Satusanya
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
สมาชิก
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
Satusanya
>
หมวดประสบการณ์
>
ห้องเล่าประสบการณ์(อ.ประหยัด เจริญบุญ)
>
* ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: * ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา" (อ่าน 1133 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
* ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"
«
เมื่อ:
ตุลาคม 04, 2008, 11:17:03 AM »
"อายุบวร"
วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ไปแสวงบุญศรีลังกา
Ayubowan หรือ อายุบวร เป็นคำทักทายของคนประเทศศรีลังกา แปลว่าขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน
ซึ่งอาจารย์ประหยัดไปแสวงบุญที่ประเทศศรีลังกา เมื่อ 13-16 พฤษภาคม 2546 เพราะราคาคุยของ บริษัท NC ทัวร์ โดยเจ้าของมีชื่อว่า นางนวลจันทร์ เพียรธรรม ที่ได้เอาชื่อ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มาโปรโมท ว่าจะไปที่วัดพระเขี้ยวแก้ว แล้วทางการของศรีลังกา จะเปิดพระเขี้ยวแก้วให้ดูให้กราบไหว้อย่างใกล้ชิด แล้วทางสังฆราชศรีลังกา ก็ได้นิมนต์
หลวงพ่อทูล ขิปปัญโญ
วัดป่าบ้านค้อ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ไปด้วย เพื่อไปทำพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในประเทศศรีลังกา ปรากฏว่านายกไทยเบี้ยว ทางศรีลังกาก็โกรธใหญ่ที่ได้จัดพิธีต้อนรับเอาไว้ ทีแรกจะไม่ให้คณะหลวงพ่อเข้าไปชมดูพระเขี้ยวแก้ว ก็เดินคนละครึ่งทาง คือให้ชมพระอบรูปทรงเจดีย์ทองคำอย่างใกล้ชิด ห่างเพียงแค่ไม่เกิน 1 เมตร
ข้างซ้ายมือพระเขี้ยวแก้ว ก็มีแม่ชีศันศนีย์ เสถียรธรรม ยืนอยู่ พร้อมกับ ท่านทูตไทย ปลัดกระทรวงอะไรก็ไม่ทราบเกี่ยวกับศาสนา ทางด้านขวาก็มีสังฆราชของประเทศศรีลังกา หลวงพ่อทูล กับพระอาจารย์โต้งพระติดตาม มร.นิรันจันทร์ ซึ่งเป็นทายาทเจ้าเมือง คณะทัวร์ที่ นางนวลจันทร์ ต้มไป กลุ่มคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประมาณ 70 คน กลุ่มของมหาจุฬาอีกไม่เกิน 20 ท่าน กลุ่มแม่ชีศันศนีย์อีกประมาณ 35 คน มี 6 คันรถ 181 คน รู้สึกว่าจะถูกต้มทั้งหมด เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ไป ออก TV. ในเมืองไทยว่า ทางประเทศศรีลังกาแจ้งไปว่าพายุเข้า ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 13-16 พ.ค. 2546 ไม่มีพายุให้อาจารย์ประหยัดเห็น ฝนตกนิดหน่อยเมื่อแห่พระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว
อาจารย์ประหยัดเป็นคนเดียวในสายสัญญาในประเทศไทย ที่มีบุญบารมีพอที่จะได้ไปในงานสำคัญนี้ แล้วเป็น “สายสัญญา” คนเดียวเหมือนกัน ที่เคยโด่งดังในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ไปในในครั้งนี้ ตามคำอาราธนาของสายสัญญาที่ว่า “สายเหล็กไหลลิงค์สิทธิ์พะเนินสัญญา” แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก็สามารถทำให้ เหล็กไหล ที่มีฤทธิ์เป็นธรรมชาติ ต้องหมดฤทธิ์ลงเพราะ บรรดาคนในสายสัญญา สูดเอาไปหมด ซึ่งเวลานี้จะไม่มีข่าวของเหล็กไหลให้ได้ยินเลย เมื่อคนในสายสัญญาสามารถดูดพลังของเหล็กไหลได้ ตามความคิดของอาจารย์ประหยัด พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ก็เป็นของธรรมชาติ เหมือนกัน เมื่อมีบารมีอยู่ในตัว อาจารย์ประหยัดเป็นคนของสายสัญญา เมื่อได้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับฟันของพระพุทธเจ้าห่างกันไม่เกิน ๑ เมตร อาจารย์ประหยัดก็ยกมือขึ้น “สัญญานะ” ตามสัญญา ก็สูดเอาพลังบารมีของพระเขี้ยวแก้วอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะเข้าไปอาจารย์ประหยัดก็เดินวนสูดเอาบารมีอยู่ด้านนอก แล้วก็เดินเวียนเทียนสูดอีก ก็ประมาณ 30 ครั้ง แล้วก็ตามเข้าไปสูดอย่างใกล้ชิดอีก จนอดไม่ไหวองค์พรหมประกาสิตก็มาลงประทับ ตรัสเป็นภาษาเทพออกไป แต่ก็หาได้มีใครเห็นองค์ท่านและแปลภาษาท่านออกได้ไม่ แม้แต่หลวงพ่อทูลที่ลูกศิษย์ของท่านคุยว่าท่านเป็นพระอรหันต์ ก็ยังไม่สามารถเห็นองค์ในของอาจารย์ประหยัดได้ คนมากมายที่อยู่ในที่แห่งนั้น ไม่มีคนฉลาดรอบรู้พอที่จะคิดว่า แปลกที่ทำไมคนไทยที่ไปด้วยกันจึงสามารถพูดภาษาเทพได้ แม้แต่แขกเฝ้าวัดมันยังไม่รู้ว่าอาจารย์ประหยัดพูดภาษาแขกประเทศใด
ตามราคาคุยของน้องสาวอาจารย์ประหยัดที่ว่า หลวงพ่อทูลได้เป็นพระอริยบุคคล มีตาทิพย์เห็นองค์บารมีของเธอ ทีแรกอาจารย์ประหยัดก็คิดว่าน้องสาวราคาคุย ก็ไปนอนร่วมห้องกับ
คุณสามารถ บูรรวัฒนโชค ทำงานที่ธนาคารชาติ แกยิ่งราคาคุยกว่าน้องสาวอาจารย์ประหยัดอีก แกบอกอาจารย์ประหยัดว่าหลวงพ่อทูลนั้นสำเร็จ “อรหันต์” แล้ว
ซึ่งตามความเป็นจริงนั้นถ้าพระองค์ใดสำเร็จอรหันต์แล้ว ก็จะรู้ด้วยญาณทันทีว่าไปคราวนี้นายกรัฐมนตรีไทยจะต้มเอา แต่เมื่อไม่ทราบก็แสดงว่าไม่สำเร็จ ที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่นอนก็คือ หาได้มีตาทิพย์เห็นองค์บารมีของอาจารย์ประหยัดได้ไม่ ไม่ต้องมากล่าวอ้างว่าเห็นแล้วไม่อยากให้อาจารย์ประหยัดยึดติดเพราะไม่ใช่ทางไปสู่นิพพาน ซึ่งในประวัติของหลวงพ่อทูลเองนั้น ท่านราคาคุยเอาไว้ว่าท่านเข้าฌานได้ถึง เนวะสัญญานาสัญญายะตะนะ เข้าออกได้อย่างชำนาญ พระที่สำเร็จอรหันต์นั้น ก็จะต้องไม่มีการเรี่ยรายเงินไปสร้างวัด ซื้อที่ดินชาวบ้านขยายออกไป ซึ่งเป็นโลภประเภทโลกียะ การที่หลวงพ่อทูลเขียนประวัติไม่ชัดให้คนโง่อ่าน ก็ทำให้คนโง่เข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์ของตนเองนั้นสำเร็จอรหันต์แล้ว พากันมายกย่องหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เลยสำเร็จอรหันต์ตามคำลมปากของบรรดาลูกศิษย์ที่ประจบสอพลอ พูดอย่างนี้ก็หาว่า “เป็นการล่วงกรรมบท” มีสิทธิ์ที่จะตกนรก อาจารย์ประหยัดกล้าพูดได้เลยว่า “หลอกเด็ก” เพราะในสายสัญญานั้น “ห้ามพูดล่วงเกินบารมี” ของคนอื่น แม้แต่อาจารย์สายสัญญาอาจารย์ประหยัดก็ได้ล่วงเกินมามากแล้ว ยังไม่เห็นว่าจะต้องมีบารมีถดถอยลงเลย มีแต่จะก้าวหน้าขึ้น ๆ ไปอีก เพราะว่า (ตามราคาคุยของอาจารย์ประหยัดนั้น) อาจารย์ประหยัดสามารถคุยกับพ่อต้นได้ พ่อต้นท่านบอกว่าถ้าใครเอาสายสัญญาไปหากินเอาองค์พระธรรมไปขายกินก็จะถูกพระบารมีลงโทษ ซึ่งแต่ละครั้งถ้าจะจ๊วกอาจารย์สายสัญญาคนใด ก็ต้องขออนุญาตจากพ่อต้นเสียก่อน เมื่อได้รับฉันทานุมัติอาจารย์ประหยัดก็จะจ๊วกทันที แล้วก็จ๊วกมาหลายอาจารย์แล้ว พระบารมีมิเคยลงโทษอาจารย์ประหยัดเลย ท่านกลับหัวเราะชอบใจที่พวกอาจารย์เหล่านั้นถูกอาจารย์ประหยัดด่า ซึ่งคำว่าด่านั้นอาจจะรุนแรงไปหน่อย เรียกว่าเอาความจริงมาพูดก็แล้วกัน
ถ้าอาจารย์บุญมาสามารถถามพ่อต้นหรือบรมครูสายสัญญาภาคสวรรค์ได้ กรุณาถามให้อาจารย์ประหยัดด้วยว่า เมื่อไหร่ท่านจะปลดอาจารย์ประหยัดลงจากตำแหน่ง “ปราบมาร” ซึ่งถ้าปลดอาจารย์ประหยัดก็รู้ว่าท่านปลดอาจารย์ประหยัด แต่เมื่อไม่ปลดอาจารย์ประหยัดก็ดูได้จากการโปรดญาติว่าบารมีเพิ่มหรือไม่ อาจารย์ประหยัดไปเหยียบสำนักทรงใดที่เจ้าสำนักไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ปลิ้นปลอกหลอกลวง รู้สึกว่าสำนักนั้นจะเจ๊งทุกสำนัก แต่ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน เพราะว่าเทพหรือพระบารมีนั้นทำงานได้ช้ามาก
อาจารย์ประหยัดเป็นสายสัญญาคนแรกที่ได้เข้าไปสูดพลังบารมีของพระเขี้ยวแก้ว ในระยะไม่เกิน ๑ เมตร เชื่อหรือไม่ว่าอาจารย์ประหยัดสามารถสูดเอาได้มากมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งคนที่ไป 180 คนนั้นขอเอาพลังบารมีได้เพียงแค่ไม่เกิน 5 % จริงหรือไม่จริงนั้นรอทดสอบจากการโปรดญาติเสียก่อน เมื่อพลังบารมีอยู่ในอากาศ คนสายสัญญาสูดเอาได้ ก็ควรจะดูดพลังบารมีได้จากทุกที่ที่มีบารมี ถ้าเป็นไปตามพุทธทำนายที่ว่า ศาสนาของพระองค์จะอยู่ได้เพียงแค่ 5,000 ปี ก็จะเสื่อม พระบารมีพระเขี้ยวแก้วก็จะต้องหมดไปตามสัญญาเหมือนกัน
สงสารคนที่ไปในรายการต้มมนุษย์ของคุณนวลจันทร์ เพียรธรรม ซึ่งได้บารมีมาเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้นเอง ตามสัญญานั้นเมื่อสูดก็จะได้บารมี สูด 5 ครั้งก็ได้มากน้อยตามเครื่องสูด ก็คือตามขั้น อานิสงส์ ของสายสัญญา อาจารย์ประหยัดอาจจะเป็นขั้นอานิสงส์สูงสุดก็ได้ ซึ่งถ้าสูดถึง 30 ครั้ง ก็คงจะได้บารมีของพระเขี้ยวแก้วมามากมาย ซึ่งถ้าถามว่าพระที่ปลุกเสกแล้ว พุทธคุณจะเพิ่มขึ้นไหม ก็ตอบได้ว่าจะไม่มีวันเพิ่ม มีแต่จะหายไป จนกลายเป็นดินธรรมดาหรือเป็นทองแดงธรรมดาเท่านั้นเอง เพราะว่าพระเครื่องนั้น ไม่สามารถปฏิบัติตนเองได้ ด้วยการดับล้าง และเติมองค์พระธรรมลงไป
ทั้งหมดที่อาจารย์ประหยัดพูดนั้นอาจารย์ประหยัดพูดมาจากความเป็นจริงที่ได้ปฏิบัติมา กล้าที่จะท้าให้อาจารย์อื่นทดสอบได้ แต่รู้สึกว่าไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดที่จะสามารถทดสอบว่าศิษย์คนใดอยู่ในระดับใด ซึ่งอาจารย์ประหยัดเข้าใจว่าสาเหตุนี้แหละจึงทำให้สายสัญญาไม่เจริญก้าวหน้า ไม่โด่งดังเหมือนสายอื่น แม้จะเทียบกับ “โยเร” ซึ่งเป็นเพียงแค่ระดับ สายสัญญาระดับอนุบาลเท่านั้นเอง พวกเราสายสัญญายังสู้โยเรไม่ได้ ในด้านการตลาด ที่จะเผยแพร่ให้สายสัญญาได้ดังกว้างออกไป
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:23:00 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"
«
ตอบ #1 เมื่อ:
ตุลาคม 30, 2008, 01:36:49 PM »
"อายุบวร"
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้องสาวและพระโต้งก็ได้ไปเยี่ยมหลวงพ่อทูล ท่านอาพาธ ก็เลยโทรไปถามน้องสาวว่า ป่วยมากไหม ? น้องสาวก็บอกว่าไม่มากเท่าไร ท่านเป็น "มะเร็งในกระดูก" เมื่อไปที่วัดนั่น พวกคุณหมอไม่ให้เข้าเยี่ยม เพราะเข้าไปแล้วก็จะไม่ได้คุยกับท่าน เพราะคุณหมอฉีดยาให้ท่านแบบ Over เพื่อที่จะไม่ให้หลวงพ่อปวด ก็เป็นอันว่าหลวงพอทูลนั้นต้องจำเป็น เป็น "พระนิทรา"
ถ้าถึงระดับอย่างนี้ละก้อ จะเป็นการขาดฉัน(ยา) แล้วเธอจะรู้สึก (ความเจ็บปวด) หลวงพ่อก็ต้องขาดยาฉีดไม่ได้ เป็นการแสดงว่าท่านใกล้ที่จะสำเร็จ สู่อรหันต์ แล้วก็มุ่งสู่นิพพานได้แล้ว
หลวงพ่อทูลท่านทำยาสมุนไพร รักษาคนที่เป็นโรคเอดส์ ซึ่งยานี้มีมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังไม่ได้ทราบข่าวว่าพวกลูกศิษย์ของพระโต้งกินแล้วหาย ถ้าขนาดที่ว่าหลวงพ่อรักษาโรคเอดส์ได้ โรคมะเร็งก็ไม่น่าจะรักษายากส์ แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า "อนิจจํ" เป็นของไม่เที่ยง หมอโรคเอดส์รักษาโ่รคมะเร็งไม่ได้
คนที่ไม่เคยปวดในกระดูก จะไม่มีวันรู้ว่ามันปวดเยี่ยงไร ? ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ประหยัด ไม่เคยเป็นโรคกระดูก แต่เคยถูกประจุด้วยองค์พระธรรมองค์หนึ่ง คือองค์ปิติ ปวดเพียงแค่กระดูกหัวเข่า ก็แทบจะทนไม่ได้ แต่ถ้าได้ปวดกระดูกทั่วร่างแล้ว ก็คงจะต้องขอละสังขารไป "นิพพานํ ปรมํสุขขํ" เสียจะดีกว่า
การทำบุญสร้างวัดเสียใหญ่โต บุญก็หาช่วยให้รอดจาก "เจ้ากรรมนายเวร" ได้ไม่
วัดที่หลวงพ่อทูลสร้างนั้นไม่ใช่ราคาสิบล้าน แต่ราคาเป็นพัน ๆ ล้าน
บุญจากจำนวนเงินนับเป็นพันล้านนั้นไม่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งให้แล้ว กลับมาทรมารสังขารให้ต้องโคตรเจ็บปวดอีกอย่างยิ่งยวด
ซึ่งที่นำมาพูดนี้ก็เพื่อจะเป็นอุทธาหณ์ให้บรรดาศิษย์สายสัญญา เพราะว่ายังมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่ไปหลงพระ สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดเป็นเงินหลายล้านบาท แต่บุญก็หาช่วยอะไรได้ไม่แม้แต่ตัวเองยังช่วยไม่ได้ แล้วจะหวังให้บุญช่วยเหลือลูก ๆ นั้นก็ฝันกลางวันไปเถอะ
บุญนั้นควรทำ แต่อย่าไปทำบุญเพราะหลงคารมคมคายของพระ ทำบุญต้องไม่ให้ตนเองเดือดร้อนด้วย แต่มันก็แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ
บุญไม่สามารถทำให้เจ้ากรรมนายเวรปลดปล่อยได้ แต่การดับล้างและประจุองค์ธรรมนั้น สามารถขอ "อโหสิกรรม" จากเจ้ากรรมนายเวรได้
ซึ่งผู้ยังไปไม่ได้บัติในสายสัญญาจะไม่รู้และเชื่อในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ทางใครก็ทางมัน เมื่อกรรมตามสนอง
แม้จะทำบุญเป็นร้อยล้านพันล้านก็ต้องรับกรรมไป ตามพุทธพจน์ที่ว่า "สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม"
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:26:08 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"
«
ตอบ #2 เมื่อ:
พฤศจิกายน 13, 2008, 08:55:54 AM »
"อาุยุบวร"
อนิจฺจํ เป็นของไม่เที่ยง ในที่สุด หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญฺโญ ก็ได้เดินทางมาถึง ทางที่ไปสู่ "อรหันต์" แล้ว เมื่อ ๐๔.๔๐ ของ วันที่ ๑๑ พ.ย. ๒๕๕๑ รวมอายุได้ ๗๓ ปี ๕ เดือน
ก่อนที่หลวงพ่อทูลจะมรณะภาพ ท่านได้รับความทนทุกข์ทรมารจากความเจ็บปวดในกระดูกมาก หมอต้องให้ยาเกินกำหนดธรรมดา ให้ท่านพ้นจากความเจ็บปวด ซึ่งตามที่บรรดาลูกศิษย์ท่านพากันยกย่องให้ท่านเป็นพระอรหันต์นั้น ความจริงถ้าเป็นจริง พระอรหันต์ก็จะไม่มีการเจ็บปวด แต่เมื่อท่านปวดจนต้องพึ่งยาของคุณหมอแล้วละก้อ ท่านหาได้เป็นพระอรหันต์ไม่
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:27:12 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 766
"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Re: * ไปแสวงบุญที่ "ศรีลังกา"
«
ตอบ #3 เมื่อ:
กันยายน 29, 2011, 10:41:06 AM »
"อายุบวร"
วันนี้กลับมาอ่านบทความนี้อีก ก็เลยถามองค์บารมีว่า หลวงพ่อทูลท่านไปจุติหรือยัง ปรากฎว่ายังถามไปถามมาก็รู้ว่าหลวงพ่อไปอยู่กับเจ้าอาวาสพวกเดียวกัน อยู่ในนรก ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะส่วนมากเจ้าอาวาสนั้นมรณะภาพไปแล้ว จะไปอยู่ในนรกขุมเดียวกัน มีเจ้าอาวาสน้อยองค์มากที่จะสามารถขึ้นระดับชั้น ในภพใหม่ ที่จะได้จุติในเมืองมนุษย์แล้วก็สร้างบารมีต่อๆ ไป จนได้เป็นพระอรหันต์
ระดับเจ้าอาวาสนั้นก่อนที่จะมรณะภาพ ก็น่าจะไปอย่างสงบ แต่ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเดือน ๆ ก็ไม่น่าจะสู้่หลวงตามมหาบัวไม่ได้ เพราะว่าท่านป่วยไว เข้าโรงพยาบาลไว แล้วก็ตายไว อีกอย่างหนึ่งก็คือ ระดับเกจิอาจารย์หรือพระดังนั้น เผาไวอย่างไม่น่าเชื่อ ก็มีค่าเท่ากันคือไปอยู่กับหลวงพ่อทูลเสียแล้ว คนที่ได้ เปิดพระโอษฐ์แล้ว ก็น่าจะถามได้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้นพูดจริงหรือเปล่า
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 11:29:22 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ข่าวสาร - ผู้ดูแลระบบ
-----------------------------
=> เรื่องเล่าจากเว็บมาสเตอร์
=> ข่าวอัพเดทต่างๆ
-----------------------------
หมวดหมู่ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องประชาสัมพันธ์ทั่วไป
=> ห้องประชาสัมพันธ์งานบุญ
=> ห้องประชาสัมพันธ์ตำรายา สมุนไพร ต่างๆเพื่อรักษาโรค
=> ห้องภาพ
-----------------------------
หมวดหมู่บทความ
-----------------------------
=> บทความสายสัญญา
=> บทความทั่วไป
-----------------------------
หมวดประสบการณ์
-----------------------------
=> ห้องเล่าประสบการณ์(อ.ประหยัด เจริญบุญ)
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (คุณ May)
=> มิติพยากรณ์ โดย อาจารย์เนเน่
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (อ.ชาญยุทธ)
=> ประสบการณ์ อ.เล้ง
=> ห้องเล่าประสบการณ์
=> ห้องคำถาม-คำตอบ
-----------------------------
หมวดพิเศษ
-----------------------------
=> จากพระไตรปิฎก
=> บอร์ดการเมือง เรื่องสังคม
=> ห้องพิเศษ (สำหรับคู่กรณีอาจารย์ประหยัด)
=> รายชื่ออาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์
กำลังโหลด...