nok
Newbieกระทู้: 16
Re: เรื่องของอาจารย์สายสัญญา ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 18, 2008, 08:57:17 am » อ้างถึง แก้ไข ลบทิ้ง

อาจารย์หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง นั้นเป็นอาจารย์สายสัญญา ลูกศิษย์ของพ่อต้นฯ บ้านอยู่ติดรั้วเดียวกันกับวิหารใหญ่ (หนองโดน) ซึ่งฟอร์มของ อ.หอมฟุ้ง ใหญ่โตมโหฬารมาก อาจารย์ประหยัดนั้นเคยเขียนเอาไว้ในเว็บเก่าแก่ของกบเฒ่า เมื่อ 5-6 ปี ผ่านมาแล้ว เตือนให้รู้เรื่องเกี่ยวกับอาจารย์สายสัญญา

บรรดาครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนสาภี วิทยาคม ที่เคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด นั้น ก็เคยได้ฟังอาจารย์ประหยัด เล่าเรื่องของ อ.หอมฟุ้งให้ฟัง แต่เนื่องจากพวกท่านเหล่านี้มี "อีโก้" คิดว่า ปริญญาตรีที่มีอยู่นั้นทำให้พวกท่านเหล่านั้นฉลาด แต่ปรากฎว่าโง่กันทั้งนั้นแหละ ก็ได้ถูก อ.หอมฟุ้ง ต้มก่อนที่ คุณภคพร จะถูกต้มเสียอีก

ตอนที่เอาเรื่อง ดร.หอมฟุ้ง มาเขียนนั้นก็ถูกบรรดา ศิษย์สายสัญญาที่ยังสวามิภักดิ์กับ ดร.หอมฟุ้ง พากันด่าลับหลัง แม้แต่ตัวนายหอมฟุ้ง นั้นก็ยังด่าอาจารย์ประหยัดลับหลัง เพราะว่าอาจารย์ประหยัดไปรู้เบื้องหลังของ นายหอมฟุ้ง ไปวิหารคราวที่แล้ว อาจารย์สาลี่อยู่ที่วิหารใหญ่ก็บอกอาจารย์ประหยัดว่า นายหอมฟุ้งเขาด่าอาจารย์ใหญ่ ใครที่อยากจะรู้เรื่อง นายหอมฟุ้งมากกว่านี้ ก็ให้พิมพ์ชื่อ นายหอมฟุ้ง ขอบใจกลาง ที่ Google ก็จะได้อ่านอย่างอิ่มหนำสำราญ ซึ่งคนที่ไม่ได้ศึกษาประวัติของนายหอมฟุ้งจากเว็บ ก็จะถูกต้มไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ
yogi Jr. Member
กระทู้: 56
Re: เรื่องของอาจารย์สายสัญญา ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 18, 2008, 09:04:29 am » อ้างถึง แก้ไข ลบทิ้ง

ประเด็นความผิดทางธรรมและทางโลกอย่างไร จะให้ทางกฎหมายปกครองจับนั้นผิดเขาได้อย่างไร ในข้อหาฐานฉ้อโกง หรือหลอกลวงประชาชน มันมีองค์ประกอบในมูลความผิดนั้น ในขั้นเจตนากระทำผิดจงใจหรอกไหม คุณnok หากผู้เสียหายไม่ใช่โอนเงินโดยเสน่หา ทางตำรวจประมวลมูลฐานเอาความผิดไม่ได้ แต่โอนโดยเสน่หาแล้วเหมือนจงใจทำบุญให้เขาไป แล้วจะไปร้องแห่กระเจิงใส่ใครเล่า ถ้าไม่ใช่ตัวเอง
saisanyana
Administrator
Full Member
กระทู้: 180
Re: เรื่องของอาจารย์สายสัญญา ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 20, 2008, 06:39:27 am » อ้างถึง แก้ไข ลบทิ้ง
การตอบครั้งที่ : 1

เหมือนกันคับ ต้นเรื่องมาจาก ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลางตอนนี้เขาบอกว่ามีคนได้แล้วเป็น คุณหญิงอะไรซักอย่างเนี่ย อ้างว่าเป็นหมอรักษาในหลวง ตอนนี้ได้เป็นเชค ให้เอาเงินมา 3 หมื่นแล้วจะแบ่งส่วนของเขาให้ 3หมื่น แล้วจะได้3ล้าน บอกว่าจะให้เงินเฉยๆก็กะไรอยู่ เลยให้เอาเงินหมื่นมาแลกเงินล้าน เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ก่อนสิ้นปีให้เอามีดมาปาดคอเขาได้เลย แต่ตอนนี้ วันที่1กุมภาพัน2550แล้วยังไม่ได้สักบาท บอกว่ามีปัญหาที่แบงค์ชาติ

ส่วนก้อนแรกตอนนี้ผมเสียไป 40,000 กว่า บอกว่าจะได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2549 แต่ก็พลัดมาเรื่องๆ ทำไงดี แต่ของผมอยู่ราชบุรีเหมือนกัน หัวหน้าสายชื่อ จีรพัน เขาเรียกกันว่าพี่จี (แต่พี่จีเขาให้คืนทุกบาททุกสตางค์สำหรับคนที่รอไม่ไหว ผมเอาคืนมาแล้วครึ่งนึง เขาก็มีให้ ไม่ได้ว่าซักคำด้วย เขาบอกเขาเข้าใจว่าเดือดร้อนกัน) บ้านพี่จีเขาอยู่แถวๆดำเนิน แม่กลอง กึ่งกลางอ่ะ แต่รวมๆแล้วต้นเรื่องมาจาก ดร.หอมฝุ้ง ถ้าไม่เป็นเรื่องจริงก็ขอให้ไปจับทีคับ แล้วเอาเงินคืนพวกเราด้วยอย่าไปยึดเป็นของกลาง ดร.หอมฟุ้ง คนๆนี้เขาอ้างถึงเบื้องบนเบื้องสูงด้วย
ผู้ตอบ : เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง วัน/ เวลาที่ตอบ : 2550-02-01 13:33:27 [203.114.118.88]
การตอบครั้งที่ : 22

ทหารไม่ใช่มีแต่ที่พูด ยังมีคนที่ ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลางเอามาทำงานร่วมด้วยเป็นถึงนายพลและนายพัน อีกหลายคนที่จำได้ก็มี นายพลตรีธานี วสวานนท์ และพันเอก อนิวรรต บุญอารักษ์ ไม่รู้ใช่ทหารจริงหรือเปล่า เพราะดูลักษณะไม่เหมือนทหารเท่าไร กลัวจะเป็นทหารปลอมหรือผู้สมรู้ร่วมคิด กับดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง ในการต้มตุ๋นหลอกลวงในครั้งนี้ เพราะเมื่อมีการจัดงานเมื่อไร ผมจะเห็นทหารกลุ่มนี้ไปร่วมทุกครั้ง

เท่าที่ดูและกะประมาณโดยคร่าวๆ ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง จะอ้างเบื้องสูง (ซึ่งผมไม่กล้าพูด) มาหากินจากกลุ่มสมาชิกในจังหวัดสมุทรสงคราม,ชลบุรี,สระบุรี,ราชบุรี,สระแก้ว,สมุทรปราการ,กรุงเทพฯ ได้เงินซัก 30 ล้านบาท แต่น่าจะแบ่งให้ลูกให้เมียซื้อที่สร้างบ้านซะมากกว่า เท่าที่ผมเห็นซัก 10 คนได้มั้ง (อ้างว่าตนเป็นเสด็จพ่อ ร.5 มาเกิดจึงมีเมียมาก) เมียที่ตามติดไปทุกๆที่จะมีชื่อ จินต์,แอน,เอ๋,บี, คนที่อายุน้อยก็น่าจะ 20 ปีต้นๆ ตามที่คนเล่าให้ฟัง เมีย ดร. หอมฟุ้ง บอกว่า อยู่กันอย่างทรมานมาก เมื่อ ดร. หอมฟุ้ง มีอารมณ์อยากนอนกับใคร ถ้าไม่ให้นอนด้วยก็จะทำลายทุบตีเป็นประจำและจะอ้างทวงบุญทวงคุณที่ได้อยู่ได้กินเพราะใคร เฮ้ย! กรรมแท้ๆ นี่หรือคือคนที่อ้างตนว่าเป็นผู้นำปฎิบัติธรรม แต่ยังหลงอยู่กับกามราคะ
ผู้ตอบ : ................ วัน/ เวลาที่ตอบ : 2550-03-11 19:01:42 [124.121.161.158]
การตอบครั้งที่ : 31

ไม่มีออกแล้วไอ้ควาย โง่ดีนักไอ้สัดแน่จิงก็เอาผิดมันให้ได้สิ ไม่มีวันออกและไม่มีวันคืน มีเงินสิบกว่าล้านมึงจะคืนมั้ยหละ เอาผิดไม่ได้ โอนให้เขาเองกูเป็นทนาย ใครไม่เชื่อก็ลองเอาเงินคืนดูสิไอ้ควาย กูจะดูสิจะได้คืนมั้ย แจ้งความก็ไม่มีวันชนะ กว่าจะสู้คดีก็หลายสิบปี ป่านั้นเงินที่พวกควายให้มันไปก็ใช้หมดแล้ว...
ผู้ตอบ : ทนายแม่กลอง e-mail :
hun_panisan@yahoo.com วัน/ เวลาที่ตอบ : 2550-03-25 00:11:34 [125.26.39.171]
Copy from:http://dpc6.ddc.moph.go.th/openpositionmessage.php?no=331
saisanyana
Administrator
Full Member
กระทู้: 180
Re: เรื่องของอาจารย์สายสัญญา ดร.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 20, 2008, 07:34:03 am » อ้างถึง แก้ไข ลบทิ้ง
___________________
___________________
__
อายุบวร "

ด๊อก หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง นั้น เป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ บ้านอยู่ติดกับวิหารใหญ่ทางทิศใต้ ก็เข้าๆ ออกๆ อยู่ที่วิหารใหญ่นั้นแหละ ก็ถือได้ว่าต้องหากินกับทางวิหารใหญ่ ซึ่งใครก็ตามที่ไปวิหารใหญ่นั้นต้องระวังกระเป๋าเงินเอาไว้ให้มาก เพราะท่านต้มคนตั้งแต่เหนือจรดภาคตะวันออกและตะวันตก

อาจารย์ประหยัดได้ติดต่อกับนายหอมฟุ้งที่บ้านเชียงราย ไปหาแก 3 ครั้งก็รู้อะไรดีหมด เมื่อได้ทดสอบราคาคุยของแกแล้ว นายหอมฟุ้ง ก็เป็นอาจารย์ประเภทราคาคุย เมื่อเห็นพฤติการณ์หลอกลวงผู้หญิงมาเป็นภรรยาได้ 3-4 คน เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่า นายหอมฟุ้งนั้นแกถูกปลดออกจาก อาจารย์สายสัญญาไปแล้ว นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างของ อาจารย์สายสัญญาเพียงคนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่านายหอมฟุ้งจะเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดกับพ่อต้น ปฏิบัติตัวในสายสัญญามานานกว่า 30 ปี ซึ่งเปลือกนอกนั้นนายหอมฟุ้งจะวางตัวได้เป็นอย่างดี ใครที่เข้าหาแล้ว ตานั้น มืดบอด ก็จะตกเป็นเหยื่อของแกทันที

ขนาดที่ว่าเป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ อยู่ในสายสัญญามานาน ยังเป็นอาจารย์สายสัญญาระดับที่ว่า "เพี้ยนหนัก" ที่ว่าเพี้ยนหนักก็คือ ต้มทั้งมนุษย์ผู้หญิงที่น่าสงสารเพราะความโง่ของตนเอง เสียตั้งตัวเสียทั้งเงิน แต่ก็ตกอยู่ในความโง่ที่ว่า หากตีตัวออกห่างหรือหนีไป ก็จะถูกพระบารมีลงโทษ โดยจะถูกหลักประหาร ซึ่งคนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้ว่า นายหอมฟุ้ง นั้นถูกพ่อต้นฯ ปลดออกจากสายสัญญาแล้ว จะทำพิธีอันใดในสายสัญญาก็หาได้ประสบความสำเร็จไม่

อันเนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่รู้จักอ่านเว็บของ ท่านอาจารย์ประหยัด จึงตกอยู่ในวังวนของคนปัญญาอ่อน เพราะว่าเริ่มต้นนั้นนายหอมฟุ้งเอาวิธีการนี้ใช้ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย แล้วลงมาที่เชียงใหม่ มาเจาะตลาดโดยการนำพาของนายอ๊อด ก็ได้เหยื่อที่เชียงใหม่ไปกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคุณครูผู้โง่เขลาที่ อำเภอสารภี นายหอมฟุ้งเข้าไปในเชียงใหม่หลังจากที่แก "ตัดสวาท" กับ อาจารย์ประหยัดแล้ว ก็ได้เงินจากกลุ่มคุณครูผู้โง่เขลาไปหลายแสนบาท

นี่เป็นระดับลูกศิษย์พ่อต้นฯ นะ เพี้ยนไปถึงขนาดนี้ แล้วไอ้คนประเภทที่ว่าปฏิบ้ติตัวมาเพียงแค่ 4-5 ปี อย่างนายกบแก่ ตั้งตัวเป็นอาจารย์สายสัญญาด้วยตนเอง อย่างนี้ไม่เพี้ยนหนักไปหน่อยหรือ คนประเภทที่ว่าปฏิบัติสายสัญญามาจนหมดเนื้อหมดตัว ตกงานบ้านถูกยึด อย่างนี้ยังมีคนโง่ที่ยังไปเชื่ออยู่ ก็เป็นน่าสงสารเวทนาเป็นยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นศิษย์พ่อต้นฯ หรือสายสัญญาจอมปลอม ก็สามารถที่จะทำให้สายสัญญาเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ทั้งนั้น