หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: องค์พระบารมีเป็นพระภิกษุสงฆ์  (อ่าน 1238 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
many
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 09:39:31 PM »

ตัวดิฉันเองก็ได้ปฏิบัติธรรมสายสัญญามาหลายปี Kissน่ะค่ะอยากแชร์ประสบการณ์กับท่านที่มีองค์พระบารมีเป็นพระภิกษุ
ไทยมาสวดมนต์ด้วย มีไหมค่ะ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2012, 09:34:42 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 08:49:11 AM »

 Smiley การมีพระภิกษุมาสวด เป็นภาษาไทย ดิฉันไม่เคยนะ แต่พระภิกษุที่มาสวดด้วยเป็นภาษาเทพ
     หรือที่เรียก บาลีเทพ นั้น เคย คะ ท่านจะมาร่วมสวดด้วยทุกวัน เวลา 3 ทุ่ม  แต่ (ในความเห็นส่วนตัว)
    ดิฉัน คิดว่า ท่านมาผ่านมา เห็นการปฏิบัติของเราและมาร่วมสวดมนต์ ท่านได้กุศลผลบุญ 50% เราได้
     50 %  (อันนี้สอบถามอาจารย์มา สัก ปีได้ละ)

 :Smiley สำเนียงการสวด จะแปลกและแตกต่าง กันออกไป เราปฏิบัติดี ก็อนุโมทนาบุญ และเราจะรู้เองว่าการปฏิบัติ
       อยู่ในระดับไหน มีพระภิกษุมาร่วมสวด ดีนะคะ (แต่การขยายความคุณอยากรู้มากกว่านี้ ท่านอื่น ๆ คงตอบ
      ให้ได้คะ )

 :D 2 อาทิตย์ก่อน ดิฉันพาคุณลุง ไปเปิดกับอาจารย์ ไม่ทราบองค์บารมีแต่เปิดปุ๊ปเป็น พระภิกษุมาสวดตลอด
         เวลาเลย ก็แปล ก ๆ ที่เปิดออกมาเป็นพระภิกษุมาร่วมสวด (ทั้ง ๆ ที่คุณลุง ท่านไม่ได้สวดมนต์ เป็นนิจ)


การปฏิบัติของคุณ ซึ่งมาหลายปีคงจะก้าวหน้าขึ้นมาก ขอให้ปฏิบัติต่อไปนะคะ

MAY Cheesy
บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
ลิ้ม เทือก
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น ก็จบกันเลิกเลี้ยงชุบอุปถัมภ์


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 10:45:59 AM »

       มีครับเท่าที่จำได้ก็ประมาณ   2  ครั้ง  
       ครั้งแรก  เป็นพ่อคุณขจี ภรรยาคุณวรรณ์ข้างบ้าน  เคยนำมาเปิดโอษฐ์เมื่อประมาณเดือน ตุลาคม 2551  เป็นพระภิกษุสงฆ์ อายุราวๆ 80 ปี  มรณะภาพในขณะที่ยังเป็นพระสงฆ์  แต่เป็นหลวงตาที่ พ่อคุณขจีนับถือกันโดยส่วนตัวมิได้มีชื่อเสียงอะไร    แต่ก็ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกวิญญาณที่เกี่ยวกับภพภูมิ ให้ฟังพอหอมปากหอมคอ
       หลายๆคนที่นั่งดูก็พลอยได้รับความรู้ไปด้วย      ถ้าดูจากสถานะของพระรูปนี้  ท่านก็บอกแค่เพียงว่าท่านก็เป็นวิญญาณ หรือ โอปปาติกะ  ที่ยังต้องแสวงหากุศล เพื่อสร้างบารมี การลงมาสิงสถิตกับร่างพ่อคุณขจีในครั้งนี้ เพียงอยากจะขอสวดมนต์ ผ่านร่าง เพื่อเสริมบารมีของตน  เนื่องมาจากความผูกพันกันเมื่อสมัยยังเป็นมนุษย์  ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ( คงเรียกว่าสัญญาน่าจะได้มั้ง?)   เมิ่อเสร็จกิจ ท่านก็ไป   จากนั้นองค์บารมีก็ลงมาสวดมนต์แล้วก็เป็นองค์จีน พูดภาษาจีนชัดเจน    ปัจจุบัน เป็นพ่อค้าขายผลไม้อยู่สิงห์บุรี  เมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งถูกหวยรัฐบาล รางวัลที่ 1 ไปหมาดๆ ครับ
        ครั้งที่สอง   เป็นพนักงานขายสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า กำลัง  ตามนิคมฯ  เป็นเด็กหนุ่ม  อายุยังไม่ถึง  30  ดี    เปิดโอษฐ์เริ่มต้นก็เจอวิญญาณ อยู่ประมาณ 2 ตน   จากนั้น  ก็เริ่มสวดมนต์เป็นภาษาบาลีพระ  เหมือนเรากำลังนั่งฟังพระสวดมนต์ นี่แหล่ะครับ  แรกๆ  ก็ไม่แน่ใจ  จึงให้คุณอ้อนั่งเช็คดู    คุณอ้อแกก็ไม่ค่อยแข็งแรง ในเรื่องพระเรื่องเจ้าหรอกครับ   เพิ่งมานั่งไหว้พระสวดมนต์ก็หลังจากเปิดโอษฐ์นั่นแหล่ะ     ก็เลยต้องอาศัยให้แกบอกลักษณะ เรื่องราวที่เห็น   รูปพรรณสัณฐานที่ดู   พระท่านแรกเป็นพระเกจิ  คือ  พระครูบาศรีวิชัย  ,องค์ที่ 2 เป็น หลวงปู่ทวด สัญลักษณ์ ท่านในนิมิตที่คุณอ้อบอก คือ เห็นทะเล  เห็นชายผ้าเหลือง  เห็นเท้ากำลังย่างกรายลงไปเหยียบน้ำทะเล  คุณอ้อไม่รู้จักหรอกครับ  แต่บอกมาผมกับญาติที่นั่งรอดูกันก็พอจะเดากันได้แหล่ะ ,องค์ที่ 3  เป็นเงิน, องค์ที่4 เป็นหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ฯลฯ.
        ก็ปล่อยให้หนุ่มน้อยท่านนี้สวดไปเรื่อยๆ     จนกระทั่งเกิน 10 องค์ คุณอ้อก็เริ่มจะปวดตาแล้ว   ผู้กำกับก็เลยจำเป็นต้องสั่งพักกล้องไป        ปล่อยให้สวดไปไม่นาน  ภาษาสวดก็เริ่มเป็นภาษาแขกครับ    สรุปสุดท้ายหนุ่มน้อยท่านนี้  มีองค์บารมีเป็นพระนารายณ์ครับ     เหตุผลที่ถามจากองค์บารมีเกี่ยวกับพระต้องลงมาผ่าน  โดยคุณอ้อเป็นคนถาม    คำตอบที่ได้คือ   ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ลงมาขอผ่านร่างทุกๆองค์  เพื่อเสริมบารีของตน  แล้วก็เปรียบเสมือนการเสริมบารมีให้ทั้งพระแล้วก็ร่าง  ตามความผูกพัน  ก็คงเรียกว่าสัญญาได้อีกเหมือนกันมั้งครับ    
        เอาเป็นว่า ทุกวันนี้  เชิญองค์นี้ลงตอนตื่นนอนระหว่างกินกาแฟ  และก่อนนอน  ดีกว่าครับไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่านคิดมาก  ... ก็ องค์พระธรรมสำเร็จในสายสัญญายังไงละครับ!!!!   ก็ใช้เหล็กจารนั่งเขียนนั่งนับไป ก็ได้สมาธิดีกว่าตั้งเยอะ                                                                                เล็ก...ลิ้มเทือก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2012, 10:21:09 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

เเสมือนสวมพระเครื่องอันเรืองเวช ประนมเดชมอบดวงใจให้ทุกสิ่ง แต่องค์พระกลับเข้าช่วงชิง
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2009, 10:08:53 AM »

Smiley การติดต่อสื่อสาร ถามรู้ รู้ได้ ทราบได้ เห็นได้ แต่ละคนถูกกำหนดมาแตกต่างกัน
 Wink วิธีการสอบถาม ก็อย่างที่คุณ Meji ตามเอกสารที่ อาจารย์แจกให้ เราต้องฝึกเอง

   Lips Sealed แต่ การสื่อสารแต่ละคน ต่างกันและ บุญเก่าที่เราได้มาก็ต่างกัน
      บางท่านอาจจะสื่อได้โดยสอบถามองค์บารมี หรือ การสอบถามทางจิตทิพย์ , ตาทิพย์, หูทิพย์
      ท่านจะบอกเอง หรือ สื่อสารให้เราทราบ
      บางทีเราอาจจะไม่สามารถสื่อสารได้ตามนี้ แต่หากคุณปฏิบัติไป ตามขั้นตอน การได้เลื่อนระดับตามแผนภูมิสัญญา
      อาจจะสามารถรู้ได้ ด้วยตัวเอง

แน่นอน ทุกคนย่อมอยากรู้ว่าตนเองจะได้ จะสื่อได้อย่างไร รู้ได้อย่าง ถูก ไหม ผิดไหม
ต้องลองสอบถามดู พยักหน้า ส่ายหน้า นี่แหละคะ และจดใส่กระดาษไว้ เืพื่อกลับมาดูว่าถูำกต้องไหม


เวลา โอกาส กุศล ผลบุญเท่านั้น ศีลธรรม เท่านั้น บางทีหากเรายังติดเจ้ากรรมนายเวร และ/หรือ วิญญาณต่าง ๆ อยู่จะติดขัดบาง บางเหตุผลก็ไม่สามารถที่จะรู้ในตอนนี้ เราก้อย่าใส่ใจมาก เอาเวลามาปฏิบัติดีกว่า เพราะการกระทำจริงจังเท่านั้น จะตอบโจทย์ได้ (คงตอบได้เท่านี้ และเป็นความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ที่ได้ทำมา)

การที่เราได้เข้ามาในสัญญา ได้รับเป็นศิษย์ นัี่่ั่นหมายถึงว่า คุณได้รัีบรองเบื้องต้นแล้ว จะทำอย่างไรให้ได้การรับรองทุกกระทรวงละคะ   แน่นอนมิใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากจนเกินไป

หน้าที่ของศิษย์แต่ละคนถูก กำหนดมาแตกต่างกัน ตั้งใจปฏิบัตินะคะ
May
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2012, 08:47:48 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
ลิ้ม เทือก
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น ก็จบกันเลิกเลี้ยงชุบอุปถัมภ์


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2009, 12:24:30 PM »

     คำถามนั้น เป็นคำถามง่ายๆ  ไม่ไกลตัว ซึ่งทุกๆ คนก็ต้องเคยมีคำถามนี้เหมือนกัน แต่เป็นคำถามที่ตอบ ให้ถูกต้องจริงๆ นั้นมันยากมาก  เพราะมันจะประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง  เพราะพื้นฐานที่จะทำให้คุณเชื่อและยอมรับได้นั้น   คุณก็จะต้องศรัทธาหรือยอมรับ ในวิธีการที่แตกต่างกันออกไป
     แต่วิธีการที่ผมคิดว่า  น่ากังวลมากก็คือการถาม องค์บารมีตัวเอง   ซึ่ง มันจะกลายเป็นถามตัวเองไป ลองทำดูแล้ว ก็น่าหมั่นไส้ตัวเอง  ที่ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง หรือเป่า??   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะปฎิเสธวิธีการนี้ แต่กลับมองว่า วิธีการถามองค์บารมีของตัวเอง น่าจะเป็นการฝึกที่ยากที่สุดแล้ว  
     ส่วนตัวคิดว่าวิธี ที่จะฝึกวิธีแรก น่าจะเริ่มจาก  วิธีฝึกถาม-ตอบกับคนอื่น  ซึ่งวิธีนี้ก็ได้มาจากการสอนของอาจารย์ประหยัด นั่นแหละครับ   น่าจะแฟร์ทั้งคนถามและคนตอบ  ก็น่าจะต้องหาคนที่เปิดมาแล้วมานั่งคุย โดยอีกฝ่ายหนึ่งคิดและถามอีกฝ่ายหนึ่งออกมาเป็นภาษาที่เปิดไป   อันนี้ รับรองว่าผู้ที่ถูกถามจะไม่ทราบว่าอีกคนหนึ่งมีเจตนาที่จะถามว่าอะไร?    คอยตอบแค่เพียงใช่ หรือไม่ใช่ โดยการพยักหน้าและก็ส่ายหน้า
      เริ่มจากคำถามกว้างๆ แล้วก็บีบ ให้คำถามมันแคบลง   เพราะ การถามแบบปลายปิดแบบนี้ มันสามารถตอบได้แค่เพียงใช่หรือไม่ใช่ ....... ส่วนเหตุผล ของคำตอบที่ใช่หรือไม่ใช่  ก็ต้องถามให้แคบลงไปอีก   ถึงมันจะดูยุ่งยาก       แต่ น่าจะเป็นวิธีการที่น่าจะเป็นการฝึกที่ลดความเป็นตัวเองได้มากกว่า  การถามองค์บารมีฯ ตัวเอง   ซึ่งหลายคนประสบความสำเร็จ   บางคนก็กลายเป็นหลงตัวเอง  หรือบางคนก็คิดว่าตนเองกลายเป็นเทพไปแล้วก็มี   (จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่น่ากลัวเท่ากับตัวเราเองหรอกครับ บางคนก็หลอกตัวเองก็ได้โดยไม่รู้ตัวเอง....น่ากลัวจัง)
      สรุป  การสื่อสารกับองค์บารมี  นั้นต้องอยู่ที่การตั้งใจฝึกฝน ปฎิบัติ  ฝึกสื่อสาร  และ  พยายามลดความเป็นตัวเองลองพยายามฝึกดูนะครับ    ก็สนุกดีเหมือนกัน
                                                                                    เล็ก...ลิ้มเทือก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2012, 10:21:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

เเสมือนสวมพระเครื่องอันเรืองเวช ประนมเดชมอบดวงใจให้ทุกสิ่ง แต่องค์พระกลับเข้าช่วงชิง
thankly
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2012, 02:34:28 PM »

เจ๋งจริงๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 20, 2012, 10:14:52 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: