หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาจารย์บุญมาตาถั่ว  (อ่าน 321 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 09:29:28 AM »

"อายุบวร"
    Angry อาจารย์ "ตาถั่ว" ในสายสัญญา  ซึ่งจะพูดถึงลูกศิษย์พ่อต้นฯ โดยตรงเลย  เป็นเครื่องเล่าแต่เล่าจากเรื่องจริงที่ได้ประสบการณ์มา  เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๓๖  อาจารย์ประหยัด ได้เดินทางไปงานวิหารอาจารย์บุญมาที่บุรีรัมย์  ตื่นเช้าขึ้นมาก็ชวน อ.เฉลิม ไปออกกำลังกาย กวาดลานวิหารของ อ.บุญมา ซึ่ง อ.บุญมาคงจะเห็นว่า ๒ คนนี้กวาดได้สะอาดสะอ้านดี  แต่ก็ไม่ได้ถามว่า มาจากเทศบาลไหน หรือคิดว่ามาจากเทศบาลนครกรุงเทพฯ อ.บุญมา ก็เข้ามาขี้นิ้วให้ไปกวาดนั่นกวาดนี่ต่อ  ก็ในเมื่อบรรดาลูกศิษย์ อาจารย์บุญมา บอกว่าท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์ อ.บุญมาไม่้เห็นเลยหรือว่า มึงนะใช้ฤาษีกวาดลานวัด  แล้วร่างฤาษีร่างนี้หลังจากนั้นไม่เกิน ๕ ปี ก็กลายมาเป็นอาจารย์สายสัญญา  โดยไม่มีใครแต่งตั้ง มันเป็นของมันเอง แล้วก็เป็นอาจารย์สายสัญญาคนแรกที่เปิดเว็บสายสัญญา
      Angry เมื่อดูถูกอาจารย์ประหยัดเอาไว้มาก  เพียงแค่   ศอกกลับเท่านั้นเอง  โปรดญาติโดยไม่เรียกเงิน  คือเป็นสายสัญญาที่ไม่เรียกร้องเอาเงินลูกศิษย์  ก็ทำให้การทำมาหากินของอาจารย์สายสัญญาปั่นป่วนไปตาม ๆ กัน การหากินของอาจารย์สายสัญญาก็เริ่มฝืดเคือง  เพราะว่ามีคนมาตัดราคาขายสายสัญญาแบบที่ว่าขายขาดทุน  แต่ก็ยังมีคนโง่ที่ต้องการเข้าสู่สายสัญญาแบบเสียเงิน โดยสติปัญญาของตนเองนั้นเป็นคนอ่อนด้อยปัญญา  ก็ทำไงได้เล่า  เคยโง่ก็ต้องโง่ไปตลอด แต่อาจารย์ประหยัดนั้นเอาความโง่ของตัวเองมาเป็นบทเรียนให้ตัวเองฉลาด ไต่ขึ้นมาเป็นสายสัญญาระดับ Computer
    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2012, 04:07:47 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 03:19:45 PM »

"อายุบวร"
    Angry เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๓ อาจารย์ประหยัดได้พูดเล่นกับ เจ๊เซาะกุง ตันเจริญ ในวันที่ ๙ บอกเจ๊กุงว่าพรุ่งนี้ จะไปขอข้าวเที่ยงเจ๊กุงกิน  เจ๊กุงก็คิดว่า อาจารย์ประหยัดพูดเล่น แกก็รับปากเล่น ๆ ไปงั้น ๆ แหละ  แต่พอวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ ก่อนเที่ยงประมาณ ๕ นาฑี อาจารย์ประหยัดก็ไปเจอเจ๊กุงที่โรงอาหาร วิหารอาจารย์บุญมา  เจ๊กุงตกใจมากก็พาอาจารย์ประหยัด ไปนั่งโต๊ะในห้องอาหาร ก็ตักอาหารมาให้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ แค่จานเดียวก็อิ่มแล้ว
    Cry หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ก็กลับไปที่รถไปเอาเอกสารที่เตรียมเอาไว้ให้เจ๊กุง ก็มี สมุดองค์พระธรรม ประวัติพ่อต้น  ในขณะที่เดินกลับมานั้น อาจารย์บุญมาก็เดินลงวิหารท่านมา ซึ่งอาจารย์บุญมาก็น่าจะตกใจ เพราะคงจะไม่คิดว่า คนที่เขียนเรื่องจริงที่ท่านเคยอ่านนั้น จะเหยียบเข้ามาถึงวิหารท่าน เมื่อหลีกไม่ได้ก็จำเป็นต้องทัก น่าจะต่างคนต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน ตัวอาจารย์ประหยัดนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก  แต่ อ.บุญมา นั้นท่านแค้นอาจารย์ประหยัด ที่นำความจริงไปพูดในเว็บ เมื่อยกมือไหว้เพราะท่านเป็นอาจารย์ ถามท่าน ๆ ก็บอกว่าสบายดี ซึ่งลักษณะท่าทางนั้นเหมือนกับคนหิวโหย ไม่รู้ว่าร่างกายมันหิวหรือใจมันอยาก เพราะว่าอาจารย์บุญมาท่านอยากไม่มีวันอิ่ม  ท่านบีบแขนอาจารย์ประหยัดเหมือนอยากจะหักแขนที่พิมพ์โจมตีท่านทิ้งเสีย แต่ตัวเองเป็นอาจารย์ต้องระงับได้ ซึ่งนักเลงเก่าอย่างอาจารย์ประหยัดนั้น ถ้าเจ็บ "ศิลปมวยไทย" มันก็จะออกทันที โดยอัตโนมัติ
    Sad วิหารสายสัญญานั้นไม่มีข้อห้ามที่จะไม่ให้ใครเข้า สมมุติว่า อาจารย์บุญมา เขียนป้ายว่า "ห้ามนายประหยัด เข้าวิหารนี้เด็ดขาด" ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปบอกศิษย์สายสัญญาคนอื่นได้  แล้วเมื่ออาจารย์ประหยัดรู้ อาจารย์บุญมาก็จะเจอใบปลิวโจมตีทั่วประเทศ ยืนแจกอยู่ที่หน้าประตูวิหาร และที่สำคัญก็คือหากอาจารย์ประหยัดพาการ์ดเสื้อแดงไป ไม่ทราบว่าสายสัญญาบารมีจะต้านการ์ดเสื้อแดงได้หรือไม่  เพราะฉะนั้นเรามาสู้กันด้วย "หลักประหารมาร" จะดีกว่า ใครสู้ไม่ได้เมื่อพ่ายแพ้ก็ไม่ป่วยหนัก จนตาย รอดมาได้ ก็จะลดความหยิ่งผยองไป สมกับคำพูดของอาจารย์ประหยัดที่ว่า ถ้าแพ้ก็จะยกคู่ต่อสู้่คือท่านเป็นอาจารย์ทันที แล้วก็จะเลิกปฏิบัติในสายสัญญา
      มาปีนี้ว่าจะไปวิหาร อาจารย์บุญมา เหมือนกัน  แต่เมื่อกลับจากอินเดีย เป็นหวัดไม่หาย ก็ขี้เกียจลากสังขารไป เพราะว่าไปแล้วไม่ได้อะไร เพราะ ๓ ปี แรกที่ไปหาอาจารย์บุญมาก็ไม่เคยได้อะไร  นอกจากว่าจะไปให้พวกอาจารย์สายสัญญาคนอื่นๆ เสียวสันหลังเท่านั้นแหละ  อาจารย์บุญมาเคยตาบอดก็ตาบอดเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่คุยคล้ายๆ กับว่ามีตาทิพย์ ก็คงคุยได้กับลูกศิษย์เท่านั้นแหละ สายสัญญานั้นแม้จะเป็นหนึ่งจริง  แต่ก็มีอีกหลาย ๆ อย่างที่จะต้องพึ่งพาอาศัยศาสตร์อื่น ๆ เข้ามาประกอบด้วย ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีดำนาไม่ได้ หรือ หมอผ่าตัดมานั่งขายผักตำลึงไม่ได้ สายสัญญาก็๋มีช่องโหว่เหมือนกันที่จะให้ศัตรูโจมตีได้ หากว่าศิษย์สายสัญญาไม่ยอมผนวกวิชาอื่นเสริมเข้ามา
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 03:45:33 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: