หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * “พระซันเต๋อ” ผู้โด่งดัง *  (อ่าน 1059 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 11:22:11 AM »

  "อายุบวร"

       “พระซันเต๋อ”  ผู้โด่งดัง  

    Shocked ในสมัยเมื่ออาจารย์ประหยัดเข้ามาในวงการยุทธจักรสายเทพใหม่ ๆ   ก็ได้ยิน “เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย”  เป็นเสียงเล่าลือถึง “อาจารย์ซันเต๋อ”  เจ้าอาวาสวัดผาลาด  ซึ่งมีตาทิพย์ให้หวยถูกทุกงวด   มีแต่คนมาเล่าถึงกิติศัพท์ความเก่งกาจให้ฟังอยู่เป็นเวลา ๒ ปี  ก็ยังไม่มีบุญวาสนาไปกราบท่าน  จนได้ไปเจอกับทนายความชื่อดังคือ อาจารย์เกี่ย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ อ.ซันเต๋อ  เขาก็เล่าเรื่องของความเก่งของ อ.ซันเต๋อ ให้อาจารย์ประหยัดฟังอีก  อาจารย์ประหยัดก็เลยขอให้ อ.เกี่ย  พาอาจารย์ประหยัดไปชมบารมีของ อ.ซันเต๋อ บ้าง  แต่ก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม อ.เกี่ย จึงไม่ยอมพาไปซักที  ยิ่งได้ยินว่า อ.ซันเต๋อ ให้หวยถูกเลขท้าย ๒ ตัวจนเบื่อที่จะถูก  น้ำลายก็ยิ่งไหลยืดในขณะที่ฟัง อ.เกี่ย เล่า  แต่ในใจนั้นก็คิดอยู่แล้วว่า “ห่าเอ้ย” ถูกหวย ๒ ตัวทุกงวด  เวลาไปกินร้านอาหารที่ไหน มันก็ให้เราออกเงินเลี้ยงมันตลอด

    Angry ก็คบกับ อ.เกี่ยมาเกือบปี  มีอยู่วันหนึ่ง อ.ซันเต๋อ  ก็ไปหา อ.เกี่ย ที่บ้าน  ไม่ได้ไปในชุดเหลืองนะแต่เป็นชุดมนุษย์ธรรมดา  เพราะว่าพระซันเต๋อนั้นดื่มเบียร์ทุกวัน  จนในที่สุดก็ได้มีการวางแผนจับสึก   อ.เกี่ย ก็ได้แนะนำให้รู้จัก อดีตพระซันเต๋อ  ซึ่งท่าทางของแกก็ยังวางมาด  คงจะคิดว่าตัวเองยังเป็นพระที่ถูกเชิญให้ไปพระตำหนักอยู่  แล้วอาจารย์เกี่ยก็แสดงภูมิปัญญาบารมี  ที่จะช่วยให้ อ.ซันเต๋อ ได้กลับไปมีสภาพเหมือนเดิม  คือมีตาทิพย์เหมือนเดิม  คุณกูเห็นอาจารย์เกี่ยแล้วก็เบื่อ  ราคาคุยฟุ้งนึกว่าจะลงมือทำเอง แต่แล้วก็บอกว่า อ.ประหยัด ลงองค์พระธรรมให้ อ.ซันเต๋อ หน่อย  ซึ่งตามสภาพที่ได้ฟังลูกศิษย์อาจารย์คู่นี้คุยกัน  มันก็ขี้โม้ทั้ง ๒ คนนั่นแหละ

     Smiley มีอยู่วันหนึ่ง “ปู่เห้ง” ได้โทรมาเชิญไปงานวันไหว้ครู  ซึ่งเวลานั้นแกได้ย้ายสำนักไปอยู่ที่แม่โจ้แล้ว  อาจารย์ประหยัดก็ไปรับ อ.ซันเต๋อ ที่สำนักของ “จอมราชันย์”   ในงานปู่เห้งนี้  เขาเลี้ยงโต๊ะจีนของร้าน “เอกทิพย์ ” อ.ซันเต๋อ ท่านกินไปบ่นไป  หาว่าร้านนี้ทำอาหารหมาไม่แดก  ซึ่งตัวเองในสมัยเมื่อโด่งดังนั้นลูกศิษย์พาไปกินร้านที่ดัง ๆ ทั้งนั้น  ซึ่งแกยังไม่รู้จักประมาณตนว่าเวลานี้  ท่านมิใช่เหยี่ยวถลาลมแล้ว  ท่านเป็น “เหยี่ยวถลาลงดิน” บินไม่ได้เพราะปีกมันหัก  คุณกูไปรับคุณมึงถึงสำนักจอมราชันย์พาไปในงานกินฟรี   เงินคุณมึงก็ไม่ยอมออกเลยแม้แต่บาทเดียวที่จะร่วมทำบุญกับปู่เห้ง  ในใจก็เริ่มจะไม่พอใจ ซันเต๋อขึ้นมาแล้ว

    Grin พอขับรถออกจากบ้านปู่เห้งมาถึงแยกที่จะไป อ.แม่ริม  ก็ออกปากถาม อ.ซันเต๋อ ว่า  รู้จักป้าเครือไหม  ซึ่ง อ.เกี่ย นั่นแหละที่เป็นผู้ราคาคุยให้ฟัง  แต่ไม่เคยพาไปซักที  เมื่อ อ.ซันเต๋อ บอกว่ารู้จักก็เลยให้แก่พาไปหาป้าเครือ  ซึ่งเป็นร่างทรงของ ร.๕  เมื่อไปถึงนั้นป้าเครือก็นั่งอยู่ที่ห้องครัว  ซึ่งแกจะรับแขกที่ห้องครัวนั่นแหละ  เมื่ออ.ซันเต๋อคุยกับป้าเครือไปพอสมควร  ป้าเครือก็ถาม อ.ซันเต๋อให้ช่วยขายที่ปั๊มน้ำมันของแก  อ.ซันเต๋อนั้นเพิ่งจะเขียนองค์พระธรรมได้ประมาณ ๒ ครั้ง  ตาทิพย์ก็ยังไม่กลับคืน  ตัวเองดูไม่ได้ก็ไม่ยอมบอกป้าเครือ  อาจารย์ประหยัดนั้นเบื่อฉิบหายเลยคนลีลามาก  ก็เลยเอ่ยวาจาออกไปว่า  ป้าให้อาจารย์ประหยัดดูให้ไหมแต่ป้าต้องแปลเอาเองนะ  ป้าเครือก็บอกให้อาจารย์ประหยัดพูดภาษาเทพออกไป  เพียงประโยคเดียวเท่านั้น  ป้าเครือก็พูดออกมาว่า “เฮ้ยนี่ของจริงนี่หว่า”  แกก็เรียกสามีของแกให้ไปเปิดตำหนักทันที  แล้วป้าเครือก็เชิญอาจารย์ประหยัดขึ้นไป  ก็มีการเจรจาระหว่างองค์บารมีของป้าเครืออยู่นานพอสมควร  แต่ป้าเครือแกไม่ยอมแปลให้ฟัง  อาจารย์ประหยัดก็เลยไม่รู้ว่าองค์อาจารย์ประหยัดบอกหรือทำนายอะไรให้ป้าเครือบ้าง  อ.ซันเต๋อนี้หน้าเสียไปเลย  ซึ่งถ้าอ.ซันเต๋อมีตาทิพย์จริง  ตัวเขาเองจะต้องคารวะอาจารย์ประหยัด  แต่เมื่อมีตาถั่วก็ให้เขาคิดว่าตัวเขายังเป็น พระซันเต๋อ ผู้โด่งดังอยู่ก็แล้วกันไป

    Cool เมื่อ อ.เกี่ย ทราบว่าอาจารย์ประหยัดไปบ้านป้าเครือ  แกก็เสือกอยากแสดง แกชวนอาจารย์ประหยัดไปพาอ.ซันเต๋อและภรรยาของแกไปด้วย  เมื่อไปถึงคราวนี้ป้าเครือไม่รอช้าเปิดตำหนักทันที  ในขณะที่พูดกับองค์ปู่อาจารย์ประหยัดอยู่นั้น องค์ของคุณศรีพรรณภรรยา อ.เกี่ย ก็ลงประทับร่างทันที  เพราะว่า อ.ซันเต๋อ “เสือก”ไปเรียกท่านว่ากุมาร  แต่องค์ท่านเป็น “ ขันธกุมาร” โอรสของพระแม่อุมาเทวี  องค์ “ ขันธกุมาร” ต่อว่าใส่หน้า อ.ซันเต๋อทันที  ท่านบอกว่าท่านไม่ใช่กุมาร ท่านเป็นโอรสของพระแม่อุมา  อ.ซันเต๋อถึงกับพูดเบา ๆ ออกมาว่า “กูไม่น่ามาเล้ย”  ซึ่งขันธกุมารก็ได้คุยกับ ร.๕ เป็นเวลานานพอสมควร  จึงได้พากันกลับ

    Angry ทีนี้ทำไมจะไม่ทราบว่า  “ระดับ อ.ซันเต๋อ” นั้นแค่ไหน  ก็ยังประจุองค์พระธรรมให้ อ.ซันเต๋อต่อไปอีก  หลังจากได้ประจุไป ๕ ครั้ง  อ.ซันเต๋อก็เริ่มใช้ตาทิพย์ได้อย่างเลือนลาง  จึงได้ตอบสนองคุณงามความดีของ อ.เกี่ย โดยให้เลขหวยแก่ อ.เกี่ย  ซึ่ง อ.เกี่ย รีบไปแทงทันที  หมดเงินไปเป็นพัน  โดยที่ไม่บอกให้ อาจารย์ประหยัด  ได้รู้เลย พอหวยออกมาเท่านั้นแหละ  อาจารย์เกี่ยร้อง จ๊าก ทันที  เพราะว่า “ไม่ถูกเลย”  ถูกกินไม่ว่า  แต่ อ.ซันเต๋อนั้นเริ่มขยายก้ามออกมาแล้ว  อาจารย์ประหยัดก็เลยบอก อ.เกี่ย ว่า  ไม่ต้องเอา อ.ซันเต๋อมาให้อาจารย์ประหยัดลงองค์พระธรรมให้อีก  เพราะอาจารย์ประหยัดไม่ชอบคนประเภท “วัวลืมตีนคนสันดานลืมตัว” จากนั้น อ.เกี่ย ก็เอา อ.ซันเต๋อไปปล่อยให้ลูกศิษย์ของแกที่ขายปลาสวยงามอยู่ที่สวดบวกหาด แล้ว อ.ซันเต๋อก็ไม่กลับมาหา อ.เกี่ยอีก  เพราะว่า อ.เกี่ย ได้ตัดสวาทกับ อ.ซันเต๋อ เสียแล้ว  ถ้าแกเลือก อ.ซันเต๋อ  มาบ้าน  อาจารย์ประหยัดก็จะไม่ไปบ้านแกอีก อ.เกี่ยไปกับ อ.ซันเต๋อ ก็ต้องเลี้ยง อ.ซันเต๋อ  แม้แต่แกพา อ.ซันเต๋อไปกินข้าวต้ม  แกยังต้องให้อาจารย์ประหยัดออกเงิน  ทั้ง ๆ ที่แกพาอาจารย์ของแกไปกิน  คนที่ถูกหวยทุกงวดก็คงจะเป็นเช่นนี้แหละ  กระเป๋าหนักจนควักไม่ไหว ใครที่ไปกับ อ.เกี่ย พวกเขาก็คงจะไม่อยากคบด้วย  ในที่สุดเมื่ออาจารย์ประหยัดแกล้งโง่มานาน  ก็เลยจำเป็นต้องมาร้องเพลง “สิ้นสวาทกันเสียที”  เลิกไปบ้าน อ.เกี่ย  ก็ได้ไว้เงินค่าน้ำมันค่าเลี้ยงข้าวท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เสียที สันดานคนตัวเองกินฟรีคนเดียวยังไม่พอ  อวดหน้าใหญ่พาคนอื่นมากินฟรีด้วย  คนอย่างนี้ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะมีใครคบค้าสมาคมด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 03:22:02 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: