
"อายุบวร"

เมื่อ ผอ.เพชร ไปดูไบ

เมื่อคราวที่ ผอ.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล เดินทางไปดูไบ ไปหา นายกทักษิณ ชินวัตร นั้น ก็มีผู้ที่เดินทางไปด้วยคือ ดีเจ.อ้อม และดีเจ.ต้อม เมื่อกลับมาก็เอารูปถ่าย มาคุยถึงการเดินทางไปให้ฟัง คุยว่าการเดินทางทั้งหมดนั้นทาง นายกทักษิณ เป็นคนออกให้ทั้งหมด

ครั้งที่ ๒ นั้นเดินทางไปหานายกทักษิณที่เขมร รู้สึกว่า ย.ยุ้ย จะตามไปด้วย แต่ข้ามไปไม่ได้เพราะไม่มีพาสปอร์ต ก็ไปกัน ๓ คน คือ ผอ.เพชร ดีเจ.อ้อม และดีเจ.โอเลี้ยง ไปครั้งนี้รู้สึกว่าจะโทรมาคุยออกทางวิทยุ 925 อาจารย์ประหยัดจึงได้ส่งข้อความไปถึง ผอ.เพชร และ ดีเจ. ต้อมว่า ไปโรงพัก อัยการ ศาล ชวนไปทุกบ่อย แต่ไปเขมร ไม่เคยชวน ดีเจ.อ้อมก็ตอบมาว่า นายกเรียกตัวไปด่วน อย่าไปคิดหลงตัวว่า มีเบอร์ส่วนตัวของ นายกทักษิณ แต่ผู้เดียว คุณนก มหวรรณ แกก็มี แล้วนายกทักษิณเป็นคนให้กับมือ
ทีแรกก็นึกว่า นายกเรียกเฉพาะ แกนนำ รักเชียงใหม่ ๕๑ ไปกลุ่มเดียว ปรากฏว่า คุณนก มหวรรณ ก็พา ดีเจ.ลุงบุญ ดีเจ.ต.ตู้ ฯลฯ ไป และมีอีกหลายสิบกลุ่มพากันไป พูดว่านกยกเรียกไปพูดแบบนี้มันตอแหลกันนี่หว่า ถ้าเวลานั้น อ.ประหยัด ไปกินก๊วยเตี๊ยวร้าน ต.ตู้ ก็คงจะตาม ต.ตู้ไปแล้ว ต่อไปก็คงจะไม่มีแล้ว ถ้ามีการประกันตัวก็น่าจะให้ ดีเจ.โอเลี้ยงไปประกันตัวให้ ทนายความคนแรกที่เป็นผู้หญิงเคยช่วย ผอ.เพชร ก่อนนั้น อาจารย์ประหยัดก็รู้จัก เมื่อเจอกันที่ศาลเธอก็ทักทายอาจารย์ประหยัดก่อน เวลานี้เขาตีตัวออกห่างไปแล้ว เหยื่อใหม่ที่เข้ามาก็คือ ดีเจ.โอเลี้ยง นี่แหละ เพราะได้ไปเขมรกับ ผอ.เพชร ก็ต้องรับใช้แกไปตลอดนั่นแหละ ความจริงการเดินทางไปเขมรนั้น ค่าเดินทางจาก เชียงใหม่ไปปอยเปตนั้น ไม่เกิน ๑,๕๐๐.-บาท ส่วนจากปอยเปตไปถึงเสียมเรียบนั้น ก็ไม่น่าจะเกิน ๑,๐๐๐.-บาท เงินแค่นี้ อาจารย์ประหยัดมีจ่ายอยู่แล้ว ที่ไม่ชวนอาจารย์ประหยัดไปนั้นเหตุผลก็น่าจะมีอยู่ว่า คราวต่อไปก็คงจะไม่ถูกจับ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัย อาจารย์ประหยัดอีกแล้ว แต่ดีเจ.โอเลี้ยงนั้นต้อง “อ่อยเหยื่อ” พาไป เพราะจะต้องพึ่งพาอาศัยแกไปอีกนาน จนกว่าแกจะรู้เท่าทันเหมือน ทนายความคนก่อนนั่นแหละ

ผอ.เพชร คงจะไม่รู้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้นรู้เท่าทัน ผอ.เพชร โดนต้มโต๊ะจีน ๒ ครั้ง ก็รู้ทันแล้ว และมีอีกหลาย ๆ อย่างที่รู้เท่าทัน แล้วทำไมคนอย่างที่ ผอ.เพชร เรียกว่า “ผู้ใหญ่” ทางกรุงเทพฯ มันจะไม่รู้เท่าทัน ผอ. ซึ่งถ้าจะพูดแบบภาษาพ่อขุนรามแล้ว ก็ต้องพูดว่า
กูช่วยมึงแต่มึงยังมาต้มกูอีก 
การที่อาจารย์ประหยัด ไปช่วยประกันตัวให้ ๔ คน โดยไม่ต้องเสียเงินจำนวนหลาย ๆ หมื่นบาท แต่เวลาจัดงานแทนที่จะให้ ผู้มีพระคุณ นั่งโต๊ะฟรี ๆ เพียงแค่ ๒ คน แต่ไม่มีน้ำใจ ยังไม่พอ
ซื้อบัตรแล้วไม่มีโต๊ะนั่ง ต้องไปนั่งที่ฟุตบาทแทน
อย่างนี้คำว่า "บุญคุณ" กับ "เนรคุณ" มันน่าจะเป็นอันเดียวกันแล้ว ผ.อ.เพชร ไม่เคยทราบเลยหรือว่า ไม่เพียงแต่อาจารย์ประหยัดคนที่มีบุญคุณด้วย ยังถูกผู้จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนต้มเอา คนที่ซื้อบัตรหลายสิบคนเขาไม่มีที่นั่งเขาต้องเสียเงินฟรี ๆ อย่างนี้ทำไมพวกเขาจึงจะต้องกลับมาอีก พวกเขาไม่โง่อย่างอาจารย์ประหยัด ที่จะต้องมารับใช้ช่วยเหลือ ผอ.เพชร อยู่ตลอด