หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *ผู้สร้างอนิสงฆ์ยังไม่ถึง  (อ่าน 945 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 11:41:39 AM »


       Azn    ผู้มี “กุศลมูลเดิม” มามาก  มีเวรกรรมน้อย  เป็นเจ้าของมูลเดิมของ อานิสงส์ธรรม จะมารับเอาภายหลัง  มาเอากับผู้รับฝากไว้  (อาจารย์อาวุโส)  เจ้าของมาพบได้หลักธรรมสูงเลย ปฏิบัติไม่นานก็รุ่งสว่าง ก็จะได้มาอุปถัมภ์ค้ำจุน  ก็ให้ครูบาอาจารย์พึ่งในหลักโลก   จรรโลงกัน ก็จะได้ช่วยนำญาติในหลักสร้างบารมีมาช่วยเป็นเจ้าภาพนำสร้าง ดังนั้นผู้มาภายหลัง  จะเป็นใครก็ได้ ขอให้ถือจริงทำจริง  เที่ยงธรรมจริง  ก็มาช่วยนำญาติได้  ให้ถึงในหลักโลกหลักธรรมได้  ศิษย์ผู้สร้างบุญญาบารมีรอคอย รวมทั้งผู้เขียนด้วย  ก็จะนอบน้อมวันทา ให้พาสร้างได้  เรียกว่า “สามัคคีธรรม” ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ จัดงานไม่มีการผูกขาดบุญบารมี
                     “แก้วส่องทางสายสัญญา"

             ข้อพิจารณาการทานธรรมะ  เป็นการทานอันประเสริฐ

      Grin ในการสร้างบุญญาบารมีของผู้ปฏิบัติธรรม “สายสัญญาบาร” มีประการหนึ่งคือ  การเอาหลักธรรมโปรดญาติ  บรรจุองค์พระธรรม  มอบกายสิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  โปรดคุณธรรมเป็นทาน  เผื่อแผ่ให้แก่ญาติวงศ์พงศ์พันธุ์เรื่อยไป  เพราะคุณธรรมไม่เลือกหน้า  เป็นทานอันประเสริฐ

      Grin ผู้เอาธรรมะไปเป็นทานนั้น  จะต้องเป็นผู้ที่สร้างบารมีได้คุณค่าในคุณธรรม องค์นั้น ๆ  หรือสำเร็จธรรมเป็นวรรคเป็นจุน จนเกิดมีอานิสงส์  เกิดมรรคผลเป็นสัญญากรรมสิทธิ์  ก็บังเกิดผลรับรองญาติ  จัดว่า  บริสุทธิ์ยุติธรรม  เปรียบประดุจดังเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน  เงินทอง  เรือกสวนไร่นา  ก็ย่อมเอาออกไปเผื่อแผ่เป็นทาน  แจกจ่ายแก่ญาติวงศ์พงศ์พันธุ์ได้  โกลกกับธรรมเป็นของคู่กัน

      Azn Wink ในทางตรงกันข้าม  ถ้าผู้ปฏิบัติธรรมผู้ใด  สร้างคุณค่าทางคุณธรรมเพียงพอ  สร้างคุณค่าในองค์พระธรรมนั้น ๆ ยังไม่ได้  ยังมิได้รับรองเป็นสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน  ไปเลือกคัดเอาองค์พระธรรมเอาเอง หรือได้รับบรรจุองค์พระธรรมสร้างตน  แต่มรรคผลยังไม่เกิดแก่ตน  คิดเอาองค์พระธรรมไปเที่ยวโปรดญาติไปทั่ว ๆ  ไปเรียกร้องให้ญาติสนองคุณ  สำคัญตนว่า เอาธรรมเป็นทานเที่ยวสั่งสอนญาติ ก็ไม่เกิดผลรับรองแก่ญาติ  จัดว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม  ถึงแม้จะมีเจตนาดี  อยากให้เขาดี  ก็ยังจัดว่าหลอกลวงญาติก็ได้ แต่ญาติที่สนองปัจจัยจะได้ทำทาน  จะกลับเป็นเกิดเวรคาอยู่ในตัวตนของผู้โปรด  ผู้โปรดจะตกอยู่ในฐานะรับจ้างสร้างบารมีให้แก่ญาติ  คาเวรคากรรมกับญาติมาก ๆ  จะเอาตัวไม่รอด  ในผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญามีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว  ค่อยแคบไป  จืดจางไป

      Angry :Smiley ผู้ที่สร้างอานิสงส์ไม่พอเพียง  อริยทรัพย์ภายในยังไม่เต็ม  หรือไม่มีสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตนในองค์พระธรรมหนึ่ง ๆ เปรียบได้กับผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน  ก็ไม่มีสิ่งใดจะเอาไปเป็นทานโปรดเขาได้  จะไปเที่ยวเอาของบุคคลอื่นทำทานนั้นไม่ได้  เป็นการผิดครรลองครองธรรม  ยังจัดว่าเป็นโมฆะแห่งทานก็ได้  พระองค์ท่านจึงเน้นให้สร้างเอาตนของตนให้ได้เป็นการสำคัญ  ปฏิบัติตนสร้างตัวเองให้มันได้  อย่าเพิ่งห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเอง  เรื่องโปรดญาติเอาธรรมเป็นทานเป็นเรื่องทีหลัง  เป็นเรื่องของผู้ที่สร้าง

   “แก้วส่องทางสายสัญญา"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 10:28:24 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 10:18:34 AM »

"อายุบวร"
      Azn ในระดับชั้นของการปฏิบัติเพื่อมุ่้งไปสู่ "อรหันต์" นั้น  ได้แบ่งชั้นออกเป็นดังนี้

          ๑.โสดาปัตติมัค    
          ๒.สะกิทาคา
          ๓.อะนาคามี
          ๔.อรหันต์    
      Cry ในสมัยพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่นั้น  พระองค์ท่านจะเป็นผู้รู้อยู่พระองค์เดียวเท่านั้นว่า พระองค์ไหน
อยู่้ในขั้นอะไร  เมื่อพระองค์นิพพานไปแล้ว  ก็แบ่งชั้นของพระตามพรรษาที่บวชมา
      Sad ในสายสัญญานั้น  ก็จะมีพ่อต้นฯ เท่านั้นที่จะรู้ว่า ศิษย์ของท่านคนใดอยู่ในระดับไหน  ตามที่ได้อ่านหนังสือของบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ ในสายสัญญาจะแบ่งขั้น ศิษย์สายสัญญาออกเป็น
   ๑. ระดับพลา
   ๒. ระดับอานิสงฆ์  ซึ่งไม่ได้บอกว่ามีกี่ขั้น แต่บอกเอาไว้ว่า อานิสงฆ์ขั้นต้นและขัี้นสูงสุด
       แต่น่าจะบอกเอาไว้ว่า ขั้นอานิสงฆ์นั้นมีอยู่้ ๓.ขั้นดังนี้
            ๑. อานิสงฆ์ขั้นต้น
            ๒. อานิสงฆ์ขั้นกลาง
            ๓. และอานิสงฆ์ขั้นสูงสุด
     เมื่อพ่อต้นฯ ท่านได้ละสังขารไปแล้ว  ในขณะที่ท่านยังอยู่ ก็ยังไม่มีใครได้ขั้นอานิสงฆ์สูงสุด  ซึ่งถ้าได้ก็คงจะมีการบรรทึกเอาไว้ในประวัติบ้าง  หรือว่าไม่เคยอ่านเจอ  แต่น่าจะมีคนรู้ว่าใครบ้างที่อยู่ในขั้นอานิสงฆ์สูงสุด ซึ่งจะต้องสำเร็จไวยากรณ์ด้วย  เมื่อสำเร็จไวยากรณ์แล้ว ก็จะมี ตาทิพย์ หูทิพย์ และจิตทิพย์
      Cheesy บรรดาอาจารย์ทั้งหลายในสายสัญญา  สายตรงของวิหารใหญ่นั้น  ส่้วนมากแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นอยู่ในขั้นใด  แต่ทำซ่าส์ อวดอ้างเอาเอง แต่งตั้งเอาเองว่าเป็น อาจารย์สายสัญญา มีบารมีสูง สามารถเปิดสังฆทานได้  ซึ่งอาจารย์สายสัญญาเหล่านั้น เวลานี้ก็มอดม้วยไปตามสัญญาหมด  ที่อยู่ก็เป็นประเภทราคาคุย ทำได้ทุกอย่างเพราะเคยทำ แต่ไม่เคยออกเหตุเห็นผล ทำอะไรให้ลูกศิษย์ก็มุ่้งหวังที่จะเอาเงินทั้งนั้น  สายสัญญาจึงไม่มีวันก้าวหน้า  มีแต่จะตายไปกับอาจารย์เก่า ๆ ที่แก่ตายไปทีละคน แล้วก็ไม่้เหลือความรู้สายสัญญาเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 10:29:29 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 10:39:51 AM »

"อายุบวร"
      Angry ลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด อยู่ในขั้นไหนนั้น  ทำไมอาจารย์ประหยัดจะไม่รู้  แต่ที่ไม่บอกนั้นจะทำให้สมองของลูกศิษย์มัน "เพี้ยน" คิดมาก หาว่าอาจารย์นั้นไม่ส่งเสริมลูกศิษย์ กีดกันลูกศิษย์ โดยที่ว่าไม่เคยจำคำพังเพยที่ว่า "ฟ้าสูงย่อมมีสูงกว่าฟ้า" ไม่ยอมมองตนเอง ว่ามีความสามารถ เพียงใด เพราะว่า ตัวเ่องนั้นทำตนอยู่ในกาละครอบ  แม้จะเปิดกะลาแล้วไปไปดูโลกกว้าง เมื่อกลับมาก็พอใจ "กะลาครอบ" ของตนเองนั้นแหละ
      Angry พวกศิษย์เหล่านี้ พวกมันคิดว่า มันอยู่ในกรุงเทพฯ ย่อมจะมีความรู้มากกว่า อาจารย์  อีกประการหนึ่งนั้นพวกเขาเก่งอีกทางหนึ่งก็คือ มีความสามารถทำเว็บสายสัญญาได้  ซึ่งถ้าสังเกตุให้ดี เว็บลูกศิษย์ของอาจารย์ประหยัดนั้นทำได้สวยงามกว่าเว็บอาจารย์ประหยัด ที่เรียกว่า "สวยแต่รูป จูบไม่หอม" เข้าไปอ่านแล้วไม่น่าจะได้ความรู้อะไรเลย  เพราะที่เอามาเขียนไว้ในเว็บนั้นไม่ได้เอามาจากประสบการณ์  ซึ่งหากเป็นประสบการณ์ก็น่าจะใส่ไข่มากกว่า  ถ้าเป็นก๊วยเตี๊ยว ก็น่าจะมีเส้นสองสามเส้นเนื้อสัก ๑ ชิ้น เท่านั้นเอง  อาจารย์ประหยัดนั่งเคาะหุ้นอยู่ที่บ้านก็รู้ว่า อดีตศิษย์ทรยศเหล่านี้อยู่ในขั้นหรืออยู่ในระดับไหน ก็ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ แล้วพระบารมีก็จะจัดวางความเป็นมนุษย์ให้เขาเอง  หากมีความเจริญในชีวิต การงานก้าวหน้า ก็แสดงให้เห็นว่าเขาเดินถูกทางแล้ว ก็ต้องโมทนาบุญไปกับเขาด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: