หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทดสอบตีหลัก  (อ่าน 330 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 11, 2010, 10:10:25 AM »

"อายุบวร"
  Angry ก็ไม่อยาก "สีซอให้ควายฟัง"  เว็ปนี้เป็นเว็ปของสายสัญญา  ตามเจตนาของผู้ทำเว็บนั้น  ทำเพื่อเผยแพร่วิชาของสายสัญญา  เมื่อมีการเขียนถึงประสบการณ์ของบุคคลภายนอก  ยกมาเป็นตัวอย่างประกอบ  เขาเหล่านั้นก็ไม่รู้เรื่อง แล้วยังอวดเก่งและอวดดี  อยากจะลองของกับอาจารย์สายสัญญาก็ไม่เป็นไร
  Cheesy อาจารย์ในสายสัญญานั้นมีมากมายหลายร้อยคน  แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้เวลากว่า ๑๗ ปี ผงาดขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของอาจารย์สายสัญญา  เป็นที่น่าเกรงขามของบรรดาอาจารย์สายสัญญาทั้งหลาย  สิ่งที่อาจารย์ประหยัดทำให้บรรดาอาจารย์ทั้่งหลายกลัวนั้นก็คือ การไม่เรียกเงิน การไม่เบียดเบียนใคร  เพราะฉะนั้นการลงไปกรุงเทพฯ ที่ไปสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น จะไปด้วยเงินของตัวเอง รถทัวร์ VIP ๒๔ ที่นั่ง ค่าโรงแรม และค่าอาหาร ค่าแท๊กซี่ ออกเองทั้งนั้น  ไม่ยอมที่จะไปเบียดบังใช้เงินของชาวบ้านที่บริจาคมา  เพื่อมาอำนวยความสะดวกให้กับตัวเอง จะนั่งเครื่องบินเป็นบางเที่ยวเท่านั้น
   คนที่ ๓ เกลอหัวแข็ง ต่อสู้อยู่นั้น คือ นางเปรมวิกา  นายอภิสิทธิ์  นายอนุพงษ์  นายเนรห้อย  นายเทือกเทพ นายชวน ภัยหลีก  นายสนธิ บุญลิง  นายโกเต็ก แซ่ลิ้ม นายจำลอง  นายใส  นายสมสาก หำสุก  นายพิภพจบแดน นายสมเกียรติ ฯลฯ พวกคนกลุ่มนี้ป่วยทางวิญญาณ  การชุมนุมของ ๓ เกลอนั้นเป็นตัวเร่งให้ภาคโลกทิพย์ทำให้เร็วขึ้น ถ้าสู้พวกนี้ไม่ได้ก็ไปสู้กับหมาจะดีกว่า ถึงแม้จะไม่ทำ  เมื่อเจอหลักประหารมารของสายสัญญาแล้ว ก็จะมีอันค่อยเป็นค่อยไป
     คนที่ถูกหลักประหารมารมากที่สุดก็คือ นายโกเต็ก ลิ้มโกตั๊ก  เพราะว่ามึงนั้นบังอาจเอาผ้าอนามัย ๖ ชิ้น ไปทำสิ่งที่ไม่ดี ลบหลู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ผู้ซึ่งเป็นผู้ตั้งโรงเรียนนายร้อย จปร.  น่าจะมีคนไทยคนเดียวเท่านั้นที่โกรธที่นายโกเต็กทำเช่นนี้  ส่วนคนที่ไปอาศัยเรียนจากโรงเรียนนายร้อย จปร. นั้น  เงียบเหมือนเป่าสาก เรียกได้ว่าไม่รู้จักบุญคุณของพระพุทธเจ้าหลวงเลย  มีคนมาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของท่าน ก็พากันทำเฉย ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ นายโกเต็กก็เข้ามาในประเทศไทยไม่ได้  โดยไม่ต้องชุมนุมนายโกเต็กก็หนีไปแล้ว  คน ๆ นี้น่าจะเป็นฝีมือของอาจารย์ประหยัด  แต่เรื่องมันคงไม่จบเพียงแค่นี้หรอก  ก็ต้องคอยดูต่อไป  ตามราคาคุยของนายโกเต็ก ลิ้มโกตั๊ก หลังจากที่หลวงตาจับผสมพันธุ์เรียบร้อยแล้ว  แกบอกว่าแกไม่กลัวอะไรแล้ว  เพราะหลังแกพิงวังแล้ว "วัง" ของนายโกเต็กนั้น น่าจะเป็น "วังบัวบาน" สถานที่จบชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงไหลยึดความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม เมื่อนายโกเต็กกระโดดลงไปในวังนี้  ชีวิตของนายโกเต็กก็ย่อมจะจบลงในสุสานแห่งนี้  แต่ไม่ใช่เนื่องจากความรัก แต่เป็นการ "ทรยศ" ต่อผู้หญิงคนหนึ่งที่อกหักมาจากชายสองเพศ  ซึ่งแค้นนี้เธอจะต้องชำระกับนายโกเต็กให้ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 10:36:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 22, 2010, 10:16:50 AM »

"อายุึบวร"                                                      ขอเป็นเพียงดาวหม่นวาวพราย......................
                                                                 ทอดทอประกายเพื่อชายเดียว......................
 Lips Sealed เพลง "วังบัวบาน" ศิลปิน : มัณฑนา โมรากุล                  
ร้อนลมหน้าแล้ง                                              
ใบไม้แห้งร่วงลอย หล่นทะยอยเกลื่อนตา                                
ไหลตามกระแสน้ำพา ลอยมาทั้งกลีบดอกไม้          

จากหุบผาไหลมาสู่ในวังน้ำ
สุสานเทวีผู้มีความช้ำเหนือใคร
ดอกไม้ใบไม้ไหลมา
คล้ายพวงหรีดร้อยมาลา
ไหลมาบูชาบัวบาน

น้ำวังนี่หนอ
เป็นที่ก่อเหตุการณ์ ที่บัวบานฝังกาย
ยึดเอาเป็นหอเรือนตาย
รองกายไว้ด้วยแผ่นน้ำ

จากหุบผาแนวไพรสู่ในเวียงฟ้า
ฝากไว้เพียงชื่อเลื่องลือเนิ่นช้าฝังจำ
ฝากคำสัตย์สำนึกตรอง
หลงทางสุดหวังคืนครอง
หลงตัวจึงต้องลาระทม

เอาวังน้ำไหลเย็น นี่หรือมาเป็นเมรุทอง
เอาน้ำตกก้อง เป็นกลองประโคม
เอาเสียจักจั่นลั่นร้องระงม เป็นเสียงประโคมร้องต่างแตรสังข์
เพดานนั้นเอาเมฆฟ้า ภูผานั้นต่างม่านบัง
ประทีปแสงจันทร์ใสสว่าง อยู่เดียวท่ามกลางดงดอย


ฟังเนื้อร้องได้จาก www.bloggang.com
 Embarrassed เพลงนี้ อาจารย์ประหยัด ได้ฟังเมื่อ ปี พ.ศ. 2493 ที่ถ้ำตับเตา อ.ฝาง ชอบเพลงนี้และจำได้มาตลอด  ไม่เคยดูเนื้อแต่ก็ร้องได้  ชอบเสียงคุณมัณทนามาก  แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง เห็นแต่ในทีวี  ป่านนี้คุณมัณทนาก็คงจะอายุ ๘๗ ปีแล้ว  หากวาสนามีก็คงจะได้เจอกันก่อนที่ต่างคนต่างจะลาจากโลกนี้ไป  หากรู้ว่าบ้านท่านอยู่ที่ไหนก็อยากจะไปขอพบคุยด้วย  ก่อนที่คุณมัณฑนา ท่านจะกลับขึ้นไปเป็นนักร้องของวงดนตรีที่สุนทราภรณ์กลับไปนั่นแหละ
  เพลงนี้เพิ่งจะกลับมาฟังในวันนี้  หลังจากไม่เคยคิดถึงเลยหลายสิบปี  ซึ่งเมื่อได้มาฟังตอนนี้  เป็นเวลาที่อาจารย์ประหยัดนั้นสามารถถามองค์บารมีประจำสังขารได้  เพลงแต่ละบรรทัดนั้นผู้เขียน ท่านเก่งมาก ฟังแล้วซึ้ง บาดใจ  สงสารผู้หญิงที่ชื่อว่า "ครูบัวบาน"  แต่ก็ไม่ต้องไปห่วงอะไรเธอมาก  เธอก็กลับมาเกิดเป็นผู้หญิงคนเชียงใหม่เหมือนเดิมนั่นแหละ  ปัจจุบันเธอก็มีความสุขอยู่กับครอบครัว  เสียดายที่ไม่มีตาทิพย์ จิตทิพย์ ที่จะรู้ได้ว่าเธอเป็นใครอยู่ที่ไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2010, 05:11:18 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 22, 2010, 04:51:54 PM »

"อายุบวร"
 Lips Sealed ประวัติของ "บัวบาน"
 Angry ในบทดังกล่าว ชื่อ “วังบัวบาน” ของสมาน ไชยวัณณ์ ตีพิมพ์ในวารสาร “คนเมือง ฉบับดำหัว” ต้อนรับสงกรานต์ ๒๕๑๑ กล่าวว่า ครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ โดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่า ตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดี และตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน ๘ – ๙ ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่และได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้น ครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนหนึ่ง
  ผู้เขียนบทความเล่าว่าในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยาบุตรและญาติสนิทว่า ตนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้ว ก็ได้นัดครูประชาบาลคนรัก ไปตกลงกันในที่ปลอดคนแห่งหนึ่งบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดการแต่งงานเสีย เพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้าน และเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลแก่กันและกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่า ตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครูบัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้จึงผละจาก แล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังเส้นทาง และได้พลาดตกจากหน้าผาอันสูงชันลงสู่ “วังกุลา” และเสียชีวิตโดยไม่อาจช่วยได้ทัน ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด แต่ด้วยความตกใจและกลัวโทษจึงแอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้ว และไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้

 Embarrassed เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องหญิงงามที่ตายในวังน้ำ ก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่าด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำ ทำให้มะพร้าวต้นหนึ่งล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้น จนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงได้ลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัว และยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ เมื่อล้มป่วยหนักและก่อนสิ้นใจจึงได้สารภาพเรื่องของตนกับครูบัวบานให้ผู้อื่นรู้พร้อมกับย้ำว่า ครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุมิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2010, 04:56:41 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: