"อายุบวร"

เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒ อาจารย์ประหยัด นั่งรถเมล์เบอร์ ๕๕๑ จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ค่ารถ ๒๗.- บาท จากนั้นก็รถเมล์เบอร์ ๕๐๙ ไปพาต้าปิ่นเกล้า ตั้งใจว่าจะไปลงที่ทำเนียบ เพื่อไปถ่ายรูป กำลังทหาร ที่ยกกองทัพมาตั้งรอรับ “เสื้อแดง” แต่ปรากฏว่า ที่หน้าประตู นั้นมีทหารยืนเฝ้ายามประตูละ ๕ คน ๒ ประตูก็สิบคน ไม่เห็นรถกระป๋อง ลวดหนาม ก็เลยไม่ลงไปถ่ายรูป ไปลงรถที่พาต้า ปิ่นเกล้า รถเมล์ไปจอดที่หน้าร้าน ปิ่นเกล้าหัวปลาหม้อไฟ แต่ร้านยังไม่เปิด ซึ่งถ้าเปิดคุณหมูก็ต้องเสียหัวปลาหม้อไฟไปฟรี ๆ ๑ หม้อ

เดินข้ามสะพานลอยไปที่หน้าพาต้าปิ่นเกล้า นั่งรถไปลงที่สนามหลวงเดินลอดถนนปิ่นเกล้าไปที่ถนนราชินี ไปดูโรงแรมที่ตรอกโรงไหม ชื่อโรงแรมสวัสดี เวลคัม อินท์ โรงแรมนี้ราคาเริ่มต้นที่ ๕๑๐ บาท เลยไปถึงถนนข้าวสารก็ขึ้นรถกลับไปลงที่หน้าวัดพระแก้ว เพื่อจะไปต่อรถเบอร์ ๓ กลับไปที่สะพานควาย แต่หารถเบอร์ ๓ ไม่เจอ ก็เลยขึ้นรถ ที่หน้าวัดโพธิ์ เบอร์ ๔๘ ไปลงที่ สยาม พารากอน ปรากฏว่ายังไม่ถึงเวลาเปิด ก็เลยนั่งรถไฟฟ้า ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัย ๒๐ บาท จากนั้นก็นั่งรถเบอร์ ๖๒ ไปลงที่หน้าสถานทูตอเมริกัน เดิมข้ามถนนไปตึกสินธร เดินเข้าไปในตึกชั้น ๒ ไปที่โบรค แอ๊ดคินซัน ไปนั่งเล่นหุ้น ประมาณเที่ยงก็ออกมาขึ้นรถเมล์เบอร์ ๖๒ ไปลงที่อนุสาวรีย์ แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่ สยาม พารากอน ไปนั่งกินข้าวมื้อเที่ยงที่สวนอาหาร ข้าวทะเลผัดผงกระหรี่ราดหน้า ๑ จาน ๙๐.๐๐ บาท แพงกว่าร้านแบล๊คแคนยอนไป ๕.-บาท เอาน้ำหวานมาอีก ๑ แก้ว ๕๐ บาท

เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็ขึ้นไปนั่งพักผ่อนที่ชั้น ๒ ไปนั่งเก้าอี้โซฟา นั่งพักผ่อน เพราะว่าเจ็บเท้าเพราะว่าเดินมาก นั่งไปนั่งมาก็เลยหลับไป ตื่นขึ้นมาก็นั่งเล่นอยู่จนถึงบ่าย ๒ โมง ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ก็เลยเดินทางไปสุวรรณภูมิ ไปนั่งรอเครื่องเพื่อจะเดินทางกลับเชียงใหม่ ไปในครั้งนี้ก็ไม่เห็นว่ามีลูกศิษย์คนใดรู้ ไม่มีลูกศิษย์คนใดมาต้อนรับ หรือมาเชิญให้ไปรับยกถาดให้ แม้แต่ลูกศิษย์คนหนึ่งที่บอกว่าถ้าอาจารย์ไปกรุงเทพฯ ก็ให้บอกผมด้วย ก็ไม่บอกเพราะขี้เกียจ เสียเวลาที่เราจะเดินทางไปไหน

แต่มาวันนี้มีลูกศิษย์ที่อยู่กำแพงเพชร รู้ดีว่า อาจารย์ประหยัด จะเดินทางไปกรุงเทพฯ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ นี้ โดยที่ผู้เชิญคือ อ.เล็ก ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่ เพราะ อาจารย์ประหยัด บอก อ.เล็กว่า วันที่ ๑๒ ก.ย. ให้โทรไปถามอีกทีหนึ่ง ว่าจะไปหรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้ตกลงว่าจะไปเมื่อไหร่
แต่ถ้าไปจริง ก็จะไปในวันที่ ๑๙ กันยายน นั่นแหละ แต่จะไปทำงานใหญ่กว่าการยกถาดเสียก่อน คือจะเดินทางไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ไปร่วมกับ “กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑” ที่ไปก็เพราะว่า จะไปช่วยเสื้อแดงในสิ่งที่มองไม่เห็น ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะว่า
“บัวใต้น้ำที่อยู่ในโคลนตม” นั้น ก็ไม่จำเป็นต้อง
“สีควายให้ซอฟัง” ก็ช่วยไปแบบที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” อยากไปเรียนรู้ที่ว่า เมื่ออยู่ในท่ามกลางของคนหลายหมื่นคนนั้น ถ้าเราอาราธนาเทวดาทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน มาท่ามกลางที่ชุมนุม จะช่วยไม่ให้เกิดเหตุร้ายแก่พวกเขาหรือไม่ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นโดยที่รัฐบาลสั่งยิงเสื้อแดง เหมือนเมื่อ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น เสื้อแดงกลุ่มเชียงใหม่ไม่มีใครตายและบาดเจ็บเลย ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนั้นช่วยจากการปฏิบัติทำพิธีที่เชียงใหม่

เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๙ นั้น กระเป๋าเสื้อผ้าจะอยู่ที่โรงแรมสะพานควาย แต่ตัวจะไปอยู่ที่ พระบรมรูปทรงม้า แล้วถ้าจะไปบ้าน อ.เล็ก จริง ก็จะให้ อ.เล็ก ไปรับที่โรงแรม ในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๒ ก็คงจะไปรับประมาณ ๙.๐๐ น. หรือ อาจจะสายกว่านั้น เพราะ อ.เล็ก งานมาก ตื่นสาย อยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นคนที่สู่รู้ว่าอาจารย์ประหยัดจะไป หนอกจอก วันที่ 19 กันยายน นั้น จะต้องเข้าใจตามนี้ด้วย อย่าเพิ่งใช้ตาทิพย์คาดการณ์เอาว่า อ.ประหยัด จะไปบ้าน อ.เล็กในวันที่ ๑๙ เดือนนี้ เพราะว่าไปคราวที่แล้วก็ไม่เห็นมีใครรู้เลยสักคน