให้อาจารย์ประหยัด นอกจากว่า อ.พงษ์วิทย์ มากล่าวอ้างเอาเอง คืออ้างว่าอาจารย์บุญมาเมตตาเปิดให้ ก็ไม่เฉลียวใจว่าถ้าเวลาที่ อ.พงษ์วิทย์ ท่านไปทำสังฆทานกับ อ.บุญมา แล้ว ถ้า อ.บุญมา ทำให้ อ.พงษ์วิทย์ สำเร็จ ก็ไม่น่าจะเร่ร่อนไปหากินถึงเชียงใหม่แล้ว
มีข้อสังเกตุว่า ทั้ง อ.พงษ์วิทย์ และ อ.บุญมา ป่วยหนักทั้งคู่ ถ้าไม่มีการสมรู้ร่วมคิดแล้วก็น่าที่จะป่วยเพียงคนเดียวเท่านั้น
21 สิงหาคม 2552
๑๐๐ % เมื่อบารมีสูงแล้ว ก็จะรู้ว่า อาจารย์บุญมา นั้นเปิดสังฆทานให้จริง ไม่่ใช่สังฆทานแก้อะไรให้กับอาจารย์ประหยัด แกเป็นการเปิดสังฆทาน "แก้จน" ให้กับลูกศิษย์ของตนเอง
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 12:04:17 PM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: สังฆทาน 85,000.00 บาท
«
ตอบ #2 เมื่อ:
พฤษภาคม 16, 2009, 09:51:14 AM »
"อายุบวร"
ใครที่จะต่อกรเรื่องสายสัญญา กับอาจารย์ประหยัด โปรดอ่านบทความนี้เสียก่อน
ในสายทหารนั้น เสธแดงพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า
"กัดกับเสธแดง ไปกัดกับหมาดีกว่า"
ในสายสัญญา-ประยุกต์ อาจารย์ หรือ ศิษย์ "สายสัญญา" ที่ยังปฏิบัติตนยังไม่ถึงระดับ อานิสงฆ์ขั้นสูงสุด ก็ไม่ควรที่จะมาต่อกรกับอาจารย์ประหยัด
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 12:10:11 PM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: สังฆทาน 85,000.00 บาท
«
ตอบ #3 เมื่อ:
กันยายน 06, 2009, 03:45:14 PM »
"อายุบวร"
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อ อ.พงศ์วิทย์ ศิษย์ อ.บุญมา เดินทางไปโปรดญาติที่เชียงใหม่ ไปตั้งสำนักอยู่ที่หลังโรงภาพยนตร์ฟ้าธานี เมื่อ อาจารย์ประหยัด เข้าไปในสายสัญญาใหม่ ๆ ก็เห็นว่าการ “ชูบารมี” ของ อ.พงศ์วิทย์ นั้นแปลกเหลือเชื่อ ก็เลยสมัครเข้าไปเป็นศิษย์ของ อ.พงศ์วิทย โดยการชักนำของ อ.เฉลิม คำชมพู ซึ่งเป็นศิษย์เอก แต่ปัจจุบันนี้ อ.เฉลิม ได้ดับสูญไปจากสายสัญญาเรียบร้อยแล้ว
อ.พงศ์วิทย์ นั้นมีบารมีในด้านการ “ชูบารมี” ซึ่งเป็นสายสัญญาระดับ “พลา” เท่านั้น เพียงแค่โชว์ได้เฉพาะการชูบามี ก็ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาไปหานับร้อยคน แต่หารู้ไม่ว่า อ.พงศ์วิทย์ นั้น ยังไม่ได้รับฉันทานุมัติ จากพระบารมี ให้เป็น อาจารย์ แต่ได้รับการแต่งตั้งจาก อ.บุญมา นพสันเทียะ ให้เป็น อาจารย์ ไปโปรดญาติที่เชียงใหม่ เพราะฉะนั้น อ.พงศ์วิทย์ จะชูบารมี เป็นตัวนำในการโปรดญาติ เมื่อญาติทุกคนที่ไปหานั้น อ.พงศ์วิทย์ ก็จะให้ทำสังฆทานทุกคน คนที่ไม่ทำนั้นก็คือ คนที่มีเงินไม่ถึงหนึ่งพันบาท เพียงแค่เงิน ๒-๓ ร้อยบาทก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเป็นศิษย์อาจารย์พงศ์วิทย์ได้
เนื่องจากไม่มีตาทิพย์ จิตต์ทิพย์ หูทิพย์ จึงไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า อ.พงศ์วิทย์นั้น เป็นอาจารย์ที่ไม่ได้แต่งตั้งมาโดย “พระบารมี” ก็ถือได้ว่าเป็น อาจารย์เก๊ แต่ในสายตาของบรรดาอาจารย์สายสัญญาทั่วไปนั้นทุกคนมองเห็นว่า อ.พงศ์วิทย์ นั้นเป็น อาจารย์สายสัญญา ที่เก่ง ก็ไม่เก่งยังไงในเมื่อ อ.พงศ์วิทย์ นั้นเป็นอดีต นักพากหนังขายยา สำนวนการพูดนั้นไม่ต้องพูดว่าแน่เพียงใด ศิษย์คนใดที่ได้เข้ามาพูดมาฟังแล้วก็จะหลงคารม ซึ่งถ้ามีเงินมาทำสังฆทานเพียงแค่ครั้งสองครั้ง ก็เงินหมด ไม่มีเงินที่จะเสีย ก็จะไม่ได้เรียนรู้ต่อ แต่อาจารย์ประหยัดนั้นสายป่านยาว ก็ทำสังฆทานไปเรื่อย ๆ แล้วก็เรียนรู้ไปเรื่อย จนในที่สุดก็รู้ก็เห็นว่า ที่ อ.พงศ์วิทย์ ทำไปนั้น มันไม่ได้ผล ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยิ่งรู้ว่า ไม่เพียงแต่ อ.พงศ์วิทย์ นั้น อาจารย์ในสายสัญญา อาจารย์อีกหลาย ๆ คนก็รู้ว่า เป็นอาจารย์สายสัญญาที่พระบารมีไม่รับรองทั้งนั้นทำไมเมื่อ อาจารย์พงศ์วิทย์ เป็นอาจารย์สายสัญญา โปรดญาติไม่ได้ผล แต่โปรดให้ อาจารย์ประหยัด ได้ผล จนกลายเป็นอาจารย์ชั้นแนวหน้าของสายสัญญา ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๓๖ นั้น บรรดา อาจารย์สายสัญญาทั้งหลาย จะสั่งสอนลูกศิษย์ว่า อาจารย์ประหยัด เป็น สายสัญญา นอกคอก เป็นสายสัญญาแกะดำ เพราะไม่เคยได้ยินคำว่า “คลื่นลูกหลังย่อมดังกว่าคลื่นลูกแรก” แล้วปัจจุบันนี้บรรดา อาจารย์สายสัญญา ที่ดัง ๆ นั้น แม้แต่อาจารย์พงศ์วิทย์ ยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงในการที่จะเจอหน้าอาจารย์ประหยัด
อาจารย์พงศ์วิทย์นั้นไม่น่าจะอยู่ในตำแหน่ง อาจารย์ แต่น่าที่จะ เป็น Messanger มากกว่า มีหน้าที่ไปรับเอกสารสายสัญญาแล้วเอามาส่งให้กับอาจารย์ประหยัด ตามหน้าซองที่จ่าเอาไว้ว่า ผู้รับ นายประหยัด เจริญบุญ เอกสารที่นำส่งนั้นก็คือ วิธีการปฏิบัติในสายสัญญา ส่วนผู้ส่งนั้นก็คือ พ่อต้นฯ บรมครูสายสัญญา เป็นการปฏิบัติเฉพาะกิจของ อ.พงศ์วิทย์ เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว อ.พงศ์วิทย์ ก็ได้หายหน้าไปจากเชียงใหม่ นานกว่า ๑๖ ปี มาแล้ว ของที่นำส่งให้กับอาจารย์ประหยัดนั้น ยังเข้าใจว่าเป็นของตนเอง จึงได้ทำการเรียกร้องเอา “ปัจจัย” โดยวิธีการที่เรียกว่า “สังฆทาน” ซึ่งทำให้ อาจารย์ประหยัด ทำสังฆทานมากกว่า ๑๐ ครั้ง หมดเงินไปเป็นแสน ๆ บาท เป็นการทำนอกเหนือคำสั่งที่ให้นำจดหมายไปส่งให้เท่านั้น
:
เหมือนกับการเรียนรู้ในทางโลก ที่โรงเรียน คุณครู มีหน้าที่นำเอาคำสอนในหนังสือมาสอนเราเท่านั้น แต่บางท่านนั้นทำนอกเหนือคำสั่ง ไม่สอนแต่ให้ไปเรียนพิเศษที่บ้าน เพื่อ “อามิส” ซึ่งจะได้รับไปทุกเดือน จากนักเรียนที่เรียนช้า เรียนอ่อน อันเนื่องมาจากการสอนแบบเฮงซวยของครูบาอาจารย์
พ่อต้นฯ ท่านไม่สามารถที่จะหาอาจารย์ประหยัดเจอได้ อาจจะเป็นเพราะเวลาซึ่งเมื่อยังไม่ถึงเวลา อาจารย์ประหยัดก็จะไม่ได้เข้ามาสู่ยุทธจักสายสัญญา แต่เมื่อถึงสัญญาแล้ว ก็จะมีผู้นำสารสายสัญญาไปส่งให้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อของสิ่งนี้เป็นของ อาจารย์ประหยัด การเรียนรู้มันจะเกิดขึ้นด้วยตนเอง จะมีการพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงไปตามที่พระบารมีต้องการให้เป็น แม้แต่การทำเหล็กจาร ซึ่งครั้งแรกที่ อาจารย์ประหยัด ได้เหล็กจารมานั้น เป็นเพียงแค่ท่อนไม้เล็ก ๆ ที่เหลา แล้วเอาตะปู ตีเสียบเอาไว้ จนมาถึงปัจจุบันนี้ เหล็กจารที่อาจารย์ประหยัดทำนั้น ไม่มีใครทำสวย และทำดีกว่า อาจารย์ประหยัด วัสดุที่ใช้ทำนั้น เป็นไม้สัก แล้วกลึงอย่างดี หัวเหล็กนั้นก็เป็นสแตนเหรด แล็คเก้อร์ที่ใช้อาบนั้นก็เป็นแล็คเก้อร์ที่ใช้พ่นเคลือบสีรถยนต์ ซึ่งการทำเหล็กจารนี้ก็ไม่มีใครสอนทำ แต่มันจะพัฒนาควบคู่มากับการเรียนรู้ในสายสัญญา
อาจารย์ประหยัดนั้นมิใช่ Messenger ในสายสัญญา แต่เป็น อาจารย์ผู้สอนประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับบรรดาลูกศิษย์ โดยไม่มีการปิดบัง มันอยู่ที่ว่าศิษย์คนนั้นจะถึงสายสัญญาหรือไม่ หากไม่ถึงสัญญา วิชาที่ได้ไปนั้นก็จะเรียนรู้เพียงแค่ “กะพี้” เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นสายสัญญาระดับ “พลา” เป็นขั้นแรกของสายสัญญา มีฤทธิ์ ซึ่งถ้าหลง แล้วไม่เคยอ่านประวัติพ่อต้นฯ ที่ว่า “อย่าเป็นห่วงญาติ ให้เป็นห่วงตัวเองเสียก่อน” อยากจะอยู่ในสายสัญญานาน ๆ และตลอดไป อย่าไปเชื่อ Messenger มาก ให้เชื่อในพระบารมีให้มาก ศรัทธาในองค์บารมีของตนเอง เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ทำได้อะป่าว
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 12:15:08 PM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ข่าวสาร - ผู้ดูแลระบบ
-----------------------------
=> เรื่องเล่าจากเว็บมาสเตอร์
=> ข่าวอัพเดทต่างๆ
-----------------------------
หมวดหมู่ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องประชาสัมพันธ์ทั่วไป
=> ห้องประชาสัมพันธ์งานบุญ
=> ห้องประชาสัมพันธ์ตำรายา สมุนไพร ต่างๆเพื่อรักษาโรค
=> ห้องภาพ
-----------------------------
หมวดหมู่บทความ
-----------------------------
=> บทความสายสัญญา
=> บทความทั่วไป
-----------------------------
หมวดประสบการณ์
-----------------------------
=> ห้องเล่าประสบการณ์(อ.ประหยัด เจริญบุญ)
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (คุณ May)
=> มิติพยากรณ์ โดย อาจารย์เนเน่
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (อ.ชาญยุทธ)
=> ประสบการณ์ อ.เล้ง
=> ห้องเล่าประสบการณ์
=> ห้องคำถาม-คำตอบ
-----------------------------
หมวดพิเศษ
-----------------------------
=> จากพระไตรปิฎก
=> บอร์ดการเมือง เรื่องสังคม
=> ห้องพิเศษ (สำหรับคู่กรณีอาจารย์ประหยัด)
=> รายชื่ออาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์
กำลังโหลด...