"อายุบวร"

วันนี้ ลูกศิษย์ชื่อ พี่แสง อดีตพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ พาลูกชายมาดำหัวอาจารย์ประหยัด ลูกชายคนโตเป็น "พระ" ชื่อ พระอธิการปิติภัทร (ตุ๊หน่อย) วัดชยาราม (แม่ใจต้นเอียด) ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดคนหนึ่ง ได้รับการยกถาดไปแล้ว ก็ปฏิบัติตนอยู่ทุกวันด้วยการประจุองค์พระธรรมและดับล้างเป็นประจำ เนื่องจากท่านเป็นเจ้าอาวาสจึงไม่ได้เปิดเผยตัวให้ญาติโยมได้รู้มาก คนที่จะรู้ว่าท่านมีองค์นั้นก็จะต้องเป็นคนที่สนิทด้วยเท่านั้น ตุ๊หน่อยได้เอาแผ่น VCD เกี่ยวกับธรรมะมาให้ด้วย ๓ แผ่น พร้อมทั้งซื้อแผ่น VCD มาฝาก ๑ กล่อง เพื่อที่อาจารย์ประหยัดจะได้ใช้ไลท์แผ่นแจกลูกศิษย์ ก็ขอราคาคุยหน่อยนะ กว่าตุ๊หน่อยจะเดินทางมาเชียงใหม่ ระยะทางกว่าหนึ่งร้อย ก.ม. ท่านเป็นพระ จึงได้รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา

ลูกชายคนที่สองทำงานที่กรมศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ นั้น อาจารย์ประหยัดได้ตีหลัก เอายศตำแหน่งให้แก่ คุณ ณัฎฐวุฒิ ผดุงแสง ก็ไม่ทราบว่าได้เป็นหัวหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งที่ท่านเงียบไป ๒-๓ ปี นั้น น่าจะได้ตำแหน่งแล้วจึงไม่ได้กลับมาอีก เพิ่งจะมาในปีนี้ ตอนที่คุณณัฎฐวุฒิ ยังไม่ได้ตำแหน่งหัวหน้า มาหาอาจารย์ประหยัด เกือบทุกเดือน

เป็นลูกศิษย์ชุดแรกที่ได้มา "ดำหัว" ตามประเพณีของคนเมืองเชียงใหม่ ระดับหัวหน้าในกรมศิลปากร และเจ้าอาวาสวัดมาดำหัวอาจารย์ของตนเองนั้น แสดงว่าอาจารย์ประหยัดนั้นก็ไม่เบาเลยนะ

แต่มันน่าคิดอยู่ที่ว่า คนที่อาจารย์ประหยัดช่วยเหลือในทางโลก เป็นผู้ประกันตัวให้ รู้จักคำว่าบุญคุณดี แต่ไม่เคยทำตามพิธีของคนเมืองเหนือ ในปีที่แล้วในวันสงกรานต์นั้น ก็ได้จัดงานพิธีดำหัวตัวเองขึ้นที่หน้าโรงแรมแกรนโรรส ผอ.เพชรนั้น อายุ ๕๒ ปี หนุ่มกว่า อาจารย์ประหยัด ๑๗ ปี นั่งอยู่ระดับหัว ถัดมาเป็น ดีเจ.อ้อม ถัดมาเป็นป๋าโบ้ ซึ่ง ๓ คนแรกนั้นอายุหนุ่มกว่า อาจารย์ประหยัด หมด ไม่ทราบว่าพวกนี้เขานับอาวุสโสกันยังไง แกนนำอย่าง ผอ.เพชร นั้นถ้าแน่จริงใหญ่จริง ทำไมจึงต้องให้อาจารย์ประหยัดไปประกันตัวให้

ที่สำคัญก็คือพวกนี้มืดบอด ไม่เคยรู้เลยว่าอาจารย์ประหยัดนั้นอยู่ในระดับไหน ปกติอยู่บ้านก็ไม่เคยทำพิธีอะไรให้กับคนที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ การเจตนาดีกับคนที่ไร้ปัญญานั้น แทนที่จะเห็นความหวังดี ดีเจ.อ้อม บอกว่าการที่อาจารย์ประหยัด ผูกข้อมือให้กับสมาชิกเสื้อแดงนั้นเป็นการเสียเวลา ไม่น่าเล้ยโปรดสัตว์แต่ได้บาป ก็มึงทำอย่างกูนั้นไม่ได้ คิดว่าเพียงแค่ ดีเจ.นั้นมันจะมีบุญบารมีเหนือกว่าอาจารย์ประหยัดหรือ ? ซึ่งพิธีแบบนี้ในปีนี้ก็อย่าหวังว่าจะไปร่วมด้วย ให้สำภเวสีอยู่กับสำภเวสีนั่นแหละดีแล้ว

มวยที่เริ่มต้นชกกันไปไม่กี่ยก ยังไม่ทันถึง ๑๒ ยก ก็อย่าพึ่งราคาคุย การที่ "พระ" นำเงินมาบริจาคเป็นค่าน้ำมันรถให้ เพื่อที่จะได้พาคนลงไปกรุงเทพฯ ไปสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น ถามตุ๊หน่อยดูแล้ว ท่านบอกว่า
ไม่ใช่แต่เพียงเงินพระเท่านั้น แม้แต่เงินชาวบ้าน ถ้าเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ชาวบ้านให้มา เอาไปอำนวยความสะดวกให้แก่ตนเอง ให้ตัวเองนั้นเดินทางสะดวกสะบาย กินนอนอยู่โรงแรมอย่างสะดวกสะบาย
ไม่ต้องกลัวว่าบาปกรรมจะตามไม่ทัน ท่านบอกว่าเวลานี้กรรมดียังไม่หมด เมื่อหมดเมื่อไหร่ก็จะรู้สึก เรื่องอย่างนี้ อาจารย์ประหยัด ก็รู้ดีอยู่แล้ว