หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แง่คิดเตื่อนสติ...  (อ่าน 1760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
folk_jung
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35


หากมนุษย์ขาดความเมตตาแล้วโลกนี้จะอยู่ได้เช่นไร


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 12:35:44 PM »

สูงเยี่ยม.. เทียมฟ้า....อย่าดูถูก

ครูเคยปลูก วิชา... มาแต่หลัง

ศิษย์ไร้ครู รู้อยู่.. ไม่จีรัง

อย่าคิดชั่ว บังอาจ.. ประมาทครู


***บังเอิญค่ะหนูเข้าไปเจอในเว็ปนึง อ่านแล้วรู้สึกชอบเลยขอแอบนำมาให้ได้ลองอ่านดูค่ะความหมายของกลอนเหมาะมากค่ะ สำหรับศิษฐ์ที่มีครูบาอาจารย์ควรระลึกนึกถึงไว้ค่ะ
 
                      Grinขอขอบคุณที่มาของกลอนด้วยนะค่ะ เว็ป องค์เทพ.com *-*
บันทึกการเข้า

คุณเปรมท่านเมตตาอยู่แล้วโดยเฉพาะหนุ่มเสก
WONDERGIRL
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 01:41:23 PM »

เห็นด้วยค่ะ... ^^
บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 21, 2009, 09:07:37 AM »

"อายุบวร"

 Cool ก็ไม่ทราบว่า คุณ folk_jung ไปคัดเอากลอนมาสอนใคร  สอน อาจารย์ประหยัด หรือ นายเล็ก หนองจอก  ตัวอาจารย์ประหยัดนั้น เรียนสายสัญญามาจาก อ.พงษ์วิทย์  ซึ่งเมื่อขึ้นถึงระดับอานิสงฆ์สูงสุดแล้ว  ก็รู้ว่าอาจารย์ของเรานั้นเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้รับแต่งตั้งจาก "พระบารมี" แต่ได้รับแต่งตั้งจาก อาจารย์ที่เป็นศิษย์พ่อต้นฯ  แล้วก็เป็นอาจารย์ที่ถูกพระบารมีถอดถอนไปแล้ว  ก็ไม่ต้องถามว่ารู้ได้ยังไง  ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์คู่นี้ก็ได้ถูกอาจารย์ประหยัด นำมาเขียนเอาไว้ในเว็บนี้  ว่าท่านทั้งสองนั้นมีวิธีการโปรดญาติยังไงบ้าง  ซึ่งเมื่อเขียนแล้ว อ.พงษ์วิทย์ ท่านก็ได้ Copy เอาไป  แล้วเอาไปให้อาจารย์สายสัญญาที่เป็นอาจารย์ลูกศิษย์พ่อต้นฯ ทั้งหลายอ่าน  เพื่อจะเรียกพวกให้หันไปโจมตีอาจารย์ประหยัด  ก็ไม่มีแนวร่วมด้วย  เพราะพวกนั้นถาม อ.พงษ์วิทย์ ว่า เรื่องที่นายประหยัด เขียนนะ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า  อ.พงษ์วิทย์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง  แม้แต่ อ.บุญมา ก็ยังไม่กล้าที่จะต่อกรกับอาจารย์ประหยัด  เพราะว่าเรื่องที่ได้ไปพบปะ อ.บุญมา นั้น ก็นำกลับมาเขียนให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้อ่าน  เผื่อว่าเวลาไปนั้น "รู้เขารู้เรา" ไม่ใช่ว่ารบศึก ๑๐๐ ครั้ง จะชนะทุกครั้ง  แต่ ถ้าไปหา อ.บุญมา แล้วจะไม่ต้องถูก อาจารย์หลอกเอาเงิน

      Shocked ซึ่งคุณ folk_jung นั้นยังไม่เคยได้เจออาจารย์สายสัญญา ที่เขียนชื่อเอาไว้ในเว็บนี้  ไปเจอเสียจะได้รู้ว่า อ.ประหยัด นั้นพูดจริงหรือไม่  แต่ อย่าไปบอกว่ามาจาก สายสัญญา สาย อ.ประหยัด ก็แล้วกัน ก็จะได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง  ซึ่งกลอนนี้ถ้าจะสอน นายเล็ก....หนองจอก โดยตรงละก้อ  นายเล็กมันน่าจะรู้มาก่อนแล้ว  เพราะลูกศิษย์ที่กรุงเทพฯ ๓ คน ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น คือ นายกบแก่  นายธนากร และนายก๊อปแก๊บ  ก็น่าจะรู้ดี  ในที่สุดตัวเองนั้นก็ทำเหมือนกับตัวอย่างที่ยกเอาไว้นั่นแหละ  ก็ได้เอาอาจารย์ประหยัด ไปหากินได้ ๓ เที่ยว แต่น่าสงสารที่เขาบอกว่า ขาดทุน ทุกเที่ยว ต้องซ่อมตลอด สาธุ  ก็ไม่ทราบเลยว่า  คนกรุงเทพฯ มันหน้าโง่  ขนาดที่ว่า ทำธุระกิจ ทำโครงหลังคา ปีหนึ่งได้กำไรเกือบสิบล้าน  สงสัยว่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2009, 02:11:08 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
folk_jung
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35


หากมนุษย์ขาดความเมตตาแล้วโลกนี้จะอยู่ได้เช่นไร


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2009, 11:54:00 AM »

           Grin สวัสดีค่ะ ท่านอ.ประหยัด หนูไม่ได้มีเจตนาที่จะส่อเสียดหรือลบหลู่ท่านอาจารย์แต่ประการใดนะค่ะ  ท่านอาจารย์อย่างพึงแปลเจตนาของหนูผิดไปนะค่ะ ส่วนตัวหนูเองชื่นชอบในแนวคิดและแนวทางการสอนของท่านอาจารย์อยู่แล้วเป็นส่วนตัวค่ะ และหนูไม่เคยคิดที่จะลบหลู่ท่านอาจารย์เลย เพียงแต่ว่าบังเอิญหนูไปเจอข้อความข้างต้นจากเว็ปอื่นพอดี หนูเห็นว่ามันเป็นคติสอนใจที่ดีสำหรับพี่ๆน้องๆ สายสัญญา และ  เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นค่ะ ปัจจุบันหนูคิดแต่เพียงว่าอาจารย์ประหยัดท่านเป็นเหมือนอาจารย์ไหญ่สำหรับสายสัญญาประยุกต์ หนูเป็นเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดฉะนั้นหนูจึงไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะพูดอะไรเป็นการลบหลู่ท่านอาจารย์ 
            Cry ขอขอบพระคุณนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2009, 02:08:48 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

คุณเปรมท่านเมตตาอยู่แล้วโดยเฉพาะหนุ่มเสก
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 09:11:01 AM »

สูงเยี่ยม.. เทียมฟ้า....อย่าดูถูก
ครูเคยปลูก วิชา... มาแต่หลัง
ศิษย์ไร้ครู รู้อยู่.. ไม่จีรัง
อย่าคิดชั่ว บังอาจ.. ประมาทครู


***บังเอิญค่ะหนูเข้าไปเจอในเว็ปนึง อ่านแล้วรู้สึกชอบเลยขอแอบนำมาให้ได้ลองอ่านดูค่ะความหมายของกลอนเหมาะมากค่ะ สำหรับศิษฐ์ที่มีครูบาอาจารย์ควรระลึกนึกถึงไว้ค่ะ
 
       Grinขอขอบคุณที่มาของกลอนด้วยนะค่ะ เว็ป องค์เทพ.com *-


"อายุบวร"

      Tongue กลับมาอ่านกลอนที่ folk_jung นำมาลงเอาไว้อีกทีหนึ่ง  ก็ทราบแล้วว่าเอามาสอนใคร  น่าจะเอามาสอน อ.เล็ก....หนองจอก  แต่บังเอิญนายเล็กคิดว่าตนนี้เป็นระดับอาจารย์ผู้ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟังใครแล้ว  จึงไม่ได้อ่านหรือไม่อ่าน  ในที่สุด นายเล็ก...หนองจอก ก็ได้ "คิดชั่ว บังอาจ....ประมาทครู"  หลังจากที่กลอนนี้เขียนลงไม่กี่เดือน
ทั้งๆ ที่เป็นเพียงแค่ "กิ้งก่าได้ทอง" ยังไม่ได้เป็นผู้ "สูงเทียมฟ้า" แต่ประการใด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2009, 09:19:45 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2011, 10:33:02 AM »

"อายุบวร"
    "เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า" อันนี้เป็นความจริง แต่ที่จริงและแปลกก็คือ สายสัญญญานั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติในสายสัญญานั้น ทำไมถึงปฏิบัติแล้วไม่รู้จริงว่า สายสัญญานั้นเป็นศาสตร์หนึ่งที่เหนือกว่าศาสตร์ใด ๆ หรือศาสตร์อื่นจะมาเทียบเท่าสายสัญญาได้ นอกจากศาสตร์ "หมอนวด" ซึ่ง ก็เหนือกว่าสายสัญญา ตอนที่สายสัญญานั้นนวดไม่เป็น แล้วก็ยังมีอีกหลายวิชาหลายๆ ศาสตร์ ที่สายสัญญาทำแบบเขาไม่ได้ อย่างเช่น น้ำหมักป้าเช็ง ซึงศาสตร์นี้นำเอามาจากการหมักที่เป็นยารักษาโรคสมัยพระพุทธองค์ ที่ใช้ ดีปลี มะขามป้อง สมอ แต่ปัจจุบันนี้ป้าเช็งนำมาหมักผลไม้ทุกชนิด ซึ่งมีหลาย ๆ สูตร ที่รักษาได้หลาย ๆ โรค อย่างโรคอำมพฤกต์ อำมพาติ รู้สึกว่าองค์พระธรรมจะรักษาไม่หาย สู้น้ำมหาบำบัดของป้าเช็งไม่ได้ แม้แต่ตาเป็นต้อ หยอดน้ำ พลอยเพชรยังหายได้เลย
    Embarrassed ก็ไม่อยากจะคุยว่า อาจารย์ประหยัด สามารถปฏิบัติในสายสัญญา ได้ดีกว่าลูกศิษย์พ่อต้นฯ หลาย ๆ ท่าน ก็ไม่อยากจะคิดว่าตัวเราเองนั้นเป็นคนที่มีมูลเดิมสายสัญญา มาตั้งแต่อดีตชาติ อาจา่รย์ประหยัดสามารถทำได้เหนือกว่าอาจารย์สายสํญญาระดับลูกศิษย์พ่อต้นฯ แต่ก็ไม่มีลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดคนใด ที่ทำได้เหนือหรือเก่งกว่าอาจารย์ประหยัด ทั้ง ๆ ที่ตำราในการปฏิบัตินั้น อาจารย์ประหยัดไม่เคยหวง ลูกศิษย์มีวิชาในแผ่น VCD เท่า ๆ กันกับอาจารย์ประหยัด แต่ไม่สามารถทำให้เทีัยบเท่าอาจารย์ประหยัดได้ นี่ซิ เป็นของแปลก ที่แปลกกว่านั้น ไม่น่าเชื่อ คือในสมัยที่ทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงศรีอยุทธยา  ไม่มีแคชเชียคนใดทั่วประเทศ เต้นรำได้เก่งกว่าอาจารย์ประหยัด โดยที่อาจารย์ประหยัดนั้นไม่ได้เรียนเต้นรำ แต่หาประสบการณ์ในบาร์ มีพาทเน่อร์ มาสอนให้คนละเพลงสองเพลง ถ้านำมาเปรียบกับสายสัญญา พาทเน่อร์ นั้นก็คือ คนป่วย ที่มารักษาตัวกับเรานั่นแหละ ถ้าเรารักษา หรือช่วยคนมาก มีประสบการณ์มาก เราก็จะเกิดความชำนาญ รอบรู้มากขึ้น แล้วก็จะเก่งขึ้น การที่พูดว่าเก่งนั้นไม่ได้อาศัยเงินทอง อาศัยประสบการณ์
    การช่วยเหลือคนนั้น ต้องไม่เรียกร้องเอาเงินทองจากเขา ไม่ใช่ว่ามาครั้งหนึ่งต้องจ่าย ๒,๐๐๐ บาท เป็นค่าน้ำมัน ซึ่งค่าน้ำมันจริง ๆ นั้นมันเพียงแค่ ๒๐๐ บาทเท่านั้น แบบนี้ไม่ต้องขึ้นชั้นไปถึงเพียงแค่ครึ่งของอาจารย์ ขึ้นไปนิดเดียวมันก็หลุดจากวงโควรของสายสัญญาไปแล้ว แล้วอย่าไปคิดว่าเก่งกว่าอาจารย์ ถึงเวลาก็รู้เองแหละว่าเก่งกว่า เพราะสิ่งใดที่อาจารย์ทำไม่ได้แต่เราทำได้นั่นแหละแสดงว่าบารมีเราสูงกว่าอาจารย์ ที่อาจารย์ประหยัดเหนือกว่าอาจารย์สายสัญญาก็คือ อาจารย์ประหยัด จะไม่มีการเรียกร้องเอาเงินเอาทองใคร ไม่ให้ใครมาทำสังฆทาน เพราะว่าไม่ต้องการ เงินทอง สิ่งของจากลูกศิษย์ ทุกวันก็มีพออยู่พอกินอยู่แล้ว ซึ่งใครที่มีจุดมุ่งหมายเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา เพื่อที่จะนำวิชาสายสัญญาไปหากินนั้นย่อมไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: