หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * อ.ประหยัด ไม่รู้จักบุญคุณ  (อ่าน 825 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2008, 09:36:52 AM »

Azn "อายุบวร"

      Shocked Copy from www.sanyana.com

    Afro จากคำพูดที่ว่า อาจารย์ประหยัด ไม่รู้จักบุญนายธนากร  ปุสสวงศ์

    Afro Afro น่าจะเป็นคำพูดของลูกศิษย์คนหนึ่งของ อาจารย์ประหยัด ที่มีสมองเท่ากับหัวแม่เท้า  ไม่ทราบว่าตัวเองนั้นโง่หรือแกล้งโง่  เพราะว่าแม้แต่ตัวเองยังเคยไปนอนที่ร้านสบายดีของคุณธนากร ปุสสวงศ์ มาแล้ว  แต่ไม่รู้จักใช้สมองอันมีอยู่น้อยนิดของตัวเอง  จึงได้กล่าวว่าจาอันเป็นการดูถูกดูหมิ่นอาจารย์ของตัวเอง

    Angry นายธนากร ปุสสวงศ์ นั้นเปิดพระโอษฐ์โดยการนำพาของนายกบแก่  ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ www.saisanya.net  ที่อาจารย์ประหยัดเคยเขียนอยู่ในเว็บนั้น  นายธนากร  ปุสสวงศ์ไปเปิดพระโอษฐ์ใน เดือนตุลาคม ๒๕๔๙ ก็เป็นวันที่อาจารย์ประหยัดลงไปกรุงเทพฯ ไปงานพระแม่ศรีอุมาเทวี  หลังจากนั้นนายธนากร  ปุสสวงศ์ก็ได้พาคุณสุ ภรรยา ไปเปิดพระโอษฐ์กับอาจารย์ประหยัดที่เชียงใหม่  แล้วก็ได้เปิดเว็บ www.sanyana.com พร้อมทั้งเปิดสำนักโปรดญาติอยู่ที่ร้านอาหาร”สาบายดี” ซึ่งในต้นปีนั้น คุณโหน่ง โทร.๐๘๖–๖๗๓–๙๖๕๔  ลูกศิษย์ของอาจารย์ประหยัด ได้เลิกกันกับภรรยาที่เชียงใหม่  ลงไปกรุงเทพฯ  กลับบ้านเดิม  อาจารย์ประหยัด ก็ได้บอกคุณโหน่งให้ไปเยี่ยมนายธนากร ซึ่งคุณธนากร นั้นได้เห็นฝีไม้ลายมือของคุณโหน่ง  ก็ชวนให้คุณโหน่งอยู่ต่อไปอีกวันสองวัน  กลายเป็นว่าอยู่กับนายธนากร คงจะเกือบ ๒ เดือน  ซึ่งพูดไปคุณโหน่งก็เปรียบเสมือน อาจารย์นายธนากร อีกคนหนึ่ง  หลังจากที่กลับไปบ้านแล้ว นายธนากร ก็ได้โทรเรียกตัวให้ไปช่วยทุกอาทิตย์  แรก ๆ ก็ดูเหมือนเป็นอาจารย์  ต่อมาเมื่อเดือน กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่อาจารย์ประหยัดลงไปที่กรุงเทพฯ  ก็เขียนจ๊วกคุณโหน่งในเว็บของตนเอง  ที่ว่า “ให้รู้จักใครเป็นใคร”  หรือที่  ว่าให้คุณโหน่งคือไม่รู้จักว่าลูกเมียใครก็มั่วไปเรื่อย

    Shocked อาจารย์ประหยัดลงมาโปรดญาติที่บ้านธนากร ๔ ครั้ง  โดยที่นายธนากร  นั้นไม่เคยออกค่าเครื่องบินให้เลย  ครั้งสุดท้ายที่ลงมาเมื่อวันที่ ๗-๘ ก.ค.๕๐ นั้น  คุณนุชเจ้าของจักรยาน LA ตามที่เขาราคาคุยมานะ  เป็นคนออกค่าใช้จ่าย  อาจารย์ประหยัดก็คงไม่โง่ที่จะลงมากรุงเทพฯ โดยทางคุณนุช จ่ายค่าเที่ยวมาแต่เที่ยวกลับไม่จ่าย  ซึ่งในเที่ยวกลับนั้นนายธนากร เขาสำรองออกไปก่อน  แต่เขาจะเบิกก็ได้ไม่เบิกก็ได้จากคุณนุช  เพราะว่าคุณนุชนั้นได้ให้ความหวังกับนายธนากร เอาไว้ว่า  จะซื้อเครื่องฟอกอากาศกับนายธนากร เป็นเงินล้านกว่าบาท  เมื่อหวังเงินล้านทำไมจะต้องไปสนใจกับเงินหนึ่งพัน แต่เมื่อพลาดจากการที่จะได้ขายเครื่องฟอกอากาศ  ก็ได้มาลำเลิกบุญคุณกับอาจารย์ประหยัดว่า  ตนเองก็เคยออกค่าเครื่องให้กับอาจารย์ประหยัด  ถ้านายธนากร นั้นใช้ปัญญาหน่อยหนึ่ง  ก็น่าจะรู้ว่าโรงงานประกอบจักรยานนั้นเขาน่าจะใช้พัดลมใหญ่  เป็นที่ดูดอากาศก็เพียงพอแล้ว  ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องฟอกอากาศ  สงสัยคุณนุชแกจะรวยแต่ไม่ซื้อนะ  

     Smiley แต่แรกนั้นปิดเว็บเพื่อคุณนุชและคุณวรรณา  พอไม่ได้ขายเครื่องฟอกอากาศก็กลับมาเปิดเว็บใหม่อีก  คงคิดว่า อาจารย์ประหยัดจะหน้าด้านเข้ามาเขียนในเว็บอีก  เมื่ออาจารย์ประหยัดไม่กลับมาเขียนก็โชว์เองได้อย่างเต็มที่  นานเข้าหลายอาทิตย์ก็เริ่มรู้ตัวว่าจะต้องกลายเป็นกบแก่ตัวที่ ๒ หรือไง ?  ก็ได้วิ่งหาอาจารย์สายสัญญาคนใหม่เพื่อที่จะไปซบอกท่าน  ในวันที่ ๒๘ ก.ค.๕๐  ก็วิ่งขึ้นไปเชียงใหม่ไปซบอก อ.กรีธา  ซึ่งก็หาได้นำมาเป็นเสาหลักสายสัญญาของตัวเองได้ไม่   ก็เปลี่ยนใจที่จะไปหาอาจารย์ประหยัด ในวันที่ ๓๐ ก.ค.๒๕๕๐ ในเมื่อคุณต้องการที่จะไปซบอกอาจารย์กรีธา  เรื่องอะไรอาจารย์ประหยัดจะต้องไปรองรับความพลาดหวังของนายธนากร   ซึ่งอาจารย์ประหยัดไม่ต้องการที่จะไปพูดคุยกับคนประเภทไม้หลักปักขี้ควายอยู่แล้ว  เมื่อนายธนากร  กลับลงมากรุงเทพฯ ก็เลยมาปิดเว็บเสีย  มันอยู่ที่ว่าปิดเพื่อจะกลายเป็น “กบแก่” ตัวที่ ๒ หรือไม่เท่านั้นเอง

    Cheesy ในการมาโปรดญาติที่ร้านสาบายดีนั้น  ไม่เคยที่จะได้รับเงินทองหรือสิ่งของกลับไปบ้านแต่อย่างใด  มีแต่ว่าจะต้องนำเอกสาร แผ่น VCD เหล็กจาร  ลงมาให้กับบรรดาศิษย์ที่มายกถาด ลงมากรุงเทพฯ ทุกครั้งที่มาร้านสบายดีจะต้องขาดทุนครั้งละหลายร้อยบาทกับเอกสาร  ซึ่งถ้าถามว่าใครมีบุญคุณกับใคร  คนฉลาดที่ไม่โง่ก็น่าจะรู้  ซึ่งจะให้โปรดญาติแบบสมัยก่อนที่อยู่กับกบแก่นั้น  คงจะไม่ทำแล้ว  เพราะศิษย์ที่ไม่ยอมลงทุนอะไรเลยมีแต่จะเอาฟรีอย่างศิษย์ของกบแก่และแม้แต่ตัวนายกบแก่เองเถอะ  ส่วนมากจะเป็นศิษย์ระดับกรรมกรยากไร้โปรดไปแล้วก็เสียเวลาเปล่า ๆ  เพราะว่าเห็นมามากแล้วที่ศิษย์สายสัญญาของ อ.พงษ์วิทย์  แม้จะลงทุนไปคนละ ๒–๓ พันบาท  ก็ยังใช้การอะไรไม่ได้เลย  แต่นี้โปรดให้ฟรี ๆ  ระดับคนประเภทนี้  ไม่สามารถที่จะไปในสายสัญญาได้อย่างแน่นอน  ไม่ใช่ว่าจะไปดูถูกพวกเขา  แต่มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว  แต่ก่อนก็นึกว่าชั่งมันดีกว่าอยู่เฉย ๆ  พอนานเข้าก็รู้สึกเบื่อ

     คงจะคิดว่า อาจารย์ประหยัด อยู่เชียงใหม่ไม่มีลูกศิษย์ไปหา  มันก็มีมาหาอยู่เรื่อย ๆ นั่นแหละ  ที่ลงมากรุงเทพฯ นั้นคิดว่า อาจารย์ประหยัด จะได้เงินทองกลับไปหรือ ?  ก็ได้เหมือนกัน  หลายพันบาทด้วย  ได้จากพี่สาวของคุณหมู  ซึ่งเธอเป็นคนออกค่าเครื่องบินให้นั่นแหละ  ให้เอาไปทำโรงทานให้กับวัดพระธาตุดอยผาส้ม  ส่วนคนที่ได้อานิสงส์จากพี่สาวคุณหมูก็คือนายธนากร  มีแต่อาศัยคนอื่นทั้งนั้นโดยตัวเองไม่ยอมควักเงินยังไม่พอ  เมื่ออาจารย์ประหยัดบอกบุญให้  เงินทองแม้แต่บาทเดียวยังไม่ยอมเสีย  ไม่ร่วมทำบุญด้วย  มีแต่คอยจะหาโอกาสจากลูกศิษย์คนอื่นที่เชิญอาจารย์ประหยัดเท่านั้น  แล้วยังจะมาราคาคุยว่า “อาจารย์ประหยัดไม่รู้จักบุญคุณได้ยังไง”

     :Smiley ในเดือนแรกที่คุณโหน่งมาช่วยนายธนากร นั้น  เนื่องจากนายธนากร  คิดว่าตัวเองแน่  ก็เปิดให้ไปเรื่อยนั่นแหละ  มีพนักงานคนหนึ่งชื่อ “แอน”  เปิดออกมาแล้วกลายเป็น “มาร”  ซึ่งนายธนากร แกยังด้อยพัฒนาในเรื่องเทพ  บุญบารมีของแกนั้นไม่สามารถที่จะปราบ “มาร” ได้ ก็ปราบมารซึ่งอยู่ในตัวของคุณแอนโดยการช่วยเหลือของคุณโหน่ง  และก็มี อ.ชาญยุทธ์ อีกคนหนึ่งที่ขึ้นมาจากหาดใหญ่  มาช่วยกันปราบ  แต่ปราบมารตัวนี้ไม่สำเร็จ  ทำอะไร “มาร” ตัวนี้ไม่ได้

    Shocked ในการลงมากรุงเทพฯ ครั้งที่ ๑ หรือ ๒ นั้น  อาจารย์ประหยัดก็ได้มาเจอกับ “คุณแอน” ที่ร้านอาหาร  เจอกันในโต๊ะอาหารนั่นแหละ  เพียงแค่ยื่นมือขวาให้แอนจับเท่านั้นเอง  ก็ทำให้ “มาร” ในตัวของแอนเกิดสติวิปลาส  ผีก็เป็นบ้าได้เหมือนกัน  เมื่อผีเป็นบ้าหรือว่ามารเป็นบ้า  ก็ปีนขึ้นบนโต๊ะอาหาร  นายธนากร และบริวารก็พากันจับเข้าไปในห้องพระ  ช่วยกันจับแอนนอนคว่ำเอาไว้  จากนั้นก็เจรจาพูดกับ “มาร” ตนนี้  จนในที่สุดมารก็ถอยออกไป  รุ่งเช้าแอนก็เอาถาดมายกกับอาจารย์ประหยัด  “มาร” ตนนี้ได้กล่าวกับ อาจารย์ประหยัดว่า  “ข้ารู้ว่าข้าสู้ท่านไม่ได้  สู้ตั้งแต่ชาตินี้ไปอีก ๑๐ ชาติก็สู้ท่านไม่ได้” คือ “มาร” ยอมแพ้ ยกถาดเป็นศิษย์อาจารย์ประหยัด ตั้งแต่นั้นมาไม่ทราบว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของนายธนากรก็ไม่ทราบ  “แอน” เธอไม่ได้มาให้อาจารย์ประหยัดประจุองค์พระธรรมให้อีกเลย

    สิงห์เหนือ คุณโหน่ง เสือใต้ คุณชาญยุทธ์ และเสือประจำถิ่น  ปราบมารที่สิงสมิงกายในตัว “คุณแอน”  มาได้เป็นเดือน  ไม่สำเร็จ  ซึ่งเพียงแค่อาจารย์ประหยัดใช้ฝ่ามืออรหันต์เท่านั้น มารก็พ่าย  แบบนี้ไม่ทราบว่าไปช่วยลูกน้องของนายธนากร  แล้ว “ใครจะมีบุญคุณกับใคร” น่าจะรู้ว่าใครเป็นใครแล้ว  บารมีอาจารย์อยู่ในระดับไหนนั้น  นายธนากร ก็น่าจะรู้แล้ว

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551

    หลังจากที่ อาจารย์ประหยัด มารับยกถาดให้กับคุณนุช และคุณวรรณาแล้ว  ได้ยินราคาคุยของพวกลุ่ม วิปัสสนากำมัฏฐาน  ก็เลยเอาเรื่องของคุณ พินิจ ประสิทธิ์อยู่ศีล มาลงในเว็บ  เมื่อคุณนุชและคุณวรรณาได้อ่านก็ได้โทรไปต่อว่านายธนากร  ซึ่งก็เพิ่งจะรับเป็นลูกศิษย์ได้ไม่กี่วัน  แต่เนื่องจากได้รับความหวังที่ว่า  จะได้ขายเครื่องโอโซนนับล้านบาท  ก็ย่อมจะเห็นศิษย์ดีกว่าอาจารย์ประหยัด  ไม่เห็นหัวอาจารย์ประหยัดที่นับถือกันมานาน  นายธนากร ปิดเว็บทันที  เขียนข้อความเอาไว้หน้าเว็บว่า เนื่องจากได้มีคนผู้หนึ่งเขียนเข้ามาในเว็บ  ไปกระทบกระทั่งฝ่าย “วิปัสสนากำมัฏฐาน”  จึงขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

    Smiley หลังจากที่ไปเชียงใหม่มาแล้ว  อกหักจากอาจารย์กรีฑา เจียมประดิษฐ์  และอาจารย์ประหยัด  ก็กลับมาเปิดเว็บใหม่อีก  ก็ไม่ทราบว่าเจริญก้าวหน้าในเรื่องการ “เปิดพระโอษฐ์” หรือไม่ เท่าที่ทราบข่าวมานั้น  คุณโกสาบอกว่า  นายธนากรนั้นเลิกเปิดพระโอษฐ์แล้ว ที่เลิกเปิดพระโอษฐ์นั้นเพราะว่าเปิดให้ใครก็ไม่ออก  ซึ่งผู้ที่เปิดพระโอษฐ์ไม่ออกนั้นได้ไปหา อ.โหน่ง มากมายหลายท่าน

    Cry เมื่อนายธนากรปิดเว็บ  ก็เป็นโอกาสของ นายก๊อกแก๊ก กิ๊กก๊อก  แทรกเข้ามาทันที  โทรไปหาอาจารย์ประหยัด ทั้งกลางวันและกลางคืน  เพื่อขอเปิดเว็บให้  หลังจากที่กบแก่ตัวที่ ๒ ได้ปิดเว็บไปแล้ว  ก็ไม่ทราบความประสงค์ของนายก๊อกแก๊ก กิ๊กก๊อก  ว่าตัวเขาต้องการอะไร  เปิดเว็บเพื่ออะไร  ทั้ง ๆ ที่ตนเองนั้นก็ไม่มีความรู้ในเรื่องเว็บ  และที่บ้านของนายก๊อกแก๊ก กิ๊กก๊อก  นั้นก็ไม่มีสายโทรศัพท์ไปถึง  กว่าเว็บของนายก๊อกแก๊ก กิ๊กก๊อกจะเปิดได้นั้นก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน  เพราะนายก๊อกแก๊ก กิ๊กก๊อกนั้นไปจ้างคนเขียนเว็บมือสมัครเล่น  หรือราคาคุยไปขอเขาเขียนโดยไม่เสียเงินแต่มาราคาคุยว่าไปจ้างเขาเขียน

    เปิดได้ไม่กี่เดือน password ที่อาจารย์ประหยัดใช้ก็คือ 12345 ซึ่งเป็น password ที่ใคร ๆ ที่ทำเว็บก็รู้  เมื่อ อาจารย์ประหยัด เขียนไปกระทบ นายธนากร  ก็เลยถูกแฮ๊กเว็บซึ่งกว่าที่จะเปิดใหม่อีก  ก็ใช้วิธีแก้ไขแบบที่ว่าคงจะไปขอผู้แฮ๊กแล้วในที่สุดก็เปิดใหม่อีก  ต่อมาอีกไม่กี่เดือนก็ถูกมือเก่ามือเดิมที่เคยเอารูปโป๊ไปลงในเว็บของนายกบแก่นั่นแหละ เอารูปลามกมาลงให้เต็มเว็บ  นายก๊อปแก๊ก กว่าจะเข้ามาลบรูปลามกเหล่านี้ก็ใช้เวลาหลายวัน  จนอาจารย์ชาญยุทธ์เห็นรูปแล้วก็เลยขอลาออกจากเว็บของนายก๊อปแก๊กไปเสีย  นายก๊อปแก๊ก กิ๊กก๊อก  ก็พยายามประคองเว็บนี้ต่อมา  เพื่อที่จะให้มาดับสูญในปลายเดือน กรกฎาคม  สงสัยว่าเป็นการเสียหน้าที่พระบารมี  เปิดไต๋ หรือว่าเงินไม่มีจ่ายค่าเว็บแล้ว

   Shocked จำได้ว่าเป็นต้นเดือน กรกฎาคม นั้น  นายก๊อปแก๊ก กิ๊กก๊อก  ได้ไปเปิดพระโอษฐ์ให้กับคุณจิ๋วและคุณจำลองรักษ์  ที่แถว ๆ ใกล้บ้านนายธนากร  ไป ๓ คน คือ นายก๊อปแก๊ก, นายอั๋น และนายอ้อย  ซึ่งทั้งสามคนนั้นอาจารย์ประหยัดเป็นผู้ยกถาดให้ทั้งสิ้น  หลังจากที่นายก๊อปแก๊กได้พานายอั๋นไปเปิดแล้วก็หายหน้าไปเลย  ได้ยินว่าพวกเขานั้นสามารถคุยกับพ่อต้นฯ ได้  ก็ไม่ได้บอกกลุ่มนายก๊อปแก๊กว่า  พ่อต้นฯ ของพวกเขานั้นก็คือ “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง” ที่ไม่ได้บอกนั้นก็คือ กลุ่มนี้ก็กระทำตัวเหมือนกับ กบแก่ตัวที่ ๑ และกบแก่ตัวที่ ๒ นั่นแหละ ก็ในเมื่อคิดว่าตัวเองดังแล้วก็ต้องแยกวง อาจารย์ประหยัดทำไมจะต้องไปสนใจนายก๊อกแก๊กอีก หากทำดี “บารมี” ก็สูงส่งขึ้นไป หากทำชั่วก็น่าจะรู้ว่าตัวเองนั้นจะประสบเคราะห์กรรมจากสายสัญญาอย่างแน่นอน

    การเปิดพระโอษฐ์โดยวิธีการ ๓ รุมหนึ่ง  ดำเนินไปอย่างมั่นคง  นายก๊อปแก๊ก และลูกสมุนอีก ๒ คน  ก็ทำพิธีเป็นการใหญ่  เปิดแล้วก็เปิดอีกก็ไม่ประสบความสำเร็จ  แบบเดียวกับนายธนากร นั่นแหละ  เมื่อเปิดไม่สำเร็จก็อวดอ้าง  โดยเชิญพ่อต้นฯ ลงประทับร่าง  ซึ่งพ่อต้นฯ แถนนั้นก็บอกว่า  ทั้งสองหญิงนั้นเนื้อตัวยังไม่สะอาดเพียงพอ  แม้แต่อาจารย์ประหยัดก็เปิดไม่ได้  ก็เลยให้เธอไปเปิดที่ อ.โหน่ง  ก็เปิดได้อย่างง่ายดาย  ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นชัดแจ้งชัดเจนว่า  อาจารย์ก๊อปแก๊ก กิ๊กก๊อกที่ได้ตั้งตนเป็นใหญ่นั้น  ใหญ่เพียงแค่ราคาคุยเท่านั้น  

    Smiley เมื่อถูก อาจารย์โหน่ง เปิดโปง  ก็เป็นการตบหน้า นายก๊อปแก๊ก กิ๊กก๊อก หลายฉาดใหญ่ ๆ ยังไม่พอ อาจารย์ประหยัด ได้นำไปเขียนลงในเว็บของ นายก๊อปแก๊ก กิ๊กก๊อก อีก  ทำให้ นายก๊อปแก๊ก หน้าแตกจนไม่มีหมอคนไหนกล้าที่จะเย็บแผลให้  มีอยู่ทางเดียวที่จะล้างอายได้ก็คือ  ต้องปิดเว็บเสีย  เพื่อที่จะไม่ได้มาประจานตนเอง  ยอมเป็นกบแก่ตัวที่ ๓ เหมือนดังคำทำนายของอาจารย์ประหยัดที่ได้เคยทำนายเอาไว้  แต่แรกนั้นอยากเปิดเว็บก็ไปขออนุญาตจากอาจารย์ประหยัด  แต่เวลาปิดเว็บไปขออนุญาตจากอาจารย์ชาญยุทธ์  รู้สึกว่าก๊อปแก๊ก จะไม่หน้าโง่ไปหน่อยหรือ  อ.ชาญยุทธ์ เขาได้ลาออกจากเว็บลามกของคุณไปตั้งเดือน ๒ เดือนมาแล้ว  เมื่อกลายมาเป็นศิษย์ “เนร” แต่ไม่ใช่เนติบัณฑิต นะ น่าจะเป็น “เนรคุณ” มากกว่า ก็ได้ปิดเว็บนี้ไปชั่วนิจนิรันดร  เป็นที่มาของตำนาน กบแก่ตัวที่ ๓
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 03:19:05 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
ลูกหมูท่องโลกทิพย์
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


ความตายไม่สิ่งน่ากลัวแต่สิ่งที่น่ากลัวคือ กรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2008, 03:07:07 PM »

      Angry  ขออนุญาตเสริมนิดครับ ที่แต่น่าเสียความรู้สึกเพราะก่อนเปิดเวปได้คุยกันกับ คุณก๊อปแก๊ปแล้วว่าเวปนี้เป็นเวปส่วนรวม  เปิดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ไม่ทราบทำไมเอาเรื่องส่วนตัวมาปน ถึงขนาดเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามเข้ามาป่วนเวป  เชคไอพี ก็ไอพีเดียวกัน เชคเมลแล้วก้เมลเดียวกัน เวลาก็ต่างกัน 2 - 3 นาที ไหนจะป่วนเวปตัวเองแล้วน่าจะพยายามให้มันเนียนหน่อย ใครทำก็รับไปละกัน เวรกรรมมีจริงนะครับ และผมขอบอกว่าเป็นการกระทำที่แย่มาก ผมขอประนาม  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2012, 09:41:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

คนพาล ย่อมสำคัญบาปดุจน้ำผึ้ง ตราบใดที่บาปยังไม่ให้ผล
ก็เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้น คยพาลย่อมประสบทุกข์
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2008, 05:55:44 PM »

Azn "อายุบวร"

      Shocked คุณลูกหมูมัวแต่ท่องโลกทิพย์  เลยไม่ได้สังเกตว่า นายก๊อปแก๊ปนั้นมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับ นายกบแก่ อดีตลูกพี่ของเขา  คือตัวค่อนข้างดำ ๆ แต่ไม่ดำเท่ากับพวกนิโกร  ใส่แว่นตาหนาเตอะพอ ๆ กัน  มีความเหมือนกันก็คือ  เปิดเว็บแล้วไม่กล้าเขียนในเว็บเหมือนที่นายกบแก่เป็นนั่นแหละ  ที่ไม่เขียนอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่มีความรู้จริงในเรื่องการ "เปิดพระโอษฐ์" และเรื่องเกี่ยวกับ "สายสัญญา"  ซึ่งถ้ารู้จริง เกี่ยวกับ สายสัญญา ละก้อ คงจะปฏิบัติจริง  คนที่ปฏิบัติในสายสัญญาจริง นั้น  เมื่อขึ้นไปเพราะ "พระบารมี" แล้ว น้อยคนมากที่จะตกลงมาถึงพื้นปฐพี  นอกจากว่าเมื่อปฏิบัติไปแล้ว  ก็หลงตัวเอง  แล้วไปกระทำในสิ่งที่ผิดต่อศีลธรรม  พระบารมีก็จะปลดออก

      Cool เมื่อถูกปลดออกแล้ว  ก็ยังไม่รู้ตัวเอง  ขนาดที่ว่าทำงานมีเงินเดือนสามหมื่นกว่าบาท  แล้วยังปากแข็งว่า ลาออกเอง  ไม่บ้าก็คงโง่แล้ว  คนแก่ ๆ ขนาดนี้ถ้าลาออกงานแล้ว  ใครที่หน้าโง่ปัญญาอ่อนจะรับเข้าไปทำงาน  ก็ต้องคุยเอง คิดเอง ว่า เวลานี้มีผู้จ้างให้ทำงานเดือนละห้าหมื่นบาทไปพลาง ๆ คุยในเว็บนะมันคุยได้  เพราะต่างคนต่างก็มองไม่เห็น
    
      Shocked ที่เห็นชัด ๆ ก็คือ เมื่อต้นเดือนมานี้ อาจารย์ชาญยุทธ์ ขึ้นมาจากหาดใหญ่  แต่ก็ไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าคือนายกบแก่  ไม่นึกถึงสมัยก่อนที่ซื้อตั๋วรถทัวร์ให้ไปหาที่นราธิวาส  ไปจี๊จู๋กันตั้งหลายวัน  แล้วก็ไม่แวะหาเพื่อนเก่าที่ชื่อว่า นายธนากร ด้วย  ดันบินข้ามหัวไปลงเสียที่เชียงใหม่  ไปทำอะไรรู้ไม๊  ก็ไปเยี่ยมเยียนอาจารย์ประหยัดนะซี่ รู้อะป่าว  สายสัญญาแท้นั้นไม่มีการแตกแยก  เพียงแค่ดังแล้วแยกวงเท่านั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2012, 09:42:29 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: