หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * ความก้าวหน้าของกำแพงเพชร  (อ่าน 1362 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คนกำแพง
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16


เลิกเชื่อเทพเทวดาแล้ว


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 02:14:29 PM »

ไม่ค่อยได้กลับบ้านมีโอกาศแค่เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน แต่เมื่อล่าสุดมีคนหนึ่งเปิดให้คนอื่นไปแล้ว 3-40 คนแล้ว ที่สำคัญไปเปิดให้คนอื่นที่สำนักอื่นเปิดไม่ได้ (แว่วๆว่าเป็นพระ) ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ ทราบแล้วจะมาเล่าให้ฟัง

คนกำแพง



 Cool ปัจจุบัน คนกำแพง นั้น  ไม่มีเว็ปที่จะเขียนแล้ว  จำเป็นจะต้องรอให้คนที่มีรายได้ปีละเกือบ ๑๐ ล้าน  สละเงินเพียงแค่เงินพันหรือเงินร้อย  ทำเว็บ สายสัญญาของตนเองเท่านั้นแหละ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 12:42:53 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ข้าฯ ไม่เชื่อเทพเทวดา เพราะเป็นสายพราหมณ์  ข้าฯ เชื่อในสายพุทธ เชื่อใน หลวงพ่อเกษม วัดสามแยก
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 05:07:15 PM »

 Azn "อายุบวร"

      Shocked วันนี้มีโทรศัพท์มาจากกำแพงเพชร  บอกว่าจะไปหาอาจารย์ประหยัดพรุ่งนี้เช้า  ที่ไปหานั้นก็เพราะได้รับการเปิดพระโอษฐ์จาก  ผู้ที่ไปยกถาดกับ อ.ประหยัด ที่หนองจอก ครั้งหล้าสุด  จำไม่ทราบว่าเป็นเดือนอะไร  แต่น่าจะไม่เกิน ๓ เดือน  ถึงแม้ว่าจะ ๖ เดือน  ก็ยังถือว่าปฏิบัติในสายสัญญาน้อยไปหน่อย  คือดับล้างน้อย ประจุองค์พระธรรมน้อย  บรรดาอาจารย์รุ่นนี้มีจุดประสงค์ดี  แต่ยังไม่ได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ เลย ซึ่งพ่อต้นฯ ท่านบอกว่า "ไม่ต้องไปห่วงญาติ"  แต่ห่วงตัวเองเอาไว้ก่อน
      Shocked คนที่เปิดพระโอษฐ์นั้น  จะต้องแข็งพอสมควร  แข็งในที่นี้หมายถึงการ ปฏิบัติ ดับล้าง ประจุองค์พระธรรม  ถ้าไม่แข็ง  องค์พระบารมีจะต้องเป็นองค์ที่ใหญ่พอสมควร
      Shocked ปัญหาของคนที่ถูกเปิดพระโอษฐ์นั้น  ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด  ซึ่งพรุ่งนี้เช้าน่าจะรู้ชัดว่า  ถูก "วิญญาณแถนบัลลังทอง" แทรกหรือไม่
      ; Embarrassed ปรากฎว่ารุ่งขึ้นหลังจากที่กลับไปกำแพงเพชร  ก็ถูกอาจารย์คนที่เปิดพระโอษฐ์โทรไปต่อว่า หาว่าไปรบกวน อาจารย์ประหยัด  ทั้ง ๆ ที่ก็จะเป็น "ตัวหาร" หรือตัว "ขันที" ช่วยกันเป็นค่าใช้จ่ายไปที่หนองจอกอยู่แล้ว พุทโ่ธพุทถัง เอ๋ย  แม้แต่ลูกศิษย์ อ.เล็ก ยังหวงลูกศิษย์ถึงขนาดนี้  แล้วตัวอาจารย์มันไม่ยิ่งกว่าหรือ  อาจารย์ประหยัดนั้นไม่เคยทำตัวแบบที่ว่า "มือถือสากปากถือศีล" กีดกันลูกศิษย์ก็แล้วกัน (๙ กันยายน ๒๕๕๒)
       Shocked เมื่อประมาณ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา คุณไพศาล เขาโทรไปหา อ.ประหยัด ๓ วัน  ครั้งสุดท้ายปลายเดือน สิงหาคม เขาเดือดร้อนมากที่ภรรยาของเขาไปเปิดพระโอษฐ์กับ อ.เล็ก  จึงได้แนะนำให้ไปหา อ.โหน่ง  อาจารย์โหน่งใช้เวลา ๓ ชั่วโมง  แก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นหนึ่งวัน คุณไพศาลก็ได้โทรไปขอบคุณอาจารย์ประหยัด ยกใหญ่  ก็ไม่ทราบว่า อ.เล็ก ทำยังไงถึงได้ทำพลาด  ทำให้ลูกศิษย์ขยาดไปกล้ากลับไปหา  คงจะกลัวว่าถ้ากลับไปอีกน่าจะเจอ "แถนบัลลังก์ทอง" ตัวโตกว่านี้
      Shocked ก่อน คุณไพศาล ก็มีคุณผู้หญิงท่านหนึ่ง  เปิดพระโอษฐ์ กับ อ.เล็ก  ก็ได้ไปแวะเที่ยวหา อ.ประหยัด ที่เชียงใหม่ ก็ได้ประจุองค์พระธรรมให้  แล้วเธอก็ได้ยกถาดกับ อาจารย์ประหยัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เมื่อเธอผ่านมืออาจารย์โหน่งมาแล้ว  ก็ไม่ได้เหลืออะไรเอาไว้ให้อาจารย์ประหยัดได้ เชยชมเล่นอีกต่อไป  อาจารย์โหน่งน่าจะเหลือติดสังขารไปให้อาจารย์ประหยัด ยืดเส้นยืดสาย เล่นบ้าง
      Shocked ที่ส่งไปให้ อาจารย์โหน่ง  ประเภท กระดูกขัดมัน ลงแล็คเก้อของ โตโยต้า  กว่าจะขัดออกหมดก็ใช้เวลา นานนม มาก  ศิษย์ท่านนี้ก็คือ "เฮียกวง"  จากที่ท่านเป็น คนต่างประเทศ ไม่แข็งแร็งในการอ่านภาษาไทย  แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการ "ดับล้าง" และ ประจุองค์พระธรรม  แม้แต่อาจารย์ผู้สอนอย่างอาจารย์โหน่งยัง "ยกนิ้วโป้ง" ให้  ซึ่งปัจจุบันนี้ เฮียกวง ท่านสามารถ เป็น อาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์ ระดับแนวหน้าได้เลย  เพราะว่า เฮียกวง แกดับล้างจริง เขียนองค์พระธรรม ก็รู้จริง  ใช้องค์พระธรรมได้อย่างถูกต้อง  ไม่ใช่มวยวัด เช่น ปวดฟัน ก็เอายาแก้โรคกะเพาะให้ทาน เฮียกวงรู้ลึกว่า ปวดฟันก็ไม่ต้องกินยาใด ๆ ทั้งสิ้น  ให้ไปหาหมอฟัน  ก็จะหาย  ถ้าผีเข้า วิญญาณสิง ก็ต้องไปหาเฮียกวง  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 12:44:55 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
kobdam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนา


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 08:41:04 AM »

Smiley ขอบคุณครับท่านอ.ประหยัดสำหรับ ข้อคิดและคำแนะนำที่นำมาให้ศิษย์ทุกๆท่านได้อ่าน พี่โหน่งยังเป็นสุดยอดฝีมืออยู่เสมอครับ สมกับเป็นศิษย์เอก-ศิษย์พี่ของน้องๆที่ยังพึ่งพาได้เสมอ
 Smiley การปฎิบัติต้องใช้เวลาอย่ารีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มนับจากหนึ่งไปเรื่อยๆ อย่าก้าวกระโดด สะสมบุญบารมีไปเรื่อยๆเติมพลังหรือน้ำมันในตัวเองให้เต็มที่ก่อน ก่อนที่จะนำไปเติมให้คนอื่น อย่างเช่นที่พ่อต้นและท่านอ.ประหยัด พี่ชาญยุทธได้เตือนไว้เสมอ เอาตัวเองให้รอดก่อน อ่านและศึกษาแก่นแท้ของสายสัญญาฯ ตลอดจนคำสอนของพ่อต้น,ท่านอ.ประหยัดให้ดีครับ
 Smiley จุดประสงค์หลักของสายสัญญาบารมีคือการปฎิบัติน้อมนำตนให้สังขาร กายและจิตสะอาดบริสุทธิ์ พร้อมที่จะรับการเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์ การที่อ.ประหยัดนำสายเทพเข้ามาประยุกต์ ก้อเพื่อให้ลูกศิษย์หรือคนทั่วไปสามารถสัมผัสและรับรู้ และเชื่อในเรื่องเทพพรหมและกฎแห่งกรรม เจ้ากรรมนายเวร ถ้าท่านอ.ประหยัดมีข้อแนะนำเพิ่มเติมก้อขอความกรุณาด้วยครับ

 Smiley ฉะนั้นการเปิดโอษฐ์จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับคนที่มาเปิด และอ.ที่ทำการเปิด ถ้าบารมีและการปฎิบัติยังไม่ถึงหรือองค์บารมีไม่แข็งพอ ก้อจะโดนแทรกและเล่นงานจากบรรดาแถนบันลังก์ทองได้ง่าย และจะไม่สามารถแยกได้เลย ระหว่างเทพกับมารแถนบันลังก์ทอง ถ้าไม่มีประสบการณ์มากพอ เพราะพวกนี้มีฤทธิ์ มีเดช พอๆกับเทพ พูดสำเนียงเทพได้จนึกว่าเป็นเทพจริงๆ สุดท้ายคนที่แย่ก้อคือบรรดาศิษย์และอ.ที่ทำการเปิดนั่นเอง
     Shocked สาธุ ขอโมนาบุญกับคุณกบดำ  ที่ได้อุตส่านำเอาประสบการณ์และคำสั่งสอนที่ดีมาสอนแทนอาจารย์ประหยัด  (อ.ประหยัด)
 Smiley ลองคิดและทบทวนดูครับสิ่งที่ท่าน อ.ประหยัดแนะนำและตักเตือน เพราะความห่วงและหวังดีกับศิษย์ทุกๆคน ไม่ได้มีอคติใดๆหรือกลัวลูกศิษย์จะเก่งเกินไป คนทุกคน,เทพทุกพระองค์มีหน้าที่แตกต่างกันไปตามวาระครับ กรรมก้อคือผลแห่งการกระทำที่คนๆนั้นได้ทำไว้ ต้องรับและชดใช้กรรมกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นอย่างไร กรรมลบล้างกันไม่ได้แต่ทำให้เบาบางลงได้ โดยใช้บุญบารมีเจือจางครับ หมั่นปฎิบัติกันต่อไปครับ บุญทำยากต้องใช้เวลา กรรมทำง่ายใช้เวลาไม่นาน แต่ตอนชดใช้กรรมมันนานโขครับ สาธุ...สัญญา  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 12:46:00 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สติมาปัญญาเกิด สติไม่มีปัญญามิเกิด"
"ความหลง คือหนทางสู่ความทุกข์"
"ทางสายกลาง คือหนทางแห่งความสุข"
folk_jung
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35


หากมนุษย์ขาดความเมตตาแล้วโลกนี้จะอยู่ได้เช่นไร


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 11:08:06 AM »

            ขอบพระคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆจากอาจารย์หลายๆท่าน  เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องให้คนอื่นช่วยเตือนช่วยแนะช่วยนำ อย่างเช่นท่านอาจารย์หลายๆท่านที่ช่วยสละเวลามาตักมาเตือนเหล่าลูกศิษลูกหาเพราะเวลาองค์แถนบัลลังค์ทองพวกนี้เขาครอบงำคนผู้นั้นมักจะมองตัวเองไม่รู้เพราะมันปิดหูปิดตาเราค่ะ จึงต้องอาศัยเหล่าพี่น้องครูบาอาจารย์สายสัญญาด้วยกันช่วยกันตักเตือนนี่แหละค่ะ         

      Grin **ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ**  Cheesy
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2009, 09:21:31 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

คุณเปรมท่านเมตตาอยู่แล้วโดยเฉพาะหนุ่มเสก
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:00:29 PM »

      Grinขอบพระคุณครับ สำหรับคำสั่งสอน
เป็นคำอมตะวาจาเสมอครับ "ไม่ต้องไปห่วงญาติ  แต่ห่วงตัวเองเอาไว้ก่อน"

      Cheesy การปฏิบัติตามสายสัญญา ต้องเจอมารอีกมากมาย
ดังนั้น การสั่งสอนของอาจารย์ประหยัด ต้องสอนแบบ ตรง ๆ หวดได้หวด ตีได้ตี
ถ้ามัวแต่ หวานอยู่ โดนมารเล่นแน่นอนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2009, 09:20:56 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 05, 2009, 10:00:19 AM »

  "อายุบวร"

      Angry เมื่อวานนี้คนกำแพง  ก็ไม่ได้ถามชื่อเสียงเหมือนเดิม  ไปถึงที่บ้าน ๘.๐๐ น.  สองคนแม่ลูกนี้ไปเปิดพระโอษฐ์กับ ลูกศิษย์ของอาจารย์ อ.เล็ก  แต่ไปยกถาดกับ อ.ประหยัด  แต่เนื่องจากว่ามันเร็วเกินไปที่จะไปเปิดพระโอษฐ์ให้กับคนอื่น  เพราะว่าในการประจุองค์พระธรรมนั้นมีน้อยเกินไป  ไม่สามารถคุ้มครองป้องกันลูกศิษย์ได้  และในที่สุดก็จะไม่สามารถคุ้มครองตนเองได้ด้วย  ซึ่งตัวอย่างนั้นมีอยู่อย่างมากมาย  ยกตัวอย่างเช่น คุณป๋อง ทำงานที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด  เมื่อเปิดพระโอษฐ์แล้ว  เนื่องจากว่าเป็นองค์พระศิวะ  คุณป๋องก็ไปเปิดให้คนทั้งหมู่บ้าน ที่ อ.แม่ริม  ปัจจุบันนี้ไม่ยอมเปิดให้ใครอีกแล้ว  ถ้าจะเปิดก็ต้องพาไปเปิดที่ อาจารย์ประหยัด  ที่ไม่เปิดก็เพราะว่า คุณป๋อง ไปเจอ จอมมาร  เมื่อเปิดแล้วก็สู้มารไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่องค์บารมีเป็นองค์พระศิวะ  ก็พา "มาร" ไปให้ อาจารย์ประหยัด ปราบ ๒ องค์ ก็เลยเลิกเปิดพระโอษฐ์
      Cheesy ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์  ที่เปิดพระโอษฐ์ ได้จำนวนน้อยแต่ราคาคุยเอาไว้ในเว็บว่า  เปิดได้มาก  แต่ในที่สุดก็ดับสูญไปตามสัญญา  อย่างไม่น่าเชื่อ  ซึ่งตลอดเวลานั้น  คุณกบดำก็ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย  พูดมาถึงตอนนี้คุณกบดำน่าจะระลึกได้ทันทีคือ  เจ้าของร้านสบายดี เป็นศิษย์สายสัญญา ที่ขึ้นไวลงไวมาก  สิ่งที่เขาปฏิบัตินั้นที่ทำให้พระบารมีถอดถอนมีหลายอย่างที่ อ.ประหยัด ไม่ทราบ  แต่ที่ทราบก็คือ การอ้างว่าเขาเป็นคนออกค่าเครื่องบินให้กับอาจารย์ประหยัด ทุกเที่ยว ที่ไปโปรดญาติ  แต่มีเที่ยวที่คุณนุชนั้นเป็นคนจ่าย  แต่จ่ายเที่ยวไปก่อน  ส่วนเที่ยวกลับนั้นเวลาไม่แน่นอน  ก็ให้ อ.โหน่ง โทรแจ้ง  แต่เนื่องจากอะไรไม่ทราบ  คนที่เหนียวอย่าง นายธนากร ยอมออกปากจ่ายทดแทนไปก่อน  ซึ่งเป็นเที่ยวเดียวที่ทดลองจ่ายให้  ก็ไม่ทราบว่าทดลองจ่ายเพียงแค่พันกว่าบาท  แล้วจะได้งานจากคุณนุช  เพราะ ธนากร ปกป้องคุณนุช จนตัดขาดจากอาจารย์ของตนเอง  งานหนึ่งล้านเศษ ที่ยังไม่ได้เขียนสัญญา ที่สุดนั้นก็มลายหายไปในอากาศ
       Afro เรื่องแค่นี้คงไม่สำคัญ  แต่เรื่องที่น่าจะทำให้หลุดจากวงจรสายสัญญาไป  น่าจะเป็นเพราะว่า  แกล้งโง่  ไม่ยอมอ่านประวัติพ่อต้นฯ ที่อาจารย์ประหยัด พิมพ์ใช้เวลานานหลายเดือน  แล้วลงเอาไว้ในแผ่น VCD เอาไปแจกให้อ่าน  แต่น่าจะไม่มีใครอ่าน  ถ้าอ่านก็ไม่หน้าจะหลุดจากวงโคจรสายสัญญาไปได้อย่างง่ายดาย  ข้อสังเ่กตุง่าย ๆ ที่ไม่น่าจะทำให้พระบารมีถอดถอนนายธนากร  เมื่อมีการยกถาดนั้น  อ.ประหยัด คิดผิดมาตั้งนาน  ที่ไม่ยอมรับเงินใครหรือที่ว่า "เรียกร้องเอาเงินใคร" แม้แต่ที่เรียกว่า "ขันครู"  เงินในการยกถาดทุกบาททุกสตางค์นั้น  เป็นเงินของ "พระบารมี" ทั้งหมด  แต่อาจารย์ประหยัดไม่ยอมนำกลับไปด้วย  ปล่อยให้นายธนากรจัดการ  ลูกศิษย์ที่รอดจากการยกถาดไม่เป็นโมฆะ ก็คือลูกศิษย์ที่เอาเงินในการยดถาดที่ อาจารย์ประหยัดคืนให้นั้น  เอาไปวางไว้บนหิ้งพระ  ในการยกถาดครั้งละ ๓๐ คน นั้น  น่าจะมีคนเอาเงินจำนวนนั้นไปวางไว้บนหิ้งมากกว่า ๑๐ ท่าน  เมื่อนายธนากร ได้นำเอาเงินเหล่านี้ไปเก็บเอาไว้ในกระเป๋า  โดยคิดว่าจะเอาไปทำบุญ  แต่จะเป็นการรู้ไม่เท่าหันไม่ทันก็ตาม  รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะไม่ได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ  ก็ได้เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ก่อน  แล้วคิดว่าจะเอาใช้ให้ทีหลัง  ซึ่งการที่พูดกันแซดในอาจารย์สายสัญญาที่ว่า "สายสัญญาเป็นดาบสองคม" แม้แต่ด้ามที่ถือก็มีคม  เพราะสายสัญญานั้นไม่มี "ด้ามดาบ"  เมื่อนำเงินพระบารมีมาใช้โดยรู้ไม่เท่าทันพระบารมี  พวกอาจารย์รุ่นใหม่เหล่านี้ก็ถูกพระบารมีถอดถอนทันที
       Afro ก่อนที่จะดับสูญไปตามสัญญา  ธนากรก็เหมือนกับคนใกล้จะตาย  คือคนก่อนตายนั้นก็จะอาการดีขึ้น โดยประกาศทางเว็บว่า ไปทำเหล็กจารมาถึง ๑๐๐๐ อัน  ยกถาดไปหมดแล้ว  แล้วก็หมดบารมีไปตามสัญญา  "พระบารมี" ท่านทำเหมือนกับเมืองมนุษย์  คือ การตัดสินนั้นมี ๓ ศาล  ศาลชั้นต้น ศาลอุทร และศาลฎีกา  แต่ในโลกทิพย์นั้น ตัดสินด้วยเทพพระองค์เดียว แต่เวลาจะยาวนานในเมืองมนุษย์  น่าจะเกือบพอ ๆ กับศาลอุทร  แต่ไม่น่าจะเกิน ๓ ปี
      Grin กาลเวลาผ่านมานานสิบกว่าปี  อาจารย์ประหยัด ไม่เคยพูดถึงเรื่องเงินของพระบารมี  ที่ไม่พูดก็เพราะต้องใช้เวลาสังเกตุดู  ดูหลาย ๆ คนตั้งแต่นายกบแก่ นายก๊อบแก๊ป แล้วก็มาดู นายธนากร  การสังเกตุก็ได้มองเห็น  ซึ่งถ้าคนที่มายกถาดนั้น  เป็นคนอยู่ในศาสนาพุทธ เคยเข้าวัด  จะสังเกตุว่า  เวลาที่ไปทำบุญที่วัด  เมื่อยกอาหาร กองสังฆทาน และปัจจัยให้พระเรียบร้อยแล้ว  ของทั้งหมดจะตกเป็นของ "พระ" ผู้รับทันที  จะไม่มีคนหรือมนุษย์คนไหน นำสิ่งของและปัจจัยกลับบ้าน  แล้วของสงฆ์นั้นแม้แต่เงินบาทเดียวก็อย่าไปนำกลับมาบ้านเลยเป็นอันขาด  ซึ่งอาจารย์ประหยัด นั้นรู้เรื่องนี้ดีพอสมควร  เพราะเมื่อไปปลุกเสกพระที่วัดพระนอนขอนตาล  เจ้าอาวาสท่านใส่ซองให้สองพันบาท  ก็ไม่ประมาท ได้ถามพ่อปู่ว่า เงินนี้จะนำกลับไปซื้อข้าวทำบุญให้นกได้ไหม  ทั้ง ๆ ที่เงินนี้ทางเจ้าอาวาสก็ให้เป็นการตอบสนองในการที่ไปช่วยงานท่าน  ปู่บอกว่าเอาเงินสองพันนี้ออกวัดไปไม่ได้  นอกจากว่า เจ้าอาวาสจะเอามาส่งให้ถึงมือ เท่านั้น  จึงจะนำเงินไปทำบุญได้  ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากสำหรับการทำบุญให้พระ และ การทำบุญในสายสัญญา
     Angry ซึ่งถ้าจะสังเกตุให้ดี  ลูกศิษย์พ่อต้นหลายสิบคน ไม่ยกเว้นแม้แต่ลูกชายพ่อต้นฯ  ก็กลายเป็นอาจารย์ที่ว่า  ถูก ปลดออก ไล่ออก จากสายสัญญาแล้ว  โดยตัวเองนั้นยังไม่เคยรู้  ซึ่งอยากรู้ว่าอาจารย์สายสัญญาที่ถูกปลด ถูกถอดถอนนั้น เป็นยังไง  ก็ให้เดินทางไปที่วิหารใหญ่ ก็จะรู้ทราบเอง
      Shocked ในวันที่ 9-12 ธันวาคม ทุกปี  ที่วิหารใหญ่ ของอาจารย์บุญมา ที่ลำปลายมาศ บุรีรัมย์  อาจารย์บุญมาจะจัดงานทำบุญทุกปี  เนื่องจาก อาจารย์ประหยัด จ๊วก อ.บุญมา เอาไว้มากในเว็บ นี้  ก็ไม่คิดที่จะไปงาน อ.บุญมา อีกเลย  แต่ถ้าศิษย์สายสัญญา อย่าง อ.เล็ก หนองจอก อยากที่จะไปศึกษา ละก้อ  จะตัดสินใจไปส่ง ซ่ึ่งก่อนจะไปนั้นก็จะให้เจ๊กุง ศิษย์เอก อ.บุญมา เป็นผู้เชิญไป  จะไม่ไปในฐานะศิษย์อาจารย์บุญมา  อยากเห็นว่า อ.บุญมา จะทำยังไง  แกจะปฏิเสธ หรือไม่
"นาคีมีพิษเพี้ยงสุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโชแกร่งกล้า
พิษน้อยหยิ่งโยโสแมลงป่อง
ชูหางอวดอ้างฤทธิ์ธี"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 12:48:49 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 05, 2009, 10:23:45 AM »

"อายุบวร"

วรรคหนึ่ง จากประวัติของพ่อต้นฯ  ยกมาให้อ่านเป็นอุทาหรณ์


      Shocked บางครั้งศิษย์ไม่รู้เท่าธรรม ไปจัดงานช่วยญาติ อาราธนาทูลขอให้พระบารมีช่วยอำนวยการอย่างนั้นอย่างนี้ เกินอำนาจกรรมสิทธิ์แห่งตน พระบารมีก็จะไปรายงานเป็นฟ้องให้พ่อต้นฯ ทราบ ถ้าศิษย์ผู้ใดผิดครรลองครองธรรมบ่อยครั้ง ตั้งหลักธรรมให้ดีแล้วไปทำเสีย พ่อต้นฯท่านก็ขออำนาจบารมีไว้หลายครั้งเผื่อเขาจะเป็นกุศลได้ ต่อมาเห็นจะเป็นศีลเป็นธรรมอย่างเขาไม่ได้ จะพลอยให้เสื่อมเสียไปถึงท่านและสายญาติสายกุศลทั่วไป จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ศิษย์ทั่วไป พระบารมีเบื้องบนพิจารณาแล้วเห็นควรเพิกถอนสัญญาอำนาจคุณธรรม ถอดถอนอำนาจกายสิทธิ์อิทธิฤทธิ์ออก พระบารมีองค์นำสร้างจะเปิดให้พระองค์ต้นลงหลักตัดสัญญา อำนาจบารมีทั้งหลายก็ไม่เป็นบารมีให้ไม่มีกรรมสิทธิ์ออกเหตุออกผลใด ๆ มารับรองการกระทำโปรดญาติ เรียกว่าบารมีตัดทิ้งหรือคัดออก ศิษย์ผู้นั้นก็เป็นอยู่อย่างคนสามัญธรรมดาทั่วไป ก็จะไม่ค่อยยินดีต่อการปฏิบัติตนสร้างตัว ค่อยห่างพระองค์ท่านไปเอง โดยศิษย์ผู้นั้นจะไม่รู้ตัวเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2009, 10:39:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
kobdam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนา


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 05, 2009, 07:03:05 PM »

Smiley เป็นจริงดั่งที่ท่านอ.ประหยัดเขียนบอกกล่าวไว้ทุกประการครับ มีตัวอย่างศิษย์สายสัญญาฯหลายๆท่านที่ผมได้รู้จัก ตลอดเวลาที่ได้เข้ามาสัมผัสในสายสัญญา๊ฯมีศิษย์หลายท่านที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป ข่าวคราวเงียบหายไปหรือดับสูญไปเลยตามสัญญาก็ไม่ทราบได้

 Smiley เรื่องการโปรดญาติ-เปิดโอษฐ์ได้มากหรือไม่นั้น ไม่ใช่บทสรุปว่าศิษย์ท่านนั้นปฎิบัติได้ดีตามแนวทางสายสัญญา ตามคำสอนพ่อต้น ฉะนั้นอย่าหลงครับ ชำระตน ฟอกตน ทั้งกายและจิตให้พร้อมก่อนจะดีกว่าครับ อย่าเห็นการเปิดโอษฐ์เป็นเรื่องสนุก ใช้เป็นวิธีทดลองกำลัง ทดสอบวิชาเลยครับ ถ้าเรายังปฎิบัติตนเองได้ไม่ดีและไม่พร้อมพอ อันตรายจะเกิดกับท่านและญาติที่ท่านเปิดครับ

 Smileyผมเองได้มีโอกาสศึกษาและได้ความรู้อะไรหลายๆอย่างจากการเปิดโอษฐ์ ก้อเพราะมีโอกาสได้ศึกษาและติดตามพี่โหน่งดูการโปรดญาติอยู่ระยะนึง ทำให้ได้รู้และเห็นพวก มาร แถนบันลังก์ทอง ทีมีฤทธิ์มีวิชามาค่อนข้างพอสมควร และได้เห็นถึงวิธีที่พี่โหน่งปราบมารเหล่านนั้น บางรายใช้เวลาค่อนข้างนานและเหนื่อยพอสมควร ขนาดพี่โหน่งซึ่งปฎิบัติมานานยังแทบจะแย่เลย แล้วนับประสาอะไรกับศิษย์น้องที่เพิ่งปฎิบัติมาไม่นาน ยังไม่มีประสบการณ์จะรู้เท่าทันพวกมาร แถนบันลังก์ทองได้อย่างไร

 Smileyผมเองช่วงที่ติดตามพี่โหน่ง ก้อไม่เคยคิดที่จะเปิดโอษฐ์-โปรดญาติให้ใครเลย เพราะเห็นตัวอย่างจากศิษย์พี่ๆแล้วกลัว และรู้ตัวเองว่าคงไม่มีความสามารถพอ ติดตามพี่โหน่งจนได้สักระยะนึง พี่โหน่งก้อได้ให้เข้าไปช่วยบ้างในบางเคส ทั้งที่ไม่อยากเพราะกล้าๆกลัวๆ แต่พี่โหน่งบอกว่าทำได้จึงได้กล้ามากขึ้น จากนั้นก้อเป็นลูกมือพี่โหน่งบ่อยขึ้น หรือถ้ามีเวลาว่างก้อจะไปดูพี่โหน่งโปรดญาติเพื่อศึกษาเคสต่างๆ แต่ก้อไม่เคยคิดโปรดญาติเองโดยลำพังเพราะกลัวครับ นอกจากจะได้รับคำสั่งจากพี่โหน่งว่าให้ลองดูถึงจะลงมือเองบ้างในบางครั้ง

 Smiley แต่ถ้าเจอเคสหนักๆ พี่โหน่งก้อจะเข้ามาช่วยเคลียร์ให้และให้คำแนะนำดีๆ เสมอๆ  ความจริงแล้วการเป็นผู้ชมสนุกมากกว่าครับไม่เหนื่อยด้วย ได้ความรู้มากมาย ทุกวันนี้จะโปรดญาติก้อต่อเมื่อญาติเดือดร้อนจริงๆ หรืออยู่ใกล้บ้าน อีกกรณีนึงคือพี่โหน่งเห็นญาติว่าอยู่ใกล้บ้านผมก้อ  จะแนะนำให้มาหาผมเพื่อความสะดวก ซึ่งก้อไม่บ่อยนักครับ ช่วงนี้ไม่รับเลยครับ กลัวจะไม่มีเวลาเต็มที่แล้วถ้าเจอเคสหนักๆต้องรักษาติดต่อกันหลายๆวันจะไม่สะดวก ถ้าจะแนะนำไปให้ศิษย์ท่านอื่นๆช่วยก้อเกรงใจครับ ปฎิบัติให้ตัวเองเท่าทีมีเวลาดีกว่า

 Smiley สิ่งที่ท่านอ.ประหยัดเตือน อยากให้ศิษย์ทุกๆ ท่านนำไปคิดและปฎิบัติครับ เพื่อตัวท่านเองไม่ใช่เพื่อใคร  ผมค่อนข้างโชคดีที่ได้เห็นตัวอย่างและรู้จักศิษย์ท่านอ.ประหยัด รุ่นเก่าๆ หลายๆ ท่าน ทำให้มีข้อคิดและบทเรียนที่จะนำไปปฎิบัติและสอนตัวเองครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 08:55:21 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สติมาปัญญาเกิด สติไม่มีปัญญามิเกิด"
"ความหลง คือหนทางสู่ความทุกข์"
"ทางสายกลาง คือหนทางแห่งความสุข"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 06, 2009, 03:51:01 PM »

"อายุบวร"

      Shocked    เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒  อาจารย์ประหยัด นั่งรถเมล์เบอร์ ๕๕๑ จาก สนามบินสุวรรณภูมิ  ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ค่ารถ ๒๗.- บาท  จากนั้นก็รถเมล์เบอร์ ๕๐๙  ไปพาต้าปิ่นเกล้า  ตั้งใจว่าจะไปลงที่ทำเนียบ  เพื่อไปถ่ายรูป กำลังทหาร  ที่ยกกองทัพมาตั้งรอรับ “เสื้อแดง”  แต่ปรากฏว่า ที่หน้าประตู นั้นมีทหารยืนเฝ้ายามประตูละ ๕ คน  ๒ ประตูก็สิบคน  ไม่เห็นรถกระป๋อง ลวดหนาม  ก็เลยไม่ลงไปถ่ายรูป  ไปลงรถที่พาต้า ปิ่นเกล้า  รถเมล์ไปจอดที่หน้าร้าน  ปิ่นเกล้าหัวปลาหม้อไฟ  แต่ร้านยังไม่เปิด  ซึ่งถ้าเปิดคุณหมูก็ต้องเสียหัวปลาหม้อไฟไปฟรี ๆ ๑ หม้อ

      Grin    เดินข้ามสะพานลอยไปที่หน้าพาต้าปิ่นเกล้า  นั่งรถไปลงที่สนามหลวงเดินลอดถนนปิ่นเกล้าไปที่ถนนราชินี  ไปดูโรงแรมที่ตรอกโรงไหม ชื่อโรงแรมสวัสดี เวลคัม อินท์  โรงแรมนี้ราคาเริ่มต้นที่ ๕๑๐ บาท  เลยไปถึงถนนข้าวสารก็ขึ้นรถกลับไปลงที่หน้าวัดพระแก้ว  เพื่อจะไปต่อรถเบอร์ ๓ กลับไปที่สะพานควาย  แต่หารถเบอร์ ๓ ไม่เจอ  ก็เลยขึ้นรถ ที่หน้าวัดโพธิ์ เบอร์ ๔๘  ไปลงที่ สยาม พารากอน  ปรากฏว่ายังไม่ถึงเวลาเปิด  ก็เลยนั่งรถไฟฟ้า  ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัย ๒๐ บาท  จากนั้นก็นั่งรถเบอร์ ๖๒ ไปลงที่หน้าสถานทูตอเมริกัน  เดิมข้ามถนนไปตึกสินธร  เดินเข้าไปในตึกชั้น ๒ ไปที่โบรค แอ๊ดคินซัน  ไปนั่งเล่นหุ้น  ประมาณเที่ยงก็ออกมาขึ้นรถเมล์เบอร์ ๖๒ ไปลงที่อนุสาวรีย์  แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่ สยาม พารากอน  ไปนั่งกินข้าวมื้อเที่ยงที่สวนอาหาร  ข้าวทะเลผัดผงกระหรี่ราดหน้า ๑ จาน ๙๐.๐๐ บาท  แพงกว่าร้านแบล๊คแคนยอนไป ๕.-บาท  เอาน้ำหวานมาอีก ๑ แก้ว ๕๐ บาท

         Angry เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้ว  ก็ขึ้นไปนั่งพักผ่อนที่ชั้น ๒  ไปนั่งเก้าอี้โซฟา  นั่งพักผ่อน  เพราะว่าเจ็บเท้าเพราะว่าเดินมาก  นั่งไปนั่งมาก็เลยหลับไป  ตื่นขึ้นมาก็นั่งเล่นอยู่จนถึงบ่าย ๒ โมง  ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี  ก็เลยเดินทางไปสุวรรณภูมิ  ไปนั่งรอเครื่องเพื่อจะเดินทางกลับเชียงใหม่ ไปในครั้งนี้ก็ไม่เห็นว่ามีลูกศิษย์คนใดรู้  ไม่มีลูกศิษย์คนใดมาต้อนรับ  หรือมาเชิญให้ไปรับยกถาดให้  แม้แต่ลูกศิษย์คนหนึ่งที่บอกว่าถ้าอาจารย์ไปกรุงเทพฯ  ก็ให้บอกผมด้วย  ก็ไม่บอกเพราะขี้เกียจ  เสียเวลาที่เราจะเดินทางไปไหน

      Cool    แต่มาวันนี้มีลูกศิษย์ที่อยู่กำแพงเพชร  รู้ดีว่า อาจารย์ประหยัด จะเดินทางไปกรุงเทพฯ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ นี้  โดยที่ผู้เชิญคือ อ.เล็ก  ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่  เพราะ อาจารย์ประหยัด บอก อ.เล็กว่า  วันที่ ๑๒ ก.ย. ให้โทรไปถามอีกทีหนึ่ง  ว่าจะไปหรือไม่   ซึ่งยังไม่ได้ตกลงว่าจะไปเมื่อไหร่
   แต่ถ้าไปจริง  ก็จะไปในวันที่ ๑๙ กันยายน นั่นแหละ  แต่จะไปทำงานใหญ่กว่าการยกถาดเสียก่อน  คือจะเดินทางไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า  ไปร่วมกับ “กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑”  ที่ไปก็เพราะว่า  จะไปช่วยเสื้อแดงในสิ่งที่มองไม่เห็น  ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ  เพราะว่า “บัวใต้น้ำที่อยู่ในโคลนตม” นั้น  ก็ไม่จำเป็นต้อง “สีควายให้ซอฟัง”  ก็ช่วยไปแบบที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” อยากไปเรียนรู้ที่ว่า  เมื่ออยู่ในท่ามกลางของคนหลายหมื่นคนนั้น  ถ้าเราอาราธนาเทวดาทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน  มาท่ามกลางที่ชุมนุม  จะช่วยไม่ให้เกิดเหตุร้ายแก่พวกเขาหรือไม่  ซึ่งถ้าเกิดขึ้นโดยที่รัฐบาลสั่งยิงเสื้อแดง  เหมือนเมื่อ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น  เสื้อแดงกลุ่มเชียงใหม่ไม่มีใครตายและบาดเจ็บเลย  ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนั้นช่วยจากการปฏิบัติทำพิธีที่เชียงใหม่

      Shocked เพราะฉะนั้นในวันที่  ๑๙ นั้น  กระเป๋าเสื้อผ้าจะอยู่ที่โรงแรมสะพานควาย  แต่ตัวจะไปอยู่ที่ พระบรมรูปทรงม้า  แล้วถ้าจะไปบ้าน อ.เล็ก จริง  ก็จะให้ อ.เล็ก ไปรับที่โรงแรม  ในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๒   ก็คงจะไปรับประมาณ ๙.๐๐ น. หรือ อาจจะสายกว่านั้น  เพราะ อ.เล็ก งานมาก ตื่นสาย อยู่แล้ว

      Angry  Tongue    เพราะฉะนั้นคนที่สู่รู้ว่าอาจารย์ประหยัดจะไป  หนอกจอก วันที่ 19 กันยายน นั้น  จะต้องเข้าใจตามนี้ด้วย  อย่าเพิ่งใช้ตาทิพย์คาดการณ์เอาว่า อ.ประหยัด จะไปบ้าน  อ.เล็กในวันที่ ๑๙ เดือนนี้  เพราะว่าไปคราวที่แล้วก็ไม่เห็นมีใครรู้เลยสักคน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 08:57:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 06, 2009, 10:44:57 PM »

สงสัย แล้วก็ขออนุญาตถามครับ กับประโยคที่ว่า

"อาราธนาทูลขอให้พระบารมีช่วยอำนวยการอย่างนั้นอย่างนี้ เกินอำนาจกรรมสิทธิ์แห่งตน
พระบารมีก็จะไปรายงานเป็นฟ้องให้พ่อต้นฯ ทราบ ถ้าศิษย์ผู้ใดผิดครรลองครองธรรมบ่อยครั้ง"

ข้อความที่ว่า "เกินอำนาจกรรมสิทธิ์แห่งตน" หมายความว่าอย่างไรครับ ?

หมายถึง ความสามารถของเราอยู่ในขั้น "อนุบาล" แต่ไปขอบารมีให้ท่าน
มาช่วย ปราบมาร หรือ เปิดพระโอษฐ์ให้  ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดข้ามขั้น
ไม่ทราบ ผมยกตัวอย่างมา ถูกต้อง หรือไม่ครับ

      Shocked อยากรู้ให้ไปอ่าน สังฆทาน 85,000  ซึ่งเขียนเกี่ยวกับ อ.พงศ์วิทย์  ซึ่งตัว อ.พงศ์วิทย์นั้นแหละ  เป็นอาจารย์ ที่ทำ "เกินอำนาจกรรมสิทธิ์แห่งตน"  ตัวเองนั้นบารมีเพียงแค่ระดับ "พลา" แต่ไปทำในระดับ "อานิสงฆ์"  แล้วยังมีอีกคนหนึ่งก็คือ นายธนากร ที่มาเร็วไปเร็ว เร็วยังไงก็ไปถามคุณกบดำดู
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 09:04:58 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
kobdam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนา


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 07, 2009, 08:28:11 AM »

Smiley ขออนุญาตินำความหมายเหตุและผลของการยกพานบารมี(ยกถาด)กับครูบาอาจารย์มาให้อ่านกันครับ

  Smiley มรรคผลจากการตั้งเครื่องบูชาและสนองพระบารมี

1.ได้รับมอบกายสิทธิ์ องค์พระบารมีรับรองเต็มกำลัง

2.ได้ลุเวร ลุกรรมและเป็นการสร้างทานบารมีจุนไปในพระศาสนา

3.องค์พระบารมี นะอำนวยการส่งเหตุให้ได้เห็นเหตุตามกุศลมูลเดิม

 Smiley มรรคผลจากการลงองค์พระธรรมครบตามพระบารมีบัญญัติ

1.ให้มีกายสิทธิ์ออกเต็มกำลัง สร้างบารมีได้สำเร็จธรรมเป็นภาค

2.ให้วิญญาณเป็นพระ สวยงามสุดพรรณา ประดุจประดับด้วยเพชร

3.ให้มีพระบารมีแก่กล้า แผ่รัศมีกว้างใหญ่ไพศาล

 Smiley ฉะนั้นศิษย์น้องๆที่เข้าใจผิดคิดว่าการยกพานบารมี ก็เพียงเพื่อสามารถไปเปิดโอษฐ์และโปรดญาติได้นั้น จึงเป็นความคิดที่ผิดครับ เหตุผลจริงๆคือให้ศิษย์ท่านนั้นได้เข้าเป็นศิษย์สายสัญญาบารมีได้ถูกต้องครบถ้วน คือการน้อมรับพ่อต้นและ ท่าน อ.ประหยัดให้เ้ป็นครูบาอาจารย์อย่างเป็นทางการ องค์พระบารมีรับรอง สามารถลงองค์พระธรรมแก่ตนเองได้  สามารถทำการดับล้าง กรวดน้ำ ซึ่งเมื่อองค์พระบารมี และองค์พระธรรมรับรองแล้วสิ่งที่ปฎิบัติก็จะออกเหตุเห็นผลได้ในการปฎิบัติครับ

 Smiley ไม่มีข้อบัญญัติหรือกำหนดไว้ว่าเพื่อการโปรดญาติ ฉะนั้นก่อนการยกพานบารมี ควรคิดและตรึกตรองถึงสาเหตุและเหตุผลของคุณในการยกพานบารมีเสียก่อนครับ จะได้ไม่หลงทาง 


      Shocked พาลีสอนน้อง  กบดำสอนก็สอนศิษย์รุ่นน้อง  โดยยกคำสอนมาจากคำสอนของครูบาอาจารย์และพ่อต้นฯ  ซึ่งเป็นภาษาไทยที่อ่านง่าย  อ่านแล้วก็น่าจะเข้าใจ  แต่ก็มีข้อ ๓.ที่ว่า ให้มีพระบารมีแก่กล้า แผ่รัศมีกว้างใหญ่ไพศาล  เพราะว่ากว่าจะรู้ก็ต้องปฏิบัติให้ถึงระดับ อานิสงฆ์ สูงสุด จึงจะเข้าใจได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 09:36:26 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สติมาปัญญาเกิด สติไม่มีปัญญามิเกิด"
"ความหลง คือหนทางสู่ความทุกข์"
"ทางสายกลาง คือหนทางแห่งความสุข"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 07, 2009, 09:17:18 AM »

"อายุบวร"

      Shocked ก็ไม่น่าที่คุณกบดำจะรู้ถึงเรื่องของสายสัญญามากพอสมควร  ซึ่งไม่เพียงแค่ปฏิบัติในสายสัญญาแล้ว  ก็ยังอ่านบทความที่เขียนเอาไว้  โดยมีศิษย์สายสัญญาน้อยคนมากที่จะพยายาม หรือสนใจอ่าน  แล้วบุคคลเหล่านั้น ยกตัวอย่าง นายกบแก่ นายก๊อปแก๊ป นายธนากร และ คุณนางปุ้ย  ก็ได้เลือนหายไป หายไปจากสายสัญญา  ยกเป็นตัวอย่างมาให้อ่าน  แต่ไม่อ่านกัน  กว่าจะรู้ก็น่าจะสายเสียแล้ว  เพราะว่าเมื่อพระบารมี ปลดออก ไล่ออก  ก็จะไม่มีใครแก้ไขให้ได้  แม้แต่ลูกศิษย์พ่อต้นฯ ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือในปัจจุบันนี้
      Shocked สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น  ชื่อก็บอกแล้วว่าประยุกต์ เมื่อไม่เข้าใจว่า สายสัญญานั้นคืออะไร  ก็ขอบอกว่า "สายสัญญานั้นคือดาบสองคม"  "ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว"  ไม่ยกเว้นแม้แต่ลูกชายของพ่อต้นฯ เอง  เขียนอยู่บ่อย ๆ น่าจะมีสมองคิด ไตร่ตรอง  จนอาจารย์ประหยัด ไม่อยากจะมา "สีควายให้ซอฟัง" อยู่แล้ว  บทความที่ได้เขียนสอนเอาไว้ก็เหลือเฟือเกินที่ปัญญาลูกศิษย์จะศึกษาได้ น่าจะรู้ว่า คุณหมูตั้งช่องสนามมวยให้อาจารย์ประหยัด  เอาไว้ต่อยกับอาจารย์และศิษย์สายสัญญา  แต่ยังไม่เคยมีใครเข้ามาต่อกรเลยสักคน  เพราะว่า การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย  แต่คนที่ตายนั้นก็คือ คนที่ถูกอาจารย์ประหยัด เขียนถึงนั่นแหละ 
      Cool แม้แต่คนที่อยู่นอกสายสัญญาเคยนำมาเขียนแล้ว จนผู้ถูกเขียนนั้นโทรมาขอ  จึงได้ลบทิ้งไป
ที่เขียนถึงเขานั้น เขียนตั้งแต่ออกบ้าน นั่งรถอะไร เบอร์อะไร ไปถึงสำนักของเขา  แล้วนำเรื่องที่เขาสอนมาเขียน  พูดไปตามความเป็นจริง บรรดาลูกศิษย์ของนายคนนี้ยุให้ฟ้อง  แต่มันฟ้องไม่ได้ที่ตรงว่าเขียนจากเรื่องจริง  ตามที่เขาสอนนั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 09:23:59 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 07, 2009, 10:18:16 AM »

"อายุบวร"

     เมื่อปี พ.ศ. 2546 ที่ได้เดินทางมาโปรดญาติบ่อย ๆ ซึ่งเป็นศิษย์สายนายกบแก่  เมื่อเดินออกจากโรงแรมที่สะพานควายมารอขึ้นรถไปสนามบินดอนเมือง  ก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นรถเบอร์ไหนไป  ก็ได้ถามพวกที่มารอรถเหมือนกับเราว่า  ไปดอนเมืองไปรถเบอร์ไหน  ถามไป 5-6 คน ก็ไม่รู้กันทั้งนั้นแหละ  ก็พึ่ีงจะรู้ว่าคนที่อยู่ในกรุงนั้นมันไม่ใช่ฉลาดรอบรู้ในเรื่องรถเมล์กันทุกคน  มันจะรู้เฉพาะเส้นทางที่พวกมันนั่งไปทำงานเท่านั้นแหละ
      Tongue มาถึงเวลาปัจจุบันนี้  พูดได้ว่าถ้าเป็นเส้นทางที่ อาจารย์ประหยัดไปบ่อย ๆ ก็จะรู้ทันที  ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ  ถ้าอยู่สี่แยกสะพานควาย  จะไปดอนเมืองก็นั่งเบอร์ ๒๙ ไป  ถ้าจะไปร้านคุณหมูก็ขึ้นเบอร์ 509 ไป ซึ่งเบอร์นี้จะผ่าน พระบรมรูปทรงม้า และราชดำเนิน  หากจะไปสวนสัตว์ก็ให้ลงที่ราชดำเนินข้ามถนนไปขึ้นเบอร์ ๗๐
      Shocked สมมุติว่าถ้าจะไป อนุสาวรีย์ชัย ขึ้นรถเบอร์ 29,509,97,59 ฯลฯ แต่ถ้าเป็นช่วงเวลารถติด ก็อย่าขึ้นรถเมล์เพราะว่า  แม้จะเป็นรถเมล์แอก็ไม่มีที่นั่ง  ให้ขึ้นรถไฟฟ้าเพียงแค่ ๒๐ บาทเท่านั้น  ซึ่งถ้าขึ้นไปลงที่สยามพาราก้อนก็น่าจะ ๓๐ บาทแล้วจะต่อไปลงมาบุญครองอีก ก็คงจะเพิ่มอีก ๒๐ บาท  ไม่น่าจะนั่งรถเมล์เพราะรถติด  แล้วราคาก็แพงกว่ากันไม่กี่บาท  ถ้าจะไปดอนเมืองในขณะที่รถติด สมมุติว่าอยู่หน้าโรงแรมดุสิตธานี (นั่งรถกลับมาจากปอยเปต) ก็ให้นั่งรถใต้ดินไปโผล่ที่จตุจักร  แล้วต่อรถเมล์แออีกทีหนึ่ง  ไม่จำเป็นต้องนั่งแท๊กซี่  ซึ่งนั่งรถเมล์ไปนั้นค่ารถก็ ๑๘ บาท  ถ้านั่งรถแท๊กซี่ก็น่าจะ ๑๕๐ บาท
      Shocked ปกติแล้วเมื่อนำรถส่วนตัวเข้ากรุงเทพฯ  ก็จะเอารถจอดไว้ที่โรงแรม  แล้วก็นั่งรถไฟฟ้า และรถเมล์  เวลาจะไปเมืองทองธานี  ถ้าหลายคนก็นั่งแท๊กซี่ ถ้าไปคนเดียวก็ไปไปขึ้นรถเมล์เบอร์ ๑๖๖ ที่ อนุสาวรีย์ชัย  เพราะถ้าขับรถแล้วหลงทางก็จะเสียค่าน้ำมันเยอะมาก  แต่ก็จะหาทางกลับจนได้  ถ้าหลงทางในสายสัญญาก็จะไม่มีวันกลับมาได้เหมือนเดิม  เพราะว่าน้ำมันสำหรับในการกลับสายสัญญานั้นก็คือ  การทำสังฆทาน ซึ่งส่วนมากแล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่มีเงินทำสังฆทาน  แล้วก็จะจืดจางไปจากสายสัญญา  ออกจากสายสัญญาไปตามยะถากรรม
บันทึกการเข้า
umijung24
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 07, 2009, 10:38:58 AM »

อยากได้เบอร์ของอายุบวรค่ะ

"อายุบวร" เป็นคำทักทายของ คนประเทศศรีลังกา  แปลว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืน เทียบกับภาษาไทยก็คือ "สวัสดี"  ผู้่ที่ใช้คำ "อายุบวร" คือ Administrator หรือผู้บริหารเว็ปนี้ก็คือ อาจารย์ประหยัด  ส่วนเจ้าของเว็บนี้ก็คือ คุณ May ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บคนที่สอง  จากคุณหมู ที่ได้จืดจางไปจากสายสัญญา  ก็คงจะเบื่อที่จะต้องมาดูแล  อ่านกระทู้ของผู้โพสเข้ามา  แต่คุณหมูนั้นไม่เลิกปฏิบัติในสายสัญญา  ทิ้งอาจารย์ประหยัดมุ่งสู่นิพพานอย่างแน่นอน  แต่อีกหลาย ๆ ชาตินั้นไม่แน่นะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2009, 11:10:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
WEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 08, 2009, 09:09:43 PM »

ขอคุณในคำตอบครับผม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: