
พระเกษม อาจิณฺณสีโล ขออภัยต่อชาวโลกในความโง่ของตน

ข้าพเจ้าและคณะขออภัยในความผิดต่อท่านทั้งหลาย ทั้งพระ เณร ชี โยม โปรต ผี ปีศาจ เทวดาฯ ทั้งชาวมนุษย์และชาวโลกทิพย์ทั้งหลาย เมื่อก่อนนี้ข้าฯ คำนวณแต่ฝ่ายบุญ ฝ่ายวิมานเทพของท่านทั้งหลายผู้สร้างบุญถวายของกับพระภิกษุ และข้าฯ ได้เห็นผลบุญของท่านทั้งหลายปรากฏอย่างมากมาย เมื่อก่อนไม่รู้จึงได้รับสิ่งของของท่านทั้งหลาย เช่น เงิน ทอง เสื้อผ้า เครื่องมือในการก่อสร้าง อาหารทั้งหลาย ที่ผิดเวลาและผิดพระวินัยด้วย แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ประมาณก่อนเข้าพรรษา ปี ๒๕๔๙ ข้า ได้เห็น เปรต ผี ปีศาจที่ต่ำต้อยมาก และบางกลุ่มถึงขั้นที่เคยมีวิมานฟ้าก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้ปรากฏว่าวิมานฟ้านั้นได้หายไปหมด ตัวเขาก็ปรากฏเป็นเพียงฝุ่นละอองลอยมาและร้องบอกข้าฯ ว่า “ช่วยด้วย ๆ” และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งก็คงไม่บรรยายไปมาก และข้าฯ ได้ถามเขาว่า “เป็นเพราะอะไร ?” เขาบอกว่า “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ญาติได้ใส่บาตรด้วยอาหาร ขนมนม ของกินต่าง ๆ ในตอนนั้น แล้วได้อุทิศบุญให้พวกข้าฯ ก็ได้บุญมากและคิดว่าจะได้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก จึงไปรอรับอีก ในระยะต่อมา ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๑-๔๒ ก็ได้ไปรอรับอีก ซึ่งญาติได้นำเงินเข้าถวายพระที่เขาเคยไปถวายข้าวปลาอาหาร แล้วอุทิศบุญให้พวกข้า ซึ่งก็เป็นพระองค์เดียวกันนั่นแหละ เมื่อญาตินำเงินเข้าถวายพระ องค์นั้นแล้วได้อุทิศบุญให้ พวกข้าฯ ก็ได้เกิดมีทั้งบ่อน้ำ บ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้อันเป็นทิพย์มากมาย แต่อยู่คนละที่กับบุญเก่าที่เคยได้รับมาก่อน พวกข้าฯ ดีใจมาก พวกข้าฯ ก็เข้าไปบริโภคใช้สอย ดื่มกิน บางคนดื่ม บางคนกินอาหาร บางคนเข้าไปนั่งนอนในวิมาน นั่งโต๊ะ นั่งเตียง บางคนดึงเอาเสื้อผ้ามานุ่ง มาห่ม ในระยะใกล้เคียงกัน ในเวลาที่ไปด้วยกัน พวกข้าฯ ได้เกิดอาการร้อนรน ผู้ที่ดื่มน้ำ น้ำได้ทะลุออกตามตัว ผู้ที่กินอาหาร อาหารกลายเป็นไฟ ไหม้ปาก เผาหัว เผาตัว ผู้ที่อาบน้ำ น้ำได้กลายเป็นน้ำกรดเผาไหม้จนเหลือแต่กระดูก ผู้ที่เข้าไปในวิมานพอนั่งบนโต๊ะเตียง ตั่ง ฟูกนุ่ม ๆ บนที่นอนก็กลายสภาพเป็นไฟเผาไหม้อย่างรุนแรง และจะกลับไปยังที่ที่เคยรับบุญไว้คือ วิมานเดิม แต่มองหายังไงก็ไม่เห็น ไม่ทราบว่าวิมานเดิม สมบัติเดิมหายไปไหน ? พวกข้าฯ เจ็บปวดรวดร้าวมาก และได้มีผู้ที่สง่างามปรากฏขึ้นแล้วได้ร้องบอกว่า ถ้าอยากแก้ไขให้ไปวัดสามแยก จึงได้พากันเดินทางมา จากเข้าพรรษาปี ๔๒ ก็มาถึงวัดสามแยก ตอนนี้ปี ๔๙ พวกข้าฯ ขอให้ท่านช่วย หวังว่าท่านคงช่วยได้”

เมื่อได้ทราบเรื่องราวของพวกเขา ข้าฯ ก็ได้ทำบุญให้ ตอนนี้พวกเขาอยู่สบาย อยู่ดีกินดีมีความสุขกลับคืน ข้าฯ จึงได้ชักชวน เปรต ผี ปีศาจ ที่ตกทุกข์ได้ยากลำบากทรมานทั้งปวงให้มาหาข้าฯ ที่นี่ และให้ติดต่อถึงที่นี่โดยการแจ้งข่าวทางใดทางหนึ่ง ทั้งมิติทิพย์และมนุษย์ จึงได้รับรู้เรื่องราวหลายอย่างจนไม่สามารถที่จะพรรณนาให้ฟังจบได้ ข้าฯ ได้แก้ไขทั้งเปรต ผี ปีศาจ และความเร่าร้อนของชาวโลกทิพย์และโลกมนุษย์ไปแล้วอย่างมากมาย

และตอนออกพรรษาปี ๔๙ นี้ มีเด็กคนหนึ่งอายุประมาณปีกว่า ๆ สองปี เป็นอย่างมาก ได้นำเงินมาบริจาค แต่ไม่ยอมใส่ลงตู้ที่จัดเตรียมไว้ให้ และไม่ยอมเอาไปให้ทายกวัด พ่อ-แม่ คุมไปก็ไม่ไป มุ่งแต่จะเอาเงินให้ข้าฯ แต่เพียงอย่างเดียว และทำหน้าไม่พอใจเมื่อ พ่อ-แม่ ดึงมือให้เอาเงินไปใส่ตู้รับบริจาค ด้วยความสงสารเด็กผู้มุ่งหวังอยากจะให้ข้าฯ จึงได้แบมือไป เด็กนั้นได้วางเงิน ๒๐ บาทใส่ที่มือข้าฯ แล้วก็ร้องขึ้นว่า เฮ้ !!! ข้าฯ ถามว่าดีใจไหม ? เด็กคนนั้นก็บอกว่าดีใจ แล้วหันกลับไปมาพ่อ-แม่ พร้อมกับแสดงอาการดีใจอย่างมาก

และหลังจากออกพรรษาปี ๔๙ ก็ได้มีพวกผี ปีศาจ หลายกลุ่มมาบอกเรื่องทุกข์ทรมานเร่าร้อนสารพัดอย่าง ที่เกิดจากการที่เข้าได้รับบุญจากญาติที่ไปทำบุญกับวัดที่มีพระอรหันต์อยู่ (อาจารย์ประหยัด - อยากจะถามว่าเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยหรือ น่าจะเป็นพระอรหันต์ที่หันขวา-ซ้าย ก็หันหาเงินเข้าพกเข้าห่อตัวเองมากกว่า) เมื่อรับบุญแล้วพอนุ่งห่มก็เกิดเป็นไฟ พอกินก็เป็นไฟเผาร้อน พออาบก็เหมือนกัน เป็นหมื่นแสนแสนชีวิตที่อยู่ด้วยกัน แล้วก็มีผู้ที่สง่างามอีอานุภาพยืนอยู่ไกล ๆ แล้วร้องบอกขึ้นว่า ให้ไปวัดสามแยก อย่ามารับบุญที่พระท่านพาทำมั่ว ๆ แบบนี้ แล้วพวกเข้าก็มาเล่าให้ข้าฯ ฟังที่วัดสามแยก (อ.ประหยัด บอกว่า ฟังหูไว้หู) ข้าฯ จึงได้ตั้งใจอธิษฐานดู ตั้งแต่ ๑๐ ต.ค. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา จนถึง วันที่ ๒๓ ต.ค. ๒๕๔๙ เรื่องก็ปรากฏแก่ข้าฯ และได้เห็นพวกโยมที่ถวายเงินทอง อาหารที่ผิดเวลา และ ผิดพระวินัยด้วย ยาที่อายุสั้นแต่ถวายเอาไว้เป็นยาอายุยาว รวมทั้งพวกโยมที่ดีใจกับพระที่ได้เงิน ทอง และสิ่งของอื่นๆ ที่ผิดพระวินัย ข้าฯ เห็นพวกเขายืนอยู่ นั่งอยู่ ในระหว่างทางไปนรกและทางไปสวรรค์ จึงได้เข้าไปถาม แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ตอบ ข้าฯ ได้ยื่นมือไปจับที่ตัวเพื่อดึงให้พวกเขาหันมาตอบ ร่างของพวกคนเหล่านั้นก็หายไป แต่คนที่ว่าเหล่านี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หลายคน ข้าฯ ไม่สามารถจะกล่าวนามได้ทั่วถึง แต่ได้ทราบไว้เถิดว่าบาป-บุญทุกคนในการที่ได้ถวายสิ่งของที่ผิดวินัยแต่พระอรหันต์หรือสงฆ์ย่อมมีอนุภาพบาป-บุญได้รอเป็น ๒ ทางอย่างละมาก ๆ คือบาปก็มาบุญก็มาก ข้าฯ เกิดความสงสาร ถ้าหากเข้าตั้งสติระลึกถึงบุญไม่ทัน ตายไปติดภาวะบาป ก็ต้องตกนรกหมกไหม้เผาผลาญอย่างยาวนาน ถ้าผู้นั้นมีการระลึกถึงบุญทัน ก็จะไปสวรรค์อย่างยาวนาน ถ้าอยู่ในสวรรค์แก้ไขไม่ทันตายไปอีก ผู้นั้นก็จะต้องไปนรกที่ได้ทำไว้ ถ้าทำไว้ไม่บ่อยนัก มีบุญ-บาปพอกัน มากพอกัน น้อยพอกัน ผู้นั้นก็จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานในเทพ เช่น นาค ครุฑ เป็นต้น

เมื่อระลึกทราบอย่างนี้จึงได้ย้อนกลับไปดูเด็กคนที่ให้เงิน ๒๐ บาทนั้น เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กคนนั้นได้อะไรบ้าง ๆ ก็เห็นเขานั่งอยู่ เดินอยู่ หันไปหันมา อยู่ตรงระหว่างทางที่จะไปนรกและสวรรค์ ข้าฯ ร้องบอก ขึ้นว่า “ไอ้หนูมานี่ !” เด็กหันมาได้ยื่นมือมาหาแล้วเขาก็หายไป ซึ่งคำนวณได้ว่าเด็กนี้ต้องมีภาวะเป็นสองคือ (อ.ประหยัด เรื่องวิญญาณต้องมีการใช้วิชาคำนวณด้วยหรือ ? ไม่คิดว่ามันจะเป็นวิทยาศาสตร์มากไปหรือท่าน ?) มีทั้งสวรรค์และนรก ฝ่ายละยาวนานมากเพราะตอนนี้เขายังไม่ตาย ด้วยอานุภาพการให้เงิน ๒๐ บาทแก่ข้าฯ

เรื่องดังว่านี้ปรากฏหลายครั้งหลายคราวจึงได้ให้พระตรวจเช็คพระวินัยและพระสูตร พระไตรปิฎกดู ปรากฏว่ามีอยู่จริง ซึ่งเป็นเรื่องอ้างอิงหรือเป็นเรื่องอันเข้ากันได้กับทีข้าฯ ได้เห็น และได้มีโยมที่มาจากจังหวัดสกลนครมาเล่าให้ฟังในเช้า วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๙ ว่า หลังจากที่เข้าได้เรี่ยไรเงินมาจัดผ้าป่าเพื่อถวายหลวงพ่อเขา ก็ได้มีผู้ฝันเห็นเขาว่า ตัวเขาและได้ไปอาศัยอยู่ที่เกาะเล็ก ๆ กลางน้ำไกล ๆ และได้เห็นว่าเขาเดินลงไปในน้ำ ซึ่งน้ำนั้นก็ได้เดือดเป็นไฟขึ้น เขาหนีขึ้นมาบนเกาะไม่ทัน น้ำซึ่งกลายเป็นไฟจึงเผาไหม้ร่างกายเขา จนเหลือแต่กระดูก เขาได้เล่าให้ข้าฯ และคณะวัดสามแยกฟัง
(อาจารย์ประหยัด- หลวงพ่อมีตาทิพย์อยู่แล้วเชื่อเรื่องเล่าที่คนฝันด้วยหรือ ?) จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันในเวลาเที่ยงของ วันที่ ๒๔ ต.ค. ๒๕๔๙ นี้
ได้ความสรุปว่า ข้าฯ ผิดมาก (อ.ประหยัด – ก็มันผิดตั้งแต่ อ.ประหยัด ไปที่วัดแล้ว พระระดับนี้พูดจาสามหาวดูถูก เทวดา ต่อหน้า อ.ประหยัด ว่า “เทพส้นตีน” ดูถูกพระแม่ธรณีเอาไว้ใน VCD โดยหาได้รู้จริงไม่ว่า อ.ประหยัด นั้นเป็นร่างของ พระบารมีทุกกระทรวง ในสายสัญญา เรื่องนี้ทางฝ่ายโลกทิพย์คงจะไม่ยอมจบง่าย ๆ หรอก) ที่เคยรับของที่ผิดวินัย ซึ่งทำให้เกิดอานิสงส์ร้ายแก่ผู้ถวายอย่างมากมาย แม้จะมีผลดีก็ต้องยกไว้ก่อน เพราะผลร้ายที่เห็นนั้นอันตรายมาก ข้าฯ และคณะวัดสามแยกจึงอยากจะเห็นท่านทั้งหลายที่ทำบุญแล้ว มีบุญเกิดขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีบาป