หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลูกศิษย์มาดำหัวหัว  (อ่าน 397 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 11, 2010, 01:04:44 PM »

"อายุบวร"
 Grin วันนี้ ลูกศิษย์ชื่อ พี่แสง อดีตพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่  พาลูกชายมาดำหัวอาจารย์ประหยัด  ลูกชายคนโตเป็น "พระ" ชื่อ พระอธิการปิติภัทร (ตุ๊หน่อย) วัดชยาราม (แม่ใจต้นเอียด) ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  เป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดคนหนึ่ง  ได้รับการยกถาดไปแล้ว  ก็ปฏิบัติตนอยู่ทุกวันด้วยการประจุองค์พระธรรมและดับล้างเป็นประจำ  เนื่องจากท่านเป็นเจ้าอาวาสจึงไม่ได้เปิดเผยตัวให้ญาติโยมได้รู้มาก คนที่จะรู้ว่าท่านมีองค์นั้นก็จะต้องเป็นคนที่สนิทด้วยเท่านั้น ตุ๊หน่อยได้เอาแผ่น VCD เกี่ยวกับธรรมะมาให้ด้วย ๓ แผ่น  พร้อมทั้งซื้อแผ่น VCD มาฝาก ๑ กล่อง  เพื่อที่อาจารย์ประหยัดจะได้ใช้ไลท์แผ่นแจกลูกศิษย์  ก็ขอราคาคุยหน่อยนะ  กว่าตุ๊หน่อยจะเดินทางมาเชียงใหม่ ระยะทางกว่าหนึ่งร้อย ก.ม. ท่านเป็นพระ จึงได้รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา
 Azn ลูกชายคนที่สองทำงานที่กรมศิลป์  เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ นั้น  อาจารย์ประหยัดได้ตีหลัก เอายศตำแหน่งให้แก่ คุณ ณัฎฐวุฒิ ผดุงแสง  ก็ไม่ทราบว่าได้เป็นหัวหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่  ซึ่งที่ท่านเงียบไป ๒-๓ ปี นั้น น่าจะได้ตำแหน่งแล้วจึงไม่ได้กลับมาอีก  เพิ่งจะมาในปีนี้ ตอนที่คุณณัฎฐวุฒิ ยังไม่ได้ตำแหน่งหัวหน้า มาหาอาจารย์ประหยัด เกือบทุกเดือน
     เป็นลูกศิษย์ชุดแรกที่ได้มา "ดำหัว" ตามประเพณีของคนเมืองเชียงใหม่  ระดับหัวหน้าในกรมศิลปากร และเจ้าอาวาสวัดมาดำหัวอาจารย์ของตนเองนั้น  แสดงว่าอาจารย์ประหยัดนั้นก็ไม่เบาเลยนะ
     แต่มันน่าคิดอยู่ที่ว่า  คนที่อาจารย์ประหยัดช่วยเหลือในทางโลก เป็นผู้ประกันตัวให้  รู้จักคำว่าบุญคุณดี  แต่ไม่เคยทำตามพิธีของคนเมืองเหนือ  ในปีที่แล้วในวันสงกรานต์นั้น  ก็ได้จัดงานพิธีดำหัวตัวเองขึ้นที่หน้าโรงแรมแกรนโรรส ผอ.เพชรนั้น อายุ ๕๒ ปี หนุ่มกว่า อาจารย์ประหยัด ๑๗ ปี  นั่งอยู่ระดับหัว ถัดมาเป็น ดีเจ.อ้อม ถัดมาเป็นป๋าโบ้  ซึ่ง ๓ คนแรกนั้นอายุหนุ่มกว่า อาจารย์ประหยัด หมด  ไม่ทราบว่าพวกนี้เขานับอาวุสโสกันยังไง  แกนนำอย่าง ผอ.เพชร นั้นถ้าแน่จริงใหญ่จริง ทำไมจึงต้องให้อาจารย์ประหยัดไปประกันตัวให้
     ที่สำคัญก็คือพวกนี้มืดบอด  ไม่เคยรู้เลยว่าอาจารย์ประหยัดนั้นอยู่ในระดับไหน  ปกติอยู่บ้านก็ไม่เคยทำพิธีอะไรให้กับคนที่ไม่ใช่ลูกศิษย์  การเจตนาดีกับคนที่ไร้ปัญญานั้น  แทนที่จะเห็นความหวังดี  ดีเจ.อ้อม บอกว่าการที่อาจารย์ประหยัด ผูกข้อมือให้กับสมาชิกเสื้อแดงนั้นเป็นการเสียเวลา ไม่น่าเล้ยโปรดสัตว์แต่ได้บาป ก็มึงทำอย่างกูนั้นไม่ได้  คิดว่าเพียงแค่ ดีเจ.นั้นมันจะมีบุญบารมีเหนือกว่าอาจารย์ประหยัดหรือ ?  ซึ่งพิธีแบบนี้ในปีนี้ก็อย่าหวังว่าจะไปร่วมด้วย  ให้สำภเวสีอยู่กับสำภเวสีนั่นแหละดีแล้ว
     มวยที่เริ่มต้นชกกันไปไม่กี่ยก  ยังไม่ทันถึง ๑๒ ยก ก็อย่าพึ่งราคาคุย  การที่ "พระ" นำเงินมาบริจาคเป็นค่าน้ำมันรถให้  เพื่อที่จะได้พาคนลงไปกรุงเทพฯ ไปสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น  ถามตุ๊หน่อยดูแล้ว ท่านบอกว่า ไม่ใช่แต่เพียงเงินพระเท่านั้น  แม้แต่เงินชาวบ้าน  ถ้าเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ชาวบ้านให้มา เอาไปอำนวยความสะดวกให้แก่ตนเอง  ให้ตัวเองนั้นเดินทางสะดวกสะบาย กินนอนอยู่โรงแรมอย่างสะดวกสะบาย  ไม่ต้องกลัวว่าบาปกรรมจะตามไม่ทัน  ท่านบอกว่าเวลานี้กรรมดียังไม่หมด  เมื่อหมดเมื่อไหร่ก็จะรู้สึก เรื่องอย่างนี้ อาจารย์ประหยัด ก็รู้ดีอยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2010, 12:06:48 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 12:09:28 PM »

"อายุบวร"
 Grin พอดีเครื่องคอมม์เสีย  เลยไม่ได้เขียนเล่าถึงลูกศิษย์ที่มาดำหัว  จำได้แต่ลูกศิษย์ที่มาเมื่อวานนี้ ๔ คน  มีคนหนึ่งที่ลูกชายอายุ ๖-๗ ขวบก็ยังไม่ยอมพูด  แต่ก็พูดได้ คือบางครั้งอยากพูดก็พูด  แต่ส่วนมากจะใช้วิธีเขียน  ซึ่งตัวแม่นั้นเปิดพระโอษฐ์มานาน  มีความสามารถที่จะถามองค์ของตนเองได้  ท่านก็ได้บอกว่าให้รอไปถึงเวลาก็จะพูดได้
 Kiss มีอีกคนที่มีสามีเป็นชาวต่างประเทศ  แต่มาฝึกนั่งสมาธิจนเป็นอาจารย์สอนสมาธิให้ฝรั่ง  มีชื่อเล่นเป็นภาษาไทยว่า "ช้าง"  คุณช้างนั้นในขณะทีประจุองค์พระธรรมให้นั้น  แกจะนอนหลับตา  แกจะเห็นดวงแก้วที่เป็นสีทอง เป็นเจดีย์สีทองและเห็นพญานาคราช ๓ เศียร ๑ ตัว  ๕ เศียร ๑ ตัว และ ๗ เศียร ๑ ตัว  ซึ่งไม่ได้เห็นจากสมาธิ  แต่เห็นจากองค์บารมีของแกให้เห็น แต่ฝรั่งคนนี้ไม่ค่อยจะเชื่อในเรื่ององค์บารมีประจำสังขาร  จึงไม่ยอมที่จะปฏิบัติในเรื่ององค์ แต่สนใจในเรื่องสมาธิมาก  แกก็คงจะต้องการเดินทางไปสู่อรหันต์ แต่เท่าที่ดูลักษณะท่าทางนั้นน่าจะไปไม่ได้ทั้ง ๒ ทาง เสียดายที่คุณช้างแกมีบุญแต่กรรมมันบัง  ชาตินี้ทั้งชาติองค์บารมีของแกก็ไม่พัฒนา ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมองค์บารมีถึงบังคับร่างไม่ได้
 Lips Sealed ศิษย์สายสัญญาเป็นส่วนมากจะไม่มีบารมีเก่าเหมือน "คุณช้าง" แม้แต่ตัวอาจารย์ประหยัดเองนั้นก็ยังไม่ได้  ซึ่งถ้าเริ่มต้นด้วยการเปิดพระโอษฐ์แล้วได้อย่างคุณช้าง  ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว  เวลานี้ก็ปฏิบัติเพื่อตัวเองและศิษย์ที่ยังอยากก้าวหน้าเท่านั้น  ไม่มุ่งหวังอะไรมาก  ถ้าเบื้องบนเขาต้องการให้เราทำ  เขาก็จะประทานมาให้เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2010, 12:13:05 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: