"อายุบวร" 
ไปโปรดญาติที่กรุงเทพฯ

ตามคำเชิญของคุณหมู ให้ไปโปรดญาติที่กรุงเทพฯ เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ One-Two-Go วันที่ 15 ธ.ค. 50 เที่ยวบินที่ OG8103 ถึง สนามบินดอนเมือง เวลา 9.30 น. ที่ถึงไวก็เพราะเที่ยวบินนี้ มีคนโดยสารเพียงแค่ 1/3 เท่านั้นเอง คุณหมูกับคุณโหน่งไปรับที่สนามบิน ก็พาไปบ้านพี่สาวของคุณหมู ก็ไปประจุองค์พระธรรมให้กับน้องยุ้ย ใช้เวลาประจุองค์พระธรรมไปชั่วโมงเศษ ๆ ก็ประจุองค์องค์พระธรรมองค์นะกุศลไป เนื่องจากอาจารย์ประหยัดเขียนองค์พระธรรมไม่เก่ง เขียนองค์พระธรรมฝ่าอากาศก็ไม่ได้เหมือนกับลูกศิษย์ที่มีนามว่า นายธนาธร เขียนได้ประมาณ 20 สาย แถมด้วยองค์ปราบมารเบื้องล่าง, องค์ปราบมารเบื้องสูง, องค์มหาอำนาจ และองค์อริยะเจ้า

ก่อนที่จะมานั้นคุณหมูก็ได้ทดสอบบารมีของตนเอง กับมารและวิญญาณที่สิงอยู่ในร่างของน้องยุ้ย เนื่องจากบารมีที่คุณหมูสะสมมายังไม่ถึงระดับที่จะชิงแช้มป์ได้ ก็ได้เพียงแค่เสมอ เมื่ออาจารย์ประหยัดไปถึงนั้น วิญญาณและมารก็ได้ไปทำธุระที่ปอยเปตเสียแล้ว สงสัยว่ามารและผีคู่นี้ชอบเล่นการพะนัน เมื่อไม่เจอก็ไม่ได้ต่อยกัน อาจารย์ประหยัดก็ได้เข็มขัดแช้มป์มาฟรี ๆ แต่ที่อยู่ในสังขารของน้องยุ้ยนั้นฤทธิ์มีมากกว่ามารเสียอีก เพราะเขาอยู่ในฐานะ “เจ้ากรรมนายเวร” จะไม่มีองค์พระธรรมองค์ไหนปราบเขาได้ ถ้าเขาไม่ยอมเสียอย่าง ต่อให้ลูกศิษย์พ่อต้นในเวลาปัจจุบันที่เหลืออยู่มารุมกันปราบก็ทำอะไรเขาไม่ได้

หลังจากที่ประจุองค์พระธรรมให้กับน้องยุ้ยแล้ว ก็กลับไปบ้านคุณหมูไปประจุองค์พระธรรมให้กับบรรดาลูกศิษย์ที่บ้านคุณหมูอีก ก็มีคนมาให้เปิดพระโอษฐ์อีก 3-4 คน ก็เปิดได้ไม่ยาก เพียงแต่ว่าเปิดแล้วจะปฏิบัติตัวหรือเปล่าเท่านั้นเอง มาคราวนี้ไม่มีคนมายกถาด ไม่ยกนั่นแหละดีแล้ว เพราะขืนยกไปอาจจะพากันเป็นอาจารย์เพี้ยนไปก็ได้ ถ้าไม่ได้ปฏิบัติและศึกษาในสายสัญญาจริง ๆ มัวแต่ไปหลงอิทธิฤทธิ์ อันมีเพียงน้อยนิด

พอถึงสี่ทุ่มคุณหมูก็เชิญลูกศิษย์กลับ เพราะวันพรุ่งนี้จะต้องตื่นตี ๕ เดินทางไปวิหารใหญ่เนื่องจากว่าคุณหมูตื่นเต้นก็เลยนอนไม่หลับ จำเป็นต้องกินยานอนหลับ เลยตื่นเลยเวลานัดไปครึ่งชั่วโมง เมื่อไปถึงบ้านเจ๊ของคุณหมู เจ๊เขาเตรียมตัวเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางทันที ไปรับญาติธรรมของเจ๊สองท่านคุณติ๋มกับเพื่อน ซึ่งแต่แรกก็ยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมคนที่เดินสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ชอบทำบุญวัด จึงต้องเดินทางไปด้วย มารู้ตอนกลับว่า ทั้งสองท่านนี้มีตาทิพย์ เจ๊ก็คงจะชวนไปเพื่อดูให้ ไปถึงวิหารใหญ่ก็เกือบจะเที่ยง จอดรถเรียบร้อยก็ลงจากรถทันทีไปถามอาจารย์ที่นั่งคุยกันทางทิศตะวันออกของศาลาส่วนกลางของวิหาร ว่าอาจารย์หลงคนไหน ก็ไปถามตัวอาจารย์หลงนั่นแหละ ซึ่ง อ.หลงกำลังนั่งทำเหล็กจานอยู่ ทำเอาไว้ขายให้ญาติ ลืมถามว่าขายอันเท่าไหร่ แต่ก็บอกว่าของผมนั้นมีแจกให้ฟรี ๆ เพียงแต่คุณโหน่งเขาโทรไปบอกล่วงหน้าไว้ว่าจะไป ทางวิหารใหญ่เขาก็รู้กันหมดเตรียมพลบรรดาอาจารย์เอาไว้แล้ว มีทั้งรุ่นเก่าอายุมากกว่าเจ็ดสิบขึ้นไป และรุ่นทำเก่าก็คือเรียนแบบว่าเป็นอาจารย์รุ่นเก่าอีก 2-3 ท่าน

เมื่อเข้าไปที่บ้านพัก อ.สุภาพ ซึ่งข้างบนนั้นจะเป็นที่แสดงประวัติของพ่อต้น อาจารย์ประหยัดเคยขึ้นไปดูเมื่อปีกลายที่มากับป้าอ้อย,กบแก่ และดาราภาพยนต์คุณเอ๊กซ์ แล้ว ในเวลานั้น อ.สุภาพ ยังไม่เข้ามาในวิหารเพราะแม่ล้วนยังอยู่ อ.กว้าง เป็นผู้ไปขอกุญแจมา และพาขึ้นไปดูชม มาคราวนี้ อ.สุภาพ คงคิดว่ากลุ่มที่อาจารย์ประหยัดพาไปนั้นเป็นแขกที่ไม่สำคัญจึงไม่เปิดให้ชม เมื่อเข้าไปเจอ อ.สุภาพ เนื่องจากว่า อาจารย์ประหยัด นั้นเป็นคนดังพอสมควร อ.สุภาพ ได้ยินกิตติศัพท์ความดังของอาจารย์ประหยัดมาก่อนแล้ว พอได้ยินชื่อประหยัดเท่านั้นแหละ อ.สุภาพ แกล้งทำตกใจ ดูคล้าย ๆ กับว่าเสแสร้งดัดจริต อันเนื่องมาจากว่ามีศิษย์สายสัญญาที่เคยเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ประหยัด ที่ทำเวปสายสัญญา จะเป็นเวปไหน มันก็เป็นศิษย์ “เนร” ทั้งคู่นั้นแหละ หนึ่งในนี้หรืออาจจะเป็นทั้งสองคน ไปใส่ไฟเอาไว้ว่าอาจารย์ประหยัดไปเขียนเล่นงาน อ.กว้าง เสาวโรนุพันธุ์ เอาไว้ในเว็บ และก็มี อ.สาลี่ ซึ่งรู้จัก อาจารย์ประหยัด เป็นอย่างดี อ.สาลี่ นั้นพูดให้ฟังว่า อ.หอมฟุ้ง เอาเหล็กจาร อาจารย์ประหยัด มาให้บูชา ซึ่งเธอก็ไปขอบูชา อันละ 50.00 บาท แต่ก็ไม่ได้ ก็มันจะได้ยังไง ในเมื่อ อ.หอมฟุ้ง นั้นเขาขายอันละ 100.00 บาท ใครให้มากกว่านี้ก็ได้ไปก่อน ซึ่งมาภายหลังนั้น อ.หอมฟุ้ง ก็มาขัดใจไม่พอใจอาจารย์ประหยัด ในเรื่องที่เขียนประวัติของตนเอง แล้ว อาจารย์ประหยัด ไปทักท้วงแกเข้า อ.หอมฟุ้ง ถึงกับ พูดออกมาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่ต้องมาเรียกเขาว่า อาจารย์ ก็ไม่จำเป็นหรอกที่เราจะไปหาเขาอีก เพราะว่าเมื่อเราไปทดสอบเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนประเภทตอแหลหากินกับบรรดาคนปัญญาอ่อนหรือคนที่โง่กว่า ประเภทที่ว่า “คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด” ก็ไม่อยากจะพูดว่า “คุณกูทำเหล็กจารให้คุณมึงไปแจกไม่ใช่ให้ไปขายโว้ย”

เมื่อไปถาม อ.สุภาพ ถึง นายกบแก่ และ นายธนากร ทั้ง อ.สุภาพ และ บรรดา อาจารย์ทั้งหลายแกล้งโง่ปัญญาอ่อน จำไม่ได้ คงจะคิดว่ามีคนมาหามากจนจำไม่ได้ ก็ในวันนี้วันอาทิตย์ถ้ามีคนมามาก นับถือพ่อต้นมาก น่าจะมีคนมาหลายกลุ่ม แต่มีเพียงพวกเรากลุ่มเดียว 8 คน ชาย 4 หญิง 4 พอเข้าไปในเขตวิหารเท่านั้น คุณติ๋มเขามีตาทิพย์เขาบอกว่าที่นี่มีวิญญาณมากมาย ซึ่งตามประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ผู้ที่ปฏิบัติในสายสัญญา นานหลายปี วิญญาณที่อยู่ในบ้านหรือวิญญาณที่อยู่รอบบ้านภายในในรัศมี 1 ก.ม. นั้น จะได้รับส่วนบุญที่เรากรวดน้ำแล้วจะไปผุดไปเกิดหมด เหมือนที่หน้าบ้านอาจารย์ประหยัดแต่แรกนั้นมีวิญญาณหลายร้อย แต่เวลานี้ก็คงจะเหลือไม่เกิน 5 ตนเท่านั้นเอง

ทำไม อ.สุภาพ จึงแสร้งทำเป็นปัญญาอ่อน จำไม่ได้ว่า นายกบแก่ หรือ นายธนาธร มาที่วิหารใหญ่ ก็ยังไม่ผ่านพ้นไปเกินหนึ่งเดือนเลย เมื่อแกล้งตีลูกเซ่อก็ไม่เป็นไร? เมื่อทางคุณพ่อของน้อยยุ้ย นำเอาเครื่องสังฆทานไปวางเอาไว้บนผ้าขาวที่ทางวิหารใหญ่ปูเอาไว้ มีข้าวสารถุง 5 กก. 5 ถุง น้ำปลา 5 ขวด น้ำมันพืช 5 ขวด น้ำเปล่า 1 โหล และปลาประป๋อง 5 กระป๋อง ส่วนเครื่องบูชานั้น มี ธูป 5 ห่อ เทียน 5 แพ๊ก ปัจจัย 1.000.00 บาท ส่วนปัจจัยที่น้อยยุ้ยใส่อีกนั้นไม่ทราบจำนวนเงิน ขอให้ใส่เงินในพานมาก ๆ ดอกบัวที่ลืมเอาไปก็ไม่ว่ากัน ก็เอาดอกบัวในแจกันซึ่งเป็นดอกบัวกระดาษมาทดแทนกันไปก่อน หลอกพ่อต้นฯว่าเป็นดอกบัวแท้ก็แล้วกัน ซึ่งพ่อต้นฯท่านก็ไม่ถือ ว่ากระไรหรอกนะจ๊ะ

ไม่มีใครที่จะสังเกตและรู้ได้ นอกจาก อ.ประหยัด ว่า ที่หน้าหิ้งบูชาพ่อต้นนั้น จะมีการปูผ้าเอาไว้แต่ไม่ใช่ผ้าขาว แล้วจะมีหมอสามเหลี่ยมวางเอาไว้ คือจัดเอาไว้ให้วิญญาณพ่อต้นฯ มานั่งรับสังฆทาน สงสัยว่าวิญญาณไม่มีสังขารหยาบมันจะนั่งได้รึ? ทั้ง อ.สุภาพ และบรรดา อาจารย์รุ่นเก่า ทั้งหลายนั้น ไม่มีตาทิพย์ และไม่สามารถรับสัมผัสรับรู้อะไรจากพ่อต้นได้ ก็เข้าทางอาจารย์ประหยัด

อ.สุภาพได้เรียกน้องยุ้ยเข้าไปหา ทำเป็นว่าตัวเองนั้นมีตาทิพย์ มองดูน้องยุ้ยแล้ว ก็พูดว่า “พระบารมี” บอกมาว่า คนที่ประจุองค์พระธรรมให้น้องยุ้ยนั้นคนแรก เขาไม่ได้ประจุด้วยองค์ นะธรรมธาตุ, นะกุศล แต่ไปประจุองค์ใหญ่ให้ เมื่อเปิดองค์ก็ทำให้ “มาร” หรือวิญญาณ ไม่เป็นศีล เป็นธรรมแทรกเข้ามาได้ ก็ไอ้คนที่ประจุองค์พระธรรมให้ก็คือคนที่เปิดพระโอษฐ์ให้น้องยุ้ย มันก็เป็นศิษย์ของ อ.สุาพ นั่นแหละ ใครเอ่ย ก็นายธนาธรไงเล่า อ.สุภาพ เขาว่าให้ลูกศิษย์เขาโดยเขาไม่รู้ว่านายธนาธรเป็นคนทำ อ.สุภาพ ถามน้องยุ้ยว่าเห็นอะไรในตัวเขา ซึ่งตัวน้องยุ้ยเองนั้นยังรู้จักมารยาท ไม่ขายหน้า อ.สุภาพ ก็เลยไม่พูดออกมา แต่มาบอกในรถว่าไม่เห็นอะไรเลยในตัวอาจารย์สุภาพ

เมื่อจัดสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ อาจารย์กว้าง อายุ 76 ปี เป็นผู้กล่าวนำ พูดไปนิดเดียว น้องยุ้ยก็เกิดอาการออกมา ก็เป็นเวลาที่อาจารย์สุภาพรออยู่แล้ว เพื่อที่จะแสดงให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองนั้นเก่งมีความสามารถสูง เมื่อคนที่พระบารมียังไม่รับรองเพราะปฏิบัติตนยังไม่ถึงมากล่าวนำ จึงไม่มีปฏิกิริยาอันใดเกิดขึ้นกับน้องยุ้ย เมื่อกล่าวเสร็จแบบที่ว่ายังไม่เคยเห็นมา จากบรรดาชั้นผู้นำที่เป็นศิษย์พ่อ ซึ่งจะต้องยกพานบารมีนั้นกับอาจารย์ผู้กล่าว แต่ อ.สุภาพ นั้นไม่ทำ เพราะคงจะไม่เห็นพ่อต้นฯ ทำ มีคำกล่าวอันหนึ่งซึ่งไม่เหมือนอาจารย์ที่ออกจากวิหารใหญ่ไปดังอยู่ข้างนอกวิหาร คือคำที่ว่า “สายเหล็กไหลลิงค์” อ.สุภาพ พูดว่า สาย “เหล็กลิงค์” เมื่อ อ.ประหยัด ทักท้วง อ.สุภาพ ก็บอกว่า แต่ละอาจารย์นั้น เมื่อพ่อต้นเปิดให้ ก็จะว่าไม่เหมือนกัน พวกลูกขุนพลอยพยักคือบรรดา อาจารย์รุ่นศิษย์พ่อต้นฯ นั้น ก็รีบเสริมทันที ซึ่งบรรดาอาจารย์เหล่านี้ถ้าไม่ฟังคำสั่งของ อ.สุภาพ ก็จะไม่ได้เข้ามา “หากิน” โดยมาช่วยกันประจุองค์องค์พระธรรม ซึ่งถ้ามีความฉลาดรอบรู้นิด ๆ หน่อย ก็จะเห็นว่า จะไม่มีบรรดาอาจารย์ที่เป็นลูกของพ่อต้นฯ เข้ามาหากินกับ อ.สุภาพได้เลย แม้แต่ อาจารย์กว้าง ทั้ง ๆ ที่เป็นบุตรชายคนโตของพ่อต้นฯ บ้านอยู่หลังวิหาร ยังไม่สามารถเข้ามาหากินในวิหารใหญ่ได้
"ยังมีต่อ"