หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * “กรรม” ตามทันในชาตินี้ จริงหรือ ?  (อ่าน 938 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 10:18:15 AM »

  "อายุบวร"
***** “กรรม” ตามทันในชาตินี้ จริงหรือ ?*****
  เมื่อประมาณ 30 ปีผ่านมาแล้ว ตอนนั้นอาจารย์ประหยัดอยู่ในวัยคึกคะนอง “พวก”เรา ก็คือ “กลุ่ม”ญาติผู้พี่ผู้น้อง แต่ละคนนั้นมีปืนล่าสัตว์กันทุกคน ซึ่งพวกเรานั้นล่าสัตว์กันตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มี “ภูพิงค์ราชนิเวศน์” ทั้ง ๆ ที่ไปเรียนที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลล์ แล้วก็เปิดใจกับพระเจ้าแล้ว แต่เนื่องจากพระเจ้าไม่ยอมเข้ามาในใจของอาจารย์ประหยัด จึงไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษแต่อย่างใด บ้านก็อยู่ติดกับวัดก็เข้าวัดฟังเทศน์อยู่บ่อย ๆ ก็รู้ธรรมะมากพอสมควร เพียงแค่รู้แต่ไม่เคยปฏิบัติ เพราะว่าเบื้องบนส่งให้เรามาเกิด ให้มาเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ เมื่อเราไปใกล้ “พวก” ไหน เราก็จะมีจิตผูกพันตามพวกนั้นไป
  Undecided วันหนึ่งที่พวกเราพากันไปเที่ยวน้ำตกแม่กลาง ก็พากันเดินขึ้นไปบนน้ำตก ที่บนน้ำตกนั้น จะมีโพลงกว้างประมาณ ๒ วาเป็นวงกลม ลึกท่วมหัวกว่า เมื่อเดินผ่านไปก็เห็นมีก้อนหินเล็ก ๆ อยู่ ก็พากันลงไปเก็บ ๓ คน ขณะที่เก็บหินอยู่นั้น ก็ได้ยินน้องชายบอกว่า งู ๆ แล้วเขาก็วิ่งขึ้นไปทั้ง 2 คน ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ประหยัดเป็นนักกีฬาวิ่ง 100 ม. ของโรงเรียน ยังคิดว่าตนเองนั้นวิ่งช้าเหลือเกิน พอวิ่งขึ้นไปอยู่ข้างบน ก็ไปหาไม้มาคนละอัน เขี่ยใบไม้ที่มีอยู่รอบข้าง ๆ โพลงหินนั้น ปรากฏว่ามีงูอยู่แต่ละตัวก็ยาวประมาณ วาเศษ ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางคงประมาณ ๑.๕-๒ นิ้ว จะเป็นงูเห่าหรือไม่เห่าไม่สนใจแล้ว พากันเอาไม้แทงลากขึ้นมาฆ่าให้หมด ๘ ตัว ก็ยังเหลืออีกตัวที่ไม่เห็น โดยไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษแต่อย่างใดเลย
  ๒ ปีผ่านมานี้เอง มีวันหนึ่งรู้สึกปวดหัวเข่าขวา ภรรยาอาจารย์ประหยัดก็ไปเอาน้ำมนต์มนต์ของวัดโพธิ์มาทาให้ ตื่นเช้าขึ้นมาหัวเข่าบวม ลุกไม่ได้ เดินก็ไม่ได้ ภรรยาต้องเอาแปรงสีฟันมาให้สีฟันบนเตียงนอน ประมาณ 10 โมงก็มีลูกศิษย์เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนสารภีวิทยาคมมาหา เพื่อจะมาลงองค์พระธรรม ภรรยาอาจารย์ประหยัดเขาก็พาครูอี๊ดเข้าไปหาในห้องนอน พอครูอี๊ดเขานั่งลงข้างเตียง เขาก็บอกอาจารย์ประหยัดว่ามีงูพันอยู่ที่ขาขวาที่พองอยู่นั้น งูตัวนั้นมันบอกว่าอาจารย์ประหยัดไปฆ่ามัน อาจารย์ประหยัดก็บอกว่าฆ่าไป ๘ ตัว งูเขาก็บอกอาจารย์ประหยัดว่ามีอยู่เก้าตัว อาจารย์ประหยัดก็นึกขึ้นได้ก็บอกกับครูอี๊ดไปว่า  ก็ช่วยให้พ้น “ชาติงู” ไว ๆ จะได้ไปเกิดใหม่ งูตัวนั้นมันบอกว่า ยังไม่ครบถึงวาระเวลาที่เขาจะต้องไปเกิด เขาจะต้องมารับกรรมในชาติที่เป็นงูนี้ แล้วตัวเขาเองนั้นก็เป็นเทวดาถูกทำโทษ อาจารย์ประหยัดก็ไม่รู้จะว่ายังไง ก็ถามงูตัวนั้นว่า ตรวจ น้ำให้ทุกวันไม่ได้รับหรือ งูเขาก็บอกว่าได้รับทุกวันแหละ แต่เขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี อาจารย์ประหยัดก็เลยบอกงูตัวนั้นว่า เอายังงี้วันนี้ทั้งวันอาจารย์ประหยัดจะเขียน “องค์นะกุศล” ให้ เพื่อเป็นการไถ่โทษขอขมาเขา จะเอาไหม ?  งูก็บอกว่าเอา พอกลางคืนอาจารย์ประหยัดก็เริ่มเดินได้ ตื่นเช้ามาอีกวันหนึ่งก็เดินได้เหมือนเดิม ความจริงงูเทวดาองค์นี้เขาก็ได้รับกุศลจากอาจารย์ประหยัดมากพอเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว ที่เขามาก็เพื่อจะบอกว่าเขาจะกลับไปแล้ว เป็นการมาสอนให้อาจารย์ประหยัดรู้ว่า “กรรม” นั้นมีจริง จากวันนั้นมาอาจารย์ประหยัดก็ลงองค์นะกุศลที่หัวเข่าขวาอีกเกือบเดือน เผื่อว่าถ้างูเทวดาตัวนั้นกลับมาอีกก็จะได้มาเอากุศลแล้วก็ไปเลย จนบัดนี้อาจารย์ประหยัดก็ยังไม่เกิดอาการหัวเข่าบวมอีกเลย การที่ได้เข้ามาอยู่ในสายสัญญาและสายเทพนั้น สอนให้อาจารย์ประหยัดได้เรียนรู้ธรรมะอย่างมากมาย ซึ่งถ้าไปเรียนที่วัดก็จะรู้ได้เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 10:48:30 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2009, 09:40:49 AM »

"อายุบวร"
                
      Shocked กรรมที่เกิดจากการฆ่าสัตว์นั้น  ใช้เวลานานมากที่จะติดตามมาทันในชาตินี้  แต่กรรมที่เกิดจากการ "อวดตริมนุษยธรรม"  เปิดองค์พระธรรมแข่งกับพ่อต้นฯ นั้น  เมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๒ เพียงแค่ ๗ เดือนเศษ  ก็ได้รับกรรมตามสนองแล้ว  กรรมที่น่าจะใหญ่ที่สุดก็คือ  อยู่ดี ๆ มีลูกศิษย์ของตัวเองพากันไปบอกให้อาจารย์ประหยัด ๕-๖ คน ว่า  ตอนไปยกถาดกับอาจารย์ประหยัดนั้น  พวกเขาต้องเสียเงินคนละ ๕๐๐ บาท  พออาจารย์ประหยัดคุยกับลูกศิษยที่มาบอกเล่าให้ฟังว่า เขารับลูกศิษย์ มา ๓๐ คน เขาได้เงินมาตั้ง ๑๕๐๐๐ บาท  แต่เขาเสียค่าใช้จ่ายให้อาจารย์ประหยัด ประมาณไม่เกิน ๕,๕๐๐.-บาท ก็กำไรเที่ยวหนึ่งเป็นหมื่น  อ.เล็กนั้นมีหูทิพย์ รุ่งขึ้นอีกวันก็โทรไปแก้ตัว  เขาบอกว่าทุกเที่ยวที่อาจารย์ประหยัดไปนั้น เขาต้องซ่อมทุกเที่ยว ขาดทุนทุกเที่ยว
      Shocked เป็นเพราะอำนาจพระบารมี  รุ่งเช้าขึ้นมา นายเล็ก เขาก็ลบข้อความที่เขาโพส ไว้ในเว็บออกหมด  ก็เป็นการประกาศศึกกับอาจารย์ของตนเองแล้ว  ถามว่าเสียดายลูกศิษย์คนนี้ไหม  ก็ขอบอกว่ามันน่าจะไปตั้งนานแล้ว สำหรับที่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่อาจารย์  ตอแหลเหมือนสนธิ ลิ้มโกเต๊ก  บทความที่เขียนเล่าแบบนิทานนั้น  ไม่ได้ให้ความรู้อะไรเลยกับลูกศิษย์  บทความเกี่ยวกับศิษย์เนรคุณ เขียนให้อ่านก็ไม่เคยอ่าน  ในที่สุดตัวเองก็สอบได้ "เนร" จะทำให้เทียบเท่านาย "เนร-วิน" เอาเสียเลย
      
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 11:09:05 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 11:52:06 AM »

  กราบสวัสดีท่านอาจารย์ค่ะ
  วันนี้เป็นอีกวันที่ได้มีโอกาสไปทำสังฆทานให้ท่านอาจารย์น้อยและภริยาท่านคุณหมอจินตนา ก็เลยทำให้คิดถึงท่านอาจารย์ประหยัดที่ยังไม่ได้มีบุญมายกถาดกับอาจารย์เสียทีเพราะต้องรอเรื่องวีซ่าอยู่ที่เมกานี่แหละ ตอนนี้ทำได้ก็แต่คารวะผ่านทางเน็ทแบบนี้น่ะค่ะ
  เรื่อง" กรรม " ตามทันในชาตินี้ จริงหรือ? ส่วนตัวที่เจอเชื่อว่าจริงค่ะ เพราะเจอมาแล้ว เมื่อตอนเด็กๆ บ้านอยู่คลองบางหลวง ไม่ไกลกับวัดปากน้ำ ภาษีเจริญนัก ชอบใช้ขันตักน้ำ เลือกตักแต่ปลาเข็มที่ท้องโตๆ แล้วก็เอามาบีบท้องให้ลูกทะลักออกมา เพราะชอบสมมุตติตัวเองว่าเป็นคุณหมอทำคลอด พอลูกปลาหลุดออกมาก็จะว่ายน้ำอยู่ในขันได้ประเดี๋ยวเดียว ก็จะพากันจมอยู่ก้นขันตายหมด ก็จะไปหาตกแม่ปลาตัวใหม่มา ทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ ครั้นพอต่อมาตัวเองโตขึ้นมีสามีตั้งท้อง วันเจ็บท้องคลอดลูกๆ ไม่กลับหัว เริ่มมีน้ำคล่ำเดินตั้งแต่ 6.00โมงเช้า น้ำเดินทั้งวันและเจ็บท้องมากคุณหมอตรวจก็บอกว่าจะคลอดพรุ่งนี้ตอนสายๆเพราะมดลูกยังไม่เปิดเลย เจ็บท้องตั้งแต่เช้ามืดนั้นข้ามวันจนกระทั่งเที่ยงคืนก็มีอาการว่ามีลมเบ่งหมอก็ยังไม่เข้าเวร มีแต่พยาบาลก็เหมือนแม่มดเราก็เด็กมากอายุยังไม่ 18เลย น้องร้องครวญครางเพราะทนเจ็บไม่ไหวจริงๆ พยาบาลท่านรำคาญการนอนเวรของท่านก็เลยเข็นเราไปทิ้งที่ห้องคลอด ให้อยู่ในห้องคลอดคนเดียว ขอบอกว่าน่ากลัวมาก แต่เวลานั้นมันเหมือนอยู่ในนรกมากๆ มีลมเบ่งตลอดเวลา ลูกก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลิ้นปี่เพราะเขาไม่กลับหัว เจ็บท้องมากๆๆๆ ร้องจนปากแห้งจนในปากเป็นผงไม่มีแม้แต่ความชื้นเลย เจ็บจนสลบไปเลย ในยามที่สลบไปนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสลบหรือไม่ เพราะเห็นมีคนใส่ชุดนุ่งขาวห่มขาวเดินเข้ามาในห้องผ่านทะลุประตูเข้ามาแบบเท้าไม่แตะดินเลย พากันเข้ามาถึงตัวโดยแยกย้ายกันเข้ามาจับที่ ข้อมือและข้อเท้ากันคนละข้าง ก็ไม่เห็นเขาต้องออกแรงอะไรกันเลยแต่ตัวเรากลับลอยตามเขาขึ้นไปแบบเบาๆง่ายๆ ขณะที่รู้สึกตัวว่ากำลังลอยขึ้นนั้นก็มองลงมาด้านล่างก็เห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้แบบคอตกๆท้องโตๆหน้าเขียวๆ ซีดๆ ก็รู้สึกตัวว่าเขากำลังจะพาเราไปไหนยามนั้นจิตกลับคิกถึงแม่มากก็สู้แรงกับเขาจิตก็ร้องอยู่ในอกว่าจะพาเราไปไหนเราไม่ไป ก็รู้สึกว่าร่างเรานั้นก็ร่วงลงกลับไปหาร่างที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แตก็ลอยกลับขึ้นไปหาคนชุดขาวนั้นอีก สู้กันไปๆกลับๆแบบนั้นอยู่สามสี่ครั้ง ก็รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาเพราะคุณหมอทำคลอดท่านมาเข้าเวรแล้วปรากฏว่าเราสลบไปท่านก็แก้ไขจนเราฟื้นขึ้นมา แล้วคุณหมอท่านก็กล่าวขอโทษพร้อมทั้งให้บรรดาท่านพยาบาลเวร (ตะไร) ทั้งหลายเหล่านั้นมาเอ่ยขอโทษด้วย แล้วหมอก็บอกว่าหากหมอมาช้ากว่านี้สักครึ่งชั่วโมงทั้งคุณและลูกตายแน่ๆร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะพยาบาลปล่อยให้มีลมเบ่งโดยไม่โทรตามหมอหรือแก้ไขอะไรเลย เบ่งหลายชั่วโมงนานเกินไปทำให้มดลูกร้าวและเริ่มมีรอยปริที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ แม่เจ้าฟังแล้วแทบจะเป็นลมแต่ด้วยอายุน้อยมากๆก็ได้แต่ฟังอย่างเดียวไม่ได้พูดอะไรเลย    การเจ็บท้องทรมาณจนเกือบตาย การที่ลูกไม่กลับหัว จนนาทีสุดท้ายปากมดลูกก็ไม่เปิดเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว นั้นสำหรับหมอแล้วคือร่างกายยังไม่พร้อมที่จะคลอด สุดท้ายหมอต้องผ่าออกทางหน้าท้อง ยามที่นอนดิ้นทุรนทุราย อยู่บนเตียงนั้นทำไม เราถึงได้เห็นภาพย้อนหลังปลาเข็มเหล่านั้นที่เราทำเขาก็ไม่รู้ รู้สึกได้เลยว่าเขาทรมาณแบบนี้แบบเดียว  กับที่เราทำเขาไว้เลย  หลายปีมานี้ได้พบกับความตกระกำลำบากนานาประการก็ให้คิดเสียดายเหลือเกินว่าครั้งนั้นเรายอมไปกับคนชุดขาวที่มารับเราเสียดีกว่า
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 12:13:29 PM »

    Grinคนชุดขาวทั้งสี่คนนั้นเราไม่สามารถเห็นใบหน้าเขาได้เลยเห็นแต่ว่าชุดขาวนั้นระยิบระยับสวยงามมากๆ เมื่อจะมาพาไปนั้นก็ลอยขึ้นด้านบนไม่ได้พาลงด้านล่าง ก็ให้เดาๆแบบเข้าข้างตัวเองว่าน่าจะไปดี แต่ยี่สิบกว่าปีผ่านมานี้ก็ไม่รู้ว่ากรรมชั่วกับกรรมดีนั้นเราได้ทำกรรมด้านไหนหนักว่ากันไว้แล้ว คิดซ้ำๆแบบนี้คิดฆ่าตัวตายบ่อยมาก เพราะผิดหวังและล้มเหลวกับชีวิต
    แต่มาเมื่อปลายปีที่แล้วได้เข้ามาปฏิบัติสายสัญญาบารมี ความคิดฆ่าตัวตายมันหายไปจากสมองเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ การร้องไห้ต่อหน้าองค์พระพุทธรูปก็หายไปตอนไหนก็ไม่ได้สังเกตุ ส่วนคนชุดขาวนั้นตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่ามาจากไหน หลังจากที่เข้ามาปฏิบัติสายสัญญาได้ไม่กี่วันก็ได้ฝันเห็นองค์พ่อต้น ท่านลอยมาบนฟ้าพร้อมทั้งมีผู้ติดตามท่าน ชุดที่ใส่นั้นใช่เลยแบบเดียวกันเป็ะเลย ก็เลยเหมาเอาแบบเข้าข้างตัวเองแบบมนุษย์ขี้เหม็นทั้งหลายว่าเรานี้ต้องเป็นลูกเป็นหลานสายสัญญาแน่ๆ ยิ่งทำไปเราก็มีความสุขขึ้นทุกๆ วัน ก็หวังว่าเรื่องเล่าในวันนี้นั้น หากมีพี่น้องท่านใดได้เข้ามาอ่านแล้วเชื่อเรื่องกรรมมีจริง ก็ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน ก็ขอยกผลบุญทั้งหลายเหล่านั้นที่ได้เป็นวิทยาทานให้แก่องค์พ่อต้นบรมครู องค์พระบารมีทุกๆพระองค์ พระคุณครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน พระคุณพ่อและแม่ ด้วยเทอญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2011, 09:38:16 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: