หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"  (อ่าน 1133 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 11:17:03 AM »

"อายุบวร"

วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
 
  ไปแสวงบุญศรีลังกา

       Azn     Ayubowan หรือ อายุบวร  เป็นคำทักทายของคนประเทศศรีลังกา  แปลว่าขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน ซึ่งอาจารย์ประหยัดไปแสวงบุญที่ประเทศศรีลังกา เมื่อ 13-16 พฤษภาคม  2546  เพราะราคาคุยของ บริษัท NC ทัวร์  โดยเจ้าของมีชื่อว่า  นางนวลจันทร์ เพียรธรรม  ที่ได้เอาชื่อ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร  มาโปรโมท  ว่าจะไปที่วัดพระเขี้ยวแก้ว แล้วทางการของศรีลังกา  จะเปิดพระเขี้ยวแก้วให้ดูให้กราบไหว้อย่างใกล้ชิด  แล้วทางสังฆราชศรีลังกา  ก็ได้นิมนต์ หลวงพ่อทูล ขิปปัญโญ วัดป่าบ้านค้อ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี  ไปด้วย  เพื่อไปทำพิธีวางศิลาฤกษ์  โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในประเทศศรีลังกา  ปรากฏว่านายกไทยเบี้ยว  ทางศรีลังกาก็โกรธใหญ่ที่ได้จัดพิธีต้อนรับเอาไว้  ทีแรกจะไม่ให้คณะหลวงพ่อเข้าไปชมดูพระเขี้ยวแก้ว  ก็เดินคนละครึ่งทาง  คือให้ชมพระอบรูปทรงเจดีย์ทองคำอย่างใกล้ชิด  ห่างเพียงแค่ไม่เกิน 1 เมตร

          Wink ข้างซ้ายมือพระเขี้ยวแก้ว  ก็มีแม่ชีศันศนีย์ เสถียรธรรม ยืนอยู่  พร้อมกับ ท่านทูตไทย ปลัดกระทรวงอะไรก็ไม่ทราบเกี่ยวกับศาสนา  ทางด้านขวาก็มีสังฆราชของประเทศศรีลังกา หลวงพ่อทูล กับพระอาจารย์โต้งพระติดตาม  มร.นิรันจันทร์  ซึ่งเป็นทายาทเจ้าเมือง  คณะทัวร์ที่ นางนวลจันทร์  ต้มไป กลุ่มคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประมาณ 70 คน  กลุ่มของมหาจุฬาอีกไม่เกิน 20 ท่าน  กลุ่มแม่ชีศันศนีย์อีกประมาณ 35 คน  มี 6 คันรถ 181 คน รู้สึกว่าจะถูกต้มทั้งหมด  เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ไป  ออก TV. ในเมืองไทยว่า  ทางประเทศศรีลังกาแจ้งไปว่าพายุเข้า ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 13-16 พ.ค. 2546 ไม่มีพายุให้อาจารย์ประหยัดเห็น ฝนตกนิดหน่อยเมื่อแห่พระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว

          Kiss อาจารย์ประหยัดเป็นคนเดียวในสายสัญญาในประเทศไทย  ที่มีบุญบารมีพอที่จะได้ไปในงานสำคัญนี้  แล้วเป็น “สายสัญญา”  คนเดียวเหมือนกัน  ที่เคยโด่งดังในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ได้ไปในในครั้งนี้  ตามคำอาราธนาของสายสัญญาที่ว่า  “สายเหล็กไหลลิงค์สิทธิ์พะเนินสัญญา” แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ  ก็สามารถทำให้ เหล็กไหล  ที่มีฤทธิ์เป็นธรรมชาติ  ต้องหมดฤทธิ์ลงเพราะ บรรดาคนในสายสัญญา สูดเอาไปหมด  ซึ่งเวลานี้จะไม่มีข่าวของเหล็กไหลให้ได้ยินเลย เมื่อคนในสายสัญญาสามารถดูดพลังของเหล็กไหลได้  ตามความคิดของอาจารย์ประหยัด พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ก็เป็นของธรรมชาติ เหมือนกัน เมื่อมีบารมีอยู่ในตัว  อาจารย์ประหยัดเป็นคนของสายสัญญา  เมื่อได้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับฟันของพระพุทธเจ้าห่างกันไม่เกิน ๑ เมตร อาจารย์ประหยัดก็ยกมือขึ้น “สัญญานะ” ตามสัญญา  ก็สูดเอาพลังบารมีของพระเขี้ยวแก้วอย่างเต็มที่  ก่อนที่จะเข้าไปอาจารย์ประหยัดก็เดินวนสูดเอาบารมีอยู่ด้านนอก  แล้วก็เดินเวียนเทียนสูดอีก  ก็ประมาณ 30 ครั้ง  แล้วก็ตามเข้าไปสูดอย่างใกล้ชิดอีก  จนอดไม่ไหวองค์พรหมประกาสิตก็มาลงประทับ  ตรัสเป็นภาษาเทพออกไป  แต่ก็หาได้มีใครเห็นองค์ท่านและแปลภาษาท่านออกได้ไม่ แม้แต่หลวงพ่อทูลที่ลูกศิษย์ของท่านคุยว่าท่านเป็นพระอรหันต์  ก็ยังไม่สามารถเห็นองค์ในของอาจารย์ประหยัดได้  คนมากมายที่อยู่ในที่แห่งนั้น  ไม่มีคนฉลาดรอบรู้พอที่จะคิดว่า  แปลกที่ทำไมคนไทยที่ไปด้วยกันจึงสามารถพูดภาษาเทพได้  แม้แต่แขกเฝ้าวัดมันยังไม่รู้ว่าอาจารย์ประหยัดพูดภาษาแขกประเทศใด

          Angry Sad ตามราคาคุยของน้องสาวอาจารย์ประหยัดที่ว่า  หลวงพ่อทูลได้เป็นพระอริยบุคคล  มีตาทิพย์เห็นองค์บารมีของเธอ  ทีแรกอาจารย์ประหยัดก็คิดว่าน้องสาวราคาคุย  ก็ไปนอนร่วมห้องกับ คุณสามารถ  บูรรวัฒนโชค  ทำงานที่ธนาคารชาติ  แกยิ่งราคาคุยกว่าน้องสาวอาจารย์ประหยัดอีก  แกบอกอาจารย์ประหยัดว่าหลวงพ่อทูลนั้นสำเร็จ “อรหันต์” แล้ว  ซึ่งตามความเป็นจริงนั้นถ้าพระองค์ใดสำเร็จอรหันต์แล้ว  ก็จะรู้ด้วยญาณทันทีว่าไปคราวนี้นายกรัฐมนตรีไทยจะต้มเอา  แต่เมื่อไม่ทราบก็แสดงว่าไม่สำเร็จ  ที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่นอนก็คือ  หาได้มีตาทิพย์เห็นองค์บารมีของอาจารย์ประหยัดได้ไม่  ไม่ต้องมากล่าวอ้างว่าเห็นแล้วไม่อยากให้อาจารย์ประหยัดยึดติดเพราะไม่ใช่ทางไปสู่นิพพาน  ซึ่งในประวัติของหลวงพ่อทูลเองนั้น  ท่านราคาคุยเอาไว้ว่าท่านเข้าฌานได้ถึง  เนวะสัญญานาสัญญายะตะนะ  เข้าออกได้อย่างชำนาญ  พระที่สำเร็จอรหันต์นั้น  ก็จะต้องไม่มีการเรี่ยรายเงินไปสร้างวัด  ซื้อที่ดินชาวบ้านขยายออกไป  ซึ่งเป็นโลภประเภทโลกียะ  การที่หลวงพ่อทูลเขียนประวัติไม่ชัดให้คนโง่อ่าน  ก็ทำให้คนโง่เข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์ของตนเองนั้นสำเร็จอรหันต์แล้ว  พากันมายกย่องหลวงพ่อ  หลวงพ่อก็เลยสำเร็จอรหันต์ตามคำลมปากของบรรดาลูกศิษย์ที่ประจบสอพลอ  พูดอย่างนี้ก็หาว่า  “เป็นการล่วงกรรมบท”  มีสิทธิ์ที่จะตกนรก  อาจารย์ประหยัดกล้าพูดได้เลยว่า “หลอกเด็ก”  เพราะในสายสัญญานั้น  “ห้ามพูดล่วงเกินบารมี” ของคนอื่น  แม้แต่อาจารย์สายสัญญาอาจารย์ประหยัดก็ได้ล่วงเกินมามากแล้ว  ยังไม่เห็นว่าจะต้องมีบารมีถดถอยลงเลย  มีแต่จะก้าวหน้าขึ้น ๆ ไปอีก  เพราะว่า (ตามราคาคุยของอาจารย์ประหยัดนั้น)  อาจารย์ประหยัดสามารถคุยกับพ่อต้นได้  พ่อต้นท่านบอกว่าถ้าใครเอาสายสัญญาไปหากินเอาองค์พระธรรมไปขายกินก็จะถูกพระบารมีลงโทษ  ซึ่งแต่ละครั้งถ้าจะจ๊วกอาจารย์สายสัญญาคนใด  ก็ต้องขออนุญาตจากพ่อต้นเสียก่อน  เมื่อได้รับฉันทานุมัติอาจารย์ประหยัดก็จะจ๊วกทันที  แล้วก็จ๊วกมาหลายอาจารย์แล้ว พระบารมีมิเคยลงโทษอาจารย์ประหยัดเลย  ท่านกลับหัวเราะชอบใจที่พวกอาจารย์เหล่านั้นถูกอาจารย์ประหยัดด่า  ซึ่งคำว่าด่านั้นอาจจะรุนแรงไปหน่อย  เรียกว่าเอาความจริงมาพูดก็แล้วกัน  

          ถ้าอาจารย์บุญมาสามารถถามพ่อต้นหรือบรมครูสายสัญญาภาคสวรรค์ได้  กรุณาถามให้อาจารย์ประหยัดด้วยว่า   เมื่อไหร่ท่านจะปลดอาจารย์ประหยัดลงจากตำแหน่ง “ปราบมาร” ซึ่งถ้าปลดอาจารย์ประหยัดก็รู้ว่าท่านปลดอาจารย์ประหยัด แต่เมื่อไม่ปลดอาจารย์ประหยัดก็ดูได้จากการโปรดญาติว่าบารมีเพิ่มหรือไม่ อาจารย์ประหยัดไปเหยียบสำนักทรงใดที่เจ้าสำนักไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ปลิ้นปลอกหลอกลวง รู้สึกว่าสำนักนั้นจะเจ๊งทุกสำนัก แต่ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน เพราะว่าเทพหรือพระบารมีนั้นทำงานได้ช้ามาก

       Grin    อาจารย์ประหยัดเป็นสายสัญญาคนแรกที่ได้เข้าไปสูดพลังบารมีของพระเขี้ยวแก้ว  ในระยะไม่เกิน ๑ เมตร  เชื่อหรือไม่ว่าอาจารย์ประหยัดสามารถสูดเอาได้มากมากกว่าครึ่งหนึ่ง  ซึ่งคนที่ไป 180 คนนั้นขอเอาพลังบารมีได้เพียงแค่ไม่เกิน 5 % จริงหรือไม่จริงนั้นรอทดสอบจากการโปรดญาติเสียก่อน  เมื่อพลังบารมีอยู่ในอากาศ  คนสายสัญญาสูดเอาได้  ก็ควรจะดูดพลังบารมีได้จากทุกที่ที่มีบารมี  ถ้าเป็นไปตามพุทธทำนายที่ว่า  ศาสนาของพระองค์จะอยู่ได้เพียงแค่ 5,000 ปี  ก็จะเสื่อม  พระบารมีพระเขี้ยวแก้วก็จะต้องหมดไปตามสัญญาเหมือนกัน

          Angry Embarrassed สงสารคนที่ไปในรายการต้มมนุษย์ของคุณนวลจันทร์ เพียรธรรม  ซึ่งได้บารมีมาเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้นเอง  ตามสัญญานั้นเมื่อสูดก็จะได้บารมี  สูด 5 ครั้งก็ได้มากน้อยตามเครื่องสูด  ก็คือตามขั้น อานิสงส์ ของสายสัญญา  อาจารย์ประหยัดอาจจะเป็นขั้นอานิสงส์สูงสุดก็ได้  ซึ่งถ้าสูดถึง 30 ครั้ง  ก็คงจะได้บารมีของพระเขี้ยวแก้วมามากมาย  ซึ่งถ้าถามว่าพระที่ปลุกเสกแล้ว  พุทธคุณจะเพิ่มขึ้นไหม  ก็ตอบได้ว่าจะไม่มีวันเพิ่ม  มีแต่จะหายไป จนกลายเป็นดินธรรมดาหรือเป็นทองแดงธรรมดาเท่านั้นเอง  เพราะว่าพระเครื่องนั้น  ไม่สามารถปฏิบัติตนเองได้ ด้วยการดับล้าง และเติมองค์พระธรรมลงไป

            Grin ทั้งหมดที่อาจารย์ประหยัดพูดนั้นอาจารย์ประหยัดพูดมาจากความเป็นจริงที่ได้ปฏิบัติมา กล้าที่จะท้าให้อาจารย์อื่นทดสอบได้  แต่รู้สึกว่าไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดที่จะสามารถทดสอบว่าศิษย์คนใดอยู่ในระดับใด  ซึ่งอาจารย์ประหยัดเข้าใจว่าสาเหตุนี้แหละจึงทำให้สายสัญญาไม่เจริญก้าวหน้า  ไม่โด่งดังเหมือนสายอื่น  แม้จะเทียบกับ “โยเร” ซึ่งเป็นเพียงแค่ระดับ สายสัญญาระดับอนุบาลเท่านั้นเอง  พวกเราสายสัญญายังสู้โยเรไม่ได้ ในด้านการตลาด ที่จะเผยแพร่ให้สายสัญญาได้ดังกว้างออกไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:23:00 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2008, 01:36:49 PM »

"อายุบวร"

      Shocked เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  น้องสาวและพระโต้งก็ได้ไปเยี่ยมหลวงพ่อทูล  ท่านอาพาธ  ก็เลยโทรไปถามน้องสาวว่า  ป่วยมากไหม ?  น้องสาวก็บอกว่าไม่มากเท่าไร  ท่านเป็น "มะเร็งในกระดูก"  เมื่อไปที่วัดนั่น  พวกคุณหมอไม่ให้เข้าเยี่ยม  เพราะเข้าไปแล้วก็จะไม่ได้คุยกับท่าน  เพราะคุณหมอฉีดยาให้ท่านแบบ Over เพื่อที่จะไม่ให้หลวงพ่อปวด  ก็เป็นอันว่าหลวงพอทูลนั้นต้องจำเป็น เป็น "พระนิทรา"

      Cry ถ้าถึงระดับอย่างนี้ละก้อ  จะเป็นการขาดฉัน(ยา) แล้วเธอจะรู้สึก (ความเจ็บปวด)  หลวงพ่อก็ต้องขาดยาฉีดไม่ได้  เป็นการแสดงว่าท่านใกล้ที่จะสำเร็จ สู่อรหันต์ แล้วก็มุ่งสู่นิพพานได้แล้ว

       หลวงพ่อทูลท่านทำยาสมุนไพร รักษาคนที่เป็นโรคเอดส์  ซึ่งยานี้มีมาถึงจังหวัดเชียงใหม่  แต่ยังไม่ได้ทราบข่าวว่าพวกลูกศิษย์ของพระโต้งกินแล้วหาย  ถ้าขนาดที่ว่าหลวงพ่อรักษาโรคเอดส์ได้  โรคมะเร็งก็ไม่น่าจะรักษายากส์  แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า "อนิจจํ" เป็นของไม่เที่ยง  หมอโรคเอดส์รักษาโ่รคมะเร็งไม่ได้

      Cry คนที่ไม่เคยปวดในกระดูก  จะไม่มีวันรู้ว่ามันปวดเยี่ยงไร ? ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ประหยัด  ไม่เคยเป็นโรคกระดูก  แต่เคยถูกประจุด้วยองค์พระธรรมองค์หนึ่ง คือองค์ปิติ  ปวดเพียงแค่กระดูกหัวเข่า  ก็แทบจะทนไม่ได้  แต่ถ้าได้ปวดกระดูกทั่วร่างแล้ว  ก็คงจะต้องขอละสังขารไป "นิพพานํ ปรมํสุขขํ" เสียจะดีกว่า

      Shocked การทำบุญสร้างวัดเสียใหญ่โต  บุญก็หาช่วยให้รอดจาก "เจ้ากรรมนายเวร" ได้ไม่  วัดที่หลวงพ่อทูลสร้างนั้นไม่ใช่ราคาสิบล้าน  แต่ราคาเป็นพัน ๆ ล้าน  บุญจากจำนวนเงินนับเป็นพันล้านนั้นไม่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งให้แล้ว  กลับมาทรมารสังขารให้ต้องโคตรเจ็บปวดอีกอย่างยิ่งยวด  ซึ่งที่นำมาพูดนี้ก็เพื่อจะเป็นอุทธาหณ์ให้บรรดาศิษย์สายสัญญา  เพราะว่ายังมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่ไปหลงพระ  สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดเป็นเงินหลายล้านบาท  แต่บุญก็หาช่วยอะไรได้ไม่แม้แต่ตัวเองยังช่วยไม่ได้ แล้วจะหวังให้บุญช่วยเหลือลูก ๆ นั้นก็ฝันกลางวันไปเถอะ

      Shocked บุญนั้นควรทำ  แต่อย่าไปทำบุญเพราะหลงคารมคมคายของพระ  ทำบุญต้องไม่ให้ตนเองเดือดร้อนด้วย  แต่มันก็แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ บุญไม่สามารถทำให้เจ้ากรรมนายเวรปลดปล่อยได้  แต่การดับล้างและประจุองค์ธรรมนั้น  สามารถขอ "อโหสิกรรม" จากเจ้ากรรมนายเวรได้ ซึ่งผู้ยังไปไม่ได้บัติในสายสัญญาจะไม่รู้และเชื่อในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด  ทางใครก็ทางมัน  เมื่อกรรมตามสนอง  แม้จะทำบุญเป็นร้อยล้านพันล้านก็ต้องรับกรรมไป  ตามพุทธพจน์ที่ว่า "สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:26:08 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2008, 08:55:54 AM »

 Cool Cool "อาุยุบวร"

        อนิจฺจํ เป็นของไม่เที่ยง  ในที่สุด หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญฺโญ  ก็ได้เดินทางมาถึง ทางที่ไปสู่ "อรหันต์" แล้ว  เมื่อ ๐๔.๔๐ ของ วันที่ ๑๑ พ.ย. ๒๕๕๑  รวมอายุได้ ๗๓ ปี ๕ เดือน
      
       ก่อนที่หลวงพ่อทูลจะมรณะภาพ  ท่านได้รับความทนทุกข์ทรมารจากความเจ็บปวดในกระดูกมาก  หมอต้องให้ยาเกินกำหนดธรรมดา  ให้ท่านพ้นจากความเจ็บปวด  ซึ่งตามที่บรรดาลูกศิษย์ท่านพากันยกย่องให้ท่านเป็นพระอรหันต์นั้น ความจริงถ้าเป็นจริง  พระอรหันต์ก็จะไม่มีการเจ็บปวด  แต่เมื่อท่านปวดจนต้องพึ่งยาของคุณหมอแล้วละก้อ  ท่านหาได้เป็นพระอรหันต์ไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:27:12 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 29, 2011, 10:41:06 AM »

"อายุบวร"
       Lips Sealed วันนี้กลับมาอ่านบทความนี้อีก  ก็เลยถามองค์บารมีว่า หลวงพ่อทูลท่านไปจุติหรือยัง ปรากฎว่ายังถามไปถามมาก็รู้ว่าหลวงพ่อไปอยู่กับเจ้าอาวาสพวกเดียวกัน อยู่ในนรก  ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะส่วนมากเจ้าอาวาสนั้นมรณะภาพไปแล้ว จะไปอยู่ในนรกขุมเดียวกัน มีเจ้าอาวาสน้อยองค์มากที่จะสามารถขึ้นระดับชั้น ในภพใหม่ ที่จะได้จุติในเมืองมนุษย์แล้วก็สร้างบารมีต่อๆ ไป จนได้เป็นพระอรหันต์
    Angry ระดับเจ้าอาวาสนั้นก่อนที่จะมรณะภาพ  ก็น่าจะไปอย่างสงบ แต่ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเดือน ๆ ก็ไม่น่าจะสู้่หลวงตามมหาบัวไม่ได้ เพราะว่าท่านป่วยไว เข้าโรงพยาบาลไว แล้วก็ตายไว อีกอย่างหนึ่งก็คือ ระดับเกจิอาจารย์หรือพระดังนั้น เผาไวอย่างไม่น่าเชื่อ ก็มีค่าเท่ากันคือไปอยู่กับหลวงพ่อทูลเสียแล้ว คนที่ได้ เปิดพระโอษฐ์แล้ว ก็น่าจะถามได้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้นพูดจริงหรือเปล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:29:22 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: