
"อายุบวร"

ครั้งที่พาพี่สาวคุณหมูไปวิหารใหญ่ พร้อมกับ คุณหมู และ อ.โหน่ง ก็มีคุึณติ๋มอีกคนหนึ่งเป็นผู้สังเกตุการณ์ไปดูให้ ที่ว่าดูนั้นก็ไม่ใช่ดูด้วยตาเนื้อนะ ก่อนไปนั้นยังคิดว่า บรรดาอาจารย์ใหญ่ที่วิหารใหญ่นั้นคงจะมีอาจารย์หลง ที่ยังมี "บารมี" สูงอยู่ คงจะรับสังฆทานของน้องยุ้ย และแก้ไขให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ไปคราวนั้นไม่เจอ อ.สมเดช ที่เคยไปกับ อ.บุญเพ็ง ไปนอนอยู่ที่บ้านอาจารย์ประหยัดตั้ง ๗ คืน ซึ่งถ้าเจอก็คงจะได้เรื่องราวเกี่ยวกับวิหารใหญ่มาพอสมควร

อาจารย์ประหยัด นั้นกลายเป็นคนดังใน สายสัญญาพันธ์แท้ พอสมควร ซึ่งถ้าลูกศิษย์พ่อต้นฯ ท่านใดไม่รู้จักอาจารย์ประหยัดแล้ว ก็น่าจะเป็นอาจารย์ที่เก็บตัวไม่ออกโปรดญาติ เมื่อไปวิหารใหญ่นั้นพอบอกชื่อออกไปเท่านั้นก็ร้อง "อ๋อ" กันเป็นแถว แล้วก็ต้องปิดปากเอาไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรไปแล้ว ดีไม่ดีก็จะโดนจ๊วก หรือไม่ก็จะถูกไล่ออกจากวิหารใหญ่ มิให้ทำมาหากินด้วย

เนื่องจากสายสัญญาวิหารใหญ่นั้น บรรดาอาจารย์ต่าง ๆ ท่านไม่มีองค์บารมีประทับร่าง จึงไม่มีตาทิพย์ จิตต์ทิพย์ หูทิพย์ จะพูดอะไรก็อ้าง "พระบารมี" เปิดเผยมาให้ทราบ ก็ในเมื่อ อาจารย์ประหยัดเป็นคนที่เดินสายเทพ ทำไมจะไม่รู้เรื่องพระบารมี ไม่รู้จักบรรดาเทพเทวดาทั้งหลาย ซึ่งถ้าบรรดาอาจารย์วิหารใหญ่ มีความสามารถเฉพาะตัว ในฐานะที่ท่านได้เข้าสู่สายสัญญามานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว ก็คงจะมีบางท่านที่รู้ว่า องค์พระบารมีประจำร่างของ อ.ประหยัด นั้นเป็นใคร แต่ไม่มีอาจารย์คนใดรู้และเห็น
พอ ๆ กันกับที่หนองจอก ทั้ง นายเล็กและคุณอ้อ ภรรยา ซึ่งบอกว่ามีตาทิพย์ สามารถเห็นองค์บารมีของคนอื่นได้ ในขณะที่ อาจารย์ประหยัด ยกถาดให้กับลูกศิษย์นับร้อยคน ถ้าคุณอ้อรู้จริง ก็คงจะไม่ประพฤติตัวอย่างนี้ คนระดับที่ปฏิบัติสายสัญญาเพียงแค่หนึ่งปีเศษ ๆ นั้น บารมีมีน้อยเกินไปที่จะสามารถเห็นองค์บารมีของคนที่ปฏิบัติตนมานานกว่า ๑๐ ปี และข้อสำคัญก็คือ อาจารย์ประหยัด ปฏิบัติแล้วไม่เรียกเงินจากลูกศิษย์

ก่อนที่จะมารับยกถาดที่หนองจอกนั้น ก็ไม่เคยให้ลูกศิษย์เอาปัจจัย (เงินสด ๆ) ใส่ในถาดที่ยกเลย แต่เป็นครั้งแรกที่ทางสำนักหนองจอกนั้น ได้ตั้งบัญญัติขึ้นมาใหม่ ให้ใส่เงินในถาด ๑๐๘ บาท
เมื่อยกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเงิน ๑๐๘ บาทของ "พระบารมี" นั้นเดินทางไปไหน ไปทำบุญจริงหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้นอกจากนายเล็กเท่านั้นเอง ซึ่งคำพูดนั้นจะพูดยังไงก็ได้ แต่จะมีใครเชื่อหรือไม่เท่านั้น 
การที่ลูกศิษย์มีความมืดบอด แต่อ้างว่า มีตาทิพย์ สามารถติดต่อกับพ่อต้นฯ ท่านได้ ในที่สุดก็ต้องพากัน ดับสูญ ไปตามสัญญา

ซึ่งเมื่อเดินทางกลับมาจากวิหารใหญ่ ถ้าเป็นสมัยก่อนที่วิชาบารมียังไม่แก่กล้า ก็คงจะวิ่งไปสยบหมอบกราบอาจารย์วิหารใหญ่อีก ซึ่งที่วิหารใหญ่นั้นเป็น "ขอนไม้ขอนสุดท้าย" ที่บรรดาศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ จะต้องวิ่งไป "เกาะ" ซึ่งแต่ละคนที่ไปมาแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีทีท่าว่า จะเป็นอาจารย์สายสัญญาที่สามารถทำชื่อเสียงให้กับ สายสัญญา ได้ ไปมาครั้งสองครั้งแล้วก็ไม่กล้านำมาคุยอีก เพราะที่ไปโดนมานั้นคุยไม่ได้ คุยแล้วก็จะทำให้เสียเครดิต แล้วก็ทำให้วิหารใหญ่นั้นจะไม่ต้อนรับอีกต่อไป