หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *กรรมที่ไม่มีเจตนา  (อ่าน 1075 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 01:17:39 PM »

 "อายุบวร"

วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒   

         อดีตนายกทักษิณ  ท่านสอนพวกกลุ่มเสื้อแดงว่า  ในการเดินทางไปต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น  ในขณะที่เดินทางไปเจอสุนักข์มันเห่า  ก็อย่าไปเสียเวลาไปไล่ตีสุนักข์  จนกว่าจะไปถึงจุดหมาย  แล้วทำจุดมุ่งหมายให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงค่อยกลับมาจัดการกับหมาตัวนั้น

        Cheesy มันเหมือนกับการเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายของ อ.ประหยัด มาก  ในชีวิตการทำงานธนาคาร ๑๒ ปีนั้น เนื่องจากไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอันแน่นอน  ที่ไปทำงานธนาคารนั้นก็เพราะเกรงใจผู้ใหญ่  ที่ไปฝากเข้าทำงาน  แล้วก็ไม่มีจุดมุ่งหมายว่า เมื่อทำงานไปแล้วจะต้องได้เป็นผู้จัดการ เป็นผู้จัดการเขต  เพราะฉะนั้นในบางครั้งที่ถูก ผู้จัดการกลั่นแกล้ง  ก็จะต้องแก้คืนพวกมันให้ได้  ไม่ยอมที่จะ “ยอมงอ แต่ไม่ยอมหัก”  คือ “ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ”  ก็ทำให้เสียเวลากับพวกบรรดาผู้จัดการ ระดับ “ชเลีย” เหล่านี้ไปเกือบ ทุกสาขา  ที่ได้ถูกย้ายให้ไปอยู่  มันก็เป็นบทเรียนในชีวิตที่สามารถจะนำมาพูดสั่งสอนให้คนหลาย ๆ คนทราบ  แล้วแต่ว่าจะยอมเป็น “เบ๊” ของเขา เพื่อในอนาคตนั้นก็จะได้ก้าวไปสู่ตำแหน่งอันใหญ่โต  ถึงแม้จะทำตัวเป็นคนไม่มีศักดิ์ศรีก็ตาม

       Azn แต่ในที่สุดก็ได้ถึงจุดหมายที่ไม่คิดว่าจะมาถึง  แต่มันมิใช่ตำแหน่ง “ผู้จัดการธนาคาร” หรือ ตำแหน่ง  ผู้จัดการภาค หรือผู้จัดการฝ่าย  แต่เป็นตำแหน่งที่ไม่ได้อยู่ในความคิด  ในตำแหน่ง ที่ได้นั้นก็คือ “สายสัญญา-ประยุกต์”  ซึ่งในขณะที่เรียนไปนั้น  ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทะเลาะกับใคร  แต่สามารถนำผู้ที่เคยทำให้ตัวเราเดือดร้อน  จากการข่มเหง  ความไม่ยุติธรรมของพวกเขา  มาเป็นเครื่องทดลองในการสั่งสมบารมีของเราได้  ซึ่งไม่มี อาจารย์ผู้ใด มาสั่งสอน  ได้ผลเป็นส่วนมาก  แต่ไม่ใช่ทั้งหมด  เคสไหนที่ทำแล้ว ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็เก็บเอาไว้ก่อน  เพื่อว่าเมื่อระดับบารมีสูงขึ้นไป  ก็นำกลับมามาทดลองใหม่  ก็ทำเหมือนกับการเรียน ชีววิทยา  ซึ่งจะต้องไปซื้อกบมีชีวิต มาลอกหนังแล้วผ่าท้องทั้งเป็น ๆ นั่นแหละ  ซึ่งถ้าเรียนเป็น “หมอ” นั้น คงจะเอาคนเป็น ๆ มาชำแหละไม่ได้  ก็ต้องเอาคนที่ตายแล้วที่เรียกว่า “อาจารย์ใหญ่” มาชำแหละแทน
 
        Angry ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นสูงสุดในสายสัญญาที่เรียกว่า “ชุบสังขาร ชุบวิญญาณ” ก็ตาม  ก็ทำตามคำพูดของอดีตนายกทักษิณ ได้  เอาวิทยายุทธ์ สายสัญญานั้น  กลับไปตี “สุนักข์” ที่เคย “เห่า” และ “กัด” เราในสมัยเมื่อยังเป็น “เบ้” ของธนาคาร  หรือเรียกอย่างเต็มยศว่า “หมาล่าเนื้อ”  หรือ “ขี้ข้าของธนาคาร”  ซึ่งถ้าถามว่าได้ผลไหม  ตอบได้ว่า ๙๙ %  มีน้อยมากแทบว่าจะไม่มี  ที่จะรอดมืออาจารย์ประหยัดไปได้  ตามที่พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนเอาไว้ว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”  ธรรมะ ง่าย ๆ แบบนี้ ทำไม อาจารย์ประหยัด จะไม่รู้  แต่ทำไมพวกนี้จึงไม่ใช้ธรรมะในข้อที่ว่า “เมตตาธรรม” กับเรา หรือน่าจะรู้ว่า “กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องตอบสนอง”  เมื่อคิดว่าตัวเองมีอำนาจ  จะกลั่นแกล้งใครก็ได้  โดยไม่กลัวถึงบาปกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น  เมื่อถึงเวลา  อาจารย์ประหยัด มานั่งตำแหน่งใน “ฝ่ายปราบมาร”  เมื่อได้ดำเนินการกับ “โลกทิพย์” ได้ผล  จึงได้นำวิชาเหล่านี้ มาตอบสนอง บรรดา ผู้จัดการ ทั้งหลาย ที่เคยกลั่นแกล้งเรามา เหมือนกับที่นายกทักษิณว่า  ค่อยกลับมาไล่ตีพวกหมาเหล่านี้ทีหลัง เมื่อเขาทำร้ายเราไม่ผิด แล้วเราไปตอบสนองเขา  เราก็ไม่ผิดเหมือนกัน  ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ “บาป” ที่พวกเขาเคยทำไว้กับเรามาตอบสนอง อาจารย์ประหยัด ก็จะตอบสนองพวกเขาเอง  ในเมื่อเราได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฝ่ายปราบมาร  ไม่ว่ามารภายใน หรือ “มารภายนอก”  จะเป็นสังขารมาร วิญญาณมาร  ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ
   
        Sad ไม่เคยคิดสงสารพวกผู้คนเหล่านั้นที่เคยทำ “กรรม” กับเราเอาไว้เลย  ถือว่าพวกเขาเป็นหนูทดลองยาวิชาของสายเทพก็แล้วกัน  วิชาเหล่านี้เป็นวิชาส่วนตัว ไม่ได้ห้ามมิให้ลอกเลียนแบบ แม้จะไปเอา ดร.ที่จบต่างประเทศมาเรียนรู้  ก็จะไม่สามารถที่จะทำได้เหมือนกับ อาจารย์ประหยัด  เป็นวิชาที่สายสัญญาบอกว่า “ลึกแลบ” ซึ่งคำว่าลึกแลบนี้  เมื่อก่อนก็ไม่สามารถเข้าใจได้  แต่เวลานี้ก็รู้ความหมายนี้เป็นอย่างดีแล้ว
  
        Grin ในการเรียนสาย “วิญญาณศาสตร์” นี้  จะไม่ได้รับปริญญาใด ๆ ทั้งสิ้น  เพราะยังไม่มี อาจารย์ ที่เป็นมนุษย์คนใด มาสมมุติว่า  ทำได้ถึงระดับนั้นระดับนี้  จะได้ ปริญญาตรี –โท  ซึ่งในระดับสุดท้ายที่ อาจารย์ประหยัด กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่นั้น  ถ้าผ่านเมื่อใด  จะไม่มีใครรู้นอกจากตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่ใช่เป็นการเรียน ป.โท ป.เอก  น่าจะเป็นการเรียน ว.โท  ว.เอก มากกว่า  

         ในมหาวิทยาลัย “วิญญาณศาสตร์” นั้น  การเรียนจะไม่มีกำหนดเวลา ความสามารถในเมืองมนุษย์นั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้กับวิชา “เทพ”  ซึ่งมนุษย์นั้นไม่เชื่อยังไม่พอกลับมาลบหลู่เสียอีก ดร.จำรูญ ไชยลังการณ์  เป็นอำมพฤกษ์  เดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำยัน  ในสมัยนั้นยังอยู่ในขั้นที่มีแต่ความ “หยาก” ก็ได้ไปตามหาท่าน ขอรักษาให้  แต่ท่านไม่รับ  บอกว่าจะไปถาม “พระเจ้า” ของท่านเสียก่อน  ปัจจุบันนี้ ดร.จำรูญ  ท่านก็ได้ไปเฝ้าพระอยู่กับพระเจ้าของท่านแล้ว  เวลาผ่านมานานพอสมควร  เวลานี้ถ้าเราเบื่อในการปราบมาร  แต่จะเปลี่ยนมาเป็นฝ่าย “รักษา” นั้น ก็จะไม่ค่อยไปรักษาใคร เพราะว่าเมื่อได้ถาม “องค์บารมี” แล้ว  ท่านจะไม่ค่อยยอมให้ไปรักษาใคร  ถ้าถามว่าทำไม  ก็จะไม่ตอบเพราะว่าคำตอบนี้ยาวมาก ก็แล้วแต่ “กรรม” ที่พวกเขาทำมานั่นแหละ ซึ่งถ้าเราเป็น “เจ้ากรรมนายเวร” ของพวกเขานั้น  รู้สึกว่าเมื่อ ทำไปนั้น ก็จะตอบสนองได้ผลดีมาก แต่น่าเสียดายที่พวก “ผู้จัดการหน้าโง่” เหล่านั้น มันไม่รู้ไม่ทราบว่า ที่พวกเขาโดนกระทำต่าง ๆ นั้น  เกิดจากกรรมที่ได้ทำเอาไว้กับ อาจารย์ประหยัด

        Grin ซึ่งที่ได้เขียนเล่ามานั้น  ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้มายืนอยู่ในตำแหน่งนี้  ไม่ได้ผูกอาฆาตพยาบาทแต่อย่างใด แต่ในเมื่อได้บารมีในด้านนี้  ก็ถือว่าเป็นการทดลองวิชาเท่านั้นเอง  ส่วนกรรมที่พวกคุณจะได้รับนั้น  มันเกิดจากการสร้าง “กรรม”  เองทั้งสิ้น  การแก้ไขนั้นก็ไม่อยาก  อย่าทำชั่ว อย่าไปทำกรรมให้กับมนุษย์คนใด  แค่นี้ก็จะอยู่อย่างเป็นสุข ประเทศไทยก็จะไม่มีความเดือดร้อนอย่างปัจจุบันนี้

        Wink “มาร” ทั้งหลาย ที่กำลังทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนนั้น  เมื่อถึงกำหนดเวลา  พวกเขาก็จะได้รับกรรมตามสนอง  น่าจะเป็นเวลาในไม่ช้านี้  ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครมาปราบพวกท่าน  ก็พยายามสร้างกรรมเอาไว้ให้มาก เพื่อที่ว่าสังขารนั้นจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2011, 10:33:20 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2009, 11:17:33 AM »

 Azn"อายุบวร"

       ในการเดินทางของศิษย์ สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น  เมื่อมีอาจารย์ผู้ชี้แนะ  ทำให้เดินทางได้รวดเร็วพอสมควร  จึงทำให้เกิดอาการที่ว่า ลืมหรือหลงตน  เมื่ออยู่ในระดับ "พลา" ของ สายสัญญา นั้น  ก็จะมีฤทธิ์  ซึ่งในระดับพลานี้ถ้ายังไม่เข้าใจเรียนรู้ไม่ถึง ก็สามารถหลุดได้  อาจารย์สายสัญญามากมายที่เป็นศิษย์ของพ่อต้นฯ นัี้น เป็นตัวอย่างที่ดี  เพราะมีลูกศิษย์พ่อต้นฯ หลาย ๆ ท่านมาก  ที่กลายมาเป็นอาจารย์สายสัญญาระดับนอกคอก  เหมือนกับที่เคยว่าให้ อาจารย์ประหยัด แต่เมื่อ "ว่าให้เขา อิเหนาเป็นเอง"  ซึ่งมันก็น่าหัวเราะที่เป็นอาจารย์สายสัญญา  แต่เมื่อทำพิธีให้ลูกศิษย์ ก็ไม่สำเร็จผลใด ๆ ทั้งสิ้น

       Angryยกตัวอย่างให้ฟังอยู่บ่อย ๆ แต่ก็มีศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  ที่เดินทางสายสัญญา  ได้ยินหมาเห่าใบตองแห้ง  ก็วิ่งไล่เต๊ะหมา  เมื่อหมามันกลัว  ก็คิดว่าตัวเองนั้นยิ่งใหญ่  เที่ยวอวดบารมีระรานไปเรื่อย  ในที่สุดก็คิดว่าตัวเองนั้นทาบรัศมีอาจารย์ได้แล้ว  ซึ่งถ้ามีความเฉลียวฉลาดได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ มาแล้วอย่างดี  ก็ไม่น่าที่จะคิด "เนร" ต่ออาจารย์ของตนเอง

       มีศิษย์คนแรกของ อ.ประหยัด และศิษย์อีกท่านหนึ่ง  ก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อศิษย์ทั้งสองคน  แต่ก็เป็นที่รู้กันหมดในบรรดาศิษย์ของ อ.ประหยัด  ที่ยังทำเว็บสายสัญญาอยู่  เปลี่ยนชื่อเป็นสายสัญญาอะไรก็ตาม  แต่บทความต่าง ๆ แม้แต่คำดับล้าง ก็ยังใช้ของ อาจารย์ประหยัด อยู่  ที่ไม่ยอมเปลี่ยนใหม่ ก็เพราะไม่สามารถเขียนเองได้  คำดับล้างก็พิมพ์เองไม่ได้ เพราะว่าพิมพ์ดีดไม่สัมผัส  ก็ไม่ได้ไปว่าให้พวกเขาเหล่านั้น  แต่จะเขียนให้บรรดาลูกศิษย์ในเว็บนี้ได้รู้ได้เห็น

      Tongue ในสายสัญญา-ประยุกต์ หรือ สายสัญญา พันธุ์แท้นั้น  ถ้ายังไม่ถึงจุดหมาย  ก็อย่ารีบด่วนยกตนเทียบเท่าพระบารมี  เพราะเมื่อใดที่หลุดออกจาก "สายสัญญา" ไปแล้ว  จะกลับมาปฏิบัติให้กลับมาเหมือนเดิมได้ยาก  เพราะว่าผู้ที่จะยกโทษให้ ในความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือมาก นั้น  พ่อต้นฯ จะต้องเป็นผู้ยกโทษให้เอง  แต่เมื่อไม่มีพ่อต้นฯ แล้ว  ใครจะมายกโทษให้  ในตำราสายสัญญานั้น  ไม่ได้บอกเอาไว้ว่า  ถ้่าพ่อต้นฯ มรณะ ไปแล้ว  ก็จะขอมอบสิทธิ์ในการยกโทษให้แก่ศิษย์ผู้ใด  เมื่อมันไม่มี  ศิษย์สายสัญญาก็ควรที่จะระมัดระวังเอาไว้  ทำตัวเป็นผู้ปฏิบัติดีกว่าทำตัวเป็นอาจารย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 09:57:37 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2009, 12:42:24 PM »

จะหมั่นพิจารณา และปฏิบัติโดยรู้ตัวเสมอ และดำเนินชีวิตในถูกต้องคะ

วิชาความรู้ การแนะนำต่าง ๆ ที่ประสิทธิประสาทวิชา มาให้ ขอน้อมนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ด้วยความขอบคุณเสมอ


 Cheesy May  Cheesy  Embarrassed 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 09:58:49 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
jai
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


ข้าฯ เป็นลูกหลานปู่เห้ง


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2009, 06:35:57 PM »

Wink

พ่อต้นฯ ท่านสอนว่า  เมื่อปฏิบัติในสายสัญญาแล้ว  "ให้รู้เท่าพันพระบารมี"


Tongue Tongue การที่จะให้รู้เท่าทันพระบารมีนั้น  จะต้องอ่าน "ประวัติพ่อต้นฯ" หลาย ๆ รอบ  อ่านให้เข้าใจเพราะว่ามีเรื่องดี ๆ แฝงเอาไว้มากมาย  ศิษย์ที่อยากดังแล้วไม่ยอมอ่านประวัติพ่อต้นฯ  ในที่สุดก็จะดับสูญเลยไปตามสัญญา  

                                                         ศิษย์หนองจอก

 Shocked คุณ Jai ผู้เขียนบทความนี้  ราวกับว่ามีตาทิพย์  เห็นล่วงหน้า  ว่า อาจารย์ที่เปิดพระโอษฐ์ให้แก่ตนเองนั้น  ในที่สุดก็จะดับสูญเลยไปตามสัญญา  แล้วเวลานั้นก็ได้เข้ามาแล้ว  ยิ่งใครไปตอกย้ำเขาก็ยิ่งคิดว่าพวกนี้มันขี้อิจฉา  ใครก็ตามเมื่อถูกวิญญาณแถนบัลลังก์ทองแทรกแล้ว  ก็จะยิ่ง "เพี้ยน" หนัก  ยกตนเทียมพ่อต้นฯ ตั้งตนเป็นอาจารย์สายสัญญาเอาเสียเลย  ยังไม่พอก็เปิดองค์พระธรรมใช้เองได้เสียด้วย  ฟังมาแล้วขนนี้ลุกหมดทุกเส้น

                                                         อดีตอาจารย์ ของ หนองจอก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 10:00:43 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

เมื่อเสือกินเนื้อเสือ ทหารไทยก็ฆ่าทหารไทย
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2009, 01:28:29 PM »

"อายุบวร"

      Cool ข่าวของคุณ Jai ที่ส่งไปมีว่า  อาจารย์ประหยัด  อาจารย์โหน่ง ฯลฯ ถูกวิญญาณแถนบัลลังก์ทองแล้ว  ปรากฎว่าขาดข่าวไปอีกท่อนหนึ่งก็คือ  ทางสำนักลูกพี่ของคุณ Jai นั้น  เปิดสำนักร่ำรวยขนาดที่ว่า ทำหลังคาอลูมีเนียม ปีหนึ่งได้กำไรเป็นสิบ ๆ ล้าน  แต่ก็ยังต้องการอยากได้เงินของลูกศิษย์ที่ไปหาอยู่  แต่เมียของเจ้าของสำนักนั้นเขา "เปรยๆ" ขึ้นเสียงเบา ๆ ดังไปถึงเชียงใหม่ว่า  เบื่อไอ้พวกที่มาที่บ้าน  มาไม่มาเปล่า ๆ เอาขี้เอาเยี่ยวมารดใส่ส้วมเขาด้วย  เพราะฉะนั้นคุณ Jai จะต้องประกาศว่า  ใครที่จะไปสำนักหนองจอกให้ ขี้เยี่ยว ไปเสียก่อน  เพราะว่าเจ้าของบ้านเขารังเกียจของโสโครกที่ถ่ายจากตัวเท่าน  แต่ไม่ รังเกียจเงินทองที่จะเอาไปให้เขา  โปรดทราบตามนี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2009, 09:34:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 30, 2011, 10:45:52 AM »

"อายุบวร"
      Angry คุณ Jai นั้น เป็นลูกศิษย์ของ นายเล็ก...หนองไน  เริ่มต้นเมื่อเข้าในสายสัญญา ยกถาดแล้ว ก็ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ ของเหลาลงไปก็เป็นบ้องกัญชา  อันเนื่องจากว่าอยู่ใกล้ เล็ก...หนองไน ก็ต้องทำตามหรือเดินตามรอยเท้าของอาจารย์ คนแรกที่พาเข้าสายสัญญา สมองน้อยปัญญาอ่อน ไม่รู้เลยว่าจะศึกษาเพิ่มเติมความรู้กับอาจารย์สายสัญญาคนไหนดี  เมื่อนายเล็ก...หนองไน จมอเวจีไปตามสัญญา  Jai ก็น่าจะเรียบร้อยตามไปด้วย  ดาวรุ่งพุ่งแรง ก็ตกแรงได้เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: