
"อายุบวร"
ตึกของโยเร ที่คนไทยไปเชื่อถือ พากันบริจาคเงินสร้างให้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ 
วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

วันนี้ไปส่งแม่บ้านซื้อน้ำยาล้างจาน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของเกษตร ที่หน้า บริษัท โยเร ไทยภาคเหนือ จำกัด ซึ่งเขาขึ้นป้ายใช้ชื่อว่า “มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา”

เริ่มแรกเมื่อ โยเร เข้ามาเชียงใหม่ใหม่ ๆ นั้น ก็จะมีคนเชียงใหม่ที่ต้องการจะเป็น “คุณหมอ” ไปสมัครเป็นสมาชิก ก็จะได้รับการอบรมย์สั่งสอนให้ใช้วิธีการเพื่อที่จะนำเอาไปรักษาโรคภัยให้คนป่วย แรก ๆ นั้นเมื่อได้ออกไปรักษาคนป่วยจนมีความสามารถที่จะรับ “เหรียญ” ก็จะต้องจ่ายค่าเรียนไม่กี่ร้อยบาท เป็นการแสดงว่า เริ่มจะเป็นโยเร สายน้ำตาล หรือสายเขียวแล้ว เหมือนกับเทกวนโด้หรือยูโดนั้นแหละ
เคยมีศิษย์โยเรพาไปที่สำนักโยเร แต่ก็ไม่ได้รับความรู้อะไรเลย คนที่พาไปนั้นชื่อ สุทธิพร สิงหเนตร พาเราไปแล้วก็ปล่อยให้เราเดินไปเดินมาในสำนักโยเรแห่งนี้ ทั้ง ๆ ตัวคุณสุทธิพร นั้นก็เป็นคุณครูสอนพิมพ์ดีดให้กับเรา แต่เมื่อเข้าไปสำนักโยเรแล้วก็เหมือนคนปัญญาอ่อน ไม่รู้ว่าเมื่อพาคนมาแล้วจะพาไปหาเจ้าหน้าที่คนไหน ก็เป็นการแสดงว่าตัว อาจารย์ประหยัด นั้น มีบารมีสูงกว่าโยเรมาก จึงไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดกล้าที่จะเจรจาด้วย ก็เดินออกมาแล้วก็ขับรถกลับบ้าน ปัจจุบันนี้ คุณสุทธิพร ก็หากินทาง คุ้ยเอาเศษกระดาษ หรือพลาสติก ตามถังขยะหน้าบ้าน เอาไปขายเพื่อเป็นอาชีพ เดือน ๆ หนึ่งถ้าจะอาบน้ำก็คงจะต้องอาบไม่เกิน ๒ ครั้ง ถ้าอาบมากพลังโยเรก็จะอ่อนลง

ปัจจุบันนี้ โยเร ขยายใหญ่โตมาก เพราะว่าการตลาดของโยเรนี้ น่าจะเอามาจากขายตรงของแอมเวย์หรือบริษัทญี่ปุ่น ตามรูปก็จะเห็นตึกของโยเรหลังใหม่นั้น น่าจะก่อสร้างไม่ต่ำกว่าสามล้านบาท พลังของ “โยเร” นั้น ยังด้อยกว่า “พลังจักรวาลมาก” แต่สายพลังจักรวาลนั้น ได้ผู้นำในประเทศไม่ดี เมื่อทำไปเงินก็ได้มากก็มีการ “อม” กัน ซึ่งเมื่อเกิดการอมแล้วก็รั่วไหล ทำให้พลังจักรวาลนั้นเกิดความแตกแยก ต่างคนก็ต่างไปตั้งสำนัก เพื่อที่จะได้มีรายได้เข้าสู่กระเป๋าของตนเอง จนในที่สุดพลังจักรวาลก็ดับกลายพันธุ์เป็น พลังชื่อต่าง ๆ ตามแต่ลูกศิษย์ของ เลอร์มินด๋าง จะแต่งตั้งชื่อใหม่นี้ขึ้นมา

เคยเจอศิษย์ของโยเรเป็นแขกขายผ้า ซึ่งเมื่อเขาโยเรให้กับลูกศิษย์ของเรา ก็จะออกอาการเหมือนกับประทับทรง ซึ่งคล้ายกับการ “ชูบารมี” ในสายสัญญา” คือแสดงท่าทางออกมาได้เท่านั้น ส่วนจะพูดเป็นภาษาเทพนั้นไม่ได้ ก็ได้เปิดพระโอษฐ์ให้กับศิษย์โยเร ผู้นี้ ทั้ง ๆ ที่มีพลังมาก แต่เมื่อเปิดแล้ว องค์บารมีของเขาก็หาได้มีฤทธิ์หรือจะแสดงฤทธิ์ได้มากเท่าใดนัก ส่วนคนที่เขาโยเรให้นั้นเวลานี้ก็ไปสวรรค์แล้วประมาณ ๓ ปีผ่านมา เพราะว่าเป็นมะเร็ง แล้วก็ตาย

พลังจักรวาลนั้นเหนือ “โยเร” มาก แต่ก็อ่อนกว่า “พลังเทพ” และ “สายสัญญา” การรักษาคนป่วยด้วยพลังจักรวาลแล้วหายทันตาเห็น น่าจะเป็นการรักษา “ไม่เกรน” ๕ วันเท่านั้นก็หาย ส่วนอย่างอื่นนั้น ที่ผ่านมาทำการรักษาไปเพียง ๑ ราย เท่านั้นก็คือ “ซีด” หรือถุงน้ำ ขนาดเท่าหัวแม่มือ อยู่ที่บนนมของสาวแก่คนหนึ่ง ใช้เวลารักษา ๓๐ วันก็หายจนถึงเวลานี้ ส่วนที่หายภายใน ๕ วันของเธอก็คือ “ไม่เกรน” ซึ่งพลังจักรวาลนี้ เมื่อมาเจอ อาจารย์ประหยัด ซึ่งสามารถใช้ได้เป็นอย่างดี แต่จะใช้วิชาของสายเทพบวกกับสายสัญญา ใช้ได้ดีกว่าพลังจักรวาลมาก การไล่ผีในพลังจักรวาลนั้นไล่ไม่ออก แต่ถ้าเจอกับอาจารย์ประหยัดนั้นเรียบร้อย จะเอาไล่แบบอิทธิฤทธิ์ หรือบุญฤทธิ์

ก็ยังสงสัยอยู่ที่ว่า “โยเร” นั้น สู้สายสัญญาบวกสายเทพและสายพระ ไม่ได้เลย แต่ทำไมคนไทยเราจึง “ศรัทธา” ใน “โยเร” มากเหลือเกิน จนขนาดที่ว่าไปช่วยกันสร้างตึกโยเร ราคาหลายล้านบาทให้ วิชาสายสัญญาหรือสายเทพนั้นเหนือกว่า โยเร มากมายหลายเท่านัก แต่ศิษย์สายสัญญานั้น “ไม่เอาไหน” มาเปิดพระโอษฐ์แล้ว น่าจะไล่ไปศึกษาต่อที่สำนัก “โยเร” จึงจะเห็นความจริงและข้อเท็จจริงว่า โยเร นั้นไม่มีอะไรเลยแต่สามารถทำให้คนระดับชาวบ้านเชื่อได้

มีคุณจุ๋มซึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด ก็เนื่องจากเป็นนักแสวงหา ก็ได้พลัดหลงเข้าไปที่โยเร ๓ วันต้องจ่าย ๑.๕๐๐.บาท แล้วก็ได้ไปถึงสำนักงานใหญ่ของ โยเร ที่ จังหวัด สระบุรี เมื่อไปอยู่ที่นั่น ก็มีแต่คนที่ไปเรียนแล้วรู้มาขอ “พลัง” จากคุณจุ๋มทุกวัน ซึ่งก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจากให้พลังแก่ชาวบ้าน จนหมดเวลาก็กลับ จึงได้รู้ว่า ตัวเองนั้นมีพลังเหนือกว่า “โยเร” ตั้งแต่นั้นเมื่อกลับมาก็ไม่เยี่ยมกรายเข้าไปบริษัทโยเรอีกเลย ปัจจุบันนี้ก็น่าจะแรตไปตามสำนักเจ้าทรงต่าง ๆ เหมือนที่เคยเป็นนั่นแหละ

ใครที่เป็นศิษย์ของโยเร ซึ่งมีหลายระดับ แต่ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับ “ยูโด”
อาจารย์ประหยัด นั้นจะเป็น “โยเร” สายดำ ๕๐ สาย ซึ่งถ้าโยเรคนใดไม่เชื่อ มาท้าลองของได้เลย รู้เขารู้เรา รบ ๑๐๐ ครั้ง ก็ชนะ ๑๒๐ ครั้ง อาจารย์ประหยัดสำผัสกับโยเรมาแล้ว แต่คนของโยเรนั้น ยังไม่รู้จักสายสัญญา ซึ่งถ้าอยากรู้ก็มาทดลองได้เลย